เด็กที่เป็น PWS บางคนก็มีภาวะในเรื่องความบกพร่องในการเรียนรู้เหมือนกัน ไม่มากก็น้อย ฉนั้นเรามาทำความรู้จักกันก่อนว่า LD หรือที่เรียกกันเต็มๆว่า Learning Disabilities หรือบางที่ก็เรียกว่า Learning Disorder นั้นมันเป็นอย่างไรบ้าง แล้วเรามาลองสังเกตุดูลูกหลานที่เป็น PWS ของเราว่าเข้าข่ายหัวข้อใดข้างล่างนี้บ้างหรือไม่ แล้วถ้าใช่จะต้องทำอย่างไรต่อไป (แต่ขอแจ้งไว้ก่อนน่ะครับว่าข้อมูลนี้ผมเอาจากเวปต่างๆที่เค้าทำเอาไว้แล้วมาผนวกกับข้อมูลของผมในการเลี้ยงดูลูกสาวที่เป็น PWS ส่วนในเรื่องการที่จะสรุปว่าเป็นมากน้อยเพียงใดนั้น ขึ้นอยู่กับว่าท่านสังเกตุเห็นเด็กๆของเราว่ามีพฤติกรรมตามนี้หรือไม่ หรือถ้าสงสัยหรือไม่แน่ใจ ขอแนะนำ ให้พาไปพบผู้เชี่ยวชาญด้านพัฒนาการเด็ก ตามโรงพยยาบาลเพื่อทำการตรวจสอบจะดีกว่า) สำหรับลูกผมนั้นผมคิดว่ามีอาการ LD บางหัวข้อครับเช่นบางทีนี้น้องบอลลูนอ่านตัวเลขกลับข้างกันอยุูบ่อยๆเช่นเลข 32 ก็อ่านว่า23 หรือบางทีประโยคบอกเล่าก็กลับข้างกัน เช่นจะบอกคำว่าผิดกฎไหม ก็ออกเสียงเป็นกฎผิดไหมเป็นต้น
ความบกพร่องด้านการเรียนรู้ (Learning disabilities, LD) เป็นความบกพร่องในกระบวนการเรียนรู้ที่แสดงออกมาในรูปของปัญหาการอ่าน การเขียน การสะกดคำ การคำนวณและเหตุผลเชิงคณิตศาสตร์ เกิดจากการทำงานที่ผิดปกติของสมอง ทำให้ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนต่ำกว่าที่ควรจะเป็น โดยพิจารณาจากผลการเรียนเปรียบเทียบกับระดับเชาวน์ปัญญาเด็ก LD น่าจะมีสาเหตุจากสมองทำงานผิดปกติ โดยมีรายงานการวิจัยสนับสนุนดังนี้
1. พยาธิสภาพของสมอง การศึกษาเด็กที่มีบาดแผลทางสมอง เช่น คลอดก่อนกำหนด ตัวเหลืองหลังคลอด แต่มีสติปัญญาปกติ พบว่ามีปัญหาการอ่านร่วมด้วย
2. ความผิดปกติของสมองซีกซ้าย โดยปกติสมองซีกซ้ายจะควบคุมการแสดงออกทางด้านภาษา และสมองซีกซ้ายจะมีขนาดโตกว่าซีกขวา แต่เด็กLD สมองซีกซ้ายและซีกขวาเท่ากัน และมีความผิดปกติอื่นๆ ที่สมองซีกซ้ายด้วย
3. ความผิดปกติของคลื่นสมอง เด็ก LD จะมีคลื่นอัลฟาที่สมองซีกซ้ายมากกว่าเด็กปกติ
4. กรรมพันธุ์ เด็กที่มีปัญหาการอ่าน บางรายมีความผิดปกติของโครโมโซมคู่ที่ 15 ซึ่งเป็นอาการของเด็กที่เป็น พราเดอร์วิลลี่ หรือสมาชิกของครอบครัวเคยเป็น LD โดยที่พ่อแม่มักเล่าว่า เมื่อตอนเด็กๆ ตนเคยมีลักษณะคล้ายๆกัน
5. พัฒนาการล่าช้า เดิมเชื่อว่าเด็ก LD มีผลจากพัฒนาการล่าช้า แต่ปัจจุบันไม่เชื่อเช่นนั้น เพราะเมื่อโตขึ้นเด็กไม่ได้หายจากโรคนี้
ประเภทของปัญหาการเรียนรู้
- ความบกพร่องด้านการพูดการฟัง
