งานหนักคือชีวิต เรามีสิทธิ์จะสร้างสรรค์ หนักเบารู้เท่าทัน ค่อยคอยวันการเปลี่ยนแปลง
"ความพอดี"
หอมกรุ่นละมุนกลิ่น
กาแฟรินละไมหอม
บ่ายคล้อยจึงค่อยพร้อม
มองแดดน้อมในดวงลง
หยุดงานอันหน่วงหนัก
เพื่อผ่อนพักสุขเสริมส่ง
ทุกอย่างจึงวางลง
หยุดเวียนวงประจำวัน
งานหนักคือชีวิต
เรามีสิทธิ์จะสร้างสรรค์
หนักเบารู้เท่าทัน
ค่อยคอยวันการเปลี่ยนแปลง
คร่ำเคร่งจนตึงเครียด
มุ่งยัดเยียดเสาะแสวง
รีบเร่งจนรุนแรง
กายเคยแกร่งจักกร่อนกาล
ปล่อยปละไปเรื่อยเปื่อย
มิยอมเหนื่อยจึงเกียจคร้าน
ไม่หวั่นถึงวันวาร
ค่อยค่อยผ่านหมดเวลา
พิณดีมีสามสาย
ตึงเส้นตายไร้คุณค่า
หย่อนไปไร้ราคา
แสวงหาความพอดี


ช่างเปรียบเปรยได้ดียิ่งนัก ความพอดี กับซอสามสาย
ความพอดี.. ที่เกิดขึ้นกับคนที่มีความพอดี ซอเสียงไพเราะ..เพราะว่าสายตึงพอดี...อิอิ
ขอบคุณที่แวะมาเยือน
นึกถึงตอนพระพุทธองค์ทรงเร่งปฏิบัติเพื่อการหลุดพ้นนะครับ
"tang sai klang" is the best. (travelling in Australia) Bye
ภาพที่นำมาประกอบนั้นเหมือนกับแถวๆ
สวนสนเลยเชียวนะครับ
จริงครับ
ต้องพอดีจึงพอดี นะครับ
Hope you have a very good time there,
once in my life, I stayed at Semafore,
Adelaide city for three months
สวัสดีค่ะวันนี้แวะมาอ่านบทกลอนที่มีความหมายของพี่ชาย ช่างเปรียบเทียบและแฝงแนวคิดเยอะแยะมากมายถ้าอ่านแล้วเข้าใจนะคะอิ อิ
วันนี้หน้าตาเปลี่ยนไป ไม่เหมือนเดิมนะครับ
บทกวีก็ดีอย่างนี้แหละครับคือ อ่านไม่ค่อยเข้าใจครับ อิอิ
ขอบคุณสำหรับกำลังใจ
เป็นดอกไม้และการแวะมาเยือน
ขอบคุณสำหรับกำลังใจ
สวัสดีค่ะอาจารย์
มาดื่มด่ำบทกวีของอาจารย์เช่นเคยครับ
อ่านบทกวีของอาจารย์ ทำให้นึกถึงความพอดีของคน ถ้ามีความพอดีเราก็จะเป็นสุขใช่ไหมคะ
เพิ่งจะกลับไปทอดผ้าป่าที่
รร. บ้านท่ามะนาว บ้านเกิดครับผม