Good day Toronto 6


ความท้าทายของTrish คือการรักษาสมดุลของภาระงานแต่ละด้าน


หนึ่งในวัตถุประสงค์ของการดูงานคือการเรียนรู้เกี่ยวกับระบบการดูแลผู้ป่วยแบบประคับประคอง ได้มีโอกาสเยี่ยมชมการทำงานและพูดคุยกับพยาบาลที่รับผิดชอบงานการดูแลแบบประคับประคองทุกโรงพยาบาลที่ Marg จัดให้ มี 2 โรงพยาบาลที่ไปแบบจิ้มจุ่ม คือ St. Michael's hospital และ Princess Margaret Hospital

ดอกไม้ในกระจก ...ถ่ายระหว่างเดินพลัดหลงทาง

St. Michael’s hospital

มี palliative care unit ขนาด ๑๐ เตียง มีห้องพิเศษ ญาติสามารถให้การดูแลและเฝ้าได้ จะมีผู้ประสานงานการดูแลแบบประคับประคอง ๑  คน ทำหน้าที่ทบทวนข้อมูลผู้ป่วยที่จะย้ายเข้า PCU ว่าผู้ป่วยเข้าข่ายของการรับผู้ป่วยหรือไม่ โดยที่ PCU รับคนไข้ที่มีระยะเวลาของการมีชีวิตอยู่ประมาณ ๓ เดือนและไม่รับผู้ป่วยที่ต้องการการรักษาที่ซับซ้อนหรือต้องให้ได้รับสารน้ำ ยา หรือเลือดทางหลอดเลือดดำ  โดยร้อยละ ๖๐ จะเป็นผู้ป่วยมะเร็ง ซึ่งหากผู้ป่วยอาการดีขึ้นก็จะย้ายผู้ป่วยไปที่ฮอสพิสหรือให้กลับบ้าน มีพยาบาล ๒ คน/เวร มี NP palliative care ๑ คน อยู่ที่หน่วยและให้คำปรึกษาทั่วโรงพยาบาล และมีแพทย์ประจำบ้านที่เชี่ยวชาญในด้าน palliative care ให้คำปรึกษา ๒๔ ชั่วโมง หากผู้ป่วยเสียชีวิต ทีมงานจะส่งแบบประเมินความพึงพอใจให้ครอบครัวช่วยตอบเพื่อพัฒนาระบบการดูแล สำหรับการดูแลด้าน bereavement care ไม่มีคลินิกโดยเฉพาะ แต่จะเป็นการติดตามโทรเยี่ยม ที่ St. Michael’s hospital  ทุกอาทิตย์จะมีการประชุมทีมpalliative care ในการทบทวนการดูแลผู้ป่วยทุกคน ซึ่ง PCU จะทำงานกันเป็นเครือข่ายและใช้มาตรฐานการดูแลการดูแลแบบประคับประคองร่วมกัน ใช้ฐานข้อมูลบางอย่างร่วมกัน

Princess Margaret hospital

โรงพยาบาล Princess Margaret เป็นโรงพยาบาลที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบางส่วนและการสนับสนุนจากเอกชนบางส่วน โดย ผู้ป่วยที่เข้ารับการดูแลที่หน่วย palliative care unit ที่นี่มีเงื่อนไขคือเป็นผู้ป่วย short stay ซึ่งส่วนใหญ่เป็นช่วง transition และผู้ป่วยมะเร็งระยะสุดท้ายทุกคนก่อนเข้าพักจะต้องมีกำหนดสถานที่ที่ให้การดูแลแบประคับประคองอื่นอีก ๓ แห่งเพื่อเตรียมย้ายออกเมื่อโรงพยาบาลมีความต้องการเตียงเพิ่มขึ้นและผู้ป่วยต้องมีเซนต์ DNR เป้าหมายของการรับไว้คือการควบคุมหรือจัดการอาการ โดยเฉลี่ยผู้ป่วยจะพักรักษาตัวประมาณ ๒๔ วันก่อนส่งต่อไปยังหน่วยงานด้านการดูแลแบบประคับประคองอื่นที่เลือกไว้ตั้งแต่แรก

