แดนดำเนินงานสหกรณ์การเกษตร

         

โดยปกติทั่วไปแล้ว ในการขอจดทะเบียนจัดตั้งสหกรณ์ ตามคำแนะของนายทะเบียนสหกรณ์ การกำหนดท้องที่ดำเนินงานของสหกรณ์การเกษตรสหกรณ์จะกำหนดไว้ ในข้อบังคับหรือไม่ก็ได้ แต่ทั้งนี้สหกรณ์ต้องกำหนดภูมิลำเนา หรือถิ่นที่อยู่ซึ่งเป็นคุณสมบัติหนึ่งของผู้ที่จะเป็นสมาชิกสหกรณ์ ไว้ในข้อบังคับตามบทบัญญัติมาตราที่ 43(7) แห่งพระราชบัญญัติสหกรณ์ พ.ศ.2542  ซึ่งจะกำหนดให้สหกรณ์ขั้นปฐมหรือสหกรณ์ท้องถิ่น เป็นสหกรณ์ที่มีแดนดำเนินงานคลุมได้เพียงเขตหนึ่งอำเภอ ที่สหกรณ์การเกษตรนั้นตั้งอยู่ และได้มีข้อสังเกตในการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับการถือใช้และแก้ไขข้อบังคับสหกรณ์ไว้ว่า  สหกรณ์ขอจดทะเบียนถือใช้ข้อบังคับใหม่ หรือแก้ไขข้อบังคับเพิ่มเติม สหกรณ์การเกษตรจะมีแดนดำเนินงานครอบคลุมไม่เกินเขตอำเภอที่สหกรณ์ตั้งอยู่  ถ้าหากสหกรณ์มีการขอขยายท้องที่ดำเนินงาน หรือกำหนดท้องที่แดนดำเนินงานหลายอำเภอ หลายจังหวัด สหกรณ์จะต้องชี้แจงเหตุผลความจำเป็นที่ต้องขอขยายท้องที่ดำเนินงาน อีกทั้งจะต้องมีแนวทางปฏิบัติในการรับสมาชิกใหม่ และการให้บริการสมาชิกในส่วนที่ท้องที่แดนดำเนินงานซ้ำซ้อนกับสหกรณ์อื่น โดยยึดหลักไม่ให้เกิดการแข่งขันกันเองระหว่างสหกรณ์ ไม่ว่าจะเป็นโดยเจตนาหรือไม่เจตนา เช่น การให้สินเชื่อที่มีดอกเบี้ยต่างกัน  การขายสินค้าประเภทและชนิดเดียวกันในราคาที่แตกต่างกัน หรือแม้แต่จูงใจให้เข้าเป็นสมาชิก โดยใช้กลยุทธ์ด้านการให้สวัสดิการที่ดีกว่าเป็นต้น เหตุผลก็เพื่อไม่ให้เกิดการแข่งขันกันเองระหว่างสหกรณ์ด้วยกัน  จะเป็นการขัดกับกฎหมายสหกรณ์และไม่สอดคล้องกับเจตนารมณ์ของหลักการสหกรณ์สากล  หลักการที่ 6 ว่าด้วยความร่วมมือกันระหว่างสหกรณ์ ที่ส่งเสริมให้สหกรณ์ร่วมมือกัน   เพื่อสร้างความสามัคคีระหว่างสหกรณ์ด้วยกัน ที่จะนำไปสู่ประโยชน์ทางธุรกิจที่จะเกิดกับสมาชิก การที่สหกรณ์มาแข่งกันทำธุรกิจมีการแย่งชิงผู้ที่จะเข้าเป็นสมาชิก แย่งส่วนแบ่งการตลาดระหว่างสหกรณ์กันเองก็จะทำให้เสียเอกลักษณ์ของความเป็นสหกรณ์

