ถ้าทำแบบนี้ที่หุบเขาทั่วประเทศ เราจะได้ฝายน้ำล้นรูปสามเหลี่ยมบริเวณเชิงเขานับหมื่นแห่ง ซึ่งจะกักเก็บน้ำไว้ เพื่อบรรเทาอาการน้ำแล้งและน้ำท่วมได้โดยอัตโนมัติ ในราคาลงทุนที่ถูกมาก

ประเทศไทยเรานี้แปลก  มีน้ำท่วมกับฝนแล้ง สลับกันไปมานานหลายร้อยปี  ซึ่งต่างก็สร้างทุกข์ให้ประชาชนจำนวนมากเสมอมา  อันหนึ่งน้ำมากไป ส่วนอีกอันหนึ่งน้ำน้อยไป  

 

 

ข้าราชการทั้งหลายต่างไม่เร่งทำงานให้มาก คิดให้มาก ทำให้มาก   เพราะมัวแต่ไปประจบสอพลอนักการเมืองเพื่อหาลาภยศทั้งหลายตามประเพณีสืบมา  โดยเฉพาะในช่วงทุนนิยมครองใจดังในช่วง ๕๐ ปีที่ผ่านมานี้

 

สำหรับข้าพเจ้า ประชาชนเดินดินกินก๋วยเตี๋ยวธรรมดา   ได้คิดค้นวิธีการต่างๆในการป้องกันน้ำท่วม น้ำแล้งไว้มากหลาย   เช่น ได้เสนอให้สร้าง บาราย  ( “กำแพงน้ำ” )     แทนการขุดหนอง คลอง บึง    เนื่องเพราะว่าราคามันถูกกว่ากัน ๑๐ เท่า    อีกทั้งเวลาดำเนินการก็เร็วกว่า ๑๐ เท่าด้วย    

 

บารายคือเทคโนโลยีขอมโบราณ  ซึ่งข้าฯได้เสนอหลักฐานไว้มากหลายในบทความก่อนๆแล้วด้วยว่า  ขอม ก็คือ สยามนี่แหละ (ไม่ใช่เขมร หรอกสิบอกไห่)   การสร้างบารายที่ดี ในคห. ขพจ.  ก็คือการขุดลอกหนองคลองบึงนั่นแหละ แต่ขุดเฉพาะริมๆขอบ..แล้วเอาดินที่ขุดมาโปะพอกเป็นกำแพงดินที่สูงๆ เป็นวงรอบล้อมหนองเอาไว้

 

 ในสมัยโบราณมีการทดน้ำเข้าบารายตามลักษณะลาดชันของภูมิประเทศตามธรรมชาติ    แต่ในสมัยนี้ข้าฯขอแนะว่า  ให้ใช้ปั๊มไฟฟ้าสูบน้ำเข้าบารายในยามค่ำคืนที่ดึกๆ  เพราะในยามนี้เรามีพลังงานเหลือใช้ ..แทนที่จะเอาไปทิ้งเฉยๆ ก็เอามาสูบน้ำเข้าบารายให้เป็นประโยชน์เสียมิดีกว่าหรือ   

 

ถ้าเราสร้างบารายที่ดีๆ ทั่วประเทศ  (ไม่ใช่สร้างเปรอะไปหมดตามการชี้นำของนักการเมือง)     และมีการจัดการน้ำในบารายที่ดี   จะช่วยป้องกันน้ำท่วม น้ำแล้งได้    ไม่เชื่อมาถามข้าฯได้ ยินดีปรึกษาให้ฟรีๆ ไม่คิดเงินสักสิบล้านหรอก   

 

 

วันนี้ข้าพเจ้าได้คิดอีกอย่างที่เห็นว่าน่าเป็นประโยชน์   คือ    การสร้างกำแพงไล่น้ำลงบารายสามเหลี่ยมในแถบเชิงเขา  (ที่ไม่มีหนองน้ำธรรมชาติให้ขุดลอก) 

