คำขอร้องจากกลุ่มเกษตรอินทรีย์

ทุกท่านที่เกี่ยวข้อง ที่มีอำนาจการตัดสินใจอยู่บ้าง ก็บริโภคข้อมูลที่บิดเบือนเพื่อผลประโยชน์จากการค้า จนฟังอะไรไม่ได้ยินอีกแล้ว

เมื่อเช้าวันนี้ ผมได้รับโทรศัพท์จากคุณอุบล อยู่หว้า แกนนำด้านการต่อต้านการใช้สารพิษในห่วงโซ่อาหาร

ขอให้ผมช่วยติดต่อใครก็ได้ที่พอจะหวังดีต่อคน สัตว์ ต่อสิ่งแวดล้อม และต่อสังคมโลก

ให้ช่วยกระตุ้นการลด ละ เลิก การใช้สารพิษที่รุนแรงต่อคน อาหาร และระบบนิเวศ

ผมก็ไม่ทราบว่าจะไปบอกใคร

เพราะทุกท่านที่เกี่ยวข้อง ที่มีอำนาจการตัดสินใจอยู่บ้าง ก็บริโภคข้อมูลที่บิดเบือนเพื่อผลประโยชน์จากการค้า จนฟังอะไรไม่ได้ยินอีกแล้ว

บอกไป อย่างมากก็ได้แค่ระดับ “โต้วาที” มองต่างมุม ประมาณนั้น แล้วก็จบๆกันไปแบบ เสียเวลาเปล่าๆ

ผมก็เลยเสนอให้คุณอุบล ทำในสองแนวทางของการทำงาน คือ

  • กำหนดจุดยืนให้ชัด ว่าเราไม่ได้ทำเพื่อตัวเอง แต่ทำเพื่อโลก เพื่อทรัพยากร สิ่งแวดล้อม สังคม เศรษฐกิจ ความสุข และสุขภาพอนามัยของทุกคน (รวมถึงคนที่ร่ำรวยจากการขายสารพิษด้วย) และ
  • แจ้งให้ผู้บริโภคโดยทั่วไปให้ทราบ และตระหนักให้ได้ ว่าเขากำลังถูกมอมเมา หลอกลวงเพื่อผลประโยชน์ทางการค้า เพื่อให้เขารักษาสิทธิ์ของตัวเอง แบบ “ป่าล้อมเมือง”

เพราะถ้าเรามีแนวร่วมมาก พลังการทำงานเราก็จะชัดมากขึ้นแบบทวีคูณ

เพราะ สิ่งที่ผู้บริโภคส่วนใหญ่ยังไม่รู้ คือ

ปริมาณการปนเปื้อนสารพิษมากับอาหารทุกชนิด ไม่ว่าจะเป็น

ข้าว ผัก หมู ไก่ ไข่ เนื้อ เครื่องปรุงรส และน้ำดื่ม

ทั้งจาก

  • วัตถุดิบที่ปนเปื้อนสารพิษ มากับน้ำ ดิน และสิ่งแวดล้อม
  • การใส่สารพิษในระบบการผลิต และ
  • สารพิษเพื่อรักษาสภาพของผลผลิต

ที่ผู้ผลิต "ปกติ" จะใส่สารพิษเต็มอัตรา

เพื่อให้ได้ผลผลิตตามเวลา ตามปริมาณ

และเกือบ 100% ของผู้ผลิตเหล่านี้ จะไม่มีใคร "กล้า" บริโภค ผลิตผลที่ตัวเองผลิตขาย

แต่จะแยกแปลงบริโภคไว้ต่างหาก

ที่ผมเชื่อว่า ถ้าผู้บริโภครู้ความจริง แบบไม่บิดเบือนเพื่อผลประโยชน์ทางการค้า

พวกนักธุรกิจสารพิษที่บิดเบือนข้อมูล ก็จะเริ่มปิดบังข้อมูลได้ยากขึ้น

แล้วผู้บริโภคทั้งหลาย

ท่านก็จะสามารถเสนอทางเลือกให้กับตัวเอง แทนคำปกติที่ว่า ไม่มีทางเลือก

อย่างน้อยท่านก็น่าจะรักษาสิทธิ์ การรับรู้ข้อมูลที่ถูกต้อง

ไม่ใช่รับรู้แต่ข้อมูลที่บิดเบือน เพื่อผลประโยชน์ทางการค้าเพียงอย่างเดียว

จะรอแต่ให้กลุ่มชาวบ้านหยิบมือเดียวไปช่วยท่าน

มีหรือ จำนวนคนแค่นี้ ไร้อำนาจ ไร้อาวุธจะต้านพลังของบริษัทข้ามชาติได้

หรือจะต้องให้เขาติดอาวุธมาช่วยท่าน แบบเดียวที่เคยทำมาในอดีต

ผมว่าเรามาช่วยกันรักษาผลประโยชน์ตัวเอง

โดยการ ช่วยเขาหน่อย เขาจะได้ช่วยท่านได้มากขึ้น

แค่ขอทราบข้อมูลที่ถูกต้องแทนข้อมูลบิดเบือน

ไม่ว่าจะเป็น ปริมาณสารพิษที่ใช้ในห่วงโซ่อาหาร ดิน และน้ำ

ปริมาณการใช้จริงและการจัดการในการผลิต

แค่นี้นะครับ ถ้าท่านทราบความจริง

ผมกล้าท้าเลยว่า ท่านแทบจะยอมอดตายแทนการบริโภคสารพิษผ่านอาหารและน้ำเลยละครับ

เหมือนกับผมมีความตั้งใจที่จะไม่รับประทานอาหารเหล่านี้ หลังจากไปดูระบบการผลิตต่างๆมาแล้ว

