ผมได้ของขวัญชิ้นที่มีคุณค่าที่ยากจะบรรยาย...ก่อนวันหยุดหลายวัน (แต่ผมยังต้องมาทำงานหลายวัน)

บ่ายๆ ของวันพุธที่ 1 สงหาคม 2555...ผมได้รับซองจดหมายขนาดใหญ่มาก...

พลิกไปดูด้านหลัง...ชื่อ-ที่อยู่...ผู้ส่งมาให้แล้ว...สุดแสนปรีดาดีใจ...

หอบกลับมาบ้าน..ตอนดึกๆ แล้วเปิดซองออกดู....

 

 

ผมต้องตะลึงกับของขวัญที่ส่งมาให้....

ผมสับสนในใจหลายอย่างอธิบายไม่ถูก....ผมอยากติดต่อส่งของขวัญกลับคืนเจ้าของขวัญ

เพราะเป็นของขวัญที่มีค่าและยิ่งใหญ่สำหรับผม...ผมไม่อาจกล้าจะรับสิ่งนั้นได้

สภาพของสมุดแสตมป์ภายนอก...ปกสีน้ำตาลงามตา...ยังดูงดงามและคงทน...เสมือนของใหม่มาก

แต่พอพลิกดูแสตมป์ในแต่ละหน้า...เพราะการเดินทางมาไกลแสนไกล

ทำให้บางดวงกระเด็นกระดอนหลุดร่วงออกมาจากที่อยู่...แต่ก็เก็บเข้าที่เดิมไม่ยากเย็นนัก

เยื่อกระดาษบางเบา...ที่คั่นแต่ละหน้า...ดูเก่าและมีเสียงกรอบเหมือนใบไม้แห้งแห้ง...ยามปลายนิ้วลูบไล้เปิดม่านออก...ผมซึมซับความอุตสาหะของเข้าของ...ราวระยะเวลาแห่งการอดทนและรอคอยแสตมป์แต่ละดวง

จนครบชุดแสตมป์....

 

 

ผมมองเห็นภาพเด็กหญิงที่งดงามราวกับเจ้าหญิงน้อยๆ

กำลังสะสมแสตมป์แต่ละดวง...นับตั้งแต่คว้านหา...การตัด...การเลาะ...และการจัดเรียง....

เจ้าหญิงคนนั้น...งดงาม...พากเพียร...มีวินัย...เหลือเกิน...

จนผมแอบคิดในใจที่ฟุ้งซ่าน...ว่าถ้าจะมีลูกสักคน...อยากจะมีลูกสาว

และให้เด็กหญิงตัวเล็กๆ ....มีงานเล็กๆ น้อยๆ ยามว่าง...ด้วยการสะสมแสตมป์

 

 

ผมมาอ่านการ์ดรูปช้าง...กระดาษสา....ที่คง และบ่งบอกความเป็นศิลปะและจิตใจที่บริสุทธิ์ของผู้ให้...

การที่ใครสักคนจะชื่นชมผม...คนๆ นั้น...ต้องมีจิตใจที่สูงส่งมากด้วยเช่นกัน...

จิตใจที่เปี่ยมล้นที่จะยกย่องและชื่นชมผู้อื่น...

ถ้อยคำหลายถ้อยคำ....ผมให้ผมอายมวนหลายตลบและหลายรอบ

ผมไม่ได้เป็นคนดีอย่างที่ผู้ให้...เขียนให้แน่นอน...

ผมเพียงเป็นคนทำงานในชุมชนคนเล็กๆ คนหนึ่ง... ที่อยากจะเป็นคนดีเท่านั้น

ทั้งที่รู้ว่า...ความดี...คือ...เป็นสิ่งที่สมมติในช่วงเวลาหนึ่ง...หรือในยุคหนึ่งเท่านั้น...หรือกับบางคนเท่านั้น....

 

 

สารภาพตามความซื่อสัตย์ของใจของผม...

บันทึกนี้ยากที่จะเขียนและยากที่อธิบายให้สมกับคำว่า “ขอบพระคุณ” และมากกว่าคำว่า “ขอบพระคุณ”

ยากที่จะจรดปลายพิมพ์ และกลั่นกรองความรู้คิดและความคิด...

ผมปล่อยให้เวลาล่วงเลยหลาย...เวลาที่มันซื่อสัตย์ต่อตัวมันเอง

และผมก็พยายามที่จะซื่อสัตย์กับการเป็นผู้รับที่ดีด้วย

เมื่อตระหนักในใจที่ว่า...ผู้มอบอยากให้ผมเก็บรักษา....ผมจึงขอเก็บของขวัญที่มีคุณค่าและยิ่งใหญ่นี้ไว้...

เป็นสื่อแห่งความเป็นเพื่อน...มิตรภาพ....แห่งการแบ่งปันและเกื้อกูลกันอันดีงามผ่านบ้านโกทูโนว์ของผม

ที่ผมเป็นผู้อาศัยคนหนึ่งเท่านั้น....

 

 

ถ้าผมมีโอกาสได้พบกับเจ้าของของขวัญชิ้นประวัติศาสตร์…อีกสักครั้ง

ผมขอนั่งคุกเข่าต่อหน้าผู้ให้...

...เหมือนผมได้ไหว้พระพุทธรูปองค์มหึมา

สวดมนต์...ขอพร...ตั้งจิตอธิษฐาน...ในสิ่งที่ควรปรารถนาได้...

ผมขอขอบพระคุณมากนะครับ

สำหรับ “สัมบัติ”.....แห่งการเป็น “สัมภาระ” ที่ผมอยากจะโอบกอดไว้ตลอดชีวิต

นำมาด้วยความดีใจ...ที่ให้ผม และลูกชาย “ทิมดาบ” ได้ชื่นชมแห่งคุณค่า....

หวังไว้สักวันว่า...

ถ้าเจ้าของของขวัญ...มีเจ้าหญิง..หรือเจ้าชาย...น้อยๆ ในอนาคต

พวกผมจะนำสมบัตินั้น....

กลับไปให้....เจ้าหญิง..หรือเจ้าชาย....ชื่นชมด้วยเช่นกัน

 

 

ขอบพระคุณครับ...เจ้าของขวัญ....

ขอบพระคุณทุกท่าน...ที่อ่านมาถึงบรรทัดนี้....

อยากให้ทุกท่าน...ได้ชื่นชมกับความหอมบริสุทธิ์ของผู้ให้...

ด้วยความกรุ่นหอมไออุ่นของมิตรภาพ และเพื่อนที่ไร้พรมแดน...ชนชั้น....วรรณะ.....

ฤดูกาล...สายลม...แสงแดด.....