สอบข้อเท็จจริงเบื้องต้นนางมะชอเอ ชาวบ้านหมู่บ้านนุกะโทวา หมู่ที่ ๒ ต.แม่จัน อ.อุ้มผาง เป็นราษฎรไทย เกิดเมื่อปีพ.ศ. ๒๕๒๕ หมายเลขประจำตัวประชาชน ๘ xxxx ๗๓xxx xx x ซึ่งพาน้องชายของตนเองเข้ามาใช้บริการรักษาพยาบาลที่โรงพยาบาลอุ้มผาง
นางมะชอเอเป็นบุตรของนายกาแง่ มีเลขประจำตัวประชาชนคือ ๘ xxxx ๐๐xxx xx x กับนางมะเส่โย๊ะมีเลขประจำตัวประชาชนคือ ๘ xxxx ๐๐ xxx xx x (บุคคลเลข ๘ กลุ่ม ๐๐ หมายถึงบุคคลต่างด้าวทั่วไปที่ได้รับอนุญาตให้มีถิ่นที่อยู่ถาวรในประเทศไทย และคนต่างด้าวทั่วไปที่มิใช่ชนกลุ่มน้อยได้สัญชาติไทยโดยการแปลงชาติ รวมถึงผู้อพยพเชื้อสายไทยจากเกาะกงและผู้พลัดถิ่นสัญชาติพม่าเชื้อสายไทยจากเกาะกงและผู้พลัดถิ่นสัญชาติพม่าเชื้อสายไทยที่ได้สัญชาติไทยโดยการแปลงชาติ)
นางมะชอเอเล่าว่าแต่เดิมนั้นบุคคลในครอบครัวคือบิดา(นายกาแง่) และมารดา(นางมะเส่โย๊ะ)มี”PASSPORT” อย่างไรก็ตามจากการสอบถามพี่แมวที่เคยมีประสบการณ์ในการสอบข้อเท็จจริงเรื่องสถานะบุคคลมาก่อนเชื่อว่า”PASSPORT” ที่นางมะชอเอพูดถึงนั้นน่าจะเป็นใบสำคัญถิ่นที่อยู่และใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าวมากกว่า นอกจากนี้จากการตรวจสอบนางมะชอเอก็จำไม่ได้ด้วยว่าบิดาและมารดาได้หนังสือนั้นมาตั้งแต่เมื่อใด สอบถามได้ความว่าปัจจุบันบิดาไปทำงานอยู่ที่จังหวัดกำแพงเพชรไม่ได้กลับมาที่บ้านนานกว่าห้าปีแล้ว หนังสือต่างๆก็นำติดตัวไปด้วยส่วนมารดานั้นปัจจุบันเสียชีวิตแล้ว
เพื่อให้การลำดับเวลาการได้สถานะบุคคลตามกฎหมายสัญชาติและกฎหมายการทะเบียนราษฎรเป็นไปตามข้อเท็จจริงที่สอดคล้องกันจึงต้องพิจารณาถ้อยคำของนางมะชอเอประกอบกับเอกสารที่นางมะชอเอมีอยู่ด้วย อันจะทำให้การวิเคราะห์สถานะบุคคลของทั้งครอบครัวเป็นไปอย่างถูกต้องและสมเหตุสมผล สิ่งที่น่าสงสัยคือก่อนที่นายกาแง่และนางมะเส่โย๊ะจะได้รับอนุญาตให้มีถิ่นที่อยู่ถาวรในประเทศไทย บุคคลทั้งคู่อาศัยอยู่ในประเทศไทยในสถานะใด กล่าวคือมีใบสำคัญถิ่นที่อยู่และใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าวทันที หรือเป็นบุคคลที่อาศัยอยู่ในประเทศไทยในลักษณะอื่นใด
เอกสารชิ้นหนึ่งที่นางมะชอเอนำมาแสดงคือสำเนาแบบพิมพ์ประวัติบุคคลบนพื้นที่สูงซึ่งจัดทำเมื่อวันที่ ๑๒ พ.ค. ๒๕๓๔ ของครอบครัวนางมะชอเอ มีรายชื่อทั้งนายกาแง่ นางมะเส่โย๊ะ ด.ญ.มะชอเอ(ในขณะนั้น) พร้อมระบุวันเดือนปีเกิดและเลขประจำตัวประชาชนที่ขึ้นต้นด้วยเลข ๖ อันแสดงว่าคนทั้งสามได้รับการสำรวจเป็นบุคคลบนพื้นที่สูงอยู่ก่อนที่นายกาแง่กับนางมะเส่โย๊ะจะได้รับอนุญาตให้มีถิ่นที่อยู่ถาวรในประเทศไทย
