ประเพณีผีขนน้ำ
นางสาวมัณฑิรา มาเสือ
ว่าที่ พ.ต.ดร.ณัฏฐพล ตันมิ่ง
ประเพณีผีขนน้ำบ้านนาซ่าว ตำบลนาซ่าว อำเภอเชียงคาน จังหวัดเลย เป็นการละเล่นที่แตกต่างจากที่อื่น ๆ ทั้งประวัติความเป็นมา ความเชื่อ รูปแบบวิธีการละเล่น การพัฒนาการอนุรักษ์ และโลกทัศน์ของชาวบ้านนาซ่าวประเพณีผีขนน้ำ เป็นประเพณีศักดิ์สิทธิ์ และน่าสนใจอย่างหนึ่งของชาวเชียงคานเมื่อถึงเดือนหกชาวบ้านบ้านนาซ่าว จะรวมตัวกันจัดงานประเพณีผีขนน้ำ เป็นพิธีกรรมเพื่ออุทิศส่วนกุศลให้ 'ควาย' สัตว์เลี้ยงที่ให้กำหนดชีวิตผู้คนที่นี่มานาน โดยชาวบ้านที่นี่ เชื่อกันว่า 'ควาย' เป็นสัตว์ที่มีบุญคุณมาก ชาวบ้านบ้านนาซ่าวจึงรวมตัวกันในวันสำคัญทำบุญอุทิศส่วนกุศล ตอบแทนควายที่ให้ชีวิต ให้ความยั่งยืนกับพวกเขา ผีขนน้ำคือการละเล่นแต่งกายแบบวัวควาย เนื่องจากวัวควายเป็นสัตว์ที่มีประโยชน์ต่อชาวนา ความเชื่อของพิธีนี้ เชื่อว่าวิญญาณของวัวควายที่ตายไปยังคงวนเวียนอยู่ตามห้วย หนอง คลอง บึง เมื่อชาวบ้านไปตักน้ำอาบ วิญญาณสัตว์เหล่านั้นก็จะตามคนเข้าหมู่บ้าน ซึ่งได้ยินแต่เสียงกระดึง กระดิ่ง แต่จะไม่เห็นตัวคน ผีชนิดนี้จึงเรียกว่าผีขนวัว หรือ ผีขนควาย ส่วนความเชื่ออีกอย่างหนึ่งอธิบายว่า การที่เรียกชื่อผีขนน้ำเนื่องจากการละเล่นในช่วงเดือนหกของทุกปีมักจะมีฝนตกลงมาทุกครั้ง จึงเรียกพิธีนี้ว่าผีขนน้ำไปโดยปริยาย สำหรับรูปร่างของผีขนน้ำ จะประกอบด้วยหน้ากากที่ทำจากไม้งิ้ว ไม้ตีนเป็ด ซึ่งเป็นไม้เนื้ออ่อนนำมาถากตกแต่งคล้ายหน้าวัวควายโดยการเจาะจมูก ติดใบหู ติดเขา แล้วนำไปผึ่งให้แห้งจากนั้นจึงลงสีสันเขียนตาให้ดุๆ แต่กลับเขียนปากให้เผยยิ้มนิดๆ แล้วประดับประดาให้ปลิวไสวยามที่ต้องลม แต่เนื่องจากน้ำหนักผีขนน้ำมีน้ำหนักมาก ผู้เล่นจึงไม่ได้ใส่แต่จะเทินไว้เหนือหัวในขณะที่เล่นเท่านั้นประวัติความเป็นมาผีขนน้ำ นางสาวสุชาวดี สมกอง กล่าวว่า การละเล่นพื้นบ้านของชาวนาซ่าว ตำบลนาซ่าว อำเภอเชียงคาน จังหวัดเลย การเล่นผีขนน้ำของชาวบ้านนาซ่าวนี้ไม่มีประวัติว่าเล่นครั้งแรกเมื่อใด แต่ชาวบ้านก็เล่นสืบมาเป็นประเพณีเช่นที่บรรพบุรุษเคยปฏิบัติมาทุกปี กล่าวคือบ้านนาซ่าวแต่เดิม ชาวบ้านได้อพยพมาจากฝั่งซ้ายของแม่น้ำโขง โดยอพยพมาหาที่ทำกินตั้งหลักแหล่งเพื่อทำการเกษตร และเลี้ยงสัตว์ จนมาพบบริเวณที่เหมาะแก่การตั้งหลักแหล่ง และพื้นที่อุดมสมบูรณ์คือ นาซำหว้า ก็พากันปลูกบ้านสร้างที่อยู่อาศัย และยึดบริเวณนาซำหว้า เป็นที่ทำมาหากินเรื่อยมา พอชุมชนขยายมากขึ้นก็ย้ายบริเวณบ้านสองโนน และตั้งเป็นหมู่บ้านใหญ่ขึ้น แต่ก่อนหมู่บ้านยังไม่มีที่ยึดเหนี่ยวจิตใจคงนับถือผีบรรพบุรุษ ผีปูย่าเท่านั้น