บ้านพรุใหญ่เป็นหมู่บ้าน ที่ประชากรส่วนใหญ่ประกอบอาชีพทางด้านเกษตรกรรมเป็นหลัก ประชาชนมีอาชีพหลัก คือ การทำสวนยางพารา สวนปาล์มน้ำมัน มีสภาพพื้นดินที่เหมาะสมกับการเพาะปลูก มีการเลี้ยงสัตว์จำพวกโคเนื้อบางส่วน มีสภาพทางเศรษฐกิจที่ดี มีผู้นำที่มีความเสียสละ มีการรวมกลุ่มกันของคนในชุมชน ในการร่วมกันทำกิจกรรมต่างๆ มีการดำเนินชีวิตแบบเศรษฐกิจพอเพียง เห็นได้จากการมีการรวมกลุ่มจัดตั้ง กลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตบ้านพรุใหญ่,การฝากเงินสัจจะของหมู่บ้าน ประชาชนมีความรักใคร่กลมเกลียวกัน อยู่กันแบบเครือญาติ ให้ความสำคัญของระบบอาวุโส รักความสงบ และพึ่งพากันตามวิถีชีวิตของคนชนบท และดำเนินชีวิตแบบเศรษฐกิจพอเพียง มีน้ำใจช่วยเหลือซึ่งกันและกัน มีการช่วยเหลือกันในการมีงานต่างๆ ในชุมชน ทั้งงานบุญประเพณี วันสำคัญต่างๆ และงานมงคลและงานอมงคลของคนในชุมชน และในชุมชนไม่มีคดีการลักทรัพย์/ชิงทรัพย์ ,การทำร้าย ทะเลาะวิวาท,การข่มขืน อนาจาร เป็นหมู่บ้านที่มีการพัฒนาในระดับที่ดี โดยมีจุดเด่นหรือจุดแข็งของชุมชน ดังนี้
๑.ด้านเศรษฐกิจ ประกอบด้วย
-ชาวบ้านพรุใหญ่ มีรายได้เฉลี่ยต่อคน/ปี บาท
-ไม่มีครัวเรือนตกเกณฑ์ จปฐ. เรื่องรายได้ต่ำกว่า 30,000/คน/ปี
**จุดเด่น ด้านกลุ่ม/องค์กร (ทุนด้านเศรษฐกิจสังคม) บ้านพรุใหญ่ คือ กลุ่มองค์กร/ทุน
๑.กลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตบ้านพรุใหญ่
๒.กลุ่มกองทุนหมู่บ้านพรุใหญ่
๓.โครงการแก้ไขปัญหาความยากจน (กองทุน กข.คจ)
๒.ด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ประกอบด้วย
-พื้นดินเหมาะสมในการเพาะปลูก เพราะเป็นดินร่วนในปนทราย เหมาะสมดีในการเพาะปลูก
-น้ำ มีน้ำในการทำการเกษตรเพียงพอ ทั้งแหล่งน้ำตามธรรมชาติในชุมชน และน้ำฝนตามธรรมชาติ ซึ่งฝนตกต้องตามฤดูกาล และเกือบตลอดทั้งปี
**จุดเด่น ด้านทรัพยากรธรรมชาติ เช่น แหล่งน้ำ/ป่าไม้/สถานที่ท่องเที่ยว บ้านพรุใหญ่ คือ แหล่งน้ำ ได้แก่ ที่ใช้ในภาคการเกษตรกรรม
๑.ห้วยชัน
๒.คลองกรูด
๓.หนองจิก
๓.ด้านสังคม ประกอบด้วย
-การรวมกลุ่มเพื่อดำเนินกิจกรรมต่างๆ มีการดำเนินกิจกรรมต่างๆ เป็นจำนวนมาก ในระดับต้นๆของตำบลสะพลี
-และมีการแสดงความคิดเห็นเพื่อประโยชน์ของชุมชน/ท้องถิ่น (จากผลการประมวลข้อมูล จปฐ. ที่ผ่านเกณฑ์) และมีการจัดเวทีประชาคมในการค้นหาปัญหา/แก้ไขปัญหาและจัดทำแผนชุมชน
-เมื่อเปรียบเทียบสถานการณ์ยาเสพติดในชุมชนกับปีที่ผ่านมา สถานการณ์ยาเสพติดมีแนวโน้มลดลง (จากข้อมูล กชช.2ค ปี 2554)
**จุดเด่น ด้านประเพณี/วัฒนธรรม/กฎระเบียบ/ค่านิยมความสัมพันธ์ของชุมชน
๑.การอนุรักษ์งานประจำปี/ประเพณี/วัฒนธรรม เช่น จัดงานสงกรานต์,งานลอยกระทง,งานเข้าพรรษา,งานออกพรรษา งานสำคัญทางพระพุทธศาสนา เป็นต้น