นางมะชอเอให้ข้อมูลของครอบครัวเพิ่มเติมว่านายกาแง่ และนางมะเส่โย๊ะ มีบุตรด้วยกันห้าคน นางมะชอเอเป็นบุตรคนโต น้องคนที่สองเสียชีวิตไปแล้ว และมีน้องร่วมบิดามารดาเดียวกันอีกสามคนคือ นางน่อดา(ปัจจุบันถือบัตรประจำตัวบุคคลที่ไม่มีสถานะทางทะเบียน) ด.ช.สมชัย(ปัจจุบันเป็นบุคคลที่ไม่ได้สัญชาติไทย) และด.ช.สุภชัย(บุคคลสัญชาติไทย)
ในส่วนของนางมะชอเอนั้นได้สร้างครอบครัวอยู่กินโดยไม่ได้จดทะเบียนสมรสกับนายม่อเหย่แก(ปัจจุบันนายม่อเหย่แกถือบัตรประจำตัวบุคคลที่ไม่มีสถานะทางทะเบียน)มาสิบกว่าปีแล้ว มีบุตรสองคน คนแรกคือด.ญ.ชวัลรัตน์ เกิดเมื่อวันที่ ๘ มกราคม ๒๕๕๓ ณ หมู่ที่ ๒ ต.แม่จัน อ.อุ้มผาง จ.ตาก เลขประจำตัว ๗ xxxx ๐๐xxx xx x (บุคคลที่ไม่ได้สัญชาติไทย) และคนสุดท้องคือด.ช.ณัฐวัตร เกิดณ หมู่ที่ ๒ ต.แม่จัน อ.อุ้มผาง จ.ตากเมื่อวันที่ ๑๙ กันยายน ๒๕๕๔ เลขประจำตัว ๑ xxxx ๐๐xxx xx x
ปรากฎตามสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของนางมะชอเอ เราจะพบว่าปัจจุบันนางมะชอเอเป็นบุคคลที่มีเลขประจำตัวขึ้นต้นด้วยเลข ๘ กลุ่ม ๗๓ ซึ่งสามารถบอกได้ว่านางมะชอเอบุคคคลที่ได้รับการลงรายการสัญชาติไทยในทะเบียนบ้านตามมาตรา ๒๓ แห่งพระราชบัญญัติสัญชาติ(ฉบับที่ ๔)พ.ศ.๒๕๕๑ และได้สัญชาติไทยตั้งแต่วันที่ ๒๘ กุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๕๕๑ เป็นต้นมา นอกจากนี้ยังปรากฎชัดจากสำเนาทะเบียนบ้านท.ร.๑๓ เล่มสีเหลืองของนางมะชอเออีกด้วย โดยในหน้าที่ ๒ ของทะเบียนบ้านเล่มดังกล่าว ปรากฎรายการ”จำหน่าย” ชื่อนางมะชอเอ เลขประจำตัวประชาชน ๖ xxxx ๕๐xxx xx x ออกจากทะเบียนบ้านฉบับดังกล่าวพร้อมทั้งมีหมายเหตุไว้ว่า “ได้สัญชาติไทยโดยมาตรา ๒๓ แห่งพระราชบัญญัติสัญชาติ(ฉบับที่๔) พ.ศ.๒๕๕๑ เมื่อ ๗ ต.ค.๒๕๕๓ “
นางมะชอเอเล่าว่าตอนที่ให้กำเนิดด.ญ.ชวัลรัตน์บุครคนแรกนั้น ตนเองยังถือบัตรประจำตัวบุคคลที่ไม่ได้สัญชาติไทย เมื่อนายม่อเหย่แกผู้เป็นบิดาไปแจ้งการเกิดที่อำเภอจึงทำให้ด.ญ.ชวัลรัตน์ได้รับสูติบัติ(ท.ร.๓)เป็นบุคคลที่อาศัยอยู่ในประเทศไทยโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายหรือในลักษณะชั่วคราว
