AAR (After Action Review)
วันนี้มีโอกาสได้มาอบรม KM Blog ก็เลยหาความรู้มาเขียนบันทึก ลองอ่านและนำไปใช้กันดูนะครับ เพื่อประสิทธิภาพการทำงาน
AAR (After Action Review ) คือ ขั้นตอนหนึ่งในการทํางานเป็นการทบทวนวิธีการทํางานทั้งด้านความสําเร็จและปัญหาที่เกิดขึ้น ทั้งนี้ไม่ใช่เพื่อค้นหาคนที่ทําผิดพลาด ไม่ใช่การกล่าวโทษใครทั้งสิ้น แต่เป็นการทบทวนเพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทํางาน เพื่อแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นไม่ให้เกิดปัญหานี้ขึ้นอีก ในขณะเดียวกันก็คงไว้ซึ่งวิธีการที่ดีอยู่แล้ว
ที่มาของ AAR ใช้ครั้งแรกในกองทัพของสหรัฐอเมริกาเมื่อประมาณปี1970 โดยมีวัตถุประสงค์ในขณะนั้นเพื่อพัฒนาศักยภาพของกองทัพ แก้ไขช่องโหว่ที่อาจทําให้เป็นรองฝ่ายตรงข้ามหรือทําให้สูญเสียทหารฝีมือดีในการทําศึกสงคราม และสิ่งสําคัญคือได้ฝึกการทํางานเป็นทีม ไปพร้อมกันด้วย จนกระทั่งปี 1990 ภาคธุรกิจซึ่งเป็นภาคส่วนที่มีภาวะการแข่งขันสูงและ แข่งขันตลอดเวลาเพื่อความอยู่รอดขององค์กรได้เริ่มนําเทคนิคนี้มาใช้ในการทํางานเพื่อพัฒนาองค์กรเพื่อส่วนครองตลาดที่สูงขึ้นหรือเพื่อกําไรที่มากขึ้น ซึ่งจุดนี้เองที่ทําให้เทคนิคนี้ได้รับความสนใจอย่างมากมายและต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน
AAR ได้รับความสนใจมากมาย เรามาดูกันว่าจุดเด่นของ AAR มีอะไรบ้าง
1. ทําให้เรียนรู้ว่าในการทํางานต่างๆ ไม่ควรชื่นชมความสําเร็จแต่เพียงด้านเดียว ต้องยอมรับปัญหาที่เกิดขึ้นด้วย และควรให้ความสนใจมากกว่าความสําเร็จด้วยซํ้าเพราะปัญหาคือโอกาสในการพัฒนาคนเพื่อพัฒนางานนั่นเอง
2. ฝึกการรับฟังความคิดเห็นหรือคําแนะนําของเพื่อนร่วมงาน ที่อาจทําให้คุณได้รู้ว่า “ทุกปัญหามีทางออก” นั้นเป็นอย่างไร
3. ฝึกการทํางานเป็นทีม
4. สามารถใช้เทคนิคนี้กับงานทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นงานประจําที่ดูเหมือนว่าไม่สําคัญเช่นการรับโทรศัพท์ การจัดประชุม ไปจนถึงโครงการระยะยาวที่ได้รับเงินสนับสนุนหลายพันล้านบาท
5. ผู้ที่เข้าร่วมคือเพื่อนร่วมงาน เพื่อนร่วมแผนกหรือทีมงาน ซึ่งเป็นจุดที่แตกต่างจากPeer Assist ที่เป็นการขอคําแนะนําจากผู้รู้ภายนอกกลุ่ม
4 คําถามกับ AAR คือ
1. สิ่งที่คาดว่าจะได้รับจากการทํางานคืออะไร
2. สิ่งที่เกิดขึ้นจริงคืออะไร
3. ทําไมจึงแตกต่างกัน
4. สิ่งที่ได้เรียนรู้และวิธีการลด/แก้ความแตกต่างคืออะไร
7 ขั้นตอนกับ AAR
1. ควรทําAAR ทันทีทันใดหรืออย่างเร็วที่สุดหลังจากจบงานนั้นๆ
2. ไมมีการกล่าวโทษ ซํ้าเติม ตอกยํ้าซึ่งกันและกัน ไม่มีความเป็นเจ้านายหรือลูกน้องมีแต่บรรยากาศที่เป็นกันเอง
3. มี “คุณอํานวย” คอยอํานวยความสะดวก กระตุ้น ตั้งคําถามให้ทุกคนได้แสดงความคิดเห็น ข้อเสนอแนะของตน
4. ถามตัวคุณเองว่าสิ่งที่คุณควรได้รับคืออะไร
5. หันกลับมาดูว่าสิ่งที่เกิดขึ้นจริงคืออะไร
6. ความแตกต่างคืออะไร ทําไมจึงต่างกัน
7. จดบันทึกเพื่อเตือนความจําว่าวิธีการใดบ้างที่คุณได้เคยนํามาแก้ปัญหาแล้ว
คุณต้องเข้าใจว่าคําตอบหรือวิธีแก้ปัญหาที่ได้จากการทําAAR คงไม่ใช่คําตอบสุดท้ายสําหรับงานของคุณ เพราะเมื่อเวลาเปลี่ยนไป บริบทเปลี่ยนไป ย่อมทําให้เกิดปัญหาใหม่ได้ตลอดเวลา ซึ่งวิธีการแก้ปัญหาย่อมเปลี่ยนแปลงไปด้วย