๒.ความสัมพันธ์ของคนในชุมชน ที่เป็นแบบเครือญาติ ให้ความสำคัญกับระบบอาวุโสในชุมชน การช่วยเหลือซึ่งกันและกันของคนในชุมชน
ศักยภาพของบ้านพรุใหญ่
๑.ปัจจัยภายในที่สนับสนุนหรือเป็นจุดแข็งในการพัฒนาของหมู่บ้านพรุใหญ่
๑) ผู้นำ มีผู้นำชุมชนที่มีความเสียสละ เพื่อส่วนรวมเป็นที่ตั้ง มีประสิทธิภาพในการเป็นผู้นำ และใช้กระบวนการมีส่วนร่วมในการพัฒนาหมู่บ้าน และใช้เวทีประชาคมในการแก้ไขปัญหาของหมู่บ้าน เพื่อความเสมอภาคและเท่าเทียมกันในการแสดงความคิดเห็น และสามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างตรงจุด ใช้หลักประชาธิปไตย ยึดหลักเสียงส่วนใหญ่ และเคารพเสียงส่วนน้อย
๒) ประชาชน ให้ความร่วมมือในการพัฒนาหมู่บ้านเป็นอย่างดี มีการเสียสละเวลาในการเข้าร่วมประชุมหมู่บ้าน หรือการจัดเวทีประชาคมของหมู่บ้านทุกครั้ง เพื่อร่วมกันพัฒนาหมู่บ้าน
ครัวเรือนต้นแบบ
ครัวเรือนเศรษฐกิจพอเพียงเข้มแข็งตามวิถีพอเพียง
นายศักดิ์ชัย ช่วยชู อายุ ๔๐ ปี อยู่บ้านเลขที่ ๒๒/๑ หมู่ที่ ๖ ตำบลสะพลี อำเภอปะทิว จังหวัดชุมพร รหัสไปรษณีย์ ๘๖๒๓๐ เบอร์โทรศัพท์ ๐๘-๖๙๔๕-๔๒๖๖ สถานะสมรสกับนางกุลธิดา ช่วยชู มีบุตร (ธิดา ๒ คน) คือ เด็กหญิงโสภิตา ช่วยชู อายุ ๙ ขวบ ,เด็กหญิงฐิติภา ช่วยชู อายุ ๔ ขวบ
๑,๑ แนวคิดครัวเรือนพอเพียง
*สร้างวินัยการใช้จ่ายเงิน และออมเงินส่วนที่เหลือจ่าย ไว้กับกลุ่มการเงินในชุมชน เช่น ฝากเงินกับกลุ่มออมทรัพย์บ้านพรุใหญ่ ,ฝากเงินสัจจะของหมู่บ้าน หรือฝากเงินไว้กับธนาคารใกล้บ้าน เป็นต้น เพื่อเป็นทุนการศึกษาแก่บุตร และการดำเนินชีวิตในอนาคต
*ไม่สร้างหนี้ ลดภาระหนี้สินของตนเอง หรือไม่พยายามก่อหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ เช่น การนำเงินที่กู้ยืมมาไปซื้อของฟุ่มเฟือย อาทิเช่น โทรศัพท์มือถือ รถจักรยานยนต์ เครื่องใช้ไฟฟ้า เป็นต้น ยกเว้นว่าสิ่งเหล่านั้น จะนำไปสู่การสร้างอาชีพ การสร้างรายได้ หรือการลงทุนประกอบอาชีพ
*ไม่ใช้จ่ายฟุ่มเฟือย และรู้เท่าทันกระแสบริโภคนิยม ยึดหลัก (ฉลาดซื้อ+ฉลาดใช้) ซื้อตามความจำเป็น ซื้อของต้นทุนต่อหน่วยต่ำ ไม่ยึดติดกับของมียี่ห้อหรือเบรน์ดเนม ,ฉลาดใช้ คือ การรักษาข้าวของเครื่องใช้ให้อยู่ในสภาพดี ประหยัดค่าใช้จ่ายต่างๆ
* ไม่ยุ่งเกี่ยวกับอบายมุขต่างๆ เช่น หวยใต้ดิน การเล่นไก่ชน,ปลากัด ,การพนันต่างๆ ไม่สูบบุหรี่ ไม่ดื่มสุรา เหลือเพียงการสังสรรค์ในโอกาสพิเศษเป็นครั้งคราว
การจัดการความรู้ ๑ เรื่อง
บันทึกภูมิปัญญา (การทำปุ๋ยหมักแห้งและปุ๋ยน้ำหมักชีวภาพ)