กรณีที่     การตั้งสหกรณ์ที่มีแดนดำเนินงานครอบคลุมพื้นที่หลายอำเภอ หรือจังหวัด จะทำได้กับสหกรณ์ขั้นมัธยมหรือชุมนุมสหกรณ์ เป็นสหกรณ์ ซึ่งจัดตั้งโดยสหกรณ์ขั้นปฐม อย่างน้อย  3  สหกรณ์ มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริม สนับสนุน กิจการของสหกรณ์ที่เป็นสมาชิกในด้าน   ต่างๆ   เช่น การเงิน การขาย การซื้อ และการแปรรูป เป็นต้น จะมีแดนดำเนินงานครอบคลุมทั้งจังหวัด หรือครอบคลุมทั่วประเทศ ควรจะปรับปรุง กฎหมายสหกรณ์ให้จัดตั้งสหกรณ์สาขาขึ้นมา  เพื่อรับผิดชอบในการบริหารจัดการ และให้บริการสมาชิกในแต่ละพื้นที่ เช่น สหกรณ์ออมทรัพย์ มีสหกรณ์ออมทรัพย์สาขาในแต่ละอำเภอ   เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ การบริหารจัดการของ สหกรณ์ โดยการกระจายอำนาจจากสหกรณ์หลักให้สหกรณ์สาขาดำเนินการแทน และเพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่สมาชิก ประเด็นหลักที่ควรพิจารณาคือ กรณีมีความจำเป็นจริง ๆ ที่จะขยายแดนดำเนินงานไปทับซ้อนกับแดนดำเนินงานของสหกรณ์อื่น  นั้นจะต้องมีการตกลงระหว่างสหกรณ์ที่มีอยู่ก่อนในแดนดำเนินงาน   กับสหกรณ์ที่มีพื้นที่ทับซ้อนกันโดยไม่มีปัญหา ส่วนใหญ่จะเป็นสหกรณ์คนละประเภท และมีธุรกิจที่แตกต่างกัน 