ในความเห็นส่วนตัวครอบครัวของนางมะชอเอทั้งครอบครัวเป็นกรณีศึกษาที่น่าสนใจมากเช่น
๑.ประเด็นอันเกี่ยวกับการบังคับใช้กฎหมายว่าด้วยสัญชาติของบุตรที่ในขณะเกิดมารดาเป็นผู้ที่ไม่ได้สัญชาติไทย แต่ภายหลังการเกิดมารดาได้รับสัญชาติไทยตามกฎหมายว่าด้วยสัญชาติ
๒.ประเด็นของบุตรที่ในขณะเกิดบิดาและมารดาที่มีสิทธิอาศัยชั่วคราวในราชอาณาจักรแล้วภายหลังบิดาและมารดาได้รับอนุญาตให้มีถิ่นที่อยู่ถาวรในราชอาณาจักร สถานะของสิทธิการอาศัยอยู่ของผู้ที่เป็นบุตรนั้นจะเปลี่ยนแปลงไปตามบิดาและมารดาหรือไม่ อย่างไร
โจ้งคะ
ในประการแรก อยากให้โจ้งให้ความสำคัญกับการสำรวจจุดเกาะเกี่ยวระหว่างบุคคลและรัฐไทยมากกว่านี้ การเก็บข้อเท็จจริงทั้งจากเอกสารและปากคำของเคสในชั้นต้นตระกูลสำคัญมาก เอาเอกสารของมะชอเอมาอ่านดีๆ ถ้าอ่านคนเดียวกลัวพลาด ก็สแกนส่งให้อ่านกันซิคะ จากที่ปรากฏในแบบพิมพ์ประวัติและทะเบียนบ้านก็จะบอกอะไรเราได้มากค่ะ
ในประการที่สอง ตั้งสติว่า สถานะบุคคลตามกฎหมายสัญชาตินั้นเป็นไปตามจุดเกาะเกี่ยวกับประเทศไทย สถานะดังกล่าวไม่ขึ้นกับสถานะบุคคลตามกฎหมายการทะเบียนราษฎร
ในประการที่สาม ตั้งสติอีกด้วยว่า การบันทึกผิดทางทะเบียนราษฎรไม่ส่งผลต่อสิทธิในสถานะบุคคลตามกฎหมายสัญชาติ
ในประการที่สี่ ทบทวนข้อกฎหมายมาตรา ๒๓ แห่ง พ.ร.บ.สัญชาติ (ฉบับที่ ๔) พ.ศ.๒๕๕๑ ให้แม่นยำกว่านี้นะคะ
ที่อำเภอเขียนว่า "ออกจากทะเบียนบ้านฉบับดังกล่าวพร้อมทั้งมีหมายเหตุไว้ว่า“ได้สัญชาติไทยโดยมาตรา ๒๓ แห่งพระราชบัญญัติสัญชาติ(ฉบับที่๔)พ.ศ.๒๕๕๑ เมื่อ ๗ ต.ค.๒๕๕๓" นั้น ไม่ถูกต้องค่ะ
ที่ถูกต้องก็คือ มะชอเอไดัสัญชาติไทยตามมาตรา ๒๓ เมื่อวันที่ ๒๘/๒/๒๕๕๑ ซึ่งเป็นวันที่มาตรา ๒๓ มีผล และสัญชาตินี้เป็นสัญชาติไทยโดยการเกิดนะคะ
ส่วนการเพิ่มชื่อในทะเบียนบ้านที่ทำในวันที่ ๗/๑๐/๒๕๕๓ นั้น เป็นแค่การลงรายการสัญชาติไทยที่ควรทำในปี ๒๕๕๑ เรื่องที่เกิดในวันที่ ๗ นี้เป็นแค่การรับรองสิทธิในสัญชาติไทยของมะชอเอ
ในประการที่ห้า หากบุตรของมะชอเอที่เกิดก่อน ๒๘/๒/๒๕๕๑ ก็จะได้สัญชาติไทยตามมาตรา ๒๓ ด้วยค่ะ แต่หากบุตรของมะชอเอเกิดหลัง ๒๘/๒/๒๕๕๑ บุตรก็จะมีสัญชาติไทยโดยหลักสืบสายโลหิตจากมารดาค่ะ
ในประการสุดท้าย บัตรเลข ๐ เป็นไปตามระเบียบ ๒๕๔๘ และเริ่มทำในราว พ.ศ.๒๕๕๐ จึงเป็นไปไม่ได้ที่จะถือมาแล้ว ๑๐ ปี
เรื่องนี้ยุ่งดี น่าสนใจมากเลย
ท่านอื่นมาช่วยแลกเปลี่ยนหน่อยซิคะ