เด็กไม่สามารถถ่ายทอดความคิดออกมาเป็นคำพูดที่เหมาะสม เด็กอาจจะพูดได้ช้าหรือใช้คำพูดไม่เป็น หรืออาจจะออกเสียงคำต่างๆ ได้ไม่ถูกต้อง เด็กต้องใช้ความพยายามอย่างมากในการทำความเข้าใจกับคำพูดที่ได้ยิน ซึ่งทำให้คนอื่นคิดว่าเด็กไม่สนใจฟัง เด็กที่มีปัญหาด้านนี้อาจขอให้คนอื่นพูดประโยคเดิมซ้ำอีก จนบางครั้งทำให้คนอื่นรู้สึกหงุดหงิด รำคาญ หรือหัวเราะเยาะ
- ความบกพร่องด้านการเขียนและสะกดคำ
ในการเขียนพยัญชนะ เด็กจะลากเส้นวนๆ ไม่รู้ว่าจะม้วนหัวเข้าหรือออก เรียงลำดับอักษรผิด เช่น สถิติ เป็นสติถิเขียนพยัญชนะหรือตัวเลขสลับกัน ม-น, ภ-ถ, ด-ค, b-d, p-q, 6-9 เขียนพยัญชนะกลับกัน คล้ายมองจากกระจกเงา สะกดคำผิด เป็นต้น
เขียนหนังสือ ลอกโจทย์จากกระดานช้า เพราะกลัวสะกดผิด เขียนไม่ตรงบรรทัด เขียนต่ำหรือเหนือเส้น ขนาดตัวอักษรไม่เท่ากัน ไม่เว้นขอบ ไม่เว้นช่องไฟ จับดินสอหรือจับปากกาแน่นมาก ลบบ่อยๆ เขียนทับคำเดิมหลายครั้ง เขียนหนังสือตัวโต
- ความบกพร่องด้านการอ่าน
เด็กจะมีความยากลำบากในการอ่าน เช่น อ่านคำต่อคำ จะต้องสะกดคำจึงจะอ่านได้ อ่านออกเสียงไม่ชัดเจน ไม่ระมัดระวังในการอ่าน อ่านเพิ่มเติม อ่านผิดประโยค หรือผิดตำแหน่ง อ่านโดยไม่เน้นคำ หรือเน้นข้อความบางตอน จำคำศัพท์ได้จำกัด พยายามอธิบายความหมายของคำที่อ่านไม่ได้ ผันเสียงวรรณยุกต์ไม่ได้ จับใจความสำคัญ หรือเรียงลำดับเหตุการณ์ของเรื่องที่อ่านไม่ได้ ไม่รู้จักเดาคำจากคำหรือประโยคที่อยู่หน้าหรือหลังคำ หรือย่อหน้านั้นๆ
- ความบกพร่องด้านการคำนวณและเหตุผลเชิงคณิตศาสตร์
เด็กไม่เข้าใจค่าของตัวเลข (Concept of number) ได้แก่ หลักหน่วย สิบ ร้อย พัน หมื่น... นับเลขไปข้างหน้าหรือนับเลขย้อนหลังไม่ได้ คำนวณบวก ลบ คูณ หาร ด้วยการนับนิ้ว จำสูตรคูณไม่ได้ เขียนเลขกลับกัน เช่น 13 เป็น 31 ยุ่งยากกับการตีโจทย์ปัญหา หรือการอ่านตัวเลขหลายตัว บางคนอาจใช้วิธีท่องจำและเขียนคำตอบได้ แต่เมื่อให้แก้ไขโจทย์ที่ใช้ในชีวิตประจำวันกลับทำไม่ได้ เช่น ไม่สามารถแลก/ทอนสตางค์ได้ ไม่เข้าใจเรื่องเวลา สอนเรื่องเวลาได้ยาก
- ปัญหาพฤติกรรมและอารมณ์ที่อาจพบร่วมด้วย
เด็กที่มีปัญหาการอ่าน การเขียน การสะกดคำและการคำนวณ มักรู้สึกหงุดหงิดและรู้สึกด้อยที่ตนเองทำไม่ได้ทัดเทียมเพื่อนๆ ดังนั้นเด็กอาจแสดงพฤติกรรมในรูปแบบต่างๆ ดังนี้ หลีกเลี่ยงการอ่าน การเขียน ทำสมุดการบ้านหายบ่อยๆ บางคนอาจต่อต้านแบบดื้อเงียบ ไม่ทำตามที่ครูสั่ง หรือปฏิเสธโดยตรง ทำให้ดูเป็นเด็กเกียจคร้าน ไม่มีสมาธิในการเรียน ทำงานช้า ทำงานไม่เสร็จในชั้นเรียน ทำงานสะเพร่า ความจำไม่ดี เรียนได้หน้าลืมหลัง ออดอ้อนแบบเด็กๆ โดยเฉพาะกรณีที่มีน้องเล็ก กลัวครูดุ กลัวเพื่อนล้อว่า "อ่านหนังสือช้า" กล่าวโทษว่าครูสอนไม่ดี เพื่อนแกล้ง รู้สึกเบื่อหน่ายท้อแท้ รู้สึกว่าตนเอง "ไม่เก่ง" "รู้สึกด้อย" และไม่มั่นใจในตนเอง มักตอบคำถามว่า " ทำไม่ได้" "ไม่รู้" "ไม่ทราบ" ทำตัวเป็นตัวตลกในห้องเรียน เพื่อกลบเกลื่อนอารมณ์ขึ้นๆลงๆหงุดหงิดง่าย ไม่อดทน ก้าวร้าวกับเพื่อนพี่น้องครู หรือพ่อแม่