เป็นประเพณีสืบทอดกันมาตั้งแต่แรกพิธีกรรมไหว้ผีบรรพบุรุษ นั้น ชาวบ้านจะมีการร่วมกันจัดทำขึ้น โดยเรียกว่า “เลี้ยงบ้าน” กำหนดเอาวันเสร็จสิ้นจากการทำไร่ทำนาโดยมี “จ้ำ” เป็นผู้ทำหน้าที่สื่อสารระหว่างชาวบ้านกับนางเทียมผู้เป็นร่างทรงของเจ้าปู่จิรมาณพ และเจ้าปู่ผ่านพิภพ ซึ่งร่างทรงของเจ้าปู่ทั้งสองทำพิธีเข้าทรงกำหนดวันที่จะเลี้ยงบ้านขึ้น จากนั้น จ้ำจะไปประกาศบอกชาวบ้านโดยการตะโกนตามสี่แยกหรือที่ชุมชนหนาแน่นหรือไม่ก็ใช้วิธีการบอกกล่าวโดยขึ้นไปบอกตามบ้านทุกหลังคาเรือนภายในหมู่บ้าน ว่าในปีนี้จะกำหนดจัดพิธีการเลี้ยงบ้านแล้วให้ชาวบ้านจัดหาข้าวปลาอาหารและของบวงสรวงต่าง ๆ ไปประกอบพิธีกันที่ดอนหอ “ศาลเจ้าปู่” ของหมู่บ้าน เดิมการบวงสรวงนั้นผู้ที่เป็นร่างทรงของเจ้าปู่ใหญ่ นางดอกไม้ จันมา เล่าว่า การบวงสรวงสัตว์เลี้ยงภายในบริเวณศาล สัตว์ที่นำไปผูกหลักเลี้ยงจะตายเองโดยไม่มีการฆ่า ขณะที่ประกอบพิธีอัญเชิญผีเจ้าปู่และผีบรรพบุรุษต่าง ๆ ให้ลงมากินเครื่องเซ่น ปัจจุบันไม่นิยมทำกันแล้วเพียงแต่นำเครื่องเซ่นพวกข้าวปลาอาหาร และสิ่งของอื่น ๆ ตามที่กล่าวมาข้างต้นมาประกอบพิธีการทำพิธีบวงสรวงนั้นร่างทรงจะอัญเชิญวิญญาณของเจ้าปู่เข้าทรงคือ เจ้าปู่ใหญ่ เจ้าปู่จิรมาณพ และเจ้าปู่ผ่านพิภพ ร่างทรงก็จะขึ้นประจำศาลเจ้า จ้ำก็จะทำพิธีโดยการประกาศอัญเชิญวิญญาณผีเจ้าปู่และผีบรรพบุรุษต่าง ๆ ลงมากินเครื่องเซ่นตามที่จัดหาไว้ หลังจากเสร็จสิ้นพิธีการเลี้ยงผีบ้านก็จะมีการฉลองด้วยการร้องรำทำเพลง ซึ่งจะประกอบด้วยนางเทียมร่างทรงเจ้าปู่ นางเทียมร่างทรงคนอื่นๆ นางแต่ง จ้ำและผู้มาร่วมพิธีอย่างสนุกสนาน พิธีเลี้ยงบ้านนี้จะทำกันปีละครั้งเท่านั้น และทำกันทุกปีจุดมุ่งหมายเพื่อเป็นการตอบแทนบุญคุณ ที่ผีปู่ผีย่า ตลอดจนผีบรรพบุรุษในหมู่บ้าน ได้ปกปักรักษา คุ้มครองตนและชาวบ้านให้อยู่เย็นเป็นสุขทำมาหากินได้อย่างอุดมสมบูรณ์ ซึ่งผู้เป็นร่างทรงเจ้าปู่จะเป็นผู้กำหนดพิธีการ ในการทำพิธีเลี้ยงบ้านทุกปี นางเทียม นางดอกไม้ จันมา ร่างทรงเจ้าปู่ใหญ่ และเจ้าปู่จิรมาณพ กับนางเทียม นางจันดี คำบุญยอ ร่างทรงเจ้าปู่ผ่านพิภพ ทั้งสองคนเป็นพี่น้องกัน โดยจะมีจ้ำช่วยเป็นผู้ทำหน้าที่สื่อสารนำเรื่องราวต่าง ๆ แจ้งแก่ชาวบ้านเมื่อจะทำพิธีเลี้ยงบ้านในแต่ละปี การสืบทอดตำแหน่งนางเทียมของทั้งสองคนพี่น้องนี้ สืบทอดตำแหน่งตามสายตระกูลที่เจ้าปู่จะเข้าร่างทรงภายในบ้านนางเทียมทั้งสองประกอบด้วย เครื่องสักการะเจ้าปู่และอุปกรณ์ที่ทำพิธีครบถ้วนรูปแบบพิธีการและการแต่งกายการเล่นผีขนน้ำแต่ละปีของชาวบ้านนาซ่าว