และที่ยุ่งอีกนิด ก็คือ ถ้าพิสูจน์ความเป็นบุตรของมะชอเอที่เกิดจากบิดาและมารดาซึ่งถือใบถิ่นที่อยู่ตามกฎหมายคนเข้าเมืองจริง เธอก็จะมีสัญชาติไทยโดยหลักดินแดนโดยผลของมาตรา ๗ (๓) แห่ง พ.ร.บ.สัญชาติ พ.ศ.๒๕๐๘
แต่โดยประวัติศาสตร์การจัดการประชากรไทย บุพการน่าจะได้ใบถิ่นที่อยู่หลังจากที่มะชอเอเกิด ราวปี พ.ศ.๒๕๓๘ อยากเห็นเอกสารของครอบครัวนี้อีกเช่นกัน อยากเขียนเรื่องคนอุ้มผางจังค่ะ
สรุปว่าเด็กชายสมชัยที่บอกว่าเป็นบุคคลที่ไม่ได้สัญชาติไทยนั้น ถือบัตรเอกสารแสดงตนอะไรคะ
ขอโทษ อ่านอีกทีแล้ว อ.แหววเข้าใจผิดว่า มะชอเอถือบัตรประจำตัวบุคคลที่ไม่มีสถานะทางทะเบียน ก่อนได้รับการลงรายการสัญชาติไทย โจ้งกล่าวถึงสามีของมะชอเอ
น้องชวัลรัตน์มีสถานะเป็นคนสัญชาติไทยโดยหลักสืบสายโลหิตจากมารดาค่ะ อ.แหววยืนยันค่ะ โจ้งต้องทบทวนข้อกฎหมายมาตรา ๒๓ ให้ชัดก่อน มิฉะนั้นจะคุยกับอำเภอไม่รู้เรื่องค่ะ และเรื่องนี้คงต้องหารือถึงกรมการปกครองมังคะ และในยุคที่ไม่มี อ.วีนัส อะไรๆ ก็จะยากเย็นแน่นอน เตรียมใช้ศาลปกครองล่ะกัน
อาจารแหวว เคสนี้ดูแล้วยุ่งแบบที่อาจารว่าครับ คือมีปัญหาสถานะบุคคลตั้งแต่ครอบครัวของพ่อ แล้วก็ครอบครัวของลูก(ที่ดูข้อกฎหมายแล้วชัดเจน) ผมอาจเขียนข้อเท็จจริงดูยุ่งเหยิงหน่อยครับ อยากขอความเห็นจากผู้รู้ท่านอื่นเช่นกันครับ
พี่มิว น้องสมชัยมีตอนนี้อายุก็น่าจะสิบขวบแล้ว ผมไม่รุว่าน้องต้องทำบัตรประจำตัวหรือเปล่าครับ แต่เอกสารที่เป็นสูติบัติและทะเบียนบ้านทร.๑๓ของน้อง บอกว่าน้องเป็นคนเลข ๗ บุตรของกาแง่และนางมะเส่โย๊ะ(ตอนนั้นคนทั้งคู่ถือบัตเลข ๖) น้องสมชัยเกิดเมื่อปี ๒๕๔๔ครับ ส่วนนายกาแง่ กับนางมะเส่โย๊ะจะได้รับถิ่นที่อยู่ถาวรเมื่อไรนั้น นางมะชอเอก็ไม่ทราบ ตอนนี้นายกาแง่ก็กลับไปทำงานที่กำแพงเพชน่าจะเอาเอกสารส่วนตัวไปด้วย การเก็บข้อเท็จจจริงและวิเคราะห์สถานะของสมชัยอาจจะต้องถามเพื่อนบ้านคนอื่นๆประกอบอีก หรืออาจต้องรอนายกาแง่ผู้เป็นบิดาด้วย(อาจจะช้า เพราะกว่าจะกลับมาจากกการทำงาานต่างพื้นที่ก็คงนาน) แต่ที่น่าจะแน่นอนกว่าก็คือเคสน้องชวัลรัตน์แบบที่อาจารแหววให้ความเห็น เคสนี้คงผมจะได้ศึกษาจากพี่มิวแน่ รีบกลับมาอุ้มผางด่วนๆๆ
ทำงานแล้วไง รอดตัว ไม่ถูกตี เอามาออกข้อสอบอีกดีไหม
เรื่องนี้ เป็นเรื่องของการพิสูจน์ข้อเท็จจริงใช่ไหม ? อำเภอก็ไม่ได้ปฏิเสธข้อกฎหมาย หรือปฏิเสธด้วย ?
คำว่า "สัญชาติ" ก็สะกดผิดค่ะ แก้ไขด้วยนะคะ