โรงเรียนชาวนาระดับมัธยม (๑๐)_๑
ตอนนี้ว่าด้วยกิจกรรม “เพื่อนเยี่ยมเพื่อน” คือชาวนาจากต่างโรงเรียนไปเยี่ยมกัน ดัดแปลงมาจากเทคนิค “เพื่อนช่วยเพื่อน” (Peer Assist) ทำให้ได้เห็นสภาพของบ้าน ความเป็นอยู่ และท้องนา ได้ไต่ถามแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และแบ่งปันสิ่งของ หรือ “ความรู้” ที่เจ้าบ้านคิดขึ้น เป็นกิจกรรมที่นักเรียนชาวนานิยมมาก
ตอนที่ 9 เยี่ยมบ้าน เที่ยวนา ชมสวน
ในช่วงระหว่างของการเรียนรู้ในโรงเรียนชาวนา มีอยู่หลายช่วงที่ได้มีโอกาสไปเยี่ยมเยือนเพื่อนนักเรียนชาวนาถึงบ้าน จึงได้ไปเรียนรู้วิถีชีวิตและวิถีเกษตรของนักเรียนชาวนา ด้วยเพราะนักเรียนชาวนามีกระบวนทัศน์ที่แตกต่างจากชาวนาทั่วไป เมื่อเข้าไปในบ้านนักเรียนชาวนา ได้เห็นกองปุ๋ยหมักชีวภาพอยู่เป็นกองๆ เห็นโอ่งหมักฮอร์โมนชีวภาพอยู่หลายใบ บางบ้านก็เห็นกระถางทดลองปลูกข้าว นี่เป็นฝีมือของคุณกิจนักปฏิบัติตัวจริง เพราะกิจกรรมการเรียนรู้อยู่ในวิถีชีวิต เป็นจุดเริ่มต้นเล็กที่จะนำไปสู่วิถีชีวิตอันมีสุขภาวะ
กิจกรรมการเยี่ยมบ้าน เที่ยวนา ชมสวน นั้น นับว่าได้ประโยชน์อยู่หลายสถาน ประการแรก เพื่อเปิดบ้านเป็นแหล่งการเรียนรู้และเป็นเวทีในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เพราะนอกเหนือจากสถานที่ที่เลือกใช้จัดกิจกรรมของโรงเรียนชาวนาแล้ว บ้าน สวน และไร่นา ล้วนแล้วแต่สามารถใช้เป็นแหล่งการเรียนรู้ได้ทั้งนั้น คุณกิจทั้งหลายจะเสนอหรือโหวตว่าในแต่ละครั้งจะไปเยี่ยมบ้านใคร ใครได้มีโอกาสเป็นเจ้าภาพ คุณกิจก็จะกลายเป็นคุณอำนวยไปด้วยในตัว กลายเป็นครูคนเก่งที่จะต้องถ่ายทอดการเรียนรู้ให้แก่คุณกิจที่เป็นเพื่อนนักเรียนและคุณอำนวยที่เป็นเจ้าหน้าที่ภาคสนาม ทำให้เราๆท่านๆได้ร่วมกันเรียนรู้เทคนิควิธีการ เรียนรู้ปัญหาและหาทางออก สิ่งใดที่ดีมีประโยชน์เพื่อนๆก็จะขอนำไปประยุกต์ใช้บ้าง และสิ่งใดที่เพื่อนอยากเข้าไปร่วมแก้ไขปัญหาก็จะให้การช่วยเหลือกันไป เพื่อนเยี่ยมเพื่อนและเพื่อนช่วยเพื่อน เป็นสุขภาวะทางใจและทางสังคม
