วันจันทร์ที่ 3 กันยายน พ.ศ. 2555
กราบสวัสดีค่ะครู
เช้านี้ตื่นขึ้นมาตีสี่คิดว่า ยังไม่ได้เขียนบันทึก ศีลข้อสี่ด่างพร้อย กราบพระทำวัตรเช้า ลงไปเดินจงกรมแล้วก็มานั่งเขียนบันทึก หนูออกไปขัดห้องน้ำ แล้วก็เข้ามาเขียนบันทึกต่อ ข้างในเป็นกังวลร้อนรนเจ้าค่ะ สาเหตุเพราะหนูละเลยกิจวัตรเสียสัจจะกับตนเองผิดศีลข้อสี่ แล้วครูก็ส่ง sms มาชี้ใจรู้สึกระแวงอยู่แล้วก็ใช่จริง ๆ เจ้าค่ะ เหมือนมายืนยันข้างใน แล้วครูก็โทรมาบอกว่า “รับข้าวเสร็จให้นวดให้ครู” แต่สุดท้าย
ครูปรับแผนจากเดิมที่จะให้หนูนวดให้เป็นไป ศูนย์อนามัยที่ 7 หนูสงสัยแต่ก็ไม่กล้าถาม ขาไปรู้สึกกลัวจิตไม่โปร่งพอครูห้ามอะไรพอเผลอมันก็ทำ บอกให้ระวังหลุม หนูก็ดันขับรถลงหลุม เป็นสาเหตุให้ครู “เอ็ดตะโล”
รู้อยู่ลึกๆว่า ครูทำแบบนี้ครูเหนื่อย ครูกำลังช่วย ครูชี้ว่า
“จิตมันเป็นเปรต”
แปลกกับตนเองที่มาหลุดตอนที่มีพี่พิสมัยนวดให้ เหมือนเป็นผู้มาโปรดหนูจริง ๆ จากที่จิตใจกังวลก็หายไปด้วยใจยินดีที่พี่ที่ช่วยนวดให้หนูไปนวดให้ครู เป็นอาการพลอยยินดีค่ะ แล้วก็ไปขอนั่งเรียนรู้การนวดซึ่งท่านก็ยินดีสอนโดยใช้ครูที่มีอาการปวดไหล่เป็นแบบ ท่านใจเย็นมาก ๆ ตั้งใจ ครูบอกว่า”เป็นผู้มีเมตตาธรรม”
จากเดิมที่รู้สึกว่า “ตนเองก้าวพลาดที่ตัดสินใจนวด ก็รู้สึกเหมือนธรรมะจัดสรร”
เสร็จจากภารกิจนวด ใจหนูสบายมากเบาครูชี้ว่าคนละเรื่องกับตอนมา
แล้วครูก็พาไปซื้อเสื้อขาว จึงได้ขอโอกาสซื้อถวายครู แต่เรื่องของเรื่องตอนลงไปซื้อ ไม่แน่ใจว่า “แบบไหนดี” แล้วพอตัดสินใจเองก็พลาดอีก มันก็น่าโมโหอยู่เจ้าค่ะ จนได้วนมาเปลี่ยน ขามาครูมีคำถามให้พิจารณาหลายประเด็น
“ทำไมไม่ศรัทธา ทำไมปฏิบัติไม่ก้าวหน้า”
ตอบทั้งกลัว ๆ ก็ไม่ได้เรื่องไม่ลงใจกับตนเองค่ะ
ขากลับมาครูก็ถามอีก แต่หนูก็ยังไม่ได้คำตอบ
ครูพาแวะรับปัจจัยร่วมบุญกับพี่หมออ้อ เรื่องพัดลม ให้โอกาสหนูและคนอื่นๆได้ร่วมด้วย
แล้วก็เดินทางกลับ
จากจิตสบาย ๆ พอเจอฝนและหลุม อาการเก่าหนูกำเริบกลัว หมองมาอีก ไม่มีสติ รู้สึกเบื่อตนเองเหมือนกันเจ้าค่ะอุตส่าห์มีโอกาสขับรถให้ครูและรักษาบุญไว้ไม่เป็น
ครูชี้อีกว่า “เคยสงสัยไหมทำไมจิตเราคิดดีไม่เป็น”
เคยสงสัยแต่ก็ไม่เคยพยายามหาคำตอบ
ครูชี้ “หนูอ่อนเรื่องการพิจารณาใคร่ครวญหาคำตอบกับตนเอง”
ครูชี้อีกด้วยคำถามว่า “วิจัยคืออะไร”
หนูก็ตอบไปเรื่อย ๆ ซึ่งเป็นแค่ติ่ง เช่น การทดลอง การแก้ไขปัญหา
จนครูบอกว่า “พรุ่งนี้จะมาเอาคำตอบ”
แล้วครูก็ให้โอกาสตอบใหม่ “การหาคำตอบ”
พอครูบอกถูกก็ประหลาดใจอีก ข้างในหมอง วันนี้ข้างในหนูเปลี่ยนแปลงไปหลายอย่างมาก แต่ก็รับรู้ว่าได้โอกาสจากครู และเบียดเบียนครูผิดศีลข้อหนึ่งไปด้วยกัน
รู้สึกว่าวันนี้ “พอจะทำทานเป็นบ้างแล้วกับตนเองค่ะ”
แล้วครูก็บอกว่า “ต่อไปเงินเดือนออกก็แบ่งน้องใช้ ตามกำลัง”
พอเข้ามาที่วัดแวะที่ศาลาสี่ เจออาจารย์เอ๋ พี่ทัตและน้องภัส ข้างในหนูล้าหมดแรง พอครูพาไปกราบหลวงปู่ถวายปัจจัยค่ะพัดลม หนูตั้งใจนั่งลงหายใจพุทโธแบบขอพัก ลืมตาขึ้นรู้สึกมีพลังขึ้นมาบ้างเจ้าค่ะ
กราบหลวงปู่เสร็จ รู้สึกอนุโมทนาสาธุ ใจสบายขึ้น พวกหนูเข้ามาสำนักแม่ชี แต่ครูยังทำงานต่อ
เข้ามาก็นั่งแลกเปลี่ยนว่า “หลวงปู่สอนอะไร ครูสอนอะไร”
แล้วก็ไปทำวัตรเย็น กลับมารู้สึกง่วงมากเจ้าค่ะครู จึงแยกย้ายกันภาวนา หนูจุดเทียนเดินจงกรม แล้วค่อยเข้าไปเขียนบันทึก เขียน ๆ ไปทำไมวันนี้ตอนเขียนข้างในดูสับสนง่วง ๆ แต่เป็นอาการดันตาย พยายามเขียนออกมาให้ได้เจ้าค่ะ
อ้อ ครูชี้ว่าบันทึกที่ผ่าน ๆ มา คะแนนที่ให้ตนเองสูงไป ครูให้มีแต่ติดลบกับศูนย์
จึงหันกลับมามองใหม่ วันนี้มีเรื่องดี ๆ ที่ได้เรียนรู้มากมายแต่พอได้เวลามานั่งเขียนเห็นแต่ความเพื้ยน ๆอยู่ข้างในเจ้าค่ะ
เต็ม 10 ให้สักคะแนนพอเป็นกำลังใจ
กราบขอบพระคุณครูเจ้าค่ะ
ปล.อีกเรื่องที่ดีใจ คือ ครูเมตตาซื้อปากกาเขียน iPad ให้เจ้าค่ะ เคยคิดจะหาซื้อหลายครั้งแต่ไม่ได้หาจริงจัง กราบขอบพระคุณเจ้าค่ะ