หอผู้ป่วยมี ๑๑ ห้อง เป็นห้องเดี่ยว ๑๐ ห้องและห้องคู่ ๑ ห้อง ภายในห้องพยายามตกแต่งให้เหมือนบ้าน ญาติสามารถพักได้ทุกเมื่อที่ต้องการ  มีquite room สำหรับการผ่อนคลายและการสะท้อนคิด มีห้องนั่งเล่นสำหรับญาติที่มีที่อุ่นอาหาร ตู้เย็น computer – internet และมุมหนังสือ รวมทั้งข้อมูลเกี่ยวกับการจัดงานศพ และ ข้อคิดดีๆ ให้ญาติได้อ่าน ด้านหนึ่งของหอผู้ป่วยเปิดสู่ระเบียงที่สามารถเป็นที่อาบแดดสำหรับผู้ป่วยและญาติ โดยประตูที่เปิดสู่ระเบียงจะกว้างมากสามารถเข็นเตียงออกไปได้

หน่วยนี้มีพยาบาล ๒๔ คน โดยแบ่งเป็น ๒ เวร เช้า ๓ ดึก ๔ คนให้การดูแลแบบ total care มีแพทย์ประจำบ้านอยู่ประจำ และมีพยาบาล CNS คอยให้คำปรึกษาแก่พยาบาลอีกชั้นหนึ่ง เนื่องจากพยาบาลที่ให้การดูแลระดับปฏิบัติการยังไม่มีประสบการณ์หรือความรู้เกี่ยวกับการดูแลแบบประคับประคองมาก่อน ซึ่งการศึกษาในระดับปริญญาตรีเน้นเรื่องการฟื้นหายมากกว่า พยาบาลกลุ่มนี้จะได้รับการปฐมนิเทศเหมือนพยาบาลหอผู้ป่วยอื่น ๑ วันและมีการอบรมเรื่องการดูแลแบบประคับประคองเพิ่มเติมอีก ๒ วัน รวมทั้งการให้ความรู้เป็นระยะๆ แบบกลุ่มและแบบตัวต่อตัวจาก CNS นอกจากนี้พยาบาลปฏิบัติการจะต้องไปปฏิบัติงานที่หอผู้ป่วยมะเร็งอย่างน้อย ๑ วันในสัปดาห์เพื่อให้ได้เจอผู้ป่วยในทุกวิถีความเจ็บป่วย

บทบาทของ CNS palliative care จะให้คำปรึกษากับพยาบาลเกี่ยวกับการดูแลผู้ป่วย การเป็นผู้ประสานงานระหว่างทีมแทนพยาบาล การให้คำปรึกษาและให้ความรู้เกี่ยวกับการดูแล โดยสังเกตจากการดูแลที่มีปัญหาและนำ evidence มาทบทวนให้พยาบาลทราบ ทำวิจัยและเป็นผู้นำในเรื่องการดูแล ความท้าทายของTrish คือการรักษาสมดุลของภาระงานแต่ละด้าน เพราะ Trish ก็ชอบที่จะดูแลผู้ป่วยด้วยเช่นกัน

การประเมินผลลัพธ์ของการดูแล โดยดูจาก ESAS  (Edmonton Symptom Assessment Scale) ซึ่งจะประเมินทุกอาทิตย์(วันอาทิตย์) การประเมินความพึงพอใจ และการทบทวน chart

คำสำคัญ (Tags): #palliative care#พยาบาล
หมายเลขบันทึก: 501513เขียนเมื่อ 7 กันยายน 2012 15:00 น. ()แก้ไขเมื่อ 7 กันยายน 2012 15:06 น. ()สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ


ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

ไม่อนุญาตให้แสดงความเห็น
พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี