การเวียนว่ายตายเกิดในสังสารวัฏถือว่าเป็นเรื่องใหญ่ เป็นเรื่องที่ทุกท่านทุกคน จะต้องแก้ไขตัวเอง มันเป็นสิ่งที่จำเป็น เป็นสิ่งที่จะต้องแก้ไข...

เราทำตามใจตัวเอง ทำตามอารมณ์ตัวเอง คิดว่ามันจะดี คิดว่ามันจะดับทุกข์ ที่แท้จริงแล้วมันเป็นการสร้างปัญหาให้กับตัวเอง เปรียบเสมือนแมลงเม่าที่มันบินออกหากินตอนกลางคืน มันเจอแสงไฟใหญ่มันหนีไปไม่ไหนไม่ได้ เพราะแสงไฟมันแรง
ความอยากความต้องการก็เหมือน ๆ กัน ความอยากของเรามันแรง มันเห็นผิดเป็นถูก เห็นถูกเป็นผิด มันเลยเปรียบเสมือนแมงเม่าบินเข้ากองไฟ คนเรานี้นะ ไม่มีใครเก่งไปได้ ถ้าไปทำตามความอยากทำตามความต้องการของตัวเอง
พระพุทธเจ้าท่านเป็นผู้เห็นภัยในวัฏฏะสงสาร ท่านหยุดตัวเอง ท่านตัดใจตัวเอง จากความอยากความต้องการ ชื่อว่าความอยากความต้องการมันมีทุกข์ ถ้ามีความอยากแล้ว ก็ต้องมีความไม่อยาก เพราะมันเป็นความปรุงแต่งทั้งนั้น
พระพุทธเจ้าท่านรู้แจ้งเรื่องใจเรื่องอารมณ์ พาเราถือธรรมเป็นใหญ่ ไม่ทำตาม ความอยากความไม่อยาก
กิเลสของเราความอยากความต้องการของเรา เราจำเป็นต้องหยุดต้องละต้องเลิก เพราะเป็นสิ่งที่สำคัญในชีวิตของเรา ถึงแม้เราจะไม่อยากเลิกอยากหยุดอยากละ เราก็ต้องตัดอกตัดใจ “หยุด ละ เลิก...”

ต้องใจแข็งนะ... ใจหนักใจแน่น ชื่อว่าการทำตามใจตัวเองนั้นไม่ดี ต้องเอาศีลเป็นที่ตั้ง ผู้ที่เข้าถึงกระแสพระนิพพานถึงเอารัตนตรัยเป็นที่พึ่งเป็นสรณะ เอาพระพุทธเจ้าเป็นตัวอย่าง เอาพระธรรมที่พระพุทธเจ้าทรงตรัสสั่งสอนเป็นข้อวัตรปฏิบัติ เราจะมาลูบคลำลังเลสงสัยไม่ได้ เพราะถ้าลังเลก็เสียโอกาสเสียเวลา
คนเราต้องพัฒนาตนเองจริงไม่ใช่ครึ่ง ๆ กลาง ๆ ลูบ ๆ คลำ ๆ เขาเรียก “สีลัพพตปรามาส” คือลูบคลำศีลข้อวัตรปฏิบัติ
เราจะเอาตามความอยากไม่ได้ มันมีแต่ความหลงที่ทำให้เราเวียนว่ายตายเกิด
ทุกท่านทุกคน พระพุทธเจ้าท่านให้เราพากันตั้งใจประพฤติปฏิบัติ ไม่ว่าเราจะเป็นโยม ไม่ว่าเราจะเป็นพระ เราก็ปฏิบัติที่หัวจิตหัวใจเหมือนกัน เพราะความเป็นพระที่แท้จริง อยู่ที่เราไม่ทำตามตนเอง ไม่ตามกิเลสตนเอง รูปลักษณ์ภายนอกเป็นแค่เครื่องแบบเครื่องหมาย ถ้าเรามีแค่รูปแบบเครื่องแบบ รูปลักษณ์มันช่วยเหลือเราไม่ได้
ทุกท่านต้องพัฒนาตนเอง หันเข้ามาหาเรื่องจิตเรื่องใจ ว่าเรามีศีลดีหรือยัง ศีลด่างพร้อย ศีลเศร้าหมองมั๊ย ข้อวัตรของเรามันอ่อนแอมั๊ย มันตามใจตามอารมณ์มั๊ย ครูบาอาจารย์ตั้งเวลาทำกิจไว้มันทำตามใจตามอารมณ์มั๊ย
ทุกท่านอย่าคิดว่าทำตามใจตามอารมณ์มันดับทุกข์ได้...
“มันดับทุกข์ไม่ได้..!” แถมยังทำปัญหา นำความทุกข์ความเศร้าหมองมาให้ ทำให้จิตใจของเราไม่มีสภาพ ไม่มีกำลัง

