ธุรกิจที่น่าสนใจที่สุดสำหรับตัวเรา 

ปัจจุบันดิฉันทำงานเป็นพนักงานขายให้กับบริษัทที่ปรึกษาระบบวางแผนสารสนเทศ  ซึ่งเป็นบริษัทต่างชาติจากสหรัฐอเมริกา ดิฉันต้องเรียนตามตรงว่าการทำงานในบริษัทข้ามชาตินั่นไม่ง่าย การแข่งขันเกิดขึ้นตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นการแข่งขันกับตัวเอง เวลา หรือแม้กระทั่งผู้ร่วมงานเอง ซึ่งเจ้านายดิฉันสร้างให้สภาพแวดล้อมเป็นแบบนี้ เพราะการแข่งขันของพนักงาน สามารถนำพาให้องค์กรเกิดการขับเคลื่อนเร็วกว่าคู่แข่งขัน หรือเท่าเทียมกัน เพราะโลกปัจจุบัน เราคงทำงานสบายไม่ได้อีกต่อไปแล้ว ดิฉันรักที่จะทำงานสบายค่ะ แต่ไปๆ มาๆ สภาพความเป็นอยู่ทุกวันนี้ มันช่างแตกต่างกับสิ่งที่ดิฉันอยากเป็น และอยากได้อย่างสิ้นเชิง

ดิฉันตื่นหกโมงเพื่อมาทำงาน หรือบางครั้งเช้ากว่าปกติเพราะต้องเดินทางไปพบลูกค้าในต่างจังหวัด และสี่ห้าทุ่มดิฉันเพิ่งถึงบ้าน ในขณะที่เพื่อนๆ หลายคนนอนหลับสบายบนเตียงเรียบร้อยแล้ว แต่สิ่งที่ดิฉันหวังไว้ลึกๆ ในใจ คือ สักวันดิฉันคงได้ทำงานสบายๆ ได้กลับบ้านเร็วๆ หรือนั่งทำงานอยู่ที่บ้าน มีเวลาส่วนตัวเหมือนเพื่อนๆ คนอื่น

ณ เวลานี้ ดิฉันทำงานเพื่อเก็บเงินไว้ทำธุรกิจค่ะ แต่จริงๆ ดิฉันก็รักไอ้งานที่ทำอยู่ปัจจุบันนะค่ะ เพราะงานดิฉันเป็นงานที่ได้พบเจอบรรดาเจ้าของธุรกิจ หรือผู้บริหาร การที่เราได้เจอผู้มากประสบการณ์ และประสบความสำเร็จในธุรกิจทำให้เราได้เรียนรู้สิ่งดีๆ จากคนเหล่านั้น และบวกกับความที่ดิฉันต้องทำงานแข่งกับเวลา แข่งกับอะไรหลายๆ อย่าง มันทำให้ดิฉันคิดว่า ณ วันนี้ ดิฉันก้อเจ๋งเหมือนกัน และมีความรู้สึกลึกๆ ว่าตัวเองพร้อมที่จะทำธุรกิจด้วยตัวเองในอนาคตอันใกล้

ดิฉันชอบนวดค่ะ นวดสปา นวดน้ำมัน ชอบมาก เนื่องจากการทำงานปัจจุบันมันเครียด การไปนอนในสถานที่ ที่มีบรรยากาศดีๆ กลิ่นหอมๆ นั่น มันผ่อนคลายได้อย่างดีเยี่ยม และอีกสิ่ง คือ การเลือกซื้อเครื่องสำอางค์ และนี่คือจุดเริ่ม ที่ทำดิฉันคิด และอยากจะเอาสิ่งที่ตัวเองชอบ มาทำให้ชอบมากยิ่งขึ้น โดยการทำธุรกิจเกี่ยวกับการนวดเพื่อผ่อนคลาย และมีเครื่องสำอางค์ขาย เพราะเป็นสิ่งที่ตัวเองอยู่ใกล้แล้วมีความสุข แต่ตอนนี้ดิฉันยังไม่ได้เริ่มต้นอะไรเลย เมื่อดิฉันเรียนจบจากที่นี้ สิ่งที่จะทำถัดไปคืออยากจะหาคอร์สเรียนนวดสั้นๆ และศึกษาแผนธุรกิจ พร้อมทั้งตั้งงบประมาณการดำเนินธุรกิจ และหาเงินเพื่อมาดำเนินงานตรงนี้ต่อ

