มีความรู้สึกตัว มีสติ สมาธิกับงานตรงหน้า ไม่เผลอไม่ฟุ้งไม่ปรุงไปตามความฟุ้งซ่าน

กลางคืนฝัน กลางวันฟุ้ง

 

กำลังตกอยู่ในช่วง วิตกกังวลเรื้อรัง ทำอะไรก็ไม่หาย

เดินเล่นผ่อนคลาย สงบสบายใต้ร่มไม้ เผลอแวบเดียวเส้นใยกล้ามเนื้อแวบมาเดินเป็นเพื่อน

กินข้าวกินปลา ตัวหนังสือก็ลอยมาตรงหน้า

ยามนอน กอดแค่หมอนข้างก่อนเข้านอน กลับฝันว่านอนกอดงานที่ยังไม่เสร็จอีกเป็นตั้ง

 

เข้าข่าย กลางคืนฝัน กลางวันฟุ้ง

 

เมื่อรู้สึกตัว เกิดหงุดหงิด เหมือนเดินไปไหนแล้วมีแมลงรำคาญตามติด

พยายามไล่ก็ไม่ไป สลัดหัวหูจนผมเผ้ากระจุยกระจาย ยังไม่วายติดหนึบ

เกิดความรู้สึกหงุดหงิด เกิดความโกรธตัวเอง

 

ทำอย่างไรดี

 

ที่ทำไปแล้วคือ เดินเล่น ให้เบา ๆ กายและใจ

ไปเที่ยวพักผ่อนกินข้าวกับเพื่อนบ้าง

ทำกับข้าวกับประชาชนชาวแฟลต

ดื่ม

ใช่แล้ว อันนี้เป็นสิ่งที่ผิดวิธีไปมาก ๆ ซะจริง ๆ

ทำให้อาการปวดท้องกำเริบ ทำให้เกิดผลพวงต่อเนื่องลุกไปทำงานไม่ไหว

 

เอาเถิด เราได้ข้อคิดจากการ ทำไม่ถูกวิธีครั้งนี้

ดังนี้

 

ที่แล้วมา เราตกอยู่ในวังวนของความวิตกกังวล

เราเผลอคิดอะไรอะไรในทางไม่ดี เลวร้าย มากมายไปไกล

เราไม่มีสติ ไม่มีการค่อย ๆ คิดให้เป็นขั้นตอน 

 

ใจไปเกาะติดเพียง

 

ถ้าทำไม่สำเร็จ ฉันจะ..

ถ้าทำไปแล้วผิดพลาด ครูจะ..

ถ้าทำไม่ทัน แล้วจะ..

....

 

มีแต่ถ้า

 

เราลืมว่า คิดง่าย ๆ เพียง

 

ฉันกำลังทำถึงตรงนี้ อีกสิบนาทีข้างหน้าจะถึงตรงนั้น และ..

ฉันพบตรงนี้ที่มันไม่ตรงกับ ข้อมูลอ้างอิง มันน่าจะเกิดจาก..

ฉันทำไปเรื่อย ๆ ทำดีที่สุด เอาใจจดจ่อกับงาน ทำได้แค่ไหน คือผลสำเร็จทั้งนั้น..


 

ไม่ต้องมีคำว่า ถ้า มีแต่ปัจจุบัน

 

มีความรู้สึกตัว มีสติ สมาธิกับงานตรงหน้า ไม่เผลอไม่ฟุ้งไม่ปรุงไปตามความฟุ้งซ่าน

 

ข้อดีของความรู้สึกตัว

ความรู้สึกตัวทำให้เราไม่ถลำเข้าไปในความคิด

ไม่เผลอจมอยู่ในอารมณ์ทางลบ

ไม่หมกมุ่นกับความวิตกกังวล

ปล่อยวางอดีตที่ผ่านไปแล้ว

และไม่กังวลกับอนาคตที่ยังมาไม่ถึง

 

จึงทำให้จิตใจโปร่งเบาและเบิกบาน สามารถดำเนินชีวิตได้อย่างมีความสุข ทำงานหนักได้อย่างไม่รู้สึกท้อแท้

เมื่อจิตใจแจ่มใสขึ้น เราสามารถมองแนวทางการทำงานได้เองด้วยใจที่เป็นกลาง


เราไม่สามารถทำงานทุกชิ้นงาน เสร็จสมบูรณ์ครบถ้วนแบบไม่มีที่ติ 

เมื่อเราลดความคาดหวังที่สูง สมบูรณ์แบบ เราจะสามารถหยั่งเห็นความจริงกลาง ๆ หรือจะเรียกว่า ลึกซึ้ง ดี ว่า

งานทุกชิ้นงานที่เราทำ มีความงดงาม สำเร็จไปทีละขั้น

งานแต่ละงานคือบันไดให้เราเดินไปข้างหน้า


จนกว่าจะเกิดปัญญา


ปัญญาที่เกิดขึ้นในงาน หล่อเลี้ยงเป็นกำลังใจให้เราเอง

 

ปัญญาสามารถปลดเปลื้องจิตใจให้เป็นอิสระจากความวิตกกังวล

จากทุกข์

 

ไปตามลำดับขั้น ทีละขั้น

 

ใจเย็น ประคองใจไว้ ค่อย ๆ ก้าวขึ้นบันไดทีละขั้น

 

 

จนกว่า..จะถึงบันไดขั้นท้ายสุดของชีวิต

หรือบันไดแห่งความ รู้ และปลดทุกข์ได้สิ้นเชิง

 

 

 

 

ฝากไว้ในวันไม่สบาย

ขอให้ทุกคนแข็งแรงค่ะ

24.9.2555