.นักวิชาการ “กรรมมารอ”

 

 

เขาเป็นนักประวัติศาสตร์ ที่ผม (สมัยเด็กๆ) เคยเทิดทูน  แต่วันนี้ อนิจจา  ผมหาสาระอะไรไม่ได้จากคนคนนี้ ที่เทิดทูน “ทุนสามานย์” เสียเหลือเกิน

 

 

ลองอ่านบทความนี้ดู

 

http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1346044936&grpid=01&catid=&subcatid=

 

 

 

อันว่าต้นความคิดของพวกเขา  (อย่าง จิตรฯ  เลนิน  มาร์กซ์)   นั้น ผมเองก็ได้วิจารณ์มาหลาย ว่าจมปลักอยู่กับความคิดเดิมๆ  เช่น  ด่าเจ้าอยู่นั่นแหละ (มีมุกเีดียวจริืงๆ )  ...... แต่ไม่เคยมองเห็นบุญคุณเจ้า ที่มีมากกว่านั้นมหาศาลตามบริบทประวัติศาสตร์  

 

 มันเหมือนเส้นผมบังภูเขาที่ปัญญาของคนพวกนี้ "มองไม่เห็น"   (แต่มือที่มองไม่เห็นนั้น แหม...มันเห็นกันชัดจัง ) 

 

 

ผมเอง ไม่ใช่คน คลั่งเจ้า อาจไม่ถึงกะ รักเจ้า ด้วยซ้ำไป  แต่ผมมองอะไรด้วยใจ “เป็นกลาง” เสมอ  ไม่มองด้วยความรัก ชัง ให้ผิดเพี้ยนไปจากความจริง  

 

ดังนั้นผมมองโดยภาพรวมแล้วสรุปว่า “ในบริบทแห่งสังคมแนวดิ่ง” ของไทยเรานั้น  “เจ้าที่ดีๆ” มีคุณอนันต์ต่อสังคมไทย    เช่น พระเจ้าอู่ทอง   พระนเรศวร พระนารายณ์ พระเจ้าตาก    ร ๕    ...ส่วนเจ้าเลวก็มี แต่พวกนี้ส่งผลต่อสังคมน้อยมาก (ยกเว้น ไปช่วยไอ้พวก นักวิชาการและทุนสามานย์ทำลายล้างชาติด้วยความโง่เขลา)   

 

ส่วนนักวิชาการไทยเรานั้น ผมยอมรับว่า งมเข็มหาคนเก่งดีมานานในมหาสมุทรวิชาการไทย แต่ยังหาเจอน้อยเล่มมาก  โดยเฉพาะไอ้พวก ศ. ดร. ทั้งหลาย  ...ที่ได้รับพระราชทานยศกันมาเสนอหน้าดังเป็นพลุแตกหลายราย

  

 

ลิงก์บทความที่นำมาให้อ่านนี้ เขียนโดยนักวิชาการสามานย์ เพื่อเทิิดทูนทุนสามานย์ที่เขาเคารพ อย่างแยบยล จนคนอ่านนึกไม่ค่อยออก  (ไอ้พวกนักวิชาการสามานย์นี้มันแยบยลเสมอแหละ  เพื่อป้องปกตัวมันเอง เพื่อระบายสีให้เทาๆ ตีความได้หลายแง่ เพื่อมันเอา้ต้ัวรอดไปวันๆ หากินกันไปได้อีกนานๆ  )  

 

 

...คนถางทาง