ความผูกพันความสัมพันธ์ที่เป็นไปด้วยความเข้าใจ ก่อเกิดทุกข์แก่ใจได้น้อย.........
การฝึกตน
โสภณ เปียสนิท มทร.รัตนโกสินทร์ วังไกลกังวล
..............................................................
ห้าทุ่มครึ่งของคืนที่ฟ้าไร้ดาวปลายเดือนกรกฏาคม เสียงฝนตกพรำอยู่นอกหน้าต่าง แปลกที่ไม่ได้ยินเสียงหรีดหริ่งเรไรในราตรีที่ฝนตก และไม่ได้ยินแม้เสียงของกบอึ่งอ่างคางคกเขียดร่ำร้อง เป็นเพียงข้อสังเกตเล็กน้อยที่เกิดขึ้นขณะบันทึกบทความนี้ ฤดูกาลก็เป็นเช่นนี้ ส่ำสัตว์บนปฐพีก็เป็นเช่นนี้ ชีวิตคนก็เป็นเช่นนี้ แม้ท้ายที่สุดแล้ว สิ่งต่างๆ ก็เป็นเหมือนกัน
สรรพสิ่งตั้งอยู่บนพื้นฐานของไตรลักษณ์ คือ ความไม่เที่ยง (อนิจจตา) แปรปรวนเป็นทุกข์ (ทุกขัง) และ ไม่มีตัวตนยึดถือไม่ได้ (อนัตตา) การดำรงอยู่ของมนุษย์จึงต้องทำใจเข้าใจ และยอมรับกฏเกณฑ์เหล่านั้นอย่างจริงใจ เพราะเมื่อรู้อยู่แล้วว่า สรรพสิ่งย่อมเป็นไปเช่นนี้ (ตถตา) ความผูกพันความสัมพันธ์ที่เป็นไปด้วยความเข้าใจ ก่อเกิดทุกข์แก่ใจได้น้อย หรือไม่มีเลย หากซาบซึ้งถึงความเป็น “เช่นนี้” อย่างชัดเจน…….
คำนึงถึงบ่ายวันวันหยุด เมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมา วันนั้นแดดจัดโลมเลียความชื้นบนพื้นดินแห้ง ขณะนั่งอยู่ใต้ร่มจามจุรีใหญ่หลบร้อน ลมร้อนพัดเบาบาง ใบไม้ร่วงหลุดลอยตามแรงลม โปรยปรายลงสู่ผิวพื้น สุนัขพเนจรหลายตัวหลบนอนอยู่ใต้ม้านั่งใกล้ๆ นกเอี้ยงสาลิกาสองสามตัวเดินหาอาหารบนสนามหญ้าใกล้เสาธง นกเขาเปล้าอีกกลุ่มกำลังจิกกินดอกหญ้าอยู่เงียบๆ กลางแดดจัดจ้า บรรยากาศเงียบสงบ แว่วเสียงนักศึกษากลุ่มเล็กๆ นั่งคุยเบาอยู่ใต้อาคารเรียนหลังใหญ่ 4 ชั้น คาดว่าจะมาเรียนพิเศษตามอาจารย์นัดหมาย เพราะเลื่อนมาจากการทับซ้อนกันระหว่างวิชาการ และกิจกรรม ยามสองคนนั่งคุยกันที่มุมหลบร้อนบังเงาซุ้มประตูขนาดใหญ่...
