ครั้งหนึ่งของชีวิตที่ได้เข้ามาศึกษาในรั่ว มอ ปัตตานี มันได้อะไรมากมายอย่างที่เราไม่คาดคิดมาก่อน เริ่มตั้งแต่ปี 2552ที่ผมได้ก้าวเข้ามาในรั่วแห่งนี้ ผมคิดว่ามันไม่ใช่แค่มาศึกษาหรือเรียนรู้เพียงอย่างเดียวแต่มันได้ทั้งประสบการณ์อย่างชนิดที่เรียกว่า หาไม่ได้อีกแล้ว วันแรกที่มาอยู่ในหอพักของในมอ สิ่งแรกที่ต้องเจอก็คือกิจกรรมรับน้องมีทั้งกิจกรรมของมหาลัย ของคณะและของเอกซึ่งพี่ๆสต๊าฟที่ทำหน้ารับน้องบางคนก็โหดแต่บางคนก็เทคแคร์อย่างดี ทั้งๆที่เราไม่เคยรู้จักมาก่อนแต่พวกพี่ก็ทำหน้าที่เป็นพี่สตาฟเป็นอย่างดีทำให้เราเกิดความนับถือในความรับผิดชอบของพี่ๆทุกคนพี่ๆเป็นห่วงเราค่อยเป็นกำลังใจในยามที่เราท้อและไม่มีใครทำให้เรารู้สึกว่าอยากทำกิจกรรมมากเวลาทำกิจกรรมทำให้เรารู้จักคำว่ามิตรภาพและปรับเข้าหากับผู้อื่นได้ซึ่งตัวเราก็มีความรับผิดชอบมากขึ้นรู้จักคำว่าให้อภัยรู้จักคำว่าขอโทษแล้วยังทำให้เราเป็นคนที่มีระเบียบให้เกียรติซึ่งกันและกันและกิจกรมที่เราควรพลาดไม่ได้นั่นก็คือกิจกรรมของเอกที่มีพี่มาเทคแคร์เทคของติวสอบและยังค่อยมาสอนเราให้เป็นคนดี มีน้ำใจ และสิ่งที่ประทับใจของการเข้าเอกก็คือการที่พี่ๆให้น้องได้ไปล่าลายเซ็นของพี่ๆสามชั้นปีทำให้เราได้รู้จักรุ่นพี่มากขึ้นยังทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างรุ่นน้องกับรุ่นพี่มีความสนิทสนมมากยิ่งขึ้น
ส่วนในเรื่องของการเรียน ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้เราอยากศึกษาในระดับปริญญาตรีอาจจะเข้าเรียนบ้างไม่เข้าบ้างมันเป็นเรื่องปกติเพราะทุกคนต้องการความเป็นอิสระบ้างในการเรียนระดับอุดมศึกษาไม่ใช่แค่เรียนเฉพาะในห้องเรียนที่มันเป็นสี่เหลี่ยมแต่เราต้องเรียนรู้ด้วยตนเองรู้จักหาข้อมูลหาความรู้ศึกษาค้นคว้าด้วยตนเองเพื่อเราจะได้ไปประกอบออาชีพที่ตัวเองวางไว้บางครั้งอาจจะท้อบ้างในเรื่องบางเรื่องเช่น เรื่องเกรด อาจจะหวังสูงๆแต่กลับไม่ได้อย่างที่ตัวเองวางไว้มันก็เป็นเรื่องปกติ ที่ทุกคนจะต้องเจอเพราะทุกสิ่งทุกอย่างที่เราได้มามันเกิดจากฝีมือเราล้วนทั้งสิ้น การเรียนมหาลัยแต่ควบคู่ไปพร้อมๆกับกิจกกรม เพราะเมือเราจบไปเราอาจจะรับใบปริญญาแต่ใบปริญญาก็อาจจะเป็นแค่ส่วนหนึ่งเท่านั้นเองดั่งที่ว่า ปริญญาทำให้คนเรามีงานทำ แต่กิจกรรมทำให้เราทำงานเป็น