วันพุธ ที่ 19 กันยายน 2555

กราบสวัสดีค่ะครู

                เห็นครูเดินอยู่ท่ามกลางสายฝนเป็นภาพที่รู้สึกประทับใจหนูมากค่ะ เชื่อว่าทุกท่านที่ได้มาร่วมภาวนาและผู้ที่ได้เห็นได้รับทราบรู้สึกอนุโมทนากับครูด้วย พอได้เวลาไปทำกับข้าวที่ครัวเป็นบรรยากาศที่ทรงพลัง เป็นครัวที่เงียบคุยกันน้อย ให้ความรู้สึกถึงการภาวนา เช้านี้เป็นเช้าที่พระทั้งวัดรับนิมนต์ไปที่ อบต. หนูและ อ.เอ๋ จึงเป็นธุระในการดูแลเรื่องอาหารที่จะยกไปถวาย โดยมีครูและพี่อ้อขับรถมาร่วมด้วย ช่วงจังหวะที่ อ.เอ๋ถามครูเรื่อง “ง่วงแล้วทำยังไงดี”

แล้วมีเสียงสวดขึ้นมาเป็นจังหวะ ๆ

การตั้งใจสอนของครู ในใจหนูดังว่า “น่ารักจังเลย” ครูตั้งใจมาก ครูสอน อ.เอ๋ ก็เหมือนสอนหนูด้วย เพราะหนูก็มีอาการหลับกลางทางจงกรม แก้ไม่หาย วันนี้เป็นวันอดวันสุดท้ายของหนู ซึ่งถ้าครูไม่แตะเบรก หนูคงจะไถล

รู้สึกว่า “ครูส่งสัญญาว่า พอก่อน”

ทำให้หนูได้เรียนรู้กับตนเองชัดขึ้นเจ้าค่ะ

เพราะอีกวันพอเริ่มทานข้าว ง่วงตลอด (รักษาสภาพของตนเองไม่ค่อยได้)

พอจะแยกกันครูไปทำงาน พี่อ้อไปทำงาน ด้วยความมุ่งมั่นท่านต้องขับรถไปไกลถึงเขื่องใน มาด้วยใจจริง ๆ ณ คืนนี้

ได้กอดกันก่อนจากลา ครูบอกว่า “กลิ่นสาปน้อยลง”

รู้สึกดีใจ มาทบทวนส่วนหนึ่งเพราะไม่ได้ทานอาหาร 3 วัน แต่ก็ยังทานเม็ดทานตะวันบ้าง สาหร่ายบ้าง ชาและน้ำหวาน

ตัวเบา พอตั้งใจจะทานข้าว ดูเหมือนวันนี้ใจมีอาการรอคอยเจ้าค่ะ

กลางวันทำงาน อาจารย์เอ๋ซ่อมทางจงกรม หนูทำความสะอาดกุฏิครู เราช่วยกันตากเต้นท์ และหนูก็ได้รับความเมตตาจากครูให้ได้ทำความสะอาดชุดที่ครูใส่ภาวนาเมื่อคืน เป็นโอกาสในการทำบุญใหญ่

เหมือนครูรู้หนูมองตั้งแต่เห็นครูตากไว้ ซักผ้าเก็บไม้ทำความสะอาดรอบ ๆ บริเวณ ให้หนูช่วยซ่อมทางจงกรม

ตอนแรกก็คิดว่า “ครูอาจจะเข้ามาพัก”

ใจหนูก็มีอาการอยากสร้างภาพ ทำทุกอย่างให้เสร็จ ยิ่งอยากก็ยิ่งทำได้ช้าเจ้าค่ะ

เพราะพอได้เวลาทำปานะเราก็ไปช่วยกันทำ สรุปจนเย็นพอครูเข้ามาหนูก็ยังทำเสร็จไม่ครบทุกอย่าง

พอเย็น ๆครูให้ออกมานวดในที่ศาลา 4 หนูไม่รู้ยังไงค่ะครู พอจะต้องนวดให้ครู ใจจะทบทวนตนเองว่า

“ใจเป็นไงนิ่งไหม ร่างกายสะอาดรึยัง”

รู้สึกกับตนเองว่า ถ้าข้างในนิ่งหลังจากการวิ่งหรือออกจากทางจงกรม หนูจะมีพลังนวดได้ดี

ถ้าตัวเหม็นหนูจะไม่มั่นใจ ก็แปลกดีนะเจ้าค่ะ พอสำรวจเจอเรื่องข้างนอกก็จะรีบแก้ไข แต่พอใจหมอง ๆ ยังแก้ไม่ได้สักที

ตกเย็นหนูผ้าถุงดำหมดก็เลยสวมผ้าถุงขาว ทำวัตรเย็นแล้วก็ภาวนา วันนี้เดินจงกรมไปใจระลึกถึงสิ่งที่ครูโทรมาสอน

“ว่ากำลังหลง”

ให้เชื่อครูบาอาจารย์ ก้าวขาขวาพุท ก้าวขาซ้ายโธ ทำไปเลยไม่ต้องสงสัย

เดินยังไงก็หลับ เดินยังไงก็หลุดทางจงกรม เพราะเหมือน ๆ กับหลับตาเดินเจ้าค่ะ

มีจังหวะหนึ่งเดินสุดทางจงกรมแล้วหลับกลับตัวไม่หมดจะเดินไปทะลุทางเดินจงกรมที่ อ.เอ๋ เดินอยู่ คิด ๆ แล้วก็ขำ แท้ที่จริงแล้วขำไม่ออก เป็นสภาวะที่สะท้อนความไม่ได้เรื่อง ที่ยังแก้ไขไม่ได้

รู้สึกไม่ไหวกับตนเอง เดินออกจากทางจงกรมมานั่ง คอตกเจ้าค่ะ หนูจะรอให้เท้าแห้งนิดหนึ่งก่อนแล้วค่อยปัดดินออกแล้วค่อยนั่งสมาธิ

แต่เหมือนอยากให้เป็นเหมือนเมื่อคืนสองคืนที่ผ่านมา แต่ยังไงใจอีกใจก็บอกว่า

“ให้เชื่อครูนะ ครูเตือนแล้ว”

ไม่งั้นจะถลำหนักเข้าไป เหมือนมันท้อที่ไม่เหมือนเดิมเจ้าค่ะ

เลยค่อยๆยืดตัวออกไปเอียงไปด้านซ้ายนอนตะแครงราบแล้วก็หลับไป ตื่นขึ้นมาก็สดชื่นแต่ก็ยอมรับว่ามันบังคับไม่ได้จริง ๆ