ถือเอาช่วงก่อนที่จะมีการลงมือทำการเกษตรชาวบ้านจะมีการประชุมปรึกษาหารือเพื่อจัดทำบุญเดือนหก ประมาณวันแรม 1 ค่ำ ของทุกปี ก่อนวันทำบุญก็จะมีการบอกบุญไปยังหมู่บ้านใกล้เคียงให้มาร่วมงานบุญที่หมู่บ้านจะจัดให้มีขึ้น ซึ่งบรรดาชาวบ้านในหมู่บ้านก็จะเตรียมประรำพิธีไว้เพื่อต้อนรับชาวบ้านถิ่นอื่น ๆ รวมทั้งชาวต่างประเทศที่เข้ามาท่องเที่ยวด้วย ผู้ที่เล่นผีขนน้ำก็จะเตรียมตัวเพื่อเล่นให้ผู้คนจากถิ่นอื่นดู ผู้ที่เล่นผีขนน้ำส่วนมาก เป็นชายหนุ่มในหมู่บ้านและเด็กๆ ที่ชอบสนุกสนานรื่นเริงเขาเหล่านั้นจะจัดเตรียมแต่งตัวหัวผีขนของตัวเองเพื่อเล่นประกอบพิธีบวงสรวงผีบรรพบุรุษและให้ความบันเทิงแก่ชาวบ้าน และผู้ชมที่มาชมทั่วไป หัวผีขนน้ำที่จะใช้เล่นหากผู้เล่นยังเก็บรักษาของเดิมไว้ก็สามารถนำกลับมาเล่นใหม่ได้อีก โดยตกแต่งทาสีใหม่ ให้ดูสดและเข้มขึ้น แต่ส่วนมากผู้เล่นผีขนน้ำมักจะทำหัวผีขนน้ำขึ้นมาใหม่เพราะสวยกว่าตื่นเต้นกว่า และวัสดุอุปกรณ์ก็หาได้ง่าย ใช้เวลาทำและตกแต่งไม่มากนักการทำและตกแต่งหัวผีขนน้ำ นั้นจะนำเอาไม้เนื้ออ่อน เช่น ไม้นุ่น ไม้ตีนเป็ด ฯลฯ ที่มีขนาดพอเหมาะมาสลักเป็นรูปหน้ากาก รูปผีขนน้ำ ตามความเชื่อของชาวบ้านตามจินตนาการเพื่อให้ดูน่ากลัว แล้วตกแต่งหลากหลายสี ส่วนตัวผีโขนจะใช้ผ้าที่นอนเก่าที่ไม่ใช้แล้ว มาทำเป็นตัวเสื้อผีขนน้ำ ซึ่งให้นุ่นที่ติดอยู่กับที่นอนนั้นฟุ้งกระจายไปทั่วขณะที่เต้นรำ และมีอุปกรณ์ในการให้จังหวะ คือ ตีเคาะหรือขอลอ และโป่ง มัดติดด้านหลังลำตัว ผีขนน้ำ สำหรับผู้ที่เดินร่วมขบวนก็จะตีกลองตีเคาะ ปรบมือ เป่าแคน ดีดพิณ เพื่อให้เกิดจังหวะอย่างสนุกสนานสลับกันไปอุปกรณ์ที่ใช้และการแต่งตัวของผีขนน้ำ เมื่อแยกแต่ละส่วนจะพบว่าหน้ากากผีขนน้ำทำด้วยต้นนุ่นขุดให้เป็นรูปหน้า กว้างประมาณ 30 ซ.ม. คือวัดจากไหล่ซ้ายถึงไหล่ขวา ยาวประมาณ 50 ซ.ม. คือวัดจากที่สวมหัวจนถึงเอว หรือประมาณความน้อยใหญ่ของหน้ากากตามความถนัดของแต่ละบุคคล หน้ากากผีขนน้ำจะวาดให้เป็นรูปผีน่ากลัว ตาจะโต จมูกโต ฟันใหญ่ และใบหูทำด้วยสังกะสีเป็นรูปสามเหลี่ยม โตพอควรกับใบหน้า ผมทำด้วยต้นกล้วยโดยตัดต้นกล้วยลอกกาบแล้วนำไปผึ่งแดดให้แห้งนำมาถักเป็นเปีย แล้วเอามาใส่กับหน้าผีเพื่อทำให้ดูคล้ายผมยาวถึงน่องหรือบางคนอาจยาวถึงตาตุ่ม นำกิ่งไผ่มาทำเป็นเขาพันด้วยกระดาษแก้วสีต่าง ๆ มาติดตรงกลางระหว่างเขาเพื่อเพิ่มความสวยงาม เสื้อ ทำด้วยผ้าตัดเป็นเสื้อคอกลม ลำตัวของเสื้อจะยาวลงไปถึงตาตุ่ม ย้อมให้เป็นสีเหลือง อมดำหรือสีม่วงเหลือง น้ำผ้ามาเย็บเป็นชิ้นขวางตามลำตัวเสื้อ หรือชาวบ้านบางคนจะเอาที่นอนขาดที่ไม่ใช้แล้วกลับด้านในออกเป็นด้านนอกสวมใส่ นำไม้มามัดเป็นลูกระนาดขั้นบันใดและใช้มัดติดกับส่วนเขาด้านหลังให้ถ่วงน้ำหนักไม่ให้หลุดเวลาเล่นดาบ ทำด้วยไม้นุ่นให้โตพอเหมาะมือ ตรงด้ามทำให้เหมือนอวัยวะเพศชายพกติดตัวด้วยวิธีการเล่น (แต่งตัว – ครอบเจ้าปู่ – แห่ไปวัด – แห่รอบหมู่บ้าน)เมื่อถึงกำหนดประเพณีบุญเดือนหก บุญประจำปีวัดโพธิ์ศรีบ้านนาซ่าว ตำบลนาซ่าว อำเภอเชียงคาน หลังจากชาวบ้านผู้ที่เล่นผีขนได้ทำชุดผีขนหรือไม่ก็ตกแต่งของเดิมเสร็จแล้วบรรดาชายหนุ่มที่จะเล่นเป็นผีขนจะไปทำพิธีครอบเจ้าปู่ (พิธีถวายตัว) ที่ศาลเจ้าปู่บ้านนาซ่าว เพื่อให้เป็นสิริมงคลแก่ตัวเอง นางเทียมผู้เป็นร่างทรงของเจ้าปู่พร้อมนางแต่ง จ้ำ และชาวบ้านก็จะไปทำพิธีอัญเชิญผีเจ้าปู่เข้าร่างทรง ให้ไปร่วมฉลองบุญเดือนหกหรือชาวบ้านเรียกว่าไปเล่นบุญเดือนหกการเล่นผีขนของชายหนุ่มในหมู่บ้าน จะเริ่มเล่นก่อนจะถึงวันงานประเพณีบุญเดือนหกประมาณ 3 วัน โดยจะแต่งชุดผีขนออกเดินไปรอบ ๆ หมู่บ้านประมาณชุดละ 5 – 6 คน หยอกล้อบรรดาเด็ก ๆ หรือ สาว ๆ ในหมู่บ้านอย่างสนุกสนานเพื่อเป็นการเตือนให้ชาวบ้าน ได้ทราบว่าได้ถึงกำหนดประเพณีงานบุญเดือนหกแล้ว จะได้เตรียมตัวร่วมบุญประจำปีกัน เมื่อถึงวันงานจริงผีขนก็จะออกเดินเล่นรอบหมู่บ้าน โดยจะมีมากกว่าสามวัน ที่ออกเล่นเตือนชาวบ้านนั้น และออกมาเล่นกันทุกคุ้มบ้าน เพื่อรอกำหนดแห่เข้าวัดโพธิ์ศรี เมื่อถึงกำหนดประมาณ 09.00 น. – 10.00 น. ผีขนก็จะไปรวมกันที่จุดนัดหมายคือที่บริเวณบ้านนาซ่าว หรือไม่ก็จะไปรวมตัวกันที่คุ้มใดคุ้มหนึ่ง แล้วคณะกรรมการหมู่บ้านประชุมกัน กำหนดว่าจะเริ่มที่ใด ซึ่งในแต่ละปีไม่ได้กำหนดแน่นอนว่าจะเริ่มแห่ที่ใด เมื่อแต่ละคุ้มมาครบแล้วจะเริ่มแห่เข้าไปในวัดโดยขบวนแต่ละขบวนจะเริ่มด้วย นางเทียม ผู้เป็นร่างทรงของเจ้าปู่จิรมาณพ นางเทียม เจ้าปู่ผ่านพิภพ จ้ำ นางแต่ง และนางเทียมร่างทรง วิญญาณต่าง ๆ ในหมู่บ้าน ตามด้วยขบวนผีขน ขบวนเซิ้งและขบวนบั้งไฟของแต่ละคุ้มชุดเล่นผีขนนี้ นางสูญ พิชาย นางแต่งประจำหมู่บ้านคนหนึ่งเล่าว่า ตามความเชื่อของชาวบ้านเชื่อว่า ผีขนเป็นบริวารของเจ้าปู่ ซึ่งเจ้าปู่ชอบมาก ในการเล่นบุญเดือนหกถ้าไม่มีการเล่นผีขนหรือตัวหน้างามที่เจ้าปู่ชอบ เจ้าปู่จะไม่พอใจและจะต้องมีการเล่นผีขนหรือตัวหน้างามทุกปี ผีเจ้าปู่ก็จะลงมาเล่นด้วยโดยผ่านทางร่างทรง โดยเฉพาะวันที่สองของงานประเพณีบุญเดือนหก ซึ่งตรงกับวันแรม 1 ค่ำ เจ้าปู่ก็จะเข้าทรงผู้ที่เป็นร่างทรงจะแต่งกายชุดเจ้าพ่อ สวยงามตามที่เตรียมไว้ร่วมแห่กับผีขน โดยแห่ไปรอบ ๆ หมู่บ้าน เพื่อที่ชาวบ้านและเพื่อนบ้านต่าง ๆ ที่มาเที่ยวงานได้ชม และชาวบ้านยังมีความเชื่อว่าการเล่นผีขนเกี่ยวข้องกับพิธีขอฝนด้วย