ประโยชน์อีกประการหนึ่ง กิจกรรมนี้ถือเป็นการเชื่อมความสัมพันธ์ความสามัคคีในหมู่นักเรียนชาวนา เพราะว่าบางคนมาจากคนละหมู่บ้านกันก็ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน ก็ได้มารู้จักกันในคราวที่ได้มาเป็นนักเรียนชาวนานี่แหละ และคุณอำนวยอย่างเจ้าหน้าที่ภาคสนามยังได้ถือเอาโอกาสนี้ไปเยี่ยมบ้านเยี่ยมครอบครัวของนักเรียนชาวนาไปด้วย การที่ได้ไปพูดคุยกับสมาชิกในครอบครัวด้วยความห่วงใยก็เป็นการแสดงออกเพื่อสร้างความคิดความเข้าใจในการเรียนรู้ให้ทุกคนได้เรียนรู้ร่วมกัน
ระหว่างเดือนกุมภาพันธ์ (2548) ได้มีโอกาสไปเยี่ยมบ้านคุณชุ่ม นักเรียนชาวนาโรงเรียนชาวนาวัดดาว (อำเภอบางปลาม้า จังหวัดสุพรรณบุรี) ที่ใต้ถุนบ้านของคุณชุ่ม เราๆท่านๆจะได้เห็นกองผ้าจำนวนมาก เพราะที่บ้านหลังนี้…แม่บ้านเย็บผ้าเป็นอาชีพเสริม พอเดินอ้อมไปหลังบ้านก็พบถังพลาสติกใบใหญ่นับสิบใบ นั่นเป็นถังหมักกุ้งเพื่อทำเป็นน้ำหมัก
|
|
ภาพที่ 60 นักเรียนชาวนานั่งรถโรงเรียนไปเยี่ยมบ้านเพื่อนๆ |
ภาพที่ 61 นั่งพูดคุยแลกเปลี่ยนเรียนรู้อย่างเวทีชาวนา |
<table border="0">
ภาพที่ 62 คุณชุ่มเปิดถังหมักให้เพื่อนนักเรียนชาวนา
ได้ชมผลงานการทำน้ำหมักกุ้ง
ภาพที่ 63 การหมักกุ้ง
</table><p> คุณกิจอย่างนักเรียนชาวนาเป็นผู้ที่เยี่ยมเยือนได้ใช้เวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้…ซักถามรายละเอียดจากเจ้าของผลงานอย่างคุณชุ่ม จึงทำให้ทราบว่าฮอร์โมนกุ้งนี้มีส่วนผสมที่หาได้ในท้องถิ่นและมีขั้นตอนการหมักที่ไม่ยุ่งยากเลย เพียงแต่หากุ้งฝอยมาประมาณ 200 กิโลกรัม มาล้างให้สะอาดแล้วนำไปโม่ให้ละเอียด นำมาหมักผสมคลุกเคล้ากับน้ำมะพร้าว 20 ลิตร กากน้ำตาล 25 กิโลกรัม และจุลินทรีย์ 1 ลิตร คุณชุ่มได้หมักกุ้งไว้นานเกือบ 2 เดือน ก็สามารถเอาน้ำหมักกุ้งไปใช้กับพืชได้แล้ว ส่วนผสมมีอยู่แถวๆบ้าน จึงทำให้นักเรียนชาวนาหลายคนเป็นคุณกิจที่รักการเรียนรู้ต่างก็จดบันทึกรายละเอียด หลายคนก็ขอดูผลงาน…เมื่อเปิดฝาถังดู กลิ่นหอมคล้ายๆกลิ่นน้ำปลาก็ลอยเข้าจมูก
ชมการทำน้ำหมักแล้วก็หันมาชมนาข้าวกันต่อ ที่นาจำนวน 25 ไร่ เจ้าของนาได้ปลูกข้าวพันธุ์สุพรรณ 1 ซึ่งหว่านเมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน 2547 คุณชุ่มได้ยกผืนนาทั้งหมดเป็นแปลงทดลองการปลูกข้าวปลอดสารเคมี ซึ่งคุณชุ่มอยู่ในระหว่างการลดละสารเคมี ความพยายามลดการใช้ปุ๋ยสูตร 16-20-0 ซึ่งมีราคาตันละ 9,200 บาท ต้นทุนนี้กำลังจะลดลงโดยหันมาใช้ปุ๋ยหมักชีวภาพแทน