การช่วยเหลือเด็ก LD
การช่วยเหลือที่สำคัญทีสุดคือ การจัดการศึกษาพิเศษในรูปแบบที่เหมาะสมกับเด็กในแต่ละราย ปัจจุบันประเทศไทยยังมีครูการศึกษาพิเศษไม่เพียงพอกับความต้องการของเด็ก ดังนั้นการช่วยเหลือเด็ก LD จะต้องอาศัยความร่วมมือระหว่างครูการศึกษาพิเศษ ครูประจำชั้น นักจิตวิทยา แพทย์ และผู้ปกครอง
การให้ความช่วยเหลือ
1. ให้ความรู้ เกี่ยวกับโรค LD และข้อจำกัดในเด็ก ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่มีความสำคัญที่สุด เพราะจะทำให้เด็กไดรับความช่วยเหลือทางการศึกษาอย่างเหมาะสมทำให้เด็กสามารถเรียนรู้ต่อไปได้ภายใต้ข้อจำกัดในความสามารถทั้งที่บ้าน และโรงเรียน
2. ปรับระบบการเรียนการสอน เพื่อให้เด็กสามารถเรียนรู้ต่อไปได้ โดยจัดทำแผนการเรียนเฉพาะตัว (Individual Education Program) มีการปรับระบบการเรียนการสอนที่เน้นการฟัง การเห็น การลงมือปฏิบัติ มากกว่าจะเน้นการไดรับความรู้ผ่านการอ่านหนังสือ ใช้เครื่องมือเข่ามาช่วยในการเรียนรู้ เช่น เทป วีดีโอ คอมพิวเตอร์เป็นต้น ทั้งนี้เพื่อให้เด็กได้ติดตามการเรียนในห้องได้ทัน และติดตามผลระยะยาว
3. ค้นหาจุดเด่น พัฒนาความสามารถในด้านต่าง ๆ เช่น กีฬา ดนตรี การทำกิจกรรม การช่วยเหลือตัวเอง ฯลฯ เพื่อเพิ่มความภาคภูมิใจในตัวเด็ก ทั้งที่บ้าน และที่โรงเรียน ใช้เทคนิคให้กำลังในเป็นระยะ
4.เด็ก LD มักพบปัญหาอื่นๆร่วมด้วย ดังนั้นจำเป็น ต้องให้ความช่วยเหลือด้านอื่นควบคู่กันไป เช่น การรักษาด้วยยา การฝึกพูด การฝึกกล้ามเนื้อมือมัดเล็ก เป็นต้น
ที่มาของข้อมูล:
- Learning Disorder >>> http://www.autismthai.com/mcontents/marticle.php?headtitle=mcontents&id=113386
- คู่มือการเลี้ยงลูก ที่เป็น LD >>> http://www.rcpsycht.org/cap/book03_28.php
- โรคLD ความบกพร่องในการเรียนรู้(เด็กเรียนช้า) >>> http://www.thaihealth.net/h/article155.html
- เด็กที่มีปัญหาทางการเรียนรู้ >>> http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B9%87%E0%B8%81%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%A1%E0%B8%B5%E0%B8%9B%E0%B8%B1%E0%B8%8D%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%97%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%99%E0%B8%A3%E0%B8%B9%E0%B9%89