เมื่อวันพุธที่  19  เดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา  ดิฉันและเพื่อนๆได้ไปเข้าค่ายสายใยพหุวัฒนธรรมที่หมู่บ้านทรายขาว  จังหวัดปัตตานี  พอไปถึงพี่ๆที่จัดค่ายครั้งนี้  ก็จะแบ่งกลุ่มออกเป็นสองกลุ่ม  เพื่อลงพื้นที่เยี่ยมชาวบ้าน  ซึ่งกลุ่มของดิฉันก็พากันลงพื้นที่ทั้งที่  ดิฉันได้ไปเยี่ยมชาวบ้านและได้ถามทุกข์  สุข  การเป็นอยู่  อาชีพของชาวบ้าน  ซึ่งนับว่าหมู่บ้านที่ดิฉันและเพื่อนๆลงพื้นที่นี้  เป็นหมู่บ้านที่ทำสินค้า  otop  นั้นคือ  การทำสบู่เหลวจากสมุนไพร  ชาวบ้านในหมู่บ้านนี้ใจดีมาก ได้สอนวิธีการทำสบู่เหลว  ตลอดจนได้แนะนำสมุนไพรต่างๆรวมทั้งสรรพคุณของสมุนไพรแต่ละชนิด  ชาวบ้านได้สอนวิธีการทำสบู่เหลวจนดิฉันและเพื่อนทำเป็น  เมื่อดิฉันจะกลับที่พัก  ชาวบ้านก็ได้ให้สบู่เหลวแก่ดิฉันและเพื่อนคนละขวดเป็นฝากติดไม้ติดมืออีกด้วย  ก่อนที่ดิฉันและเพื่อนๆจะกลับบ้านก็ได้มีคุณยายคนหนึ่งเดินมากอดฉัน ได้บอกกับฉันด้วยรอยยิ้มว่า "ถ้าว่างๆก็มาเยี่ยมที่นี้บ้างน่ะลูก  คนที่นี้รอลูกๆอยู่น่ะ"เมื่อดิฉันได้ฟังคุณยายพูดแบบนั้น ทำให้ดิฉันรู้สึกปราบปลื้มใจมาก และได้บอกกับคุณยายว่า "ค่ะคุณยาย  หนูสัญญาว่าถ้าว่างเมื่อไร  หนูจะกลับมาที่นี้อีก  เพราะที่นี้ทำให้หนูมีความสุข  รอยยิ้มของทุกคนที่นี้ทำให้หนูมีความสุขอย่างบอกไม่ถูก การได้ลงพื้นที่ครั้งนี้ทำให้ดิฉันได้เข้าใจความเป็นอยู่ของชาวบ้านในพื้นที่นี้มากขึ้น หนูสัญญาค่ะว่าจะกลับมาอีก"  และดิฉันกับเพื่อนก็พากันกลับที่พักพร้อมกับของฝากจากชาวบ้าน  พอตอนกลางคืนพี่ๆก็ให้ทุกคนสรุปว่าได้อะไรบ้างจากการลงพื้นที่เยี่ยมชาวบ้านครั้งนี้  ซึ่งดิฉันเป็นตัวแทนของกลุ่ม  ดิฉันได้เล่าทุกอย่างที่ดิฉันกับเพื่อนได้ไปเยี่ยมชาวบ้านด้วยรวยยิ้ม  เมื่อดิฉันเล่าจบ  พี่ๆและเพื่อนก็พากันปรบมือให้ฉัน  จากเหตุการณ์ครั้งนี้จะเห็นได้ว่าการเข้าค่ายหรือกิจกรรมต่างๆจะทำให้เรามีประสบการณ์ใหม่ๆและเต็มไปด้วยความรู้ต่างๆซึ่งการเรียนรู้นั้นไม่ได้มีแค่ในห้องเรียนเท่านั้น  แต่ความรู้อยู่ทั่วทุกมุมโลกแค่เพียงเราหมั่นขยันค้นคว้าศึกษา