เหนื่อยกายไม่เป็นไร ลำบากกายไม่เป็นไร…
พระพุทธเจ้าท่านให้เราทุกคนสู้อดสู้ทนทำความเพียร อันนี้มันเป็นความดี เป็นบารมี ที่ทวนโลกทวนกระแสทวนอารมณ์ เป็นการสร้างศีลสมาธิปัญญา
พระพุทธเจ้าท่านมีเมตตาตรัสบอกเราว่า อย่าได้พากันเห็นกงจักรเป็นดอกบัว อย่าพากันประมาทเพลิดเพลินกับความสุขทางเนื้อหนังกันไปเป็นวัน ๆ ดูหนังฟังเพลง อยู่กับลูกกับหลานไปเป็นวัน ๆ ชีวิตของเราแก่เฒ่าไปทุกวัน ปัญหาต่าง ๆ มันไม่ใช่ใครสร้าง ให้เรา เรามันสร้างเอง หลงเอง แล้วก็ทำตามความหลง ที่เราไปโทษโน่นโทษนี่ มันเป็นความเห็นผิด ความคิดผิด เป็นการกระทำผิด
ปัญหาต่าง ๆ มันอยู่ที่คำพูดการกระทำของเรา ถ้าเราไม่เกิดมาปัญหาก็ไม่มี ถ้าเราไม่มีตัวไม่มีตนสิ่งภายนอกก็ไม่มีปัญหา เพราะตัวเรามีทุกอย่างมันเลยมี…

พระพุทธเจ้าท่านให้เราพิจารณาตัวเองให้เป็นธาตุทั้ง ๔ ธาตุตามธรรมชาติเท่านั้น ตัวเราก็เป็นธาตุ สิ่งภายนอกก็เป็นธาตุ ให้ทำใจอย่างนี้ไว้ น้อมเข้ามาหาตัวเองก็เป็นธาตุ มองสิ่งภายนอกก็เป็นธาตุ เมื่อเรามีตามันก็มีรูปมันก็เป็นคู่กันเลย มีหูก็มีเสียง เป็นเหตุ เป็นปัจจัยสัมพันธ์กันเฉย ๆ
ให้ใจของเราหนักแน่นเข้มแข็ง ให้กลับมาหาตนเอง หายใจเข้าหายใจออกให้สบาย เป็นตัวของตัวเอง
พระพุทธเจ้าท่านให้เราฝึกอย่างนี้นะ เงินทองลาภยศสรรเสริญ ทุกคนก็ไม่ได้เอาไปนะ มันเป็นของชั่วครู่ชั่วคราว อย่าพากันไปหลงมาก
คนรวยเวลาละสังขารก็ไปตกนรกเป็นส่วนใหญ่ คนจนก็ทุกข์ทั้งกายทุกข์ทั้งใจ ตายไปก็ไปตกนรกเป็นส่วนใหญ่เพราะแก้ปัญหาไม่ถูกต้อง คิดว่าตัวเองแก้ปัญหากลับพากันสร้างปัญหา