นักศึกษาชายหนุ่มน้อยร่างท้วมเดินเข้ามาหายกมือสวัสดี ตามธรรมเนียมอันดีของคนไทย ผมรับไหว้พร้อมกล่าวคำทักทายตามปกติ ผมจำได้ เขาเรียนสาขาวิชาภาษาอังกฤษธุรกิจ มีความมุ่งมั่นตั้งใจเรียนเพื่อเอา “ผลการเรียน” ไปฝากแม่ “มาเรียนพิเศษหรือครับ” ผมถามขึ้นเมื่อเห็นเขานั่งยิ้ม ยังไม่ได้เปิดการเจรจา “ครับ อาจารย์” เขารับคำสั้นๆ “การเรียนเป็นอย่างไรบ้าง” “ดีครับ เกรดอยู่ที่เกือบสามแล้ว” ผมยิ้มพอใจ “ดีแล้วเทอมหน้าขยันเรียนเพิ่มอีกหน่อย ถึงสามถือว่าเรียนเก่ง” “ครับ หวังอย่างนั้นเหมือนกัน” เขาตอบยิ้มๆ ทีเล่นทีจริง
“อาจารย์ว่างหรือเปล่าครับ” เขาถามขึ้นเหมือนเกรงใจ ผมคิดในใจว่า เขาอาจมีประเด็นสำคัญที่ต้องใช้เวลาในการสนทนานานพอควร “พอคุยได้ครับ” ผมตอบแบบกึ่งรับกึ่งสู้ เพราะไม่รู้ว่าเขาจะชวนคุยยาวขนาดไหน เขายิ้มด้วยความยินดี “อาจารย์ครับมหาวิทยาลัยสอนคุณธรรมบ้างหรือไม่ อย่างไร” คำถามของเขาทำเอาผมอึ้ง เพราะไม่คิดว่าจะถามคำถามที่นักศึกษาและคณาจารย์ไม่ค่อยให้ความสนใจ บางคนยังตั้งคำถามว่า “เกี่ยวข้องกับการศึกษาอย่างไร” ระหว่างคิดหาคำตอบอันเหมาะสม ผมทอดสายตามองนกเอี้ยงสาลิกาเดินหาอาหารบนพื้น เหมือนประหนึ่งว่า คำตอบยังล่องลอยอยู่ในสายลม
“สอนซิครับ” ผมตอบแบบลังเลนิดหน่อย “สอนอย่างไร” เขาถามแบบไม่ให้ตั้งตัว “สอนรวมรวมไปกับวิชาที่เรียนนั่นแล้ว” ผมจำคำตอบนี้มาจากผู้บริหารบางคนที่เคยกล่าวไว้ในการประชุมคณาจารย์ครั้งหนึ่งที่ผ่านมา “คุณธรรมมีค่าแค่นั้นหรือครับ” ผมชักจะเริ่มงุนงงเล็กน้อย พยายามหาคำตอบที่ไม่ทำให้มุมมองด้านคุณธรรมเสียหายเกินไป “น่าจะมีความมากกว่านั้น แต่เราจำเป็นต้องเลือก ระหว่างวิชาการ กับคุณธรรม หากเรียนสองอย่างพร้อมกันในคราวเดียว เธอจะเรียนไหวหรือ” จบด้วยคำถามเพื่อให้เธอเกิดฉุกคิด และเข้าใจ
จะทำอะไรก็ต้อง ..... ฝึกตนทั้งนั้น นะคะ ฝึกอดทน อดกลั่น ใจเย็น นะคะ
ขอบคุณ นะคะ
ขอบคุณสำหรับกำลังใจ
ขอบคุณที่แวะมาให้กำลังใจ
ได้ข้อคิดค่ะอาจารย์ แต่ไม่รู้จะคิดตรงกับอาจารย์หรือป่าว เรื่องคุณธรรมนี่น่ะ
อ่านแล้วสงสัยว่า โรงเรียนไหนหนอ
ช่าง "เป็นหน้าเป็นตา" ให้แก่เมืองหัวหิน
น่าชื่นใจ
สวัสดีค่ะ อาจารย์โสภณ
อาจารย์บรรยายวันอาทิตย์เหงาๆ ได้เห็นภาพจริงๆ ค่ะ เห็นด้วยกับนักศึกษานะคะ น่าจะสอนจริยธรรมในสถานศึกษาให้มากขึ้นกว่าเดิม เพราะสิ่งแวดล้อมมันเป็นพิษมากกว่าเดิม หากเด็กไม่มีภูมิต้านทานด้านจริยธรรม คุณธรรมมากพอ ก็ติดกับดักได้ง่ายค่ะ
รู้สึกเขาใจทั้ง 2 ฝ่าย บางทีสิ่งที่เราเห็นให้ฝึกพัฒนา ก็ยากที่จะคิดได้ตามหลักธรรม จึงต้องการคำแนะนำที่ดีดี ที่ถูกต้องจากผู้อาวุโส (ชอบไตรลักษณ์ที่กำลังฝึกฝน)
เอาชนะตนได้ เท่ากับชนะทั่งปวง การฝึกตนสำคัญยิ่งสิ่งใดในโลกครับ
ขอบคุณทุกท่านที่เข้ามา
มอบคำวิพากษ์ไว้ให้
ถือว่าแบ่งปั่นสิ่งที่มีค่าไว้ให้แก่กัน นะครับ
ใครกำลังหาอะไรอยู่ตรงโคนต้นไม้นั่น
น่าจะเป็นต้นกฤษณานะผมว่า
สำหรับกำลังใจนะครับ