ในอนาคต ดิฉันอยากมีธุรกิจเล็กๆ นี้เป็นของตัวเอง แต่ตัวเองก็ยังอยากที่จะเป็นเซลให้กับบริษัททางด้านไอทีต่อไป เพราะที่บริษัทข้ามชาติเกือบทุกที่ มีการอบรมพนักงานในขั้นดีเยี่ยม และตลอดเวลา ทั้งยังได้มีโอกาศไปต่างประเทศโดยไม่ต้องใช้ทุนของตัวเอง นั่นหมายถึง เราสามารถที่จะไปมองหาช่องทางการทำธุรกิจ สามารถนำกลยุทธ์ที่บริษัทจัดการฝึกอบรมให้กับเรา ซึ่งนอกจากนำไปใช้ในการทำงานเพื่อบริษัท ดิฉันมองว่าสิ่งเหล่านี้ มันมาพัฒนาศักยภาพของเราตรงๆ และนำมาใช้ดำเนินกับธุรกิจของเราได้ ในแง่ของภาพใหญ่ของบริษัท แต่นำมาปรับเปลี่ยนให้เข้ากับไอ้ธุรกิจเล็กๆ ของเรานี่แหละดิฉันเอง จริงๆ แล้ว ยังไม่ทราบหรอกค่ะ ว่าการที่จะทำร้านเล็กๆ เราควรเริ่มที่อะไรก่อน จากการที่แน่นอนเรามีทุน มีแผนแล้ว แล้วไอ้ขั้นตอนทางกฎหมายที่เขาทำๆ กันทั่วไป เขาทำอะไรกัน จดทะเบียนแบบไหน ดิฉันต้องจดที่ต้นทุนเท่าไหร่ มีเครื่องหมายทะเบียนการค้า จัดทำบัญชีอย่างไร ทำเองได้หรือเปล่า ส่งยื่นบัญชีที่ไหน มันจะเสียภาษีอย่างไร พนักงานของเรา เราไปเอาพวกพม่า คนต่างด้าวมาทางาน เราต้องทำอย่างไร แอบๆ ได้หรือเปล่า ตรงนี้ เป็นสิ่งที่ดิฉันคิดว่า เจ้าตัววิชากฎหมายธุรกิจนี่ละ จะนำพา หรือสามารถทำให้ดิฉันตาสว่างขึ้นได้

ดิฉันเห็นธุรกิจเหล่านี้มีตั้งแต่แบบเล็กๆ จนกระทั่งเป็นสถานที่ใหญ่โต จริงๆ แล้วดิฉันเองนึกไปถึงว่าถ้าเราไม่มีเงินทุน เราอาจเริ่มหาลูกค้าเอง โดยการจัดทำแบบ Spa Delivery คือขับรถไปตามบ้าน แล้วไปนวด ไปสปากันตรงนั่นเลย นี่คือแผนแรกที่ดิฉันอยากทำ ส่วนเจ้าอุปกรณ์การนวด พวกเครื่องประทินโฉมทั้งหลาย ดิฉันอาจต้องไปหาซื้อไอ้ยี่ห้อที่ดิฉันชอบ แล้วมำทำให้ลูกค้า แล้วตรงนี้ ในแง่ของกฎหมาย ดิฉันมีความผิด หรือก็ไม่มีใครว่าอะไรหรอก ข้อนี้ดิฉันเองก็เริ่มไม่รู้เรื่องแล้ว

ดิฉันเคยเห็นพวกดาราคิดค้นเครื่องสำอางค์โน่นนี่กันสองถึงสามคน แล้วพอขายดิบขายดี ก็แตกคอกัน มีการฟ้องร้องกัน ว่าสูตรนี้มันเป็นของฉันนะ ของฉันย่ะ กันวุ่นวาย  จุดนี้อาจสืบเนื่องมาจากการดำเนินธุรกิจกันแบบเพื่อนๆ ไม่ได้คิดอะไรในจุดเริ่มต้น แต่สักวันหนึ่ง เราไม่สามารถการันตีได้หรอก ว่าเหตุการณ์เหล่านี้จะไปเกิดขึ้นในการทำธุรกิจเชิงนี้ ท้ายที่สุดกฎหมายจึงเข้ามาลดช่องว่าง ตรงนี้ได้เป็นอย่างดี