วันศุกร์ ที่ 3 เดือน กรกฎาคม 2555
กราบสวัสดีค่ะครู
ให้คำมั่นกับครูไว้ ปฏิบัติต่อเนื่องได้เพียง 3 วัน พอกิเลสเข้าครอบงำ ก็ทำให้ทิ้งสัจจะ ศีลข้อ ๔ ขาดแบบเต็ม ๆ เลยเจ้าค่ะ บารมีข้อนี้ยังต้องสั่งสมอีกมาก ตอนที่ไปกราบหวงปู่ท่านบอกว่า ”บารมีเรามันยังไม่พอให้สั่งสมเอา” น้อยใจจนเกือบจะพลาดโอกาสในการเรียนรู้ธรรมะ หนูได้เรียนรู้อะไร ได้เห็นใจที่มันกระด้าง ไม่ยอมรับสิ่งที่ครูเมตตาชี้ ไม่ยอมรับและก็ไม่ยอมดู เลยยิ่งถดถอย ออกจากวัดนี้ก็ไปวัดหลวงปู่ที่พี่ชายบวช แต่หลวงปู่ พระและแม่ชี ไปลงอุโบสถที่วัดใหญ่ หนูเดินเข้าไปในครัวได้ยินเสียงแว่ว ๆ จึงสอบถามทราบว่า “หัวหน้าแม่ครัวท่านอยู่แต่อยู่ในห้องพัก” จึงเดินสำรวจไปที่กุฏิที่เคยพักและกุฏิอื่น ๆ พรางถามตนเองว่า “นี่คืออะไร” แล้วก็เลยตัดสินใจลงไปหาพ่อกับแม่ที่บ้าน สภาพหมดแรงดูไม่ได้เลยเจ้าค่ะ จนเย็น ๆครูโทรมาหา รับรู้ว่า “ครูเมตตาชี้ทางให้กลับ” แต่ข้างในหนูไม่เข้มแข็งพอ พาพ่อกับแม่ไปภาวนาที่วัดหลวงปู่ที่พี่ชายบวช ภาวนาจนถึงหกทุ่มกว่าพ่อก็เดินมาชวนกลับ ข้างในไม่สงบเลยเจ้าค่ะครู เหมือนมีไฟสุมอยู่ในหัวด้วยปรามาสทำผิดต่อพระอริยะ ศีลข้อหนึ่งและข้อสี่ด่างพร้อย ระหว่างขับรถกลับสังเกตเห็นข้อความพอถึงบ้านได้อ่านทราบว่า”ครูเมตตาให้โอกาส” ข้างในแทนที่จะดีใจแว๊บแรกเป็นสงสัยแบบขุ่น ๆ เจ้าค่ะศีลข้อหนึ่งด่างพร้อย แต่ลึกๆหนูเชื่อครู ตัดสินใจจะกลับวัด เช้าไปจังหันใส่บาตร พระพี่ชายถามว่า “อยู่กี่วัน” หนูจึงตอบท่านว่า “กลับวันนี้แหละเจ้าค่ะ”
ระหว่างทางขับรถตั้งใจตั้งสติกับลมหายใจและการขับรถ ระลึกกราบขอขมาหลวงปู่และครู ใจอยากหาพานมาทำ”ขันขอขมา” แวะหาซื้อก็ไม่มี มีความรู้สึกขึ้นว่า “พิธีจำเป็น จิตมันจะได้ละอายเกรงกลัวในการทำบาป” แต่ก็หาไม่ได้เจ้าค่ะ แวะซื้อสายไฟยาวและปลั๊กเพื่อมาต่อไฟเข้ากุฎิที่จะภาวนา มาถึงวัดเจอครูกับพี่ก้อย คู่บุญบวชของครู รู้สึกดีใจเพราะถ้าเจอครูคนเดียวจิตหนูคงจะกลัวจนแทบสติแตก ได้โอกาสกราบขอขมาครูตอนเอ่ยเองยังเป็นแน่น ๆ พอพี่ก้อยพาเอ่ยขอขมาต่อใจรู้สึกโล่งสบายขึ้นเจ้าค่ะ
พอเข้ามาข้างในจัดแจงทำความสะอาดและซ่อมหลังคากุฏิภาวนาและนั่งต่อระบบไฟ สารภาพว่า “ต่อไม่เป็น”แต่สุดท้ายก็ทำสำเร็จเจ้าค่ะ
พอครูเข้ามาแล้วยังไม่ได้ทำความสะอาดกุฏิให้ครูกุลีกุจอไปถูให้ใจรู้สึกผิด ที่ละเลย วันนี้พยายามนั่งภาวนาในกุฏิแต่ก็ง่วงแต่ก็เป็นการนั่งแบบง่วงก็นั่ง สุดท้ายออกมาซ่อม ราวตากผ้า
จนได้เวลากวาดตาด วันนี้ครูพาทำรู้สึกดีใจและเห็นลานเอี่ยมมากเจ้าค่ะ พอค่ำพี่ก้อยเมตตามาแชร์ประสบการณ์และชี้แนะว่า “ควรปฏิบัติอย่างไรต่อพระอริยะจะได้ไม่ติดบาป”ให้กราบขออโหสิกรรมทุกวัน พอได้ฟังสิ่งที่ท่านพูดเรื่อง “จิตอิจฉาความอิจฉามันเป็นโทสะ”
ให้ฝึกฝนและดู จนไปทำวัตรเย็น วันนี้เข้าพรรษาตั้งใจอธิษฐานว่า “ทุกเสาร์-อาทิตย์จะมาภาวนาที่วัด” ถ้ามาวันศุกร์ได้จะเร่งรีบมาแต่ถ้าติดขัดจริง ๆ ก็มาวันเสาร์แต่เช้า” จะตั้งใจทำวัตรเช้าเย็น ไม่ให้ขาด วิ่งภาวนาเช้าเย็น (หรืออยู่ที่วัดเดินจงกรม) ตลอดพรรษานี้
กลับเข้ามาเดินกับครูใจหนูก็ยังมีความกลัว ได้แต่หายใจและดูมันเจ้าค่ะ ครูคงได้รับพืษจากความกลัวแห่งใจหนู เข้ามาพี่ก้อยเมตตาสอนต่อว่า “ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นให้ดูมัน ดูอย่างศิษย์มีครู” การได้คุยเหมือนได้สารภาพว่า”ใจรู้สึกอย่างไร คิดชั่วอย่างไรเจ้าค่ะ”
ท่านสอนให้ทุกวันๆขอขมาครู จะได้ไม่ติดบาป เหมือนท่านสอนอะไรเยอะเจ้าค่ะ ใจหนูรู้สึกสะเทือนแต่ก็ยอมรับ แปลกดีเจ้าค่ะ รับรู้ว่า”ท่านเมตตา”
วันนี้วันที่ 6 แล้ว สองวันที่ผ่านมาหนูคะแนนติดลบ วันนี้ขับรถออกจากวัดมาระลึกยับไม่ทำวัดจึงจอดศาลาแล้วก็นั่งลงทำวัตรเจ้าค่ะ
เต็มสิบให้ตนเองได้ 5 ได้อย่างน้อยๆก็กล้ายอมรับความชั่ว เขียนบันทึกเสร็จจะลงไปเดินจงกรมเจ้าค่ะ