ช่วงแรกนี้มีเด็กที่สามารถเขียนและพยามสื่อสารข้อมูลผ่านทาง blog กับผู้สอน มีการตอบสนองที่ดีมาก (มากกว่า 80 เปอร์เซนต์)
ผมเห็นหัวข้อ สรอ. ขอความรู้: บอกเล่าการนำเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้ในชั้นเรียน มาหลายวันแล้วตั้งใจว่าพอปิดครอสการเรียนการสอนเสร็จก็จะมานั่งเขียนบันทึกเรื่องนี้ การเรียนการสอนในเทอมที่ผ่านๆ มาในระดับปริญญาตรีทั้งในห้องเรียนรวมขนาดใหญ่และขนาดเล็กไม่กี่คนก็ยังมีปัญหาในการเรียนคล้าย ๆ กัน ในเรื่องของการที่เด็กไม่ค่อยมีสมาธิในการเรียน เข้าเรียนไม่สม่ำเสมอ เข้าเรียนสายและอื่นๆ อีกมากมายซึ่งเป็นปํญหาที่เกิดขึ้นเกือบทุกที่ทุกคณะ ถึงแม้นว่าจะมีการนำ VDO หรือสารคดีที่เกี่ยวข้องมาประกอบก็ยังไม่ค่อยได้รับความสนใจจากนิสิตเท่าที่ควร มาเทอมนี้จึงตั้งใจว่าจะทำการทดลองใช้ Blog มาช่วยในการเรียนการสอน โดยเริ่มกับคลาสเล็กๆ เด็ก 15 คนเป็นนิสิตชั้นปี 3-4 โดยใช้ห้องบรรยายเป็นห้องคอมพิวเตอร์ของภาควิชา ในช่วงแรกเด็กจะให้ความสนใจและเรียนรู้ไปกับผู้สอนได้ดีมาก ๆ สามารถตอบคำถามจากผู้สอนได้อย่างรวดเร็วและมันใจขึ้น โดยที่ผู้สอนถามคำถามให้คิดหรืออธิบายความหมาย ถ้าเด็กตอบไม่ได้ก็จะให้เปิดหาจาก Internet ได้โดยตรง นิสิตทั้งหมด 15 คนนี้จากการสังเกตุของผู้สอนพบว่ามีทักษะในการใช้คอมพิวเตอร์ดีมาก (ดีกว่าผู้สอนเสียอีก... สงสัยต้องไปเรียนเพิ่มเติมซะแล้ว...) จากนั้นผู้สอนจะให้การบ้านโดยให้ไปหาข้อมูลแล้วมาเขียนผ่าน Bolg ที่สร้างขึ้นมา(Blog ของ Gotoknow) ในช่วงแรกนี้มีเด็กที่สามารถเขียนและพยามสื่อสารข้อมูลผ่านทาง blog กับผู้สอน มีการตอบสนองที่ดีมาก (มากกว่า 80 เปอร์เซนต์) โดยผู้สอนจะเข้าไปคอมเมนต์และให้คำถามต่อเนื่องกันไปเพื่อให้นิสิตได้คิด-ค้นต่อ เมื่อผ่านมาสักครึ่งทาง(เทอม) นิสิตเริ่มให้ความสำคัญต่อการเขียน Blog น้อยลง (ช่วงนี้ผู้สอนได้ลาหยุดยาวประมาณ 20 วัน) อีกทั้งได้รับการแจ้งจากผู้ดูแลระบบข้อให้ไปใช้โปรแกรมการเรียนการสอนที่มีให้ (ClassStart.org ฟรี! สร้างชั้นเรียนออนไลน์) ทำให้เกิดปัญหาเรื่องความต่อเนื่องของการเรียน ซึ่งผู้สอนเองตั้งใจว่า มีครูมากมายใน Blog ที่สามารถช่วยเราสอนได้ อีกทั้งการได้รับ ดอกไม้ คำชม หรือคำแนะนำจากผู้อื่นที่ไม่ใช่อาจารย์จะเป็นวิธีหนึ่งที่ทำให้นิสิตได้รับความรู้มากขึ้นจากมุมมองของคนอื่นที่ไม่ใช่อาจารย์ผู้สอน และมีกำลังใจในการเขียน bolg มากขึ้น อีกทั้งทุกคนในกลุ่มสามารถที่จะเข้าไปอ่านข้อมูลและแสดงความคิดเห็นได้สะดวก