ส่วนในกรณีที่มีการแบ่งเขตการปกครองเป็นกิ่งอำเภอหรืออำเภอขึ้นใหม่   สหกรณ์การเกษตรเดิมก็ไม่ต้องแก้ไขข้อบังคับ สมาชิกที่เป็นอยู่ก่อนการแบ่งเขตการปกครองก็ยังคงเป็นสมาชิกไปจนกว่าจะพ้นสภาพสมาชิกตามข้อกำหนดของข้อบังคับสหกรณ์การเกษตร  และถ้าพี่น้องประชาชนในเขตพื้นที่การปกครองใหม่มีการจดทะเบียนจัดตั้งสหกรณ์การเกษตรขึ้นมาใหม่   สหกรณ์การเกษตรเดิมที่อยู่นอกเขตการปกครองใหม่ แม้จะมีสมาชิกเดิมตกค้างอยู่ก็ตาม   ตามหลักจรรยาบรรณ ในการดำเนินงานแล้ว สหกรณ์การเกษตรเดิมจะต้องหยุดรับสมาชิกใหม่ นอกเขตพื้นที่แดนดำเนินงานของตนทันที   ส่วนที่บางสหกรณ์ยกเป็นข้ออ้างว่าสมาชิกที่มีอยู่เดิมมีอายุมากและได้เป็นหนี้ต่อสหกรณ์จำนวนมาก เมื่อเสียชีวิตลง จำเป็นต้องรับทายาทเข้ามาเป็นสมาชิกใหม่  เพื่อแก้ไขปัญหาหนี้สินของสมาชิกที่เสียชีวิตนั้น จะกระทำได้ในกรณีผู้ตายและทายาทมีภูมิลำเนาเดียวกันตามกฎหมาย  วิธีปฏิบัติที่ถูกต้อง  เมื่อสมาชิกที่อยู่นอกแดนดำเนินงานเสียชีวิตลง สหกรณ์ควรแนะนำให้ทายาทของสมาชิกผู้เสียชีวิต  มาตกลงในเรื่องภาระหนี้สินและเงินค่าหุ้นของผู้เสียชีวิต  เช่น การรับใช้หนี้แทนในฐานนะทายาทหรือผู้รับมรดก  กรณีผู้ตายมีหนี้สินจำนวนมาก และไม่สามารถหาเงินมาชำระหนี้หมดในคราวเดียวได้ ก็ควรแนะนำให้ไปสมัครเป็นสมาชิกของสหกรณ์ตามที่มีภูมิลำเนาอยู่  เพื่อขอสินเชื่อจากสหกรณ์การเกษตรที่ตนเป็นสมาชิก โดยทั้งสองสหกรณ์จะได้ถ่ายโอนการชำระหนี้สิน หรือแม้แต่ค่าหุ้นตามแต่จะตกลงกัน  จึงจะเป็นการกระทำที่ไม่ขัดต่อกฎหมายสหกรณ์และหลักการสหกรณ์สากล  การที่ทายาทจะอ้างสิทธิ์ของตน   ว่าเป็นสิทธิเสรีภาพของพี่น้องประชาชนที่จะเลือกสมัครเข้าเป็นสมาชิกสหกรณ์ใดก็ได้ที่ให้บริการที่ดีกว่า และราชการผู้ดูแลส่งเสริมสหกรณ์ตามกฎหมาย ไม่มีสิทธิที่จะไปจำกัดสิทธิบุคคลในเรื่องดังกล่าวนั้น   ทั้งนี้เนื่องจากการใช้สิทธิเสรีภาพที่จะเลือกเป็นสมาชิกสหกรณ์ตามกฎหมายนั้น ต้องมีขีดจำกัดอยู่ในขอบเขตและอำนาจของกฎหมาย  หากจะเลือกเป็นสมาชิกของสหกรณ์ใดที่ตนเองมีความประสงค์  ก็จะต้องย้ายภูมิลำเนาไปอยู่ในเขตพื้นที่การปกครองที่เป็นแดนดำเนินงานของสหกรณ์นั้น  ทางราชการก็ไม่มีข้อห้ามแต่ประการใด  และยังให้สิทธิเสรีภาพแก่พี่น้องประชาชน   ที่ประสงค์จะจัดตั้งสหกรณ์อื่นใดขึ้นใหม่ในเขตอำเภอที่มีสหกรณ์การเกษตรระดับอำเภออยู่ก่อนแล้วก็ได้   แต่ทั้งนี้จะต้องเป็นความต้องการของพี่น้องประชาชน และต้องกำหนดพื้นที่แดนดำเนินงานให้ชัดเจน ไม่ว่าจะกำหนดพื้นที่แดนดำเนินงานตาม เขตการปกครอง หรือพื้นที่ทางสังคมและอาชีพ  เช่น สหกรณ์การเกษตรระดับตำบล มีพื้นที่แดนดำเนินงานตามเขตการปกครองครอบคลุมเฉพาะตำบลที่สหกรณ์กำหนด หรือพื้นที่ทางสังคม เช่น สหกรณ์การเกษตรนิคม สหกรณ์ผู้เลี้ยงโคนม เป็นต้น การตั้งสาขาหรือหน่วยบริการธุรกิจของสหกรณ์     สหกรณ์การเกษตร ซึ่งสมาชิกมีอยู่ก่อนการแบ่งเขตการปกครองระดับอำเภอหรือกิ่งอำเภอ ก็สามารถเข้าไปตั้งสาขาหรือหน่วยบริการนอกแดนดำเนินงานของตน  ในแดนดำเนินงานของสหกรณ์การเกษตรอื่น เพื่อให้ความสะดวกในบริการแก่สมาชิกเก่าติดค้างอยู่ได้  แต่ทั้งนี้จะต้องไม่เป็นการขยายแดนดำเนินงาน และรับสมาชิกใหม่นอกแดนดำเนินงานของตน 

แนวทางแก้ไขกรณีมีการแยกเขตการปกครองเป็นอำเภอหรือกิ่งอำเภอใหม่  ถ้าในเขตการปกครองใหม่มีสมาชิกของสหกรณ์การเกษตรอยู่เป็นจำนวนมาก ก็อาจของแยกสหกรณ์ได้ตาม มาตรา   แห่งพระราชบัญญัติสหกรณ์ พ.ศ.2542  หรือให้มีการควบสหกรณ์ในเขตการปกครองใหม่กับเขตการปกครองเดิมเข้าด้วยกันตาม มาตรา   แห่งพระราชบัญญัติสหกรณ์ พ.ศ.2542  ก็สามารถกระทำได้

**********************************