ดูจากภาพด้านบน ซึ่งเป็นการคำนวณค่าทางสถิติเพื่อตรวจพิสูจน์พ่อ-แม่-ลูก กรณีที่คัดพ่อออก หมายถึงปฏิเสธว่าชายคนนี้ไม่ใช่พ่อของเด็ก หรือกรณีที่คัดแม่ออก หมายถึงปฏิเสธว่า หญิงคนนี้ไม่ใช่แม่ของเด็ก  จะเห็นว่าค่า paternity index (PI) มีค่าเป็นเลขทศนิยม มีคำถามว่า ในเมื่อมันคัดออกแล้วทำไมค่า PI ถึงไม่เท่ากับ 0 (ศูนย์) ?

     การใช้ค่า PI กรณีที่คัดออกเท่ากับ 0 (ศูนย์) มักใช้ในกรณีที่ไม่อยากคำนวณครับ เพราะ 0 ไปคูณอะไรก็ได้ 0  ในเมื่อคัดออกแล้วก็ไม่รู้จะเสียเวลาคำนวณไปทำอะไร ก็ใช้ประมาณไปเลยว่า PI เป็น 0

     แต่ถ้าจะให้ถูกต้อง กรณีที่คัดออก ค่า PI ไม่ได้เท่ากับ 0 ครับ แต่มีค่าเท่ากับค่าที่ตำแหน่งนั้นๆเกิดการกลายพันธุ์ (mutation) เพราะฉะนั้น ค่า PI ที่ตำแหน่งนั้นต้องถูกคำนวณว่า เกิดการกลายพันธุ์ มีค่าเท่ากับเท่าไร  โดยทั้่วไป มักใช้สูตรว่า

     PI = MutationRate ที่ตำแหน่งนั้น/ Power of Exclusion ที่ตำแหน่งนั้น

     ดังนั้นค่าที่ได้จึงมักเป็นจุดทศนิยมครับ จะเห็นว่ามีค่าตั้งแต่ 1 ใน 1000 ถึง 4 ใน 1000 โดยเฉลี่ย ก็ประมาณ 2 ใน 1000 หรือการหารด้วย 500 โดยประมาณครับ

     ถ้าถามว่าการคำนวณแบบนี้ถูกต้องหรือไม่ คงต้องตอบว่า การคำนวณแบบนี้ เป็นการคำนวณในหลักการครับ ซึ่งเป็นวิธีการคำนวณที่ใช้กับวิธี RFLP หรือวิธีโบราณ แต่ถ้าจะใช้ในงานปัจจุบัน มีวิธีการคำนวณที่ละเอียดกว่านี้ คือคำนวณจากโอกาสที่อัตราการเกิดการกลายพันธุ์ที่ตำแหน่งนั้นๆ จากค่าอัลลีลค่าหนึ่งไปเป็นอีกค่าหนึ่งมีค่าเท่ากับเท่าใด แล้วหารด้วยค่าที่ได้อัลลีลนั้นจากคนทั่วไปในกลุ่มประชากร  วิธีการนี้ทำได้แค่เพียงทฤษฎีครับ ในทางปฏิบัติจะหาข้อมูลอัตราการกลายพันธุ์ที่ตำแหน่งใดๆจากอัลลีลที่หนึ่งไปเป็นอัลลีลที่สอง ได้ยากมากๆๆๆๆๆๆ ถึงมากที่สุด   เพราะฉะนั้นการคำนวณจึงมักยังคงใช้สูตรแบบเดิมครับ