เมื่อนำปัญหาที่เกิดขึ้นมาแจ้งต่อนิสิต ปรากฏว่านิสิตกับเป็นผู้เสนอผู้สอนว่าน่าจะลองใช้โปรแกรม facebook โดยตั้งเป็นกลุ่มผู้เรียน ผู้สอนเลยปฏิบัติตามมติของนิสิตทันที่ แต่เมื่อเริ่มต้นการใช้งานก็มีปัญหาเรื่องเกี่ยวกับระบบ ช้าและหลุดบ่อย หรือเข้าใช้งานไม่ได้ อีกทั้ง ตัวหน้าจอของโปรแกรมก็ไม่เหมาะสมที่จะใช้ ในการเรียนการสอน จึงต้องหยุดวิธีการเรียน(นอกเวลาและการบ้าน) ผ่านทาง facebook แต่จากการสังเกตุพบว่าเด็กทั้งหมดมี facebook เป็นของตัวเองและสามารถที่จะเล่นหรือสื่อสารได้ดีกว่าผู้สอนเสียอีก (ผู้สอนตกยุคเสียแล้ว)
ชื่นชมค่ะ สวยทั้งภาษา วิธ๊การและภาพประกอบค่ะ
ยอมรับจริงๆว่าทุกวันนี้เด็กนักเรียน นักศึกษานั้นเรา uncontrol เขาจริงๆ เราต้องรู้เท่าทันยุคเขา ไม่งั้นคุยกันไม่รู้เรื่องจริง อย่าว่าแต่คุณครูเลย ชลัญเป็น พบ.นี่ เวลาสอนเขาที่มารับบริการที่รพ.เราก็ต้องปรับให้ทันยุค เขาเช่นกัน ขอบคุณค่ะบทความดีๆ วิเคราะห์ได้ละเอียด มาก ชอยกล้วยไม้สวยจัง ที่บ้านชลัญตอนนี้ เดสมอเร่หมดแล่วค่ะ
ขอบคุณท่าน ดร. สุทิพย์ เป้งทอง ที่ให้กำลังใจครับ
สวัสดีครับ พยามาร หัวเหลือง อิอิ... วิวัฒนาการทางเทคโนโลยีสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว คนที่เป็นครูอาจารย์ก็ต้องปรับตามให้ทัน จริง ๆ แล้วไม่ใช่เฉพาะครูอาจารย์ แต่ต้องเป็นทุก ๆ สาขาอาชีพ และที่สำคัญคือ พ่อ-แม่ ที่จะต้องเรียนรู้สิ่งต่าง ๆ ให้ได้มากที่สุดเพื่อที่จะสอนลูกหรือป้องกันเขาจากสิ่งที่ไม่พึงประสงค์ ทั้งทางตรงและสิ่งที่แอบแฝงเข้ามาในรูปแบบต่าง ๆ ซึ่งเทคโนโลยีเหล่านี้นำมา
ลูกศิษย์ก็เปรีบเหมือนลูก 1/3 ส่วน เป็นเหมือนญาติที่อยู่ในสังคมที่เรา(ครู-อาจารย์) ต้องช่วยกันดูแลและสั่งสอนให้มีทั้งความรู้และคุณธรรม ซึ่งทั้งสองอย่างนี้จะทำให้ชีวิตของลูก(ศิษย์)เรา มีความสุขได้ท่ามกลางสังคมที่มีความยุ่งเหยิง ครับ การได้เห็น ชลัญธร และ bloger หลาย ๆ คนใน gotoknow มีความกระตือรือร้นที่ตั้งใจทำงานทั้งภายนอกและภายในกาย ก็เป็นแบบอย่างที่ดีมาก ๆ ของสังคม ทำให้ทุก ๅ คนที่เข้ามาได้เรียนรู้และซึมซับความตั้งใจของเหล่า bloger กลับไป
วันนั้นเรียน lab อยู่เห็นอาจารย์เดินมาสอนที่ห้องคอมพิวเตอร์ด้วย ใช่ห้องที่อาจารย์เล่าให้ฟังด้านบนรึป่าวครับ
เป็นมุมคิดที่น่าสนใจมากครับ
ใช่แล้ว เบียร์ เมื่อไรจะเขียนบันทึกบ้างล่ะ
ขอบคุณครับท่าน ทิมดาบ
อาจารย์มีความตั้งใจจริงในการสอนมากเลยค่ะ สังเกตการตอบสนองของนักศึกษาและปรับรูปแบบเสมอ เป็นสิ่งที่นอกจากต้องมีเมตตาแล้วยังต้องใช้ทั้งความละเอียดและความอดทนนะคะ ขอชื่นชมค่ะ
ภาพดอกกล้วยไม้สวยมากๆ ดูแล้วสดชื่นจังค่ะ