นั่นเรากำลังมองไม่เห็น อย่างที่ควรจะ “เห็น”

จากบันทึกของคุณ ปริม..... หลายๆบันทึก มีอยู่บันทึกหนึ่งที่ทำให้ต้องมานั่งทบทวน ก็คือ 4'33"  เมื่อเราทำอะไรที่สวนกระแสของทางโลกแล้ว บางคนก็ยากที่จะเข้าใจ.................. มีทั้งคนเห็นด้วย ทั้งไม่เห็นด้วยว่าทำไปทำไมในเมื่ออยู่ “ตามน้ำ” ก็มีความสุข สะดวก สบายอยู่แล้ว.....  บางคนกลับยิ่งไปกว่านั้น กลับต่อต้าน.......เช่น “....ดูซิ ขนาดพระสงฆ์กันเอง ยังมีการเมือง ไม่ลงรอยกัน........อะไรก็ว่าไป...... “ นั่นเรากำลังมองไม่เห็น อย่างที่ควรจะ “เห็น”

ยกตัวอย่างอีกเรื่อง.....

เมื่อผมมาปฏิบัติใหม่ๆ  (จริงๆแล้วก่อนหน้านี้ก็เป็น) เมื่อไรก็ตามตอนช่วงนั่งสมาธิ หรือสวดมนต์ แล้วไปเห็นพระนั่ง “สัปหงก” สายตา......ไม่พอใจ....ดูถูก.........เริ่มมาเลย.......กลายเป็น โทษความไม่สำรวมบ้าง.... ศาสนามันเสื่อมบ้าง..... เหตุผลนี้ละที่ทำให้คนไม่ศรัทราบ้าง   ผิดหวังในพระพุทธศาสนาบ้าง ...................ก็เรา (ผม) ยังไม่เห็น ไม่ได้มาปฏิบัติเลยจะสรุปไปอย่างไร??

.....นั่งสมาธิไป นั่งสมาธิมา.....สายตาหาเรื่อง ก็ไปมองว่า “ชาวบ้าน” เขานั่งกันอย่างไร.....

นั้นไง!!!! เจอแล้ว!!!!!     นั่งสมาธิ “สัปหงก” แบบเห็นกันจะจะเลย!!!!!  ทำกันอย่างนี้ได้ยังไง...ครับพี่น้อง เป็นภาพที่ไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง .....คุณต้องนั่งตัวตรง นิ่งๆ ที่สำคัญที่สุด ต้อง “นั่งท่า ให้สวยที่สุด เทห์ที่สุด” ดูแล้วเจริญ น่าศรัทรา......

เมื่อได้พิจารณาต่อว่ากันไปในใจ.......มองดูให้ดีๆ .......เวร!!!!!  (วันพุธ ถูพื้น) จริงๆ   พี่เราเองนี่หว่า .......55 (ฮา..ห้าไม่ถึงสิบ) ..........

  4'33" 

ผมนั่งตะลึงไปช่วงขณะ อุ๊ยตาย....รับไม่ได้ฮ่ะ!!!

พี่ผมเองนั่งสมาธิคล้ายอาการ “สัปหงก”  (พอเป็นคนที่เรารู้จัก  อ้าวววว...... เริ่มเปลี่ยนคำพูดเลยนะครับ.......< “คล้าย” อาการ “สัปหงก” >   พยายามหาเหตุผลมาอธิบาย ....นี่ละ “คน” เรา ผู้ปกติแต่ไม่ปฏิบัติ  พอรู้จักก็เริ่มเลือกข้าง)  

ความเป็นจริงเรามัวแต่ไปมองจากภายนอก ไปมองหาที่ผิดแล้วตัดสินเขาแต่ภายนอกทั้งนั้น...........

ถ้าพิจารณาดีๆ คือ  พี่ผมเขาปฏิบัติแบบเนสัชชิก มาไม่แน่ใจว่ากี่คืนแล้ว  ซึ่งถ้ามองกลับมาที่ตัวเรา ผมคงก็เป็นเช่นนั้นเมื่อร่างกายเราอ่อนล้าแล้ว..............  หรืออาจมีเหตุผลอื่นๆมาอธิบายก็ได้เช่น บางคนเมื่อเข้าสมาธิจะเกิดอาการที่ร่างกายขยับไปมาแต่เขาคนนั้นยังอยู่ในสมาธิอยู่ก็เป็นไปได้.............พระผู้ปฏิบัติ หรือใครๆก็อาจเป็นได้.........

จากนั้นผมถึงเริ่มเข้าใจ.........สิ่งที่เห็นไม่ใช่สิ่งที่เป็น  

....”เห็น” ด้วย  “ตาเนื้อ” ฤาจะเท่า “เห็น” ด้วย “ตาใจ” ...................

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

 

 

งานนี้จะหาเรื่อง...ได้ “ดอกตบชวา!!!!”   แทน “ดอกไม้”   ซะกระมัง ..................หรือจะว่าไงครับ คุณพยาบาลชลัญธร......