เมื่อวานได้อ่านบทความ เรื่อง  ราชาปราชญ์  ( Philosopher King) ผู้นำที่ทั้งเก่ง ดี และมีความสุข    ซึ่งเขียนโดย  ผศ.ดร.ณกมล   ปุญชเขตต์ทิกุล    จากมหาวิทยาลัยศรีปทุม   ( [email protected] )   ในหนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ   เนื้อหาพูดถึงศาสตร์ของการเป็นผู้นำว่า  ผู้นำที่ดี ต้องเป็นคนดี ซึ่งความหมายคือ เป็นผู้ที่มีความซื่อสัตย์ สุจริต มีความยุติธรรม เห็นแก่ประโยชน์ของส่วนรวมเป็นด้านหลัก   ผู้นำต้องเป็นคนที่มีความรู้ ความสามารถหรือเป็นคนเก่ง แต่ความจริงแล้วภาวะด้านในส่วนลึกของภาวะผู้นำนั้น มีส่วนที่ซับซ้อนในลักษณะการซ้อนกันของภาวะทางกายและจิต ตลอดจนอารมณ์ในหลายมิติด้วยกัน ส่วนต่างๆ เหล่านี้  ล้วนเป็นส่วนสำคัญที่ผู้นำในลักษณะ "ราชาปราชญ์( Philosopher King)  คือ  ผู้นำที่ทั้งเก่ง ดี และมีความสุข" ของกรีกโบราณต้องสั่งสม อบรม และพัฒนาอย่างยวดยิ่งเช่นกัน                

          นอกจากนั้น  ยังกล่าวถึง ศักยภาพที่มนุษย์สามารถพัฒนาไปสู่การเป็นผู้นำที่ดี  ซึ่งมีหลัก 4 ด้านคือ    

          1. IQ   หรือ  Intelligence Quotient     คือ  ปัญญา ความคิด หรือเชาว์ปัญญา ซึ่งเกิดจากการคิดมาก ฟังมากอ่านมาก วิเคราะห์วิจัยมาก และเรียนรู้มาก เป็นปัญญาความรู้ความสามารถทางโลกที่เกิดขึ้นจากการเรียนการสอนของสถาบันการศึกษาทั่วๆ ไปนั่นเอง IQ เป็นศักยภาพที่พัฒนาได้ง่ายและรวดเร็วที่สุด สามารถพัฒนาขึ้นได้ในเวลาจำกัด เพียงแค่อ่าน และฟังมากจนความคิดและความจำเพิ่มขึ้น IQ ก็จะสูงขึ้นด้วย   แต่การพัฒนา IQ ให้สูง อัตตาหรือ EGO ก็จะสูงตามทำให้คุณค่าของความเป็นมนุษย์ต่ำลง

          2. EQ  หรือ  Emotional Quotient  คือ  ความฉลาดทางอารมณ์ เป็นความฉับไวในความรู้สึกนึกคิดที่เกิดขึ้นกับจิต ซึ่งเรียกว่าสติสัมปชัญญะนั่นเอง ถ้าความฉับไวตัวนี้เข้าไปรู้ทันตัวเองว่ากำลังคิดอะไรอยู่ ก็จะเป็นตัวกำหนดพฤติกรรมและวิถีชีวิตของเราได้  เมื่อสติเกิดความฉับไว ความรู้สึกนึกคิดก็จะเกิดทำให้เรารู้ทันตัวเอง ความฉลาดทางอารมณ์ก็จะสูงขึ้นด้วย  ถ้าคนในสังคมไม่มี EQ คนจะมีความทุกข์ใจ   สังคมปัจจุบันเต็มไปด้วยคนเก่งที่ไม่มีความสุข   ที่ร้ายกว่านั้น ยังมีแต่คนเห็นแก่ตัว  เพราะพ่วง  IQ สูงเข้าไปด้วย จึงยิ่งอันตรายมาก สังคมจึงเต็มไปด้วยคนที่มีปัญหาชีวิต และคนที่เป็นโรคประสาท  

EQ จึงเป็นสิ่งที่ต้องเร่งสร้างขึ้นมา

ติดตามตอนต่อไปค่ะ