ขอนไม้ท่อนไม้จะเป็นรูปร่างอะไรขึ้นอยู่กับการแกะและการสลักหรือการเอาออก ไม่เอาออกของช่างฉันใด ชีวิตคนเราจะเป็นอย่างไร ก็ขึ้นอยู่กับเจ้าของชีวิตที่เปรียบเหมือนช่างว่า จะแกะเอาอะไรออกจะเอาอะไรคงไว้ เพื่อความเป็นไปและความงดงามของชีวิต ฉันนั้น

เมื่อราวปลายเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๕๑ ผู้เขียนได้ให้ช่างแกะสลักมายกเอาท่อนไม้ขนุนขนาดใหญ่สองท่อนจากวัดไปที่บ้านของช่าง เพื่อแกะสลักเป็นพระพุทธรูปปางลีลา เพราะได้ยินบรรดาช่างพูดให้ฟังว่า ยกเว้นไม้สักเสียอย่างหนึ่งแล้ว ก็ขนุนนี่แหล่ะคือสุดยอดแห่งไม้ที่แกะออกมาแล้วดูงดงาม และที่สำคัญไม้ขนุนจะได้เปรียบไม้สักในแง่ของชื่ออันเป็นมงคลอีกอย่างหนึ่งด้วย คือคำว่า ขนุน มีการออกเสียงท้ายคำคล้าย หนุน คือ หนุนนำ หนุนส่ง อยู่ด้วย

 

                ผ่านไปสักสองอาทิตย์ช่างมาตามให้ไปดูการแกะสลักไม้ขนุนที่ว่า แค่แรกเห็นเท่านั้น บอกตรง ๆ ว่า แม้ผู้เขียนจะเป็นพระแต่ก็เก็บอาการตะลึงไว้ได้ไม่สนิท เสียศูนย์ความสำรวมไปเยอะทีเดียว ต้องกลับมาตั้งศูนย์ใหม่ที่วัด และเมื่อเดินวนดูรอบ ๆ เอาอีกแล้ว เกิดอาการตะลึงขึ้นมาอีกแล้ว หลาย ๆ ครั้งติดกัน คล้ายดั่งการอ๊าฟเตอร์ช็อกของแผ่นดินไหวยังไงยังงั้น !   ความงดงามอันเป็นสาเหตุของการตะลึงยังตามมาหลอกหลอนผู้เขียน ตั้งแต่ออกจากบ้านช่างจนถึงวัด

 

          จากไม้ที่สุดแสนอัปลักษณ์  ในแง่รูปร่างและสีสันที่เก่าแก่และเกรอะกรังไปด้วยขี้ฝุ่นขี้ดิน มิหนำซ้ำยังถูกกลิ้ง ถูกย้ายไปไว้ตามมุมต่าง ๆ ของวัดอย่างน่าสงสารตลอดระยะเวลา ๔-๕ ปีที่ผ่านมา เป็นท่อนไม้ที่ไม่อยู่ในสายตาใครเลย มาบัดนี้ใครได้เห็นไม่กราบไม่ไหว้ ไม่สักการบูชา ไม่ได้แล้ว หากใครไม่คิดแม้จะยกมือไหว้เมื่อเดินผ่าน อาจมีความจำเป็นต้องพาไปตรวจเช็คดูปริมาณความเข้มของศรัทธาที่มีต่อพระพุทธศาสนาในเส้นเลือดกันหน่อย

 

          ผู้เขียนนึกในใจเพียงลำพังว่า ขนาดองค์พระยังดูไม่สมบูรณ์แล้วเสร็จถึงขั้นมอบส่งงานลูกค้า เรายังเกิดอาการตะลึงถึงเพียงนี้ หากสมบูรณ์จริง ๆ แล้ว คำไหนหนอจะมาแทนคำว่า ตะลึงได้ !

 

          หลังจากชื่นชมและวาดฝันถึงความงดงามขององค์พระในอนาคตแล้ว ก็เกิดแขนงความคิดขึ้นว่า

                             อะไรกัน แกะสลัก !

                             แกะ คือ เอาออก

                             สลัก คือ ไม่เอาออก

          แน่นอนว่า ในกระบวนการการแกะสลักนั้น ช่างจะต้องเอาส่วนหนึ่งของไม้ที่ไม่ต้องการออก เราจึงเรียกว่า แกะ และคงส่วนหนึ่งของเนื้อไม้ที่ต้องการเอาไว้ จึงเรียกว่า สลัก

 

          ดังนั้น การแกะสลัก จึงหมายถึง การเอาออก กับ ไม่เอาออก

          การเอาออกและไม่เอาออก จึงเป็นเหตุให้ไม้ท่อนหนึ่ง ๆ แปรรูปไปเป็นรูปอะไรสารพัดอย่าง แล้วแต่ความประสงค์ของลูกค้าและช่างผู้รับจ้างแกะและสลัก

 

          เห็นการแกะสลักของช่างแล้วทำให้นึกถึงเรื่องราวของชีวิตว่า มีอะไรบ้างไหมที่เป็นส่วนเกินของชีวิตที่เราต้องแกะออกทิ้ง และมีอะไรบ้างไหมหนอที่เราต้องสลักเอาไว้ในชีวิตตลอดไปชั่วนิรันดร์

 

          ขอนไม้ท่อนไม้จะเป็นรูปร่างอะไรขึ้นอยู่กับการแกะและการสลักหรือการเอาออก ไม่เอาออกของช่างฉันใด ชีวิตคนเราจะเป็นอย่างไร ก็ขึ้นอยู่กับเจ้าของชีวิตที่เปรียบเหมือนช่างว่า จะแกะเอาอะไรออกจะเอาอะไรคงไว้ เพื่อความเป็นไปและความงดงามของชีวิต ฉันนั้น

 

          อนึ่ง ช่างแกะสลักต้องมีศาสตร์ คือความรู้ มีศิลป์ คือเชี่ยวชาญชำนาญในการแกะสลักไม้ฉันใด ผู้เป็นเจ้าของชีวิตทุกผู้นามก็ต้องมีทั้งศาสตร์และศิลป์ในการดำเนินชีวิตฉันนั้นเหมือนกัน