ปุ๋ยหมักแห้ง หมายถึง ปุ๋ยอินทรีย์ชนิดหนึ่งในสภาพของแข็งที่ได้หรือจากวัสดุอินทรีย์ และผ่านการย่อยสลายเสร็จสมบูรณ์ นำไปใส่ให้พืชเพื่อเพิ่มแร่ธาตุอาหารที่จำเป็น ส่วนมากในการทำปุ๋ยหมักแห้ง มักใช้ใบหญ้า ใบไม้ ฟางข้าว ทะลายปาล์มน้ำมัน เปลือกไม้ ขุยมะพร้าว อะไรก็ได้ที่เป็นวัสดุที่หาได้ง่ายในท้องถิ่น และจำเป็นต้องใช้มูลสัตว์เป็นวัตถุดิบร่วมด้วย เพื่อให้ได้ปุ๋ยที่มีคุณภาพสูง และย่นระยะเวลาการหมักให้สั้นลง
การมีส่วนร่วมในการพัฒนาหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงต้นแบบของพัฒนากร
๑.๑ พลังแห่งแรงบันดาลใจ (ทำไมถึงเลือกหมู่บ้านนี้ถอดบทเรียน)
- วัตถุประสงค์โครงการต้องสอดคล้องกับความสนใจ ความพึงพอใจของประชาชนในชุมชน ตนเองมีความเชื่อว่าหากคนเรามีความพอใจหรือสนใจ ในเรื่องใดเรื่องหนึ่งจะเป็นแรงขับ,ผลักดัน ให้ประสบผลสำเร็จได้ง่าย เรียกว่ามีต้นทุนทางมนุษย์ ซึ่งบ้านพรุใหญ่ชาวบ้านในชุมชนสนใจในการดำเนินชีวิตเศรษฐกิจพอเพียงอยู่ก่อนแล้ว และมีกิจกรรมการขับเคลื่อนอยู่แล้ว และพัฒนากรสามารถเข้าไปเสริมกิจกรรม และเป็นฟันเฟืองตัวเล็กๆ ที่จะทำให้ระบบขับเคลื่อนไปในทิศทางที่วางเป้าหมายไว้
๑.๒ วิธีการ/ขั้นตอนการดำเนินงาน (ไปส่งเสริมสนับสนุนหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงอย่างไร)
- ต้องมีการวางแผน และมีแผนการปฏิบัติงานอย่างเป็นระบบแบบแผน (ตามแผนการขับเคลื่อนกิจกรรม อยู่ในส่วนที่ ๔ หลักฐานเชิงประจักษ์) ว่าในแต่ละเดือนจะดำเนินกิจกรรมอะไรบ้างแบบย่อๆ
- ต้องใช้กระบวนการพัฒนาแกนนำชุมชน เพราะการพัฒนาหมู่บ้านฯ ให้ประสบผลสำเร็จต้องอาศัยความร่วมมือประสานงานในการปฏิบัติร่วมกับองค์กรต่าง ๆ และผู้นำในชุมชน (ทีมงานผู้ส่งเสริมภายในชุมชน) การดำเนินงานพัฒนาชุมชนให้เป็นหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง ขั้นตอนนี้เป็นขั้นตอนที่ลงมือกระทำ การพัฒนาชุมชนในภาคปฏิบัติการ จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่เราในฐานะพัฒนากร จะต้องเปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการรับผิดชอบให้มากที่สุด ส่วนพัฒนากร ต้องทำหน้าที่เป็นผู้ให้การสนับสนุน ยกตัวอย่างเช่น ชาวบ้านสนใจการทำน้ำยาล้างจาน,น้ำยาเอนกประสงค์ ปุ๋ยน้ำหมักชีวภาพ ,การทำบัญชีครัวเรือน พัฒนากรก็จะจัดหาวิทยากร (ทีมงานผู้ส่งเสริมภายนอกชุมชน,ผู้ส่งเสริมกระบวนการ) มาให้ความรู้แก่ชาวบ้าน เป็นต้น และมีภารกิจที่สำคัญอีก ๒ ประการคือ การบริหารโครงการให้ดำเนินไปอย่างมีประสิทธิภาพ และ การควบคุมและติดตามผลการดำเนินงาน หมู่บ้านพัฒนาตามแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียง เมื่อพัฒนาคน สิ่งที่จะทำให้ชุมชนเกิดความเข้มแข็งอย่างยั่งยืน คือ การให้ชุมชนได้เรียนรู้การปฏิบัติตนเอง/ชุมชนตามแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อเป็นภูมิคุ้มกันให้กับตนเอง/ชุมชน สังคมไม่ให้เกิดความอ่อนแอ และกิจกรรมตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงจะต่อยอดเป็นกิจกรรมอื่นๆ ต่อไปในอนาคต