การเกิดมันเป็นทุกข์นะ เราต้องมีภาระเรื่องการทำมาหากิน เรื่องธาตุเรื่องขันธ์ เรื่องญาติพี่น้องวงศ์ตระกูล มันเป็นทุกข์จริง ๆ เรามีความสุขนิด ๆ หน่อย ๆ อย่าพากันหลง “เอาความสุขนิด ๆ หน่อย ๆ มาสร้างความดีมาสร้างบารมี” เด็กมันก็หลงอย่างเด็ก มันเป็นเด็กก็คิดได้แต่เรื่องกินเรื่องเล่นเรื่องเที่ยวเท่านั้น ผู้ใหญ่ก็หลงอย่างผู้ใหญ่...
พระพุทธเจ้าท่านให้เราเห็นภัยในวัฏฏะสงสาร...
ทุกท่านทุกคนไม่มีใครเก่งไปกว่าพระพุทธเจ้า อย่าไปเชื่อตัวเอง หลงความคิด การกระทำของตัวเอง ถ้าเรามีความอยากมันแก้ไขไม่ได้ดับทุกข์ไม่ได้ ต้องมาปฏิบัติทางจิตทางใจทางความคิดความเห็นทางการกระทำของเรา ให้ถือว่าเป็นโอกาสเป็นเวลาของเรา “เรามีลมหายใจเราก็มีบุญบารมีที่จะได้ทำคุณงามความดี...”
พระพุทธเจ้าท่านให้เราตรวจตราตัวเองนะ ว่าเราบกพร่องส่วนไหน...?
อริยมรรคมีองค์ ๘ บกพร่องส่วนไหน ทางความคิด ทางคำพูด ทางการกระทำ ส่วนใหญ่ประกอบไปด้วยการสะสมของกิเลส เป็นไปเพื่ออัตตาตัวตน อยากใหญ่อยากดัง
เราต้องกลับมาดูตัวเอง เมื่อเห็นความบกพร่อง เมื่อมันคิดต้องแก้ไขทางความคิด เกิดจากคำพูดต้องแก้ไขทางคำพูด การกระทำไม่ดีต้องแก้ไขทางการกระทำ จะทำตาม ความเคยชินของเราไม่ได้

ถือว่าทุกคนมาตัดกรรมตัดเวรให้กับตนเอง มาตัดภพตัดชาติ มีความสุขในการ ทำความดี มีความสุขในการเสียสละ ถือว่าของไม่ดีต้องสละมันออกไป
เมื่อเราเดินผิดเราก็ต้องกลับหลังหัน... มันไม่สาย ถือว่าไม่สาย เพราะใจก็อยู่กับเรา คำพูดก็อยู่กับเรา การกระทำก็อยู่กับเรา
เราดูตัวอย่างของพระพุทธเจ้า ดูตัวอย่างของพระอรหันต์ ท่านตัดจริง ๆ ท่านละจริง ๆ ท่านปล่อยจริง ๆ เราจะเชื่อพระพุทธเจ้าองค์เดียว เราอย่าทำไปนิด ๆ หน่อย ๆ มันเหนื่อย มันเมื่อยล้าก็หยุด ทำอย่างนั้นไม่ได้ ศีลกำลังจะเกิด สมาธิกำลังจะเกิดเราไปหยุดมัน...
การปฏิบัติธรรมต้องอดต้องทนต้องทวนกระแส เราดูบารมี ๑๐ ทัศ มีแต่ทวนกระแสทั้งนั้นไม่มีอะไรตามใจ อย่างหยาบ อย่างกลาง อย่างละเอียด ทำอย่างพระพุทธเจ้านั่นแหละถึงจะดับทุกข์ได้...
วันนี้ครูบาอาจารย์ให้มาพูดให้มาบรรยายเพื่อให้กำลังจิตกำลังใจ เพื่อทุกท่านทุกคน จะได้หนักแน่นเข้มแข็ง จะได้ช่วยเหลือตัวเอง การสร้างความดีการสร้างบารมีต้องติดต่อเหมือนลมหายใจ ถ้าหยุดหายใจก็ตายเท่านั้น
พระพุทธเจ้าท่านเมตตาเราสงสารเรา เราก็ต้องเมตตาตนเองรักตนเองสงสารตนเอง...
พระธรรมคำสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
ที่องค์พ่อแม่ครูอาจารย์เมตตาให้นำมาบรรยาย
เช้าวันจันทร์ที่ ๒๓ กรกฎาคม พุทธศักราช ๒๕๕๕
สาธุ สาธุ
สวัสดีปีใหม่ ๒๕๕๖ ค่ะอาจารย์