ขณะนี้จนถึงปลายปี  2555 นี้ ผมมีส่วนร่วมกับการขับเคลื่อนการพัฒนาทักษะในศตวรรษที่ 21 ให้เกิดขึ้นกับนักเรียนในเขตพื้นที่จังหวัดมหาสารคาม...... ผมเขียนบันทึกนี้เพื่อเตือนสติตัวเองว่า อย่างหลงยึดว่าสิ่งที่่เห็นอยู่นั้นเป็นทฤษฎีที่ถูกต้อง.....

จากการสังเกตของคุณอ้อ (มสส.) พบว่า สามารถแบ่งลักษณะการวิวัฒนาการของการเรียนการสอนในประเทศไทยออกเป็น 4 แบบ ได้แก่

  • การสอนแบบบอกความรู้ เน้นเนื้อหา โดยการท่องจำ
  • การพัฒนานวัตกรรมต่างเพื่อช่วยใหได้ความรู้ เข้าใจ และจดเนื้อหาได้ดีขึ้น ง่ายขึ้น
  • การสอนแบบ PBL เพื่อให้ได้เนื้อหา
  • การสอนแบบ PBL เพื่อให้ได้ทั้งเนื้อหาและทักษะ

คุณอาเพ็ญศรี (เชียงยืนพิทยาคม) เตือนสติผมหลังจากอ่านข้อสังเคราะห์ของคุณอ้อว่า

  • ยังมีการเข้าใจผิดว่า เฉพาะโครงงานวิทยาศาสตร์เท่านั้
    นที่จะพัฒนาเด็กได้

ทำให้ผมเกิดแรงบันดาลใจที่จะเขียนข้อวิพากษ์ต่อไปนี้ไว้ เตือนสติตนเองอีกที....

ปัจจุบัน ผลงานวิจัยส่วนใหญ่ให้ความสำคัญกับการวิจัยเชิงปริมาณ แม้แต่ด้านการศึกษา ที่เกี่ยวข้องกับปัจเจกตัวตนซึ่งของแต่ละคนนั้นแตกต่างกัน หากใครเป็นครูเพื่อศิษย์จะเข้าใจว่าการพินิจเด็กเป็นรายบุคคลนั้นสำคัญเพียงใด นักวิจัยยังให้ความสำคัญกับการสำรวจสอบถามทางสถิติของแล้วนำไปกำหนดนโยบายกันยกใหญ่ 

ในด้านการศึกษา นักศึกษาที่เรียนเกี่ยวข้องกับการวิจัยทุกคน จะต้องเรียน "ระเบียบวิธีวิจัย" ซึ่ง ผู้ที่จบแล้วจะต้องทำวิจัย 5 บท ซึ่งใครๆ ก็คงรู้ดีว่ามีอะไรบ้าง ขั้นตอนสำคัญคือ เมื่อกำหนดปัญหาวิจัยแล้ว จะต้องทำเครื่องมือวิจัยที่เป็นรูปธรรม และผู้วิจัยจะต้องสืบค้น รีวิวการศึกษาต่างๆ ให้มากที่สุด โดยมากจะสืบค้นงานจากต่างประเทศ แล้วค่อยดำเนินการขั้นต่อๆ ไป

หากเป็นไปตามขั้นตอนของระเบียบวิธีวิจัยทุกขั้นตอนอย่าง "มีเหตุผล และ สมเหตุสมผล" ก็ไม่มีปัญหาอันใด แต่ผมสังเกตว่า ผู้วิจัยมักจะตั้งสมมติฐานหลายเรื่องที่ไม่สมเหตุสมผล โดยเฉพาะกับคน ชน และบริบทของตนเอง ส่วนหนึ่ง ทึกทักเอาว่า งานที่สำเร็จในต่างประเทศ น่าจะดีกับคนไทยเช่นกัน ..... ความจริง เรื่องการศึกษาไม่ใช่เรื่องง่ายและแยกส่วนขนาดนั้น

ผมอยากชี้ให้เห็นกระบวนการวิจัยอีกแบบที่ต่างๆ ไป ที่ไม่มีกรอบ วิธี กรอบ หรือขั้นตอนตายตัว เพียงแต่เน้นหลักดังต่อไปนี้

  1. เหตุและผล สมเหตุ สมผล
  2. ไม่เน้นกรอบ เน้นวิธี แต่มีเป้าหมายชัดเจน
  3. เน้นเก็บข้อมูลเชิงประจักษ์.... ในด้านการศึกษา ส่วนใหญ่เป็นข้อมูลเชิงคุณภาพ 
  4. เน้นความเป็นองค์รวม คือความร่วมมือ ไม่ใช่มองจากมุมของนักวิจัย แต่ทำวิจัยในมุมมองแบบองค์รวม
  5. แยกความจริงสมมติออกจากความจริงปรมัตถ์

ด้วยข้อเสนอเหล่านี้ ผมจึงขอเสนอต่อเรื่องปฐมเหตุของบันทึกนี้ดังนี้

  1. ไม่สำคัญว่าจะเป็น PBL หรือไม่ หรือเป็น PBL ชนิดใด แต่ตัองชัดเจนว่า การออกแบบการเรียนการสอนนั้น มีเป้าหมายจะให้นักเรียนเกิดทักษะอะไรบ้าง ทักษะเหล่านั้นเกิดหรือไม่ ถ้าเกิดหรือไม่เกิดทำอย่างไร
  2. ไม่ตายตัว ไร้รูปแบบตายตัว เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ครูเป็นนักออกแบบเพื่อนักเรียน......   สังเกตที่ความสุข สนุก หรือแรงบันดาลใจของผู้เรียน
  3. อย่าไปยึดแม้กระทั่งกับคำว่า อาเซียน หรือ ทักษะในศตวรรษที่ 21 แต่เน้นการศึกษาชีวิตจริงของตน สอนให้คนรู้จักตนเอง ....สุดท้ายจะเห็นองค์รวม
  4. ครูต้องเป็น "ผู้สังเกต" เป็น "เครื่องมือวัด" เป็น "เครื่องมือวิจัย" ครูต้อง สามารถมองอย่าง "กระบวนกร" ที่สามารถเห็น "กระบวนทัศน์" ผ่านการสังเกต "กระบวนการ" เรียนรู้ของนักเรียน
  5. ผู้ที่สามารถแยกความจริงสมมติออกจากความจริงปรมัตถ์ได้ ต้องศึกษาหลักคำสอนของพระพุทธเจ้า.....เริ่มต้นที่การปฏิบัติตนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงของในหลวง

5 กันยายน 2555

ฤทธิไกร