โอกาสที่จะได้มาปฏิบัติธรรมอย่างนี้ คนเป็นแสนเป็นล้านก็ยังไม่มีโอกาสเหมือนพวกเรา  ท่านพระอาจารย์มหาดิเรก ตอนนี้ท่านอายุได้หกสิบสอง  บวชมาได้สี่สิบสองพรรษาแล้ว  บวชมาตั้งแต่เป็นเณร บอกเล่าให้พวกเราที่มาเข้าค่ายให้ได้ฟังเป็นกำลังใจในวันแรกของการปฏิบัติที่ Fresno คาลิปฟอร์เนีย  ประเทศสหรัฐอเมริกา ระหว่างวันที่ ๒๕ ถึงวันที่ ๓๑ กรกฏาคม ๒๕๕๕

 

การเตรียมงานใช้เวลาประมาณหกเดือน เกือบจะไม่มีที่ติ ยกเว้นห้องส้วม อ่านที่นี้ แทบจะทนไม่ได้ เพราะจะหาส้วมให้พอสำหรับคนสี่สิบคนนั้นทำได้ยาก วัดนั้นต้องสร้างมานาน

 

วัดนี้เป็นวัดลาว ซื้อมาจากคฤหาสน์เจ้าเมืองเฟรสโนมา  เจ้าของจริงๆตายไปหมดแล้ว ยกให้ลูกหลาน แต่มันใหญ่โตเกินไป พวกลูกๆจึงประกาศขาย  ใครมาซื้อก็อยู่ไม่ได้  พอวัดลาวขอซื้อเจ้าของบอกว่าให้มาลองอยู่  ถ้าอยู่ได้แล้วจึงจะขาย  วัดลาวอยู่ได้ไม่มีปํญหา เจ้าของเลยขายให้ในราคาถูกๆ  

 

ถึงจะอยู่ได้ก็จริง แต่ทุกอย่างทรุดโทรมไปตามกาลเวลา เจ้าอาวาสอยากจะประกาศศาสนา เรื่องการปฏิบัติภาวนา เลยเชิญพระอาจารย์มหาดิเรก ซึ่งท่านเป็นเจ้าอาวาสวัดพุทธยาราม วัดไทยจากลาสเวสกัส มาดำเนินการสอนวิปัสสนาเจริญสติ แบบสร้างจังหวะของหลวงพ่อเทียน

 

รายการนี้เป็นรายการธรรมยาตรา จัดกันเป็นทีม จัดกันเป็นระบบการทำงานสมัยใหม่ ผมเห็นแล้วก็ประทับใจ  ท่านเอาของเกือบทุกอย่างจากวัดท่านมาเกือบทั้งหมด หนังสือสวดมนต์ พระพุทธรูป ลำโพงเครื่องขยายเสียง คอมพิวเตอร์ เครื่องทำ MP3 and DVD กล้องถ่ายรูป กล้องถ่ายวิดีโอ มาในรถแวน พร้อมๆกับคณะสงฆ์จากวัดท่านด้วยกันสามรูป  ซึ่งแต่ละท่านก็มีหน้าที่ทำงานแตกต่างกัน  เช่น บางท่านมีหน้าที่นำสวดมนต์  บางท่านมีหน้าที่บันทึกภาพ บันทึกเสียง ทำงานกันเป็นระบบ ไม่มีจุดขาดตกบกพร่อง หลวงพี่อีกก็จำวัดในเต้นส์เหมือนกับพวกเรา ไม่มีการแบ่งชั้นวรรณะ

 

ส่วนหน้าของการทำอาหาร เป็นหน้าที่ของคุณสมพร  ที่เป็นทั้งเจ้าภาพและเป็นทั้งแม่ครัว ที่เคยติดตามไปกับคณะของท่านพระอาจารย์เสมอๆ แม้ในต่างประเทศก็ตาม  อาหารเป็นอาหารสุขภาพ ไม่มีเนื้อสัตว์ ยกเว้นปลาเท่านั้น

อาหารดีมาก แม้จะสู้อาหารสุขภาพจากค่ายหมอไม่ได้ เพราะมีรสเผ็ด หวาน เปรียว ให้ทาน แต่ก็ดีสุดๆหล่ะครับ มีต้มซุบหน่อไม้ กินวันแรกคิดถึงเมืองไทยเลย เพราะรสชาติเยี่ยมมาก หลวงพี่จากวัดป่าเล่าให้ผมฟังว่า พระสายวัดป่าขันธ์ธาตุท่านถูกกับอาหารทางอิสาน  เพราะเป็นของแห้งๆ  ปลาแห้ง ปลาร้า ข้าวเหนียว กินแล้วไม่ง่วงนอน เหมือนกับอาหารทางภาคกลาง ซึ่งมีแต่แกงกระทิ  พร้อมกับหมูเห็ดเป็ดไก่ 

 

 

 

ห้องน้ำ มีสบู่ แปรงสีฟัน ยาสีฟัน ชมพู มีดโกนหนวด กระจก สำลี หวี ไม่มีอะไรที่ขาดเลย เสียแต่อย่างเดียวที่ผมเอาของผมมาเกือบหมดทุกอย่างแล้ว

กลางวันที่นี่ร้อนพอๆกับเมืองไทย ๓๖-๓๗ องศา ร้อนจนกระทั่งหมดอาลัยตายอยาก เวลาจะอาบน้ำต้องอาบตอนประมาณบ่ายสี่ ห้า โมง เพราะยังไม่หนาว แต่ผมไม่เคยอาบน้ำแบบนี้มานาน ชนิดที่เรียกว่า เย้ยฟ้าท้าดิน  มองข้างบนเห็นฟ้า มองข้างๆเห็นฝาฝนัง มองเข้าไปในถังก็เห็นแต่น้ำ น้ำก็เย็นเจี๊ยบ พอราดไปสักสองสามขัน ลมโชยมาพอดี อย่างที่สโลเกนสายการบินไทยเขียนเตือนไว้แหล่ะครับ

แล้วคุณจะหนาว