๑.๓ ผลสำเร็จที่เกิดขึ้น
- คนในชุมชนได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกัน (ร่วมคิด ร่วมทำกิจกรรม )ใช้เวทีประชาคมในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างคนในหมู่บ้าน และถ่ายทอดความรู้ของปราชญ์ชาวบ้าน
- คนในชุมชนได้เห็นข้อดี ข้อเด่น โอกาสและข้อจำกัด ของชุมชนในการพัฒนาอย่างมีเป้าหมาย จากกิจกรรม สืบค้นบริบทชุมชน (เริ่มศึกษาร่วมกันระหว่างพัฒนากรและชุมชน ในเดือนพฤษภาคม ๒๕๕๕)
- การค้นหาศักยภาพของครัวเรือนและชุมชน โดยเข้าร่วมฝึกอบรมอาชีพเพื่อเพิ่มศักยภาพ มีการเรียนรู้ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง คนในชุมชนสามารถกำหนดกิจกรรมที่ตอบสนองความต้องการของชุมชนได้ เช่น กิจกรรมทำน้ำยาล้างจาน,น้ำยาอเนกประสงค์,การทำปุ๋ยน้ำหมักชีวภาพ โดยเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้กัน แบ่งปันความรู้
- คนในชุมชนมีช่องทางในการแก้ไขปัญหาของชุมชนได้อย่างเหมาะสมและครอบคลุม มีการวางแผนชีวิต โดยลดรายจ่าย ใช้วัตถุดิบในท้องถิ่นลงบันทึกประจำวันในสมุดบันทึกบัญชีครัวเรือน รู้จักการทำบัญชีครัวเรือนที่ถูกต้อง มีส่วนร่วมในชุมชน และมีเวทีประชาคมหมู่บ้าน แลกเปลี่ยนเรียนรู้ความเป็นอยู่ของคนในชุมชน เพื่อความสามัคคีและผูกพันกัน
- คนในชุมชนคิดเป็น และกล้าที่จะตัดสินใจด้วยตนเองได้ ในการดำเนินชีวิตแบบมีสติมากขึ้น อีกทั้งชุมชนสามารถวางแผนจัดการกับทรัพยากร หรือทุนในชุมในชุมชน ทั้งคน,สังคมที่มีอยู่ได้อย่างเหมาะสมและสอดคล้องกับสภาพชุมชน
- คนในชุมชนได้รับผลประโยชน์จากการดำเนินชีวิตเศรษฐกิจพอเพียง เกิดความร่วมมือของคนชุมชน อันจะก่อให้เกิดทัศนคติที่ดี เอื้ออาทรต่อกัน
- เกิดภูมิคุ้มกันชุมชน มีกิจกรรมสร้างการเรียนรู้ให้คนในหมู่บ้านรู้และเข้าใจสถานการณ์/ความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น และอาจส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิตของคนในชุมชน และมีกิจกรรมเพื่อป้องกันหรือบรรเทาผลกระทบเหล่านั้น เช่น รายจ่าย เพิ่มขึ้น ก็ทำบัญชีครัวเรือน,ราคาปุ๋ยสูงขึ้น ก็หันมาใช้ปุ๋ยหมักชีวภาพ,ปุ๋ยน้ำหมักชีวภาพ ทดแทนการใช้ปุ๋ยเคมี
๒. วิธีการปฏิบัติที่ประสบความสำเร็จในการดำเนินการพัฒนาหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงต้นแบบ
๒.๑ เครื่องมือที่ใช้ในการจัดเก็บ/เทคนิควิธีการใช้เทคนิควิทยากรกระบวนการในการขับเคลื่อนหมู่บ้านตามแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียง ในกระบวนการขับเคลื่อนหมู่บ้านตามแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียง นอกจากความรู้ ความเข้าใจที่คนทำต้องชัดเจนแล้ว บทบาทของการเป็นวิทยากรก็มีความสำคัญเป็นอย่างยิ่งในการกุมหัวใจ ว่าทิศทางของการพัฒนาหมู่บ้านนั้นจะประสบความสำเร็จหรือไม่
๒.๒ ผู้เอื้ออำนวยกระบวนการเรียนรู้
บทบาทพัฒนากรในวิทยากรกระบวนการ การพัฒนาที่ยึดกลุ่มเป้าหมายเป็นคน เป็นศูนย์กลางการพัฒนา เป็นกระบวนการเรียนรู้ที่มีผลมาจากอิทธิพลความคิดที่ตระหนักในความแตกต่างของบุคคล ในด้านศักยภาพความรู้ ทักษะ ประสบการณ์ ทัศคติ ที่มีอยู่ของบุคคลเป็นสำคัญ การให้ความรู้ที่มีเนื้อหาเดียวกัน กับคนทุกคนจึงอาจไม่ได้รับความสนใจ ไม่ตรงความต้องการ ไม่สมประโยชน์ การพัฒนาที่น่าสนใจและเหมาะกับบุคคล (กลุ่มคน) จึงต้องยึดตัวบุคคลที่เข้าร่วมในกระบวนการเรียนรู้ โดยให้ความสำคัญกับประสบการณ์ ความรู้ ศักยภาพของแต่ละคนเป็นหลัก เน้นใช้กระบวนการให้คิด ผู้เรียนเป็นศูนย์กลางของการค้นหาและสร้างความรู้ วิทยากรกระบวนการจะเป็นผู้ช่วยเหลืออำนวยกิจกรรมให้เกิดการเรียนรู้ ที่เรียกว่า “ผู้เอื้ออำนวยกระบวนการเรียนรู้ ”
๒.๓ ภาคีการพัฒนา
กิจกรรมที่หมู่บ้านได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานภาครัฐและองค์การส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น (อบต.สะพลี) และเอกชน
-การอบรมการจัดทำบัญชีครัวเรือน,การยกระดับแผนชุมชน จากสำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอปะทิว,ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธกส.สาขาปะทิว)
-การอบรมทำปุ๋ยชีวภาพ การให้ความรู้เรื่องการปรับปรุงดิน จากสำนักงานเกษตรอำเภอปะทิว
-การทำน้ำยาล้างจาน,การทำน้ำยาซักผ้า จากสำนักงานเกษตรอำเภอปะทิวธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธกส.สาขาปะทิว)
-การฉีดวัคซีน,การให้ความรู้เรื่องไข้หวัดนก,การทำหมันสัตว์ จากสำนักงานปศุสัตว์อำเภอปะทิว
-การให้ความรู้เรื่องอาชีพเสริม เช่น การเลี้ยงปลาดุกในบ่อพลาสติก และอาชีพเสริมอื่นๆ จากศูนย์การศึกษานอกโรงเรียน (กศน.)
-การจัดกิจกรรมวันเด็กแห่งชาติ สนับสนุนการละเล่น และแจกของขวัญ จากองค์การบริหารส่วนตำบลสะพลี และสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด (สจ.)
-การส่งเสริมการปลูกผักสวนครัวรั้วกินได้ การดำเนินชีวิตแบบเศรษฐกิจพอเพียง จากสำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอปะทิว,สำนักงานเกษตรอำเภอปะทิว