หากตัวไหนชนะก็จะขายได้ราคาสูงตั้งแต่ 100-10,000 บาทเลยทีเดียว ส่วนผู้แพ้ ก็โดนจับไปคั่วตามระเบียบ 555

เรื่องเล่าจากบ้านแม่ตาด :

ฤดูกาล "ชนกว่าง"

 

 

 

แบบนี้เรียกว่า  "กว่างโซ้ง"




         ช่วงนี้เป็นฤดูกาลที่ "กว่าง" หรือที่ภาคอีสานเรียกว่า "แมงคาม" กำลังพากันเติบโตและเริ่มจับคู่ผสมพันธุ์กัน เพื่อสืบสกุลของกว่างเอาไว้ต่อไป

         "กว่าง" เป็นด้วงหรือแมลงปีกแข็งชนิดหนึ่ง ซึ่งเคยมีการวิจัยออกมาแล้วว่า "เป็นสิ่งมีชีวิตที่ทรงพลังมากที่สุดในโลก" เนื่องจากมันสามารถใช้เขาของมันยกสิ่งของที่มีนำหนักมากกว่าตัวมันเองได้ถึง 20 กว่าเท่าของน้ำหนักตัว(ในขณะที่คนเราไม่สามารถทำได้เลย)

         กว่างหรือแมงคามนี้ ชอบเกาะอยู่ตามต้นคราม(เลยได้ชื่อว่า "แมงคาม") ต้นไผ่อ่อน และต้นสะแกเป็นส่วนใหญ่

         ชาวภาคอีสานมองเห็นกว่างหรือแมงคามเป็นเพียง "อาหาร" อย่างหนึ่ง ซึ่งนิยมจับมาคั่วกินหรือคั่วตำน้ำพริก

         ในขณะที่ชาวภาคเหนือเห็นกว่างเป็น "นักกีฬา" จึงนิยมนำมาแข่งขันชนกันทั้งเพื่อความบันเทิงและการพนันขันต่อ หากตัวไหนชนะก็จะขายได้ราคาสูงตั้งแต่ 100-10,000 บาทเลยทีเดียว ส่วนผู้แพ้ ก็โดนจับไปคั่วตามระเบียบ 555

         กว่างจะมีอยู่ 4 ประเภทด้วยกัน คือ

              1. กว่างตัวเมีย  ซึ่งไม่มีเขา

              2. กว่างกิ   เป็นกว่างตัวผู้ขนาดเล็ก ซึ่งมีเขาสั้นนิดเดียว

              3. กว้างโซ้ง  เป็นกว่างตัวผู้ขนาดใหญ่ มีเขายาวและสวยงาม

              4. กว่างแซม  เป็นกว่างตัวผู้ขนาดใหญ่เหมือนกว่างโซ้ง แต่เขาจะสั้นกว่า

         ช่วงนี้เป็นช่วงที่กว่างกำลังออกเยอะ ชาวบ้านก็เลยพากันไปจับมาไว้ขาย เพื่อให้คนที่ชื่นชอบนำไปแข่งขันชนกว่างต่อไป ซึ่งราคาขายมีตั้งแต่ราคาตัวละ  50 บาท ไปจนถึงตัวละ 10,000 บาทก็มี(ถ้าหากเป็นกว่างที่มีเขาสวยงาม แข็งแรง ดุดัน และชนดะ)

        วันนี้ก็เลยนำภาพสวยๆ ของกว่างหรือแมงคามมาให้ชมกันนะครั

 

 

กว่างได้รับการยกย่องว่าเป็น "สัตว์ที่ทรงพลังมากที่สุดในโลก"
เพราะสามารถยกของหนักได้มากกว่า 20 เท่าของน้ำหนักตัว

อาหารที่กว่างโปรดปรานที่สุดก็คือ อ้อย
เพราะช่วยทำให้กว่างแข็งแรงและปึ๋งปั๋งมาก 555

ตัวที่สวยๆ แข็งแรง และดุๆ จะขายได้ราคาดีมาก บางตัวราคาเป็นพันเป็นหมื่นบาทก็มี

กินดีอยู่ดี เพราะบินหนีไปไหนไม่ได้  555

กว่าตัวเมียจะไม่มีเขาเหมือนกว่าตัวผู้

เมื่อตัวผู้ได้กลิ่นของตัวเมีย  ก็จะพยายามเข้ามาใกล้เพื่อหาทางผสมพันธุ์ให้ได้

กว่างตัวผู้ตัวนี้กำลังพยายามปล้ำกว่างตัวเมียที่อยู่ในรูไม้อย่างเอาเป็นเอาตาย 555

กว่างตัวนี้พยายามเข้ามาปล้ำด้านหน้าดูบ้าง

ลุงก๋องคำ ขันแก้วมิ่ง ผู้เชี่ยวชาญเรื่องกว่าง กำลังปั่นไม้ให้มีเสียงดัง

เพื่อให้กว่างตัวผู้เกิดความหึงหวงนึกว่ามีคู่แข่งเข้ามาใกล้

เมื่อตกลงกันไม่ได้ ในที่สุดศึกชิงนางก็เกิดขึ้น (ระหว่างเจ้าเมฆากับนายภูผา) 555

หากไม่รีบแยกกันออกมา มันก็จะชนและหนีบกันจนฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งบาดเจ็บหรือตายกันไปข้าง

 

 

 

เพลง  "นางฟ้าลืมดอย"

ศิลปิน   "เดอะ  สะล้อ"