คือเชื่อว่าการเล่นผีขนนั้นจะเป็นตัวชี้ว่าถ้าปีไหนที่มีการเล่นผีขนมาก ปีนั้นฝนก็จะดีตกต้องฤดูกาลการแผ่ปัจจัยของผีขน ผีขนในบ้านนาซ่าว ในปีหนึ่ง ๆ มีมากประมาณร้อยกว่าตน และจะถูกแบ่งแยกออกเป็นหมู่ ๆ ทั้งหมดประมาณ 10 หมู่ หมู่ละ 10 คน แล้วก็แยกกันไปแผ่ปัจจัยตามหมู่บ้านหรือคุ้มบ้านต่าง ๆ และแต่ละหมู่ก็จะมีหัวหน้าทำการร้องนำซึ่งคำกล่าวนำนั้นก็จะเป็น คำกล่าวร้องที่ผู้เป็นหัวหน้าผีขนเป็นผู้คิดขึ้นบ้าง และคำร้องที่เคยได้ยิน หรือได้ฟังตามที่ปฏิบัติมาทุกปี เดินไปเรื่อย ๆ เครื่องดนตรีประกอบในการร้องของผีขนนี้จะมีกลองยาวหรือตีฉิ่งหรือฉาบเป็นจังหวะไปด้วย ดังตัวอย่างบางคำของผีขนร้อง“โอโฮ้โอ โฮ้โอโอ้โอ ขอเหล้าโทนำเจ้าจักถ้วย ขอกล้วยนำเจ้าจักหวี” หรอ “สาวเอยสาวเจ้าอยู่บ้านใด ลูกสาวใผใส่เสื้อสีแดง แก้มแดงปานแต้ม” ฯลฯ การร้องนี้หัวหน้าจะเป็นผู้กล่าวนำ แล้วลูกน้องก็จะกล่าวตามหลัง เมื่อผู้ไปเห็นได้ยินได้ฟังแล้วทำให้สนุกสนาน และนึกเห็นภาพของความสามัคคีของหมู่คณะเป็นอย่างดีวิธีการจัดงานบุญประจำปีในการจัดงานประเพณีบุญเดือนหกบ้านนาซ่าว นายเม็ก อินอ่ำ กำนันตำบลนาซ่าว อธิบายว่า ในการจัดงานประเพณีบุญเดือนหกนั้นจัดกันขึ้นที่บ้านโพธิ์ศรี กำหนดการจัดงานขึ้น 3 วันคือ วันแรกเป็นวันรวม (ชาวบ้านเรียกว่าวันโฮม) ตรงกับวัน 15 ค่ำ เดือนหก วันที่สองคือวันงานตรงกับวันแรม 1 ค่ำ เดือนหก และวันที่สามวันสุดท้ายของงานตรงกับวันแรม 2 ค่ำการเตรียมงาน เมื่อได้กำหนดวันงานเป็นที่เรียบร้อยแล้วก่อนวันงานประมาณ 1 อาทิตย์ คณะกรรมการหมู่บ้านและคณะกรรมการวัดจะส่งใบฎีกาบอกบุญไปยังหมู่บ้านต่าง ๆ ให้มาร่วมงานบุญด้วยกัน จัดประชุมชาวบ้านเพื่อแต่งตั้งคณะกรรมการต่าง ๆ เช่น คณะกรรมการกลาง คณะกรรมการฝ่ายการเงิน คณะกรรมการฝ่ายสงฆ์ คณะกรรมการฝ่ายตักบาตรสวรรค์ ฝ่ายปฏิคมและฝ่ายโรงครัวเป็นต้น และการกำหนดวันมาสร้างที่พักสงฆ์และประชาชนไว้เพื่อคอยต้อนรับชาวบ้านหมู่บ้านอื่นที่มาเที่ยวชมงาน ในตอนกลางคืนของวันเตรียมงานหนุ่มสาวจะรวมกันออกมาช่วยกันตกแต่งประดับวัด ด้วยการจัดทำดอกไม้ ตัดหลักปักเสาธง ทำกระดาษสายรุ้ง เพื่อเป็นที่ตื่นตาตื่นใจแก่ผู้มาพบเห็น รวมทั้งการทำความสะอาดบริเวณวัด ปัดกวาดเช็ดถูกุฏิ และศาลาวัด ตักน้ำใส่ตุ่มรวมทั้งห้องน้ำของวัดเพื่อไว้บริการแก่ผู้มาร่วมทำบุญประจำปีของหมู่บ้านวันแรก ของงานหรือที่ชาวบ้านเรียกว่าวันโฮม ตรงกับวันขึ้น 15 ค่ำ เดือนหก ชาวบ้านจะไปรวมกันที่ ศาลเจ้าปู่บ้านนาซ่าว เวลาประมาณ 17.00 น. เพื่อไปรวมกันแห่ดอกไม้เข้าผาม (ประรำพิธี) เข้าไปยังวัดโพธิ์ศรี ขบวนแห่นั้นประกอบด้วยนางเทียมร่างทรงของเจ้าปู่จิรมาณพ นางเทียมเจ้าปู่ผ่านพิภพ จ้ำ นางแต่ง ผีขน และชาวบ้านจากคุ้มต่าง ๆ ในหมู่บ้านเดินแห่เป็นขบวนไปรอบหมู่บ้าน ตีฆ้อง ตีกลอง ปรบมือ ร้องรำทำเพลงกันอย่างสนุกสนาน เดินไปยังวัดโพธิ์ศรี เมื่อเดินถึงวัด พระก็จะตีกลองใหญ่บนหอกลอง 3 ครั้ง ขบวนแห่ก็จะเดินรอบโบสถ์ 3 รอบ เสร็จแล้วนำดอกไม้ไปบูชาที่ผาม (ประรำพิธี) ที่ชาวบ้านจัดเตรียมไว้ เป็นเสร็จพิธี วันที่สอง คือวันงานตรงกับวันแรม 1 ค่ำ เดือนหก เริ่มพิธีงานตั้งแต่เวลา 04.00 น.-05.00 น. โดยชาวบ้านจะตื่นขึ้นออกไปร่วมกันทำพิธีเบิกพระอุปคุต นำโดย จ้ำ นางเทียม นางแต่ง และชาวบ้านคุ้มต่าง ๆ และคณะกรรมการวัดจะไปทำพิธีเชิญพระอุปคุต ที่บริเวณหนองน้ำของหมู่บ้าน เมื่อมาพร้อมกันแล้วก็ทำพิธี (สมมติเอาก้อนกรวดสีขาวเป็นพระอุปคุต) เชิญพระอุปคุตแห่เข้าไปยังวัดโพธิ์ศรีขณะที่แห่ก็มีการตีฆ้อง ร้องรำทำเพลงไปด้วย เมื่อไปถึงบริเวณวัดก็แห่รอบโบสถ์ 3 รอบ แล้วเชิญพระอุปคุตไปไว้ที่หออุปคุต ความเชื่อเรื่องแห่อุปคุตนี้มีความเชื่อต่อกันมาว่า เพื่อให้ พระอุปคุตมาปกปักรักษาชาวบ้านและประชาชนที่มาเที่ยวชมงานไม่ให้เกิดภัยอันตรายต่าง ๆ ตอนเช้าจะมีประชาชนจากที่ต่าง ๆ มาเที่ยวชมงานอย่างมากมาย ภายในบริเวณวัดจะมีการทำบุญตักบาตรสวรรค์ เสี่ยงทายตามรูปพระโพธิสัตว์ ในหมู่บ้านทุกหลังคาเรือนจะมีการทำกับข้าวไว้ต้อนรับบ้านญาติพี่น้องหรือผู้ที่เคารพนับถือกัน มาเที่ยวชมงานจากถิ่นอื่นหรือหมู่บ้านอื่นเมื่อเห็นคนรู้จักหรือญาติผ่านไปมา ก็จะเชิญขึ้นบ้านมารับประทานอาหาร ส่วนกับข้าวนั้นโดยมากจะเหมือนกันทุกหลังคาเรือน คือ ลาบเนื้อ ต้มเนื้อ ขนมจีน ขนมหวาน ตลอดจนเครื่องดื่มของเมาต่าง ๆ จากหมู่บ้านอื่นที่มาเที่ยวชมงานอย่างสนุกสนาน ผีขนบางคนที่เห็นผู้คนรับประทานอาหารอยู่บนบ้านก็อาจแยกไปร่วมรับประทานอาหาร หรือไม่ก็แห่กันไปร่วมรับประทานอาหารพร้อมกันทั้งกลุ่มก็มี พออิ่มก็ออกเดินร้องรำทำเพลงรอบ ๆ หมู่บ้านต่อไป เมื่อถึงเวลานัดหมายประมาณ 09.00 น. – 10.00 น. บรรดาผีขนก็จะเดินไปรวมตัวกันที่จุดนัดหมายตามที่กำหนดไว้ เมื่อทุกคนมาพร้อมกันก็จะแห่ขบวนเข้าไปยังวัด ซึ่งนำหน้าขบวนด้วยนางเทียมร่างทรงเจ้าปู่จิรมาณพ ร่างทรงเจ้าปู่ผ่านพิภพ จ้ำ นางแต่ง และนางเทียม ร่างทรงวิญญาณคนอื่น ๆ ตามด้วยขบวนผีขน ขบวนบั้งไฟน้อย 5 บั้ง (ชาวบ้านเรียกว่า มะเขี่ย) ขบวนตีฆ้องตีกลอง ร้องรำทำเพลงให้ขบวนนางเทียมได้ฟ้อนรำ ส่วนผีขนก็จะเต้นรำไปตามจังหวะกลอง โดยจะเป็นการฟ้อนที่ไม่มีกำหนดตายตัวลงไปว่ามีท่าใดบ้างคือจะทำตามใจชอบ ทำตัวให้เหมือนผีให้มากที่สุด คือทำท่าตามจินตนาการที่คิดว่าทำได้เหมือนผีและทำให้ผู้คนกลัวด้วย