 

อันว่าบริเวณเชิงเขานั้นมันมีลักษณะพิเศษคือ  มันมีความลาดชันสูง  และมีพื้นที่รับน้ำที่รับน้ำที่ต้นน้ำมาก   (พื้นที่ภูเขาทั้งหมด)   โดยเฉพาะในแวดล้อมที่ป่าต้นน้ำถูกทำลายลงมาก น้ำที่ต้นน้ำจะไหลลงสู่ลำคลองต้นน้ำมากกว่าในธรรมชาติปกติ ซึ่งก่อให้เกิดน้ำท่วมที่ปลายน้ำได้ในที่สุด

 

ดังนั้นถ้าเราสร้างกำแพงเตี้ยๆ ริมเขาทั้งสองด้าน  (ด้านซ้ายและด้านขวา)  แล้วทำให้กำแพงลู่เข้ามาหากันแบบลู่เข้าหาหัวลูกศรสามเหลี่ยม   โดยในขณะที่ลู่เข้ามานั้นขอบกำแพงก็สูงขึ้นเรื่อยๆ   เพื่อรักษาระดับความสูงในแนวดิ่งไว้ให้คงเดิม 

 

ถ้าทำแบบนี้ที่หุบเขาทั่วประเทศ เราจะได้ฝายน้ำล้นรูปสามเหลี่ยมบริเวณเชิงเขานับหมื่นแห่ง ซึ่งจะกักเก็บน้ำไว้  เพื่อบรรเทาอาการน้ำแล้งและน้ำท่วมได้โดยอัตโนมัติ   ในราคาลงทุนที่ถูกมาก    และรับรองว่าจะไม่มีการต่อต้านจากพวกนัก “อนุรักษ์”  เพราะมันไม่เสียพื้นที่ป่าแต่อย่างใด แต่กลับได้พื้นที่ป่าที่ถูกบุกรุกคืนมาอีกต่างหาก

 

กำแพงบารายทั้งสองด้านอาจยาว 1-10 กม.   เพื่อนำน้ำเข้าสู่หัวบาราย ที่อาจสูงได้ถึง 20 เมตร (เพราะพื้นที่ลาดชัน)  ซึ่งความสูงขนาดนี้สามารถผลิตกระแสไฟฟ้าได้มากทีเดียว 

 

แทนที่จะทำเป็นสามเหลี่ยมใหญ่ๆ ลูกเดียว อาจทำเป็นสามเหลี่ยมเล็กๆ หลายลูก ที่เชื่อมต่อกันเป็นสายโซ่ก็ได้    ซึ่งราคาอาจถูกกว่า  ซึ่งเรื่องนี้คำนวณทางวิศวกรรมศาสตร์ได้ไม่ยากเลย  

 

นี่คือการจัดการน้ำที่ต้นน้ำ ที่จะได้ประโยชน์หลายต่อมาก ...น้ำแล้ง น้ำท่วม การเกษตร ประมง ท่องเที่ยว

 

 

นอกจากต้นน้ำแล้ว    ก็ยังมีกลางน้ำซึ่งสำคัญที่สุด (ดังที่ข้าฯได้เขียนไว้แล้ว ว่าสำคัญกว่าต้นน้ำเสียอีก)   ถ้าเราจัดการกลางน้ำให้ดี  ปลายน้ำมันนิดเดียว  ประมาณเพียง 20% ของปัญหา  (ส่วนต้นน้ำเพียง 10% ของปัญหา)    เชื่อว่าปัญหาน้ำท่วม น้ำแล้งจะหมดไป   แม้ฝนจะตกหนัก 10 วัน 10 คืน ที่ปลายน้ำก็ตาม

 

 

แต่วันนี้คนไทยเราหลงประเด็นกันมาก ไปให้ความสำคัญต้นน้ำกันเหลือเกิน (เช่น ปลูกป่าริมเขา) 

 

 

...คนถางทาง (๑๐ กันยายน ๒๕๕๕)