ต้นข้าวตอนที่ไปเยี่ยมชมดูกำลังมีอายุได้ 109 วัน ต้นข้าวออกรวงเหลืองอร่ามกลางท้องทุ่ง และได้เก็บเกี่ยวไปเมื่อสิ้นเดือนกุมภาพันธ์ ขณะที่ต้นข้าวมีอายุได้ 116 วัน </p><table border="0">
</table>
<p> บ้านหลังที่ 2 ที่เราๆท่านๆสามารถไปเยี่ยมได้เสมอๆ คือ บ้านของคุณบุญมา ตัวบ้านนั้นตั้งอยู่ที่บ้านโพธิ์ตะควน ตำบลวัดดาว อำเภอบางปลาม้า จังหวัดสุพรรณบุรี ชาวบ้านในหมู่บ้านนี้ส่วนใหญ่จะเป็นชาวลาวพวน
เมื่อเข้าไปถึงตัวบ้านแล้ว ก็อดที่เดินชมรอบๆบ้านหลังนี้ไม่ได้ เพราะเห็นมีเครื่องไม้เครื่องมือเก่าอยู่หลายชิ้นหลายอัน ซึ่งคุณบุญมาได้เก็บสะสมเอาไว้ บางชิ้นก็ยังสามารถใช้ประโยชน์ได้อยู่ แต่มีอีกหลายชิ้นในปัจจุบันไม่ได้ใช้แล้ว เพราะมีเครื่องมือสมัยใหม่ที่มีความสามารถสูงกว่ามาแทนที่ หลังจากที่พักกินน้ำกินท่ากันแล้ว ก็จะไปดูที่นาข้าวกันต่อ
คุณบุญมาเป็นนักเรียนชาวนาที่ขยันคนหนึ่ง คุณบุญมาตัดสินใจเลือกการทำเกษตรปลอดสารพิษ โดยในขณะนี้กำลังอยู่ช่วงของการลดละการใช้สารเคมี ซึ่งก่อนหน้าที่เจ้าตัวบอกว่าได้ใช้สารเคมีอย่างหนัก แปลงที่ไปเยี่ยมชมเป็นผืนนาจำนวน 5 ไร่ ปลูกข้าวพันธุ์หอมปทุม หว่านเมื่อเดือนธันวาคม 2547 ได้หว่านข้าวจำนวน 3 ถังต่อไร่ มีการใส่ปุ๋ยจำนวน 2 ครั้ง ครั้งแรกเมื่อข้าวอายุได้ 20 วัน และครั้งต่อมาเมื่อข้าวมีอายุได้เดือนกว่า วันที่ไปเยี่ยมชมนั้น ข้าวมีอายุได้ประมาณ 70 วัน ไปดูอะไรบ้างในแปลงนา เราๆท่านๆได้ดูต้นข้าวที่เจริญเติบโตอยู่ในหลักของการลดการใช้สารเคมีในนาข้าวโดยใส่ปุ๋ยชีวภาพผสมปุ๋ยสูตร 16-0-0 โดยใช้ปุ๋ยชีวภาพ 600 กิโลกรัม ผสมกับปุ๋ยสูตร 150 กิโลกรัม ต้นทุนของปุ๋ยทั้งสองชนิด ปุ๋ยชีวภาพได้จากกองทุนปุ๋ยหมักชีวภาพของกลุ่มนักเรียนชาวนาที่คุณบุญมาเป็นสมาชิกอยู่ ซึ่งซื้อในราคาสมาชิก ตันละ 500 บาท ส่วนปุ๋ยสูตรซื้อหามาจากตลาดร้านค้ามีราคาถุงละ 490 บาท (ถุงละ 50 กิโลกรัม) </p><table border="0">
</table><p> </p><table border="0">
</table><p> </p>