เรื่องของความเชื่อมั่นมันพูดยาก ผมเองเคยมีตัวอย่างล่าสุดมาเล่าให้ฟัง คือผมต้องโอนเงินไปให้น้องสาวที่อยู่ ตวจ. ครั้งแรกก็โอนแต่ปรากฏว่าในขั้นตอนสุดท้าย เครื่องทำงานช้ามาก ผมก็รอสักพัก(ใหญ่) ดูว่าเครื่อง ATM จะทำรายการจนถึงขั้นตอนสุดท้ายหรือเปล่า ก็ปรากฏว่ามันก็ให้ wating อยู่อย่างนั้น ดีนะที่ไม่มีมครมาต่อท้าย ไม่งั้นโดยบ่นแน่ 55++ สุดท้ายผมก็ไม่รอ กดปุ่ม ยกเลิก แล้วก็โอนใหม่อีกครั้ง ก็คิดว่าครั้งแรกการทำรายการไม่สมบูรณ์เงินไม่น่าจะไป และเมื่อทำรายการครั้งี่ 2 ผมก็เปลี่ยนเป็นอีกตู้ คราวนี้ผ่านตลอดไม่ถึง 1 นาทีก็เสร็จ จากนั้นผมก็ห้เอ๊ะใจว่าแล้วครั้งแรกหละ เงินเราโอนไปหรือยัง ก็โทรไปบอกน้องให้เช็คเงินเข้าให้หน่อย ปรากฏว่าเงินเข้าไป 2 รอบ ดีนะครับว่าโอนไม่เยอะ 55+
นี่ขนาดผมเป็นคนที่พอมีความรู้เรื่อง ไอที อิเล็กทรอนิกส์ยังพลาดได้แล้วคนอื่นหละ
มาเข้าประเด็นดีกว่าครับ จ่อหัวไว้เรื่องความเชื่อมั่น คงต้องมีกลยุทธ์และแผนในการดำเนินการ คงต้องแบ่งกลุ่มเป้าหมายและหาวิธีการในการสร้างความเชื่อมั่นกันก่อน ผมไม่ห่วงเรื่องเทคโนโลยี เพราะในขณะนี้มีเทคโนโลยีทางไอทีมากมายที่สามารถนำมาเลือกใช้ได้ตามความต้องการของแต่ละบรษัทหรือหน่วยราชการ แต่ปัญหาคือ เราจะไปบอกเค้าได้อย่างไรว่าระบบที่กำลังใช้งานอยู่ มีกฏระเบียบอะไรรองรับหากเกิดความเสียหาย ทั้งในส่วนของข้อมูล ความเป็นส่วนตัว การเปิดเผยข้อมูล บทลงโทษของผู้นำข้อมูลของผู้อื่นไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต
ควรจะเริ่มจากการสร้างบริการให้กับบุคลากรในหน่วยงานภาครัฐก่อน เพื่อให้เป็นผู้ขับเคลื่อน e-trust ของประเทศต่อไป
เราเป็นห่วงเรื่องอะไรบ้างกับข้อมูลของเรา ความลับ ความเป็นส่วนตัว การได้รับอนุญาตให้นำข้อมูลไปใช้ การเปิดเผยข้อมูลต่อสาธารณะ โดยเฉพาะข้อมูลทางการเงิน
แต่สุดท้ายสิ่งเหล่านี้ยังไงเราก็ต้องนำมาใช้ไม่ช้าหรือเร็ว อาจจะเร็วหน่อยเพราะเราอาจจะโดยบีบจากนานาประเทศที่เค้าใช้กันแล้ว หากเราไม่มีเราก็ไม่สามารถติดต่อ ค้าขายกับประเทศอื่นได้ แต่ก็หวังว่า ระบบที่สร้างมาเพื่อการพัฒนาประเทศ เพื่อการยกระดับคุณภาพชีวิตให้กับผู้ใช้ ไม่ใช่ระบบที่สร้างมาแล้วทำให้เกิดความเดือดร้อน นะครับ
ประสบการณ์ตรง....นี้แหละสำคัญมากนะคะ....เหมืนเรา ... ฝึกว่ายน้ำ...หัดขับรถ... ทำเป็นแล้ว...ต่อไปทำได้ตลอดเลยนะคะ
ขอบคุณมากค่ะ
จะผูกขาดความเชื่อมั่นได้อย่างไร..โดยเฉพาะภาครัฐ...สวัสดีครับ