ฟังเรื่อง "ธรรมะเพื่อปลุกพลังในการทำงาน" นี้มาจากการอบรมเพื่อพัฒนาทักษะในการทำงาน เมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2552
การบรรยายเน้นในเรื่องการพัฒนาตน และการมี Self Esteem หรือความนับถือตนเอง เพราะกว่าจะมีบุญ ได้เกิดเป็นมนุษย์ทั้งทีก็ยากเย็นแสนเข็ญ ดังนั้นจึงนับว่า เป็นโอกาสอันดีที่จะได้พัฒนาตน พัฒนาชีวิตให้ดีหรือเจริญยิ่งๆขึ้นไปกว่าที่เป็นอยู่ … ผู้ที่ศึกษาเรื่องของชีวิต ย่อมจะไม่ปล่อยให้ชีวิตผ่านไปอย่างไร้สาระ … ดังนั้น ถ้ายังไม่สามารถก้าวพ้นจากโลกด้วย “โลกุตตรธรรม” ก็อาศัย “โลกียธรรม” หรือธรรมอันเป็นวิสัยของโลก ช่วยประคับประคองให้เราทำงานดีขึ้นไปก่อนก็แล้วกันนะ
- ต้องมีเป้าหมายในชีวิต : ต้องบังคับควบคุม การทำอะไรให้สำเร็จ ต้องฝืนใจ อย่าเห็นแก่ความสนุกสนานชั่วครู่ หรือปล่อยชีวิตให้ล่องลอยไปตามกระแส ต้องลอยทวนน้ำ … คนที่ปฏิเสธไม่เป็นคือคนอ่อนแอ คนที่เข้มแข็งจะปฏิเสธตนเองเป็น … รู้จักฝึกใจ (Self Negation) ฝืนใจ – ฝืนทำแต่สิ่งที่ดี เอาชนะตนเอง และเมื่อไม่ประสบความสำเร็จ อย่าโทษคนอื่น หรือสิ่งอื่น ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นล้วนมาจากการกระทำของตัวเราเองทั้งนั้น ไม่ชาตินี้ก็ชาติก่อน
- ทำงานด้วยความสุข : ความสุขคือ ความรู้สึก “พอใจในเบื้องหลัง มีหวังในเบื้องหน้า” โดยมี “กำลังใจ” เป็นกุญแจแห่งความสำเร็จ
- ทำงานด้วยความขยันหมั่นเพียร : โดยใช้ อิทธิบาท 4 หรือหนทางแห่งความสำเร็จทั้ง 4 ประการ คือ ฉันทะ (พอใจในสิ่งที่ทำ) วิริยะ (ทำด้วยความพากเพียร) จิตตะ (ใจจดจ่อแน่วแน่กับสิ่งที่ทำ) วิมังสา (ใช้ปัญญาไตร่ตรอง ทบทวนว่าสิ่งที่ทำอยู่ บังเกิดผลดี หรือต้องปรับปรุงแก้ไขอย่างไร) … ที่แท้ก็คือต้นกำเนิดของ Plan-Do-Check-Act นั่นเอง
- ให้จดจ่ออยู่กับปัจจุบัน : ไม่คิดถึงเรื่องที่ผ่านพ้นไปแล้วในอดีต หรือเรื่องของอนาคตที่ยังมาไม่ถึง
- ให้คิดเชิงบวก มองโลกในแง่ดี : ถ้าใครอ่านหนังสือ The Secret ก็จะพบว่า เป็นเรื่องเดียวกันกับ “Law of Attraction” กฎแห่งการดึงดูด เพราะจิตของเรามีพลังอำนาจมหาศาล พูดง่ายๆก็คือ ให้คิดแต่สิ่งที่ดี แล้วสิ่งดีๆ จะถูกดึงดูดเข้ามาหาเราเอง … แต่คิดในเชิงลบบ้างก็ไม่เป็นไร เพราะบางครั้ง ความคิดเชิงปฏิเสธ จะหมายถึงความรอบคอบระมัดระวัง ไม่ใช่กลัวจนไม่ต้องทำอะไร แต่เป็น “อัปมาทธรรม” คือ ความไม่ประมาท
พูดถึง “สังคหวัตถุ 4″ หรือหลักธรรมที่เป็นเครื่องยึดเหนี่ยวใจของผู้อื่น เพื่อประสานหมู่คนไว้ในความสามัคคี ได้แก่
- ทาน : การให้ … ทานมี 3 ประเภทคือ ทาสทาน สหายทาน สามีทาน ดังนั้นควรให้แต่ของที่ดีที่สุด ไม่ใช่ให้ของที่เลวกว่าที่เรากินเราใช้ หรือของเหลือทิ้ง
- ปิยวาจา : พูดจาให้ดีๆ หน่อย เป็นผู้ใหญ่แล้วควรทำตัวเป็น “ไม้สูง โน้มกิ่งต่ำ”
- อัตถจริยา : สละแรงกายแรงใจ ช่วยเหลือผู้อื่น
- สมานัตตตา : ปฏิบัติตนเสมอต้นเสมอปลาย ไม่ถือตัว
การที่จะควบคุมอนาคตตัวเองได้นั้น ต้องมีกำลัง 3 อย่าง คือ กำลังกาย กำลังความคิด (มีปัญญา) และกำลังใจ …. “กำลังใจ” ฝึกได้ พัฒนาได้ การฝึกใจต้องทำจากกาย ทำกายให้นิ่ง ให้หนักแน่น จึงจะเป็นบ่อเกิดของกำลังใจ (Mind Power)
สุดท้าย วิทยากรแนะนำให้ฝึกจิต เพิ่มกำลังใจ โดยการ “นั่งสมาธิ” กั้นความคิดไม่ให้คิด เปรียบเสมือนการกั้นน้ำด้วยเขื่อน น้ำในเขื่อนที่ถูกกัก เวลาปล่อยออกมาจะกลายเป็นพลังงานมหาศาล สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้
เยี่ยมเลย ชอบ ขอเก็บไว้อ่านนานๆ บ่อยๆ
ดีมากๆค่ะ