gotoknow

บันทึกใน gotoknow ..เราได้อะไรบ้าง

เราเข้ามาเป็นสมาชิกโกทูโน โดยบังเอิญก็ว่าได้ ตั้งแต่วันที่  21 พ.ย. 2549  สมัครสมาชิกครั้งแรก  เพราะมีการจัดการความรู้ในคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น อาจารย์ JJ และทีมงานมาจัดอบรมให้ แต่ใช้เวลานานกว่าจะทำได้ เพราะแรกๆ ไม่ชำนาญในการพิมพ์และไม่กล้าเขียนในสิ่งที่ตัวเองอยากเขียน กลัวผิด กลัวความคิดเราