เรื่องนี้เป็นเหตุการณ์ที่ผ่านมาแล้วนะคะ เป็นช่วงหนึ่งที่ตัวเองรู้สึกเหนื่อย ๆ กับลูก จิตใจ ณ ช่วงนั้น ก็ไม่ค่อยจะปกติ ประมาณช่วงต้นเดือนกันยายน พิมพ์บันทึกนี้ขึ้นมา เป็น การพิมพ์บันทึกเพื่อถามความคิดเห็นจากหลาย ๆ ท่าน ทั้งผู้เชี่ยวชาญ และอีกหลาย ๆ ท่านที่มากประสบการณ์ในการการเลี้ยงลูก ผ่านfacebook เห็นว่าเป็นประสบการณ์ อีก 1 เรื่อง ที่น่าจะเป็นประโยชน์กับหลาย ๆ ครอบครัว เลยคัดลอกมาให้ได้อ่านกัน
ขอความคิดเห็นจากทุกท่านค่ะ (เลี้ยงแบบแนวคิดบวกนะคะ)
วันนี้เกิดเหตุการณ์อีกแล้วเรื่อง การรักษาสัญญาของดีโด้
ดีโด้หลัง ๆ ผิดคำพูดบ่อยมาก ไม่ค่อยรักษาคำพูดเลย บางทีก็โกหกแบบแถๆๆๆๆไปวันนี้ก็อีกแล้วดีโด้เล่นอยู่แล้วเราก็ถามว่า
แม่ "ดีโด้ครับ เล่นอีก 5 หรือ 10 นาที ไปอาบน้ำครับ"
ดีโด้ ขอดูการ์ตูนย์ 10 นาทีครับ (เปลี่ยนจากเล่นไปเป็นดูการ์ตูนย์ซะงั้น)
แม่คิดแล้วว่าก็ไม่เป็นปัญหา ตกลง และเหมือนเดิม
แม่ จะให้แม่บอก หรือให้พี่นาฬิกาบอกครับ (เพราะหลัง ๆ เริ่มเกลียดนาฬิกา อารมณ์ว่าสั่งเราจริง ๆ ทะเลาะกับนาฬิกาบ่อย ๆ 555)
ดีโด้ นาฬิกา (พูดเพราะบ้างไม่เพราะบ้างตามอารมณ์)
แม่ก็จัดการตั้งเวลาและเดินไปอาบน้ำก่อน และบอกไว้ว่า
แม่ ดีโด้ครับ ครบ 10 นาที เดินตามแม่มาอาบน้ำเลยนะลูก แม่จะไปอาบก่อน
ดีโด้ คราบบบบบบบบบบบ (ลากเสียง)
แม่ก็ไปอาบน้ำ ระหว่างที่อาบ ก็ได้ยินเสียงนาฬิกา และแป๊บเดียวก็เงียบไป เจ้าตัวแสบ (คิดในใจ แต่อย่าพูดออกมานะคะ)คิดว่าแม่คงไม่ได้ยิน ไม่รู้ เพราะอยู่ในห้องน้ำซึ่งปกติเวลาอาบน้ำก็จะแง้มประตูไว้เสมอ ๆ เพราะลูกไม่ยอม
แม่ดาวก็เดินออกมาจากห้องน้ำ คิดๆๆๆๆๆ จะถามยังไงเนี้ย เอาไงดีแต่ก็ถามไปแบบไม่รู้จะพูดอะไรด้วยแล้ว รู้ด้วยนะว่าถามแล้วดีโด้ต้องโกหกแน่ๆ
แม่ เอ......... ดีโด้ครับ ครบ 10 นาที หรือยังครับ
เปิดช่องให้ลอดเห็น ๆ ที่จริงควรบอกว่า “ดีโด้ครับ แม่ได้ยินเสียงนาฬิกา ครบ 10 นาทีแล้ว ถึงเวลาอาบน้ำตามเวลาที่ลูกเลือกแล้วนะครับ” ผลคือ ปัญหายืดเยื้อยาวนาน
ดีโด้ ยังครับ
แม่คิดว่าเอาใหม่ หรือเรายังสื่อสารไม่ดีพอ ขอเถอะอีกครั้งน่าจะพูดความจริง นั่งลงมองตาลูกและพูดว่า
แม่ ยังไม่ครบจริง ๆ เหรอครับ แม่ว่ามันนานมากแล้วนะเนี้ย
ดีโด้ จริง ๆ ครับ (หลบตาด้วยนะ แอบยิ้ม ๆ แบบเจ้าเล่ห์ เค้ารู้แหละว่าเรารู้)
แม่ ดีโด้ครับ มองตาแม่แล้วช่วยตอบอีกครั้งให้แม่ชื่นใจได้ไหมครับ
ดีโด้ ยังไม่ครบจริงๆ (เสียงสูง)
เย้ย................ เอาไงดีเนี้ย คิดๆๆๆๆๆๆๆ
แม่ ดีโด้ครับ แม่ได้ยินเสียงพี่นาฬิกาบอกว่า ครบ 10 นาทีแล้ว สงสัยคนที่ตอบเนี้ยต้องเป็นปีศาจแน่ ๆ เลยใช่ไหมครับ
ดีโด้เค้าเคยบอกว่าเค้ามีปีศาจและเทวดาอยุ่ในตัวของเค้าเราเคยคุยกันว่าเราต้องพยายามให้เทวดาชนะปีศาจอย่าให้ปีศาจออกมาได้ไม่งั้นปีศาจจะทำให้เรา 2 คนทะเลาะกัน คุยปูพื้นเรื่องนี้กันมาแล้วและเค้าก็ยอมรับข้อนี้
ดีโด้ ใช่ ปีศาจ นี่เป็นปีศาจไม่ใช่ดีโด้
แม่ งั้นแม่ขอคุยกับเทวดาในตัวหนูหน่อยได้ไหมครับ
ดีโด้ เทวดาไม่อยากคุยกับแม่ตอนนี้
แม่เลยหลับตาและพูดว่า คือคิดเองว่าการที่แม่หลับตาอาจทำให้ลูกผ่อนคลายขึ้น ไม่รู้สึกเหมือนโดนคาดคั้น จับผิด
แม่ คุณเทวดาออกมาคุยกับแม่หน่อย แม่ดาวอยากจะคุยด้วย (พูดแบบเสียงดัง ๆ )
ดีโด้ก็เงียบไม่ตอบ ไม่พูดอะไร แม่ก็เลยพูดกับลูกอีกว่า
แม่ ดีโ้ด้ครับ แม่เรียกแล้วแต่เทวดาไม่ตอบแม่ ดีโด้ช่วยแม่เรียกเทวดามาคุยได้ไหมครับ
ดีโด้ คุณเทวดาออกมาคุยกับแม่ดาวหน่อยครับ (ตะโกน)
แม่ คุณเทวดามาหรือยังครับ
ดีโด้ มาแล้ว
แม่ ลืมตา คุณเทวดาครับ ครบ 10 นาทีหรือยังครับ
ดีโด้ (ยิ้มหวาน) ครบแล้วครับ
แม่ ครบแล้ว ต้องทำไงต่อนะ คุณเทวดา
ดีโด้ ไปอาบน้ำครับ แม่นับ 1-3 ให้ดีโด้หน่อย
แม่ 1-2-3
ดีโด้และแม่วิ่งแข่งกันไปห้องน้ำจบแบบลุ้นๆ เหนื่อย ๆ เนอะ แต่ก็ดีกว่าการตะคอก ตวาด ฟาดก้นลูก
1. หากเกิดเหตุการณ์ประมาณว่า ไม่รักษาคำพูดอีก คิดว่าทำไงดีค่ะ
2. คิดว่าในตอนแรกที่เค้าโกหก เราจะถามยังไงให้เค้าพูดความจริง ไม่โกหก
เอาแบบยกตัวอย่างจากเหตุการณ์ข้างบนเลยก็ได้ค่ะ
รบกวนช่วยกันระดมความคิดหน่อยนะคะ
ขอบคุณทุกท่านล่วงหน้าค่ะ
·
ครูใหม่ (ดร.ปิยวลี ธนเศรษฐกร ผู้ถ่ายทอดความรู้ 101 สร้างวินัยเชิงบวกให้กับแม่ดาว)
ความ เห็นไม่มีค่ะ ที่มี มีแต่ความทึ่ง ชื่นชม ภาคภูมิใจ เคารพ นับถือ ดีใจกับน้องดีโด้ ที่มีคุณแม่ที่มีความมุ่งมั่น และเชี่ยวชาญการรักษาสัมพันธ์และ ยังฝึกวินัย ของน้องดีโด้ (โจทย์ยากคนหนึ่งเท่าที่ครูหม่อม ครูใหม่รู้จัก) ได้อย่างชาญฉลาด และบวกตลอด
หากคุณแม่ไหวพริบดีขนาดนี้ ครูใหม่ไม่แปลกใจเลยค่ะถ้าน้องดีโด้ จะขอทดสอบคุณแม่อยู่เรื่อยๆ ;)
หากเกินเหตุการณ์พูดเกินไปหน่อยอีก คุณแม่ไม่ต้อง ทำให้เป็นเรื่องใหญ่นะคะ เด็กวัยนี้จะแต่งเรื่องและจินตนาการเก่ง หลายๆครั้ง ทำโดยไม่มีจุดมุ่งหมาย จินตนาการไปเรื่อยๆเล่าให้ฟังแล้วบอกเราว่าจริง (ตรงนี้แหละค่ะ ถ้าไม่เป็นคุณครูคงไม่เชื่อว่าเด็กพูดไม่จริงเป็นตั้งแต่พูดได้เลยทีเดียว)
ถ้าสังเกต ช่วงนี้น้องเล่าไปเรื่อยๆ ไม่จำเป็นต้องไปบอกเค้านะคะว่า ลูกอย่าโกหก พูดไปว่า จินตนาการของลูกน่าสนใจจัง และยกตัวอย่างนักเขียน นักสร้างหนัง เค้ามาจากการฝึกจินตนาการทั้งนั้นค่ะ ชวนน้องเขียน Journal ไว้ เลยค่ะ จะวาดวูปก็ได้ จะเขียนก็ได้ เรากำลังค่อยๆแยกแยะให้เค้าเห็นว่า จินตนาการเป็นสิ่งที่ดี แต่ใช้ให้ถูก และแยกแยะจากเรื่องจริง ระหว่างนี้ เล่าเรื่องราว ของการไม่ได้รับความน่าเชื่อถือ เสริมไปจ้ะ
Seksan Sek (พ่อเสก คุณพ่อที่น่ารัก รักและใส่ใจลูกมากมาย ขยันสรรหากิจกรรมมากมายมาเล่นกับลูกเสมอ ๆ )
ถ้าเป็นผมนะครับ ผมจะบอกเค้าว่า ลูกได้เวลาต้องไปอาบน้ำแล้วครับ ถ้าเค้ายังติดพัน นั้นพ่อให้เวลา10นาทีต้องปิดTVและไปอาบน้ำ เข็มยาวชี้เลขนี้นะถ้าถึงเวลาผมก็บอกให้เค้าปิดและไปอาบน้ำครับ
ในกรณีนี้ผมจะไม่ถามให้เค้ามีช่องในการเอาตัวรอดในคำพูดครับ
เพราะถือว่าได้ทำการตกลงกันแล้ว เค้ามีหน้าที่ต้องทำในสิ่งที่เค้ารับปากครับไม่ใช่การบังคับแต่เป็นการตกลงร่วมกัน
ในกรณีที่งอแงไม่ให้ความร่วมมือ ปิดก็ต้องปิดครับ จะเสียใจก็เสียใจ แต่อย่าให้เค้าแช่ในอารมณ์แบบนั้นนานเกิน ก็ต้องเบี่ยงหรือหักเหให้เค้าคลายความโกธร คลายความเสียใจ เสร็จแล้วก็คุยกันพร้อมๆกับบอกถึงความเป็นห่วงที่เรามีต่อเค้าถ้าเค้าไม่ได้ อาบน้ำครับ
สำหรับลูกผมนะครับ ครบเวลาเค้าก็จะทำเสมอเพราะเค้าได้รับปากแล้ว เพียงแต่ลูกเล่นอีกอย่างของผมคือ สร้างกิจกรรมอะไรสนุกๆในห้องน้ำ การอาบน้ำจะไม่เป็นเรื่องน่าเบื่อครับ
:) น้องดีโด้ มาถึงจุดนี้แล้วเหรอคะเนี่ยไอ้จุดที่จะบอกว่า "เราชอบบังคับ"
อย่าตกใจไปค่ะคุณแม่ อาการนี้จะมีบ้างประปรายในเด็กบางคน (ส่วนมากก็แนวน้องดีโด้นี่ล่ะค่ะ) ตอนน้องมังกรหกขวบ ครูใหม่ครูหม่อม ก็เจอพายุลูกนี้อยู่ระยะหนึ่งค่ะ ก่อนอื่นแบ่งเหตุการณ์ออกเป็น 2 อย่างนะคะ
1. บ่นไปทำไป - ในกรณีนี้เพิกเฉยไปค่ะ และขอบคุณน้องดีโด้หลังจากน้องทำตาม และทำให้เป็นเรื่องใหญ่ด้วยการ นำไปเล่าให้คนสำคัญคนอื่นๆสม่ำเสมอ ว่าเด็กวัยนี้สามารถรักษาสัญญาได้ เก่งงเหลือเชื่อ
2. บ่นและไม่ทำ โวยวายจริงจัง -รอ ค่ะ แสดงความเข้าใจว่า เค้าไม่ฟังพี่นาฬิกาเพระอะไร ยังอยากเล่นใช่มั้ยครับ แม่เข้าใจ ตอนคุณแม่ทำอะไรก็ตามสนุกมากกกกก ไม่อยากไปเลย แต่พอพี่นาฬิกาบอก ก็ต้องไป แล้วแม่ก็บอกกับตัวเองว่า เรารีบไปทำจะได้กลับมาเล่นดีกว่า
คุณแม่ยังคงรักษาสัมพันธภาพแม้ว่า น้องจะยัดเยียดความเป็นฝ่ายตรงข้ามให้ อย่าไปนั่งเถียงว่า แน้... ไม่ได้บังคับน้าาา....เพราะน้องได้ยินตั้งแต่เด็กแล้วล่ะค่ะ ว่าเค้าเลือกเอง แต่มันขัดใจ และเป็นเรานี่แหละคอยกระชับพื้นที่ให้เค้าตลอด เค้าเลยรู้สึกตามธรรมชาติ (จุดนี้เด็กแต่ละคนมีการตตอบสนองไม่เท่ากัน แต่ทุกคนรู้สึกหมดแหละค่ะ)นึก ถึงทุกกฎระเบียบในทุกที่นะคะ เราจะอึดอัดกับกฎแต่ละข้อแตกต่างกัน ไม่เท่ากัน เช่นบางคน โอเคที่จะใส่ยูนิฟอม แต่อึดอัดที่ห้ามใช้โทรศัพท์ ในขณะที่บางคน เป็นว่าโทรศัพท์อ่ะไม่ใช้ได้. แต่ชุดเนี่ยโดนบังคับตั้งแต่เป็นนักเรียน พอซะทีเหอะทำงานแล้วนะ >_<
จึงไม่แปลก ถ้าน้องจะมีงอแงบ้าง แต่อย่าลืมการ เฟิร์มแบบอ่อนๆก็มีเราเน้นไปที่ ใส่ความเห็นใจ และภาคภูมิใจ และเน้นทีระยะยาวให้ลูกของเรา ฝึกฝนหักห้ามความอยาก ที่จะตามใจตัวเอง การรักษาเวลา การเคารพและรับผิดชอบการตัดสินใจของตนเอง บางคนฝึกไม่มาก บางคนฝึกนาน บางคนต่อต้านนอกใจ บางคนต่อต้านในใจ เพราะแบบนี้แหละค่ะ เค้าถึงน่ารักน่าอยู่ด้วย
อังคณา มาศรังสรรค์ (ครู ณา รู้จักจากที่ตัวเองได้ดูรายการ ครอบครัวเดียวกัน ชื่นชมและชื่นชอบมากกับแนวคิดต่าง ๆ เคยลงทะเบียนจะไปอบรมด้วยแล้ว เกิดภาวะน้ำท่วมเลยอดไป และปัจจุบันก็ยังไม่มีโอกาสได้ขอความรู้กับครูณาจริง ๆ สักที)
ถ้า เป็นณา (คิดว่า ก็คงต้องช่วยกันหาสไตล์ด้วยกันให้พบเส้นทางที่เหมาะกับตนเองค่ะ เพราะแต่ละแบบก็เป็นตามวิถีของตน) ณาจะเขียนใส่กระดาษว่า "ครบ 10 นาทีแล้ว แม่ไปนอนแล้วนะจ๊ะ บ้ายบาย"
ไม่แน่ใจว่าน้องอ่านหนังสือได้ไหม ถ้าไม่ได้ ก็ดีอีกเช่นกัน เพราะเขาจะงง ๆ และวิ่งมาถามว่า แม่นี่อะไรเขียนว่า อะไร เราก็อ่านให้เขาฟัง และบอกว่า ลูกบอกสิบนาทีแม่ก็เลยมาเตือนจ้ะ
บางที ณาก็รู้สึกว่า หากเราพยายามที่จะหลอกล่อ เราจะรู้สึกเหนื่อยเกินไปเพราะต้องคอยหามุขมาตลอด แต่เราจะสื่อสารอย่างไร ที่ตรงไปตรงมาแต่อ่อนโยนให้เรียนรู้กันง่าย ๆ เสียใจก็บอกว่า แม่รู้สึกเสียใจและผิดหวังหากลูกแม่บอกสิบนาที แต่พอถึงเวลาแล้วไม่ใช่
ความคิดเห็นแม่ดาวเอง
ขอบ คุณอีกครั้งค่ะ ครูใหม่ ช่วงนี้คุณแม่รู้สึกเหนื่อยๆๆๆ มากค่ะ หลัง ๆ เค้าออกอาการเยอะ ต่อต้านเรา ทั้งที่เมื่อก่อนเป็นค่อยจะเป็น เลยสับสน พ่อเค้าก็ทำให้เราใจเสียพูดประมาณว่า "กับลูกเราแบบเนี้ย มันไม่ได้ผล" หรือบางทีก็ว่า "เอ้าจัดการซิ เค้าไม่มีความสามารถมากพอ" มันเหมือนเราต้องแบกรับทั้งความรู้สิกผิดต่อลูก และสามีไว้ขอบคุณครูใหม่มากๆๆๆๆ จริง ๆ ค่ะ ที่เข้ามาช่วยเติมพลังใจให้อีกยังช่วยแนะแนวทางให้อีกด้วย
การสื่อสารแบบอ่อนโยนตรงไปตรงมาก็ทำแล้วค่ะเช่น ดีโด้ครับบ้านเรารกมากเลย แม่เห็นแล้วเหนื่อย แม่อยากให้ดีโด้ช่วยเก็บของเล่นได้ไหมครับ ฯลฯ การสื่อสารประมาณนี้ก็ทำค่ะทำตลอด แต่บางที ก็จะมีคำตอบเช่นก็ดีโด้ว่าไม่รก หรือแม่เหนื่อยก็เหนื่อยไปซิหรือถ้าเราบอกเราเสียใจ เค้าก็จะบอกแม่เสียใจก็ดี เดี๋ยวจะทำให้แม่เสียใจมากกว่าเดิมอีกต้องบอกก่อนนะคะว่าไม่ใช่ทุกครั้งที่เค้าจะพูด แต่ก็มีบ่อยเหมือนกันเพลียค่ะ
นี่เป็นอีกช่วงเวลาหนึ่งที่แม่ดาวเหนื่อย ๆ เอามาให้อ่านคิดว่าคิดว่าคงมีประโยชน์บ้างแหละเนอะ อยากบอกทุก ๆ ท่านว่า หากเราไม่ท้อ เรายังเชื่อมั่น และทำยังสานต่อแนวทางการเลี้ยงลูกด้วยการสร้างวินัยเชิงบวกแบบนี้ไปเรื่อย ๆ สักวันเราต้องเห็นผลที่ดีของวิธีนี้แน่ ๆ แต่จะช้าหรือเร็วขึ้นอยู่กับปัจจัยหลาย ๆ อย่าง ไม่ว่าจะเป็นพื้นนิสัยของลูกเรา นิสัยพ่อแม่ แนวทางการเลี้ยงดูของแต่ละคนในครอบครัวเหมือนหรือต่าง ฯลฯ
ยืนยันอีกครั้งว่ายังไงซะ แม่ดาวก็ยังจะยืนหยัดอยู่บนเส้นทางการเลี้ยวลูกแบบนี้ค่ะ ปัญหามันต้องมีมาเรื่อย ๆ อยู่แล้ว เพียงแต่เจอแล้วอย่าท้อ ก็ปัญหาเขามีไว้ให้แก้ ไม่ได้มีไว้ให้กลุ้มนี่เนอะ ใช่ไหมค่ะ
ขอบคุณเรื่องเล่า ดีดี มีข้อคิดนี้นะคะ
ขอชื่นชมมากค่ะ
ตามความคิดของผม ใช้น้ำดีไล่น้ำเสีย ใช้การกระทำที่ถูก มาแทนที่การกระทำที่ไม่ถูก โดยต้องพูดคุยตกลงกันก่อนแล้วให้เขาเห็นคุณค่าแท้ของการกระทำที่ถูก
หากตกลงกันแล้วไม่รักษาสัญญา ต้องบังคับใช้กฏด้วยความรัก ให้เขาทำในสิ่งที่ถูกต้องทันทีที่ผิดกฏ แต่ต้องใช้น้ำเสียงให้เขาทำด้วยความรัก ด้วยความเข้าใจ