นอกจากคำตอบของนักศึกษาจากบันทึก "กลัวไม่มีแม่ค่ะ" ... (เพียงแค่คำตอบหนึ่งจากข้อสอบอัตนัยเท่านั้น) แล้ว

ยังมีคำตอบจากนักศึกษาอีกคนที่เมื่ออ่านเสร็จแล้วต้องบอกว่า

"ผมเองก็เพิ่งทราบเรื่องนี้เหมือนกัน"

เพราะนักศึกษาคนดังกล่าวได้มีโอกาสเรียนกับผม
เมื่อเขาอยู่ปี ๑ ภาคเรียนที่ ๒ ไปแล้วครั้งหนึ่ง

 

ลองติดตามอ่านคำตอบของนักศึกษาคนนี้ดูนะครับ ...

 

มุมมองวิธีคิดและทัศนคติต่อการใช้ชีวิตของตัวข้าพเจ้าเปลี่ยนไปหลังจากที่ได้ชมวีดิทัศน์ดังกล่าว
ตั้งแต่ข้าพเจ้าได้มีโอกาสเรียนกับอาจารย์แล้วในวิชานวัตกรรมและเทคโนโลยีการศึกษา ตอน ปี ๑ เทอม ๒

ซึ่งทำให้ข้าพเจ้าใช้ชีวิตอย่างระมัดระวัง
และใช้ชีวิตให้คุ้มค่ากับการที่เราได้มีโอกาสเกิดมาเป็นคน
เป็นมนุษย์ที่พร้อมและสมบูรณ์ไปด้วยอวัยวะทั้ง ๓๒ ส่วน
ไม่มีส่วนใดบกพร่องเลย

ถึงแม้ว่าข้าพเจ้าจะไม่ร่ำรวยด้วยเงินทอง
และข้าพเจ้าคิดว่า ความดีสามารถเอาชนะทุกอย่างได้

ข้าพเจ้ายอมรับว่า เมื่อครั้งสมัยมัธยม
รวมถึงตอนเข้ามาศึกษาในมหาวิทยาลัยแห่งนี้ใหม่ ๆ

ข้าพเจ้ามักจะใช้ชีวิตอย่างไร้คุณค่า
ปล่อยให้เวลาผ่านไปอย่างไร้จุดหมาย
ใช้จ่ายเงินทองฟุ่มเฟือย ทั้ง ๆ ที่ทางบ้านฐานะก็ยากจน
พ่อแม่ต้องยืมเงินชาวบ้าน ต้องขายหยาดเหงื่อแรงงาน
เพื่อให้ลูกได้อยู่สุขสบาย

ข้าพเจ้าเองก็ยังคงขาดจิตสำนึก และไม่เคยคิดปรับปรุงตนเอง

ยิ่งเวลาเจอกับสิ่งที่คิดว่ายาก ก็คอยหาข้ออ้างให้ตนเองว่ายาก

หรือไม่สามารถทำได้ มัวแต่วิ่งหนีปัญหาอยู่ตลอด
จนเกือบทำให้ชีวิตของตนเองที่แม่อุตส่าห์ฟุมฟัก
เลี้ยงดูมาอย่างสุดความสามารถของท่านได้พังสลาย
ไปกับความคิดแย่ ๆ ของตนเอง

จนมาได้โอกาสได้รับชมวีดิทัศน์ครั้งแรกตอนปี ๑ เทอม ๒
ซึ่งนั้นเป็น "จุดเปลี่ยนครั้งยิ่งใหญ่" ของข้าพเจ้าในการใช้ชีวิต

ซึ่งต้องขอขอบพระคุณอาจารย์เป็นอย่างสูงที่ได้นำวีดิทัศน์ที่ดี ๆ
และเต็มไปด้วยคุณค่ามาให้ข้าพเจ้าได้ชม

"ถ้าไม่มีอาจารย์" ณ เวลานี้ข้าพเจ้าอาจจะลาออกจากมหาวิทยาลัยไปแล้วก็เป็นได้

นับจากวันนั้นเป็นต้นมา ซึ่งเรียกได้ว่า ใช้ชีวิตสิ้นเปลือง
และไร้จุดหมายมาก ๆ แล้วเปรียบเทียบกับบุคคลเหล่านั้น

ขนาดพวกเขามีความพิการ ความไม่พร้อมทางร่างกายแต่เขามีใจสู้
มีความมุ่งมั่น ตั้งใจมากกว่าคนปกติอย่างเรา ๆ เป็นหลายร้อยเท่า

คำพูดต่าง ๆ ของเขาสะท้อนแนวคิด ข้อคิดดี ๆ
ทำให้ข้าพเจ้าสามารถเปลี่ยนแปลงตนเองได้มากในระดับหนึ่ง
และยึดพวกเขาเป็นไอดอลในยามที่ท้อแท้หรือเจอกับปัญหา

จนได้มาชมอีกครั้งในภาคการศึกษานี้
ก็ทำให้ข้าพเจ้าเกิดแรงกระตุ้นและเกิดแรงบันดาลใจในการเรียนต่อ
และการใช้ชีวิตประจำวันเพิ่มมากขึ้น

 

 

 

ผมเองก็เพิ่งทราบเหมือนกันว่า สิ่งที่ผมได้สอนเขาในตอนที่เขายังอยู่ปี ๑ มีผลต่อเขามาจนถึงปัจจุบัน และลองคิดกลับกันว่า หากวิชานั้น ตอนนั้น ไม่ใช่ผมสอน เขาจะเรียนหนังสือต่อไปหรือไม่ ซึ่งคำตอบอาจจะเป็นทั้งสองอย่าง คือ ทั้งใช่ และ ไม่ใช่

แต่ผมก็แอบภูมิใจอยู่ลึก ๆ ว่า ความเหนื่อยยากในการสอนให้คนเปลี่ยนตัวเองมันมีความสำเร็จเป็นที่ประจักษ์ให้เห็นอย่างชัดเจน

เป็นความสุขที่อธิบายออกมาเป็นตัวหนังสือได้ยากจริง ๆ ครับ

 

ความสำเร็จเล็ก ๆ แต่เป็นความสุขที่ยิ่งใหญ่ของคนเป็นครูเสมอ

 

บุญรักษา ทุกท่านนะครับ ;)...