ผมเดินทางมาถึงหมอชิต...กรุงเทพฯ..เวลาประมาณตีห้ากว่าๆ
งัวเงียมึนงงเล็กน้อย...วางเป๋...แล้วก็ยืดเส้นยืดสาย...
เข้าห้องน้ำ...และแปรงฟัน...แล้วมานั่งจิบกาแฟที่ศูนย์อาหาร
มองดูรถ...ผู้คนที่เดินทางไปมา....กรุงเทพฯ...เคลื่อนไหว 24 ชั่วโมงจริงๆ…
ผมนั่งแท็กซี่...มาถึงกระทรวงสาธารณสุข...เห็นเสาธงใหญ่...ป้ายกระทรวง
เดินดูต้นไม้...ลมพัดเบาๆ...และเดินมานั่งที่ศาลาน้อยมุมหนึ่ง...
นั่งอ่านหนังสือที่ติดตัวมาด้วย...เวลาเกือบ 1 โมงเช้าแล้ว
ผมแอบย่องขึ้นไป “สมาคมหมออนามัย” จะขโมยไปอาบน้ำและเปลี่ยนเสื้อผ้า
แต่เห็น “ลุงป้อม” กำลังรดน้ำต้นไม้...ตื่นเช้าจัง...และดุผมว่า...มากรุงเทพฯ ทั้งที่ทำไมไม่บอก
ผมบอกว่า “ลืม” ...แต่ในใจไม่อยากกวนลุงป้อม
นั่งคุยเรื่องธรรมะเป็นประเด็นหลัก...และลุงก็ไล่ไปอาบน้ำ...จะพาลงไปกินข้าวเช้า
ห้องน้ำสมาคมไม่มีผักบัว...ผมจึงได้อาบน้ำที่พุออกมาจากผนัง...เย็นสบายจัง....
ลงมาโรงอาหารกระทรวง..มาเจอพี่ส้มซ่าส์...ทำงานอยู่ สช.
เป็นพี่หมออนามัยอีกท่านหนึ่งที่มีฝีมือ...และเป็นที่รักของน้องๆ...
กินข้าวเสร็จ...ก็แยกย้ายกันกับลุงป้อม...พี่ซ่าส์จะพาผมไปตึกที่ผมจะไปนำเสนองาน
เพราะอยู่ตึกนี้เหมือนกัน..แต่คนละชั้น
ระหว่างเดินทางเจอผู้คนมากมาย...พี่ซ่าส์บอกว่า ทุกวันศุกร์ จะมีตลาดนัดของกระทรวงฯ
มีขนม อาหาร ต้นไม้ เสื้อผ้า และอื่นๆ มากมายให้คนในและนอกกระทรวงฯ มาจับจ่ายซื้อสินค้า
สองโมงเช้าเล็กน้อย....พวกเรามาถึงตึกสุขภาพแล้ว......
ประกอบด้วยสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.) สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.)
สถาบันรับรองคุณภาพสถานพยาบาล (องค์การมหาชน) (สรพ.) และสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.)
พี่ซ่าส์บอกว่า...ไปห้องทำงานพี่ไหม? ผมไม่อยากรบกวน…
เพราะอีกนาน...ผมนำเสนองานภาคบ่าย..
พี่เลยพามา “ห้องสมุด 100 ปี เสม พริ้งพวงแก้ว” ชั้นแรกเลย...
ห้องสมุด 100 ปี เสม พริ้งพวงแก้ว เปิดให้บริการอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2554
จัดตั้งขึ้นภายใต้ชื่อของ ศ.นพ.เสม พริ้งพวงแก้ว ปูชนียบุคคลที่สำคัญของวงการสุขภาพไทย
ทั้งยังเป็นต้นแบบของความดีงาม ที่ท่านได้แสดงจุดยืนอันมั่นคงในการทำงานเพื่อส่วนรวมมาตลอด
ครอบครัวพริ้งพวงแก้ว ...อนุญาตให้ใช้ชื่อคุณพ่อเสม
และชื่อนี้จะเป็นเครื่องตอกย้ำว่า สังคมไทยไม่ปลอดสิ้นคนดีที่ยึดมั่นทำสิ่งดีๆ ให้สังคม ...
ห้องสมุดสะอาด...ทันสมัย..มีหนังสือมากมายหลายอย่าง...
มีห้องมัลลิมีเดีย...ไม่มีคอมพิวเตอร์มาอย่างผม...ก็มีบริการให้ค้นคว้าได้....มีอินเตอร์เน๊ต...
บรรยากาศเป็นกันเอง...มีน้ำดื่มให้ดื่ม
โต๊ะเล็ก ๆ...กระถางต้นไม้เล็กบนโต๊ะ...สร้างพลังการเรียนรู้ที่ไม่สิ้นสุด...จริงๆ
เจ้าหน้าที่เป็นกันเองมากมาย...ค่อยบริการอาคันตุกระผู้มีเยือนใหม่...
(บ้านนอก) เช่นผม...ผมขอขอบคุณ ณ บันทึกนี้ด้วยครับ
ห้องสมุดเปิดบริการให้สำหรับบุคคลภายนอกและบุคคลภายในกระทรวงฯ
ผมขอเชิญชวนด้วยครับ....
และสิ่งหนึ่งที่ชอบ คือ...มีผู้ใจดี (คนดังในกระทรวง) มอบหนังสือให้ห้องสมุด
และแนะนำหนังสือเล่มนั้นด้วย...สุดยอดจัง
ผมขอเก็บเกี่ยวประสบการณ์ห้องสมุด...
เพราะชีวิตของผมวัยเด็ก...ยากจนมาก...หนังสือเรียนยังต้องขอครู
และเติบโต และมีจินตนาการได้ เพราะห้องสมุดโรงเรียน และห้องสมุดประชาชน
ผมและภรรยาดูหนังญี่ปุ่น...ซึ่งส่วนหนึ่งชอบที่บ้านเขามีเปียโน
และบ้านหลายหลัง...เขาเปิดเป็นห้องสมุดให้คนทั่วไปมาอ่านหนังสือในบ้านเขาได้
เป็นหนึ่งความฝันในอนาคตของผมครับ....
P'Ple ถูมิใจ พ่อทินดาบมากค่ะ แต่ที่สำคัญที่สุด คือต้องขอบคุณ "ครอบครัว" ทุกๆๆ คนที่บ้าน ญาติสนิทๆ ทุกคน คุณครู และสำคัญที่สุดคือ ตัวของ "อดิเรก" ที่ใฝ่รู้ ใฝ่เรียน ขยันกมั่นเพียร "เป็นไปตามหลักคำสอนในพระพุทธศาสดา ....."อิทธิบาท 4 และมี สุ...จิ...ปุ....ลิ ====> เยี่ยมจริงๆนะคะ
ขอบคุณมาก กับบทความดีดี มีคุณภาพนี้ค่ะ