และจะมีขบวนฟ้อนเซิ้งของคุ้มต่าง ๆเมื่อถึงบริเวณวัดจะมีการแห่รอบโบสถ์สามรอบเพื่อเป็นการฉลองบุญเดือนหก (ชาวบ้านเรียกว่าเล่นบุญเดือนหก) ชาวบ้านที่มาจากถิ่นอื่นที่นำกัณฑ์หลอนมาร่วมงานก็จะเข้าร่วมขบวนแห่รอบโบสถ์พร้อมกันกับขบวนผีขนด้วย เมื่อเสร็จพิธีก็จะมีการถวายจตุปัจจัยพระสงฆ์เป็นเสร็จพิธี ขบวนจะแห่ออกจากวัดโพธิ์ศรีไปยังศาลเจ้าปู่บ้านนาซ่าวเพื่อนำบั้งไฟน้อยห้าบั้งไปจุดบูชาศาลเจ้าปู่บ้านนาซ่าว และบูชาพญาแถนเพื่อขอให้ฝนตกถูกต้องตามฤดูกาลตามความเชื่อของชาวบ้านที่เคยปฏิบัติมากลางคืน จะมีมหรสพฉลองตลอดคืน เช่น หมอลำ ภาพยนตร์ ดนตรี ฯลฯ สอยต้นประวาลพฤกษ์ (กัลปพฤกษ์)วันที่สาม คือวันสุดท้ายของงานตรงกับวันแรม 2 ค่ำ เดือนหก ตอนเช้าจะมีการทำบุญตักบาตรที่วัด และถวายอาหารแก่พระภิกษุสงฆ์ มีการแสดงพระธรรมเทศนาให้ศีลแก่ชาวบ้าน ช่วงบ่ายก็จะมีการแห่กัณฑ์หลอนรวบรวมจตุปัจจัยเข้าไปถวายพระที่วัด ซึ่งขบวนแห่กัณฑ์หลอนนี้ ชาวบ้านแต่ละคุ้มจะร่วมกันจัดทำแห่เข้าไปในวัด จนถึงเวลา 17.00 น.เป็นเสร็จพิธีบุญประจำปีของหมู่บ้าน รอปีหน้าก็จะมาร่วมกันจัดงานอีกเครื่องดนตรี เครื่องดนตรีสำหรับเล่นผีขน เป็นเครื่องดนตรีที่หาได้ง่าย ๆ อาศัยจากพื้นบ้านและวิวัฒนาการเอากระดิ่ง โป่งที่แขวนคอ โค กระบือ เป็นเครื่องดนตรี สรุปแล้วเครื่องดนตรีทุกชนิดใช้ได้หมดแต่ที่สำคัญมีดังนี้ กลองยาว หน้ากลองทำด้วยหนังควาย จัน โปง หรือทาบ มีลักษณะคล้ายกระดิ่งมัดรวมกันเป็นพวง ใช้สั่นให้เข้าจังหวะมีเสียงกังวาน สมัยก่อนใช้คล้องคอวัว ในการนำมาเล่นใช้หลาย ๆ พวง ซึ่งเป็นเครื่องดนตรีเอกของการเล่นผีขน พิณ หรือ ซึง ใช้ดีดเข้ากับจังหวะและบทเซิ้งมีสายสามสาย เคาะ กระดิ่งและอื่น ๆ ที่ใช้แทนเสียงดนตรีได้ แคน อาจจะไม่ใช้ก็ได้ เพราะแคนใช้ประกอบเท่านั้น กะลอ สภาพปัจจุบันนับเป็นเวลาที่เนิ่นนาน ที่การเล่นผีขนน้ำที่บ้านนาซ่าวได้ถูกละเลยในด้านความสำคัญของศิลปะประเพณีท้องถิ่นของหมู่บ้านนี้จากทางราชการ อาจเนื่องจากทางราชการคงเห็นว่าประเพณีผีขนน้ำที่บ้านนาซ่าว ไม่มีความโดดเด่นที่จะอวดชาวเมืองอื่นได้ คงเพราะความบดบังในประเพณีการเล่นผีตาโขนที่โด่งดังของอำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย ดังที่กล่าวมา จึงทำให้ผีขนน้ำซึ่งเป็นความเชื่อ และวิถีประชาของชาวบ้านที่ประพฤติปฏิบัติสืบต่อมา ถดถอยด้อยลงในความสำคัญ อย่างไรก็ตาม การเล่นผีขนที่หมู่บ้านนาซ่าว อำเภอเชียงคาน จังหวัดเลย ชาวบ้านก็ยังได้ยึดถือปฏิบัติต่อเช่นทุกปีมา จนสถานการณ์ที่ดี เห็นคุณค่าทางไทยคดีอีสาน ด้านประเพณีในท้องถิ่นจึงได้ให้การสนับสนุนชาวบ้านได้แสดงออกเต็มที่ ถึงความเชื่อ ความศรัทธาที่มีต่อประเพณีการเล่นผีขนน้ำ จนปัจจุบันการเล่นผีขนน้ำบ้านนาซ่าว ได้ ที่ให้การส่งเสริมชาวบ้านให้รู้สึกพึงพอใจต่อความสุขที่ได้รับจากการเข้าร่วมงานประเพณีระดับจังหวัด แม้การเล่นผีขนน้ำที่บ้านนาซ่าวจะไม่โดดเด่นเท่าการเล่นผีตาโขนของอำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลยก็ตาม แต่ประชาชนผู้เข้าชมงานต่างได้แสดงความชื่นชมต่อการเล่นผีขนน้ำของบ้านนาซ่าวมาก เนื่องจากชาวบ้านที่เข้าร่วม ได้ตั้งใจเข้าร่วมงานอย่างเต็มใจประกอบกับการเล่นผีขนของบ้านนาซ่าว คงเป็นเอกลักษณ์ดั้งเดิม ซึ่งเป็นเครื่องชี้ถึงโลกทัศน์ชาวบ้านต่อผีขนจริง ๆ และไม่มีการเล่นที่หยาบโลนเรื่องการทำสัญลักษณ์เครื่องเพศ เช่น ปลัดขิก ศิวลึงค์ มากนัก ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบกับการเล่นผีตาโดนของอำเภอด่านซ้ายที่โด่งดังแล้ว จะเห็นว่าผีตาโขนได้รับการเปลี่ยนแปลงรูปแบบตามกาลนิยม และจากการศึกษาวิจัยการเล่นผีขนนั้น จะเห็นได้ว่าการเล่นผีขนน้ำของบ้านนาซ่าวยังยึดประเพณีการเล่นแบบดั้งเดิมทั้งจุดประสงค์ ความเชื่อ รูปแบบพิธีการ การแต่งตัวผีขน อุปกรณ์ที่ใช้ตกแต่งและอื่น ๆ ที่ชาวบ้านได้ร่วมกันอนุรักษ์รูปแบบผีขนที่แท้จริง ให้ลูกหลานได้พบเห็น และยึดถือปฏิบัติตามประเพณีเยี่ยงบรรพบุรุษต่อไป การเล่นผีขนที่บ้านนาซ่าวมิได้มีการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการทำหน้ากากผีขน ที่ทำให้เสียเอกลักษณ์ประเพณีดั้งเดิมของจุดประสงค์ความเชื่อและรูปแบบพิธีการต่าง ๆ ของผีขน และนับวันการเล่นผีขนแบบธรรมชาติที่มุ่งความเชื่อ ประเพณี ตลอดจนโลกทัศน์ของประชาชนต่อสิ่งเหนือธรรมชาติ ที่เป็นครรลองสำคัญอย่างหนึ่งในการดำรงชีวิตประจำวันของชาวบ้าน ซึ่งจะเป็นผลให้เกิดความเปลี่ยนแปลงในด้านความเชื่อและวิถีชีวิตของการดำเนินชีวิตในสังคมที่เปลี่ยนไปจากเดิมที่เคยดำเนินมา บรรณานุกรม ผีขนน้ำ. [ออนไลน์] เข้าถึงได้จาก : http://www.muangthai.com/thaidata/10258B5.html (วันที่สืบค้นข้อมูล: 19 กรกฎาคม 2555) นางสาว สุชาวดี สมกอง สัมภาษณ์ วันที่18 กรกฎาคม 2555 นายเม็ก อินอ่ำ สัมภาษณ์ วันที่18 กรกฎาคม 2555 นายอุเทียง ดีบุรี สัมภาษณ์ วันที่18 กรกฎาคม 2555 นายอามร หามณี สัมภาษณ์ วันที่18 กรกฎาคม 2555 นายวชิรพันธ์ ธงภักดิ์ สัมภาษณ์ วันที่ 18 กรกฎาคม 2555
ประเพณีผีขนน้ำ
ประเพณีผีขนน้ำ
1 คนชอบ
ความเห็น
ยังไม่มีความเห็น
บทความในวันเดียวกัน
ชาครธมโม · 22 ส.ค. 2555
ชาครธมโม · 22 ส.ค. 2555
Prof. Vicharn Panich · 22 ส.ค. 2555
คนถางทาง · 22 ส.ค. 2555
Sila Phu-Chaya · 22 ส.ค. 2555