และการบริโภคสารพิษผ่านระบบห่วงโซ่อาหารนี้ ก็จะทำให้เกิดการเจ็บป่วยและโรคสารพัดโรค ที่เราต้องมาเสียค่าหมอ ค่ายา ค่าโรงพยาบาลกันอีกเหลือคณานับ

ไม่มีใครอยากเจ็บป่วย แต่ก็ไม่มีใครคิดป้องกัน

ฟังแล้วมันโหดเกินไป ที่ท่านอาจจะไม่อยากรับรู้ก็ได้

แต่ผมว่า “รู้เพื่อการแก้ไข” น่าจะดีกว่า “ไม่รู้อะไร” หลับหูหลับตาบริโภคสารพิษ ผมว่าไม่น่าจะดีกับใครเลย

บริษัทได้เงินไป รวยไปแล้วได้อะไร ผมไม่ทราบ

ผมทราบแต่ว่า เราทุกคน และทรัพยากรในโลก คือผู้รับกรรมสารพัดทิศทาง

งานนี้ ช่วยกันหน่อยครับ

ขอจริงๆครับ ให้กราบก็ยอมครับ

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน ความรู้เพื่อชีวิต



ความเห็น (6)

เขียนเมื่อ 

 “รู้เพื่อการแก้ไข” น่าจะ ..... ดีกว่า ===> “ไม่รู้อะไร”  


ขอบคุณนะคะ

เขียนเมื่อ 

ผม..ขอ..กราบด้วยคนครับอาจารย์..ถ้ามันจะช่วยเหลืออะไรได้บ้าง.._/_

เขียนเมื่อ 

 

เพิ่งได้ชมวีดีโอนี้เมื่อวาน เผื่อว่าอาจารย์จะสนใจครับ

 

พลิกผันชีวิตพิชิตโรคร้าย
 
ชื่อผู้ป่วย คุณจำปา สุวะไกร (อาแต๋น) 
ที่อยู่ 106 หมู่ 5 ตำบล คึมใหญ่ อำเภอเมือง จังหวัดอำนาจเจริญ
การศึกษา ประถมการศึกษาที่ 6
อาชีพ ปลูกผักกะหล่ำปลี กำหล่ำดอก ปลูกถั่ว มะเขือเทศ โดยใช้ปุ๋ย ใช้ยาสารเคมี เป็นเวลา 
โรค ตับแข็ง 
อาการ ในช่วงแรกเหนื่อย แน่นท้อง ปวดหลัง อ่อนเพลีย เวลาทานอาหาร แน่นท้อง เวลาเปลี่ยนถดู ร่ายกายจะบอกว่าไม่ค่อยแข็งแรง ได้ไปหาหมอปัจจุบัน กินยาประมาณ 2 ปี กว่า 
สาเหตุ ใช้สารเคมี(ฉีดยาฆ่าแมลง ) เป็นเวลานาน ประมาณ 10 กว่า ปี
จาก vcd พลิกผันชีวิตพิชิตโรคร้าย
วรางคณา
IP: xxx.52.135.65
เขียนเมื่อ 

แกนนำจังหวัดหนองบัวลำภูน่าอยู่ กำลังจะทำเรื่องสารเคมี ซึ่งจังหวัดหนองบัวลำภูเริ่มพบผลกระทบจากการใช้ยาฆ่าหญ้าในไร่อ้อย (ชาวบ้านเริ่มปลูกประมาณ30-70%ของพื้นที่ ส่วนยาฆ่าแมลงนั้น การตรวจเลือดก็พบว่าไม่ปลอดภัยทั้งเกษตรกรและผู้บริโภค (มานานแล้ว) เมื่อได้ศึกษาข้อมูลในพื้นที่แล้วคงได้ไปขอคำปรึกษาจากอาจารย์ค่ะ

วิจารณ์ จันทร์ทอง
IP: xxx.120.231.121
เขียนเมื่อ 

         อยากให้มีการกำหนดราคาข้าวเปลือกอีกทางเลือกหนึ่งนอกเหนือจากกำหนดราคาโดยการวัดความชื้น      คือ  การให้ราคาที่สูง-ต่ำตามปริมาณสารพิษที่มีอยู่ในข้าว


เช่นถ้าข้าวที่นำมาขายให้กับโรงสี วัดได้ว่ามีสารพิษต่ำหรือไม่มีเลยก็จะให้ราคาสูงขึ้นอีก น่าจะเป็นการโน้มน้าวให้ชาวนาใช้สารพิษในการทำนาลดลงหรือไม่ใช้เลย ....

ครูแดง...

ยังไม่เป็นทางรอดครับ ยังมีปัญหาทับซ้อนที่ยังไม่แก้ไข แก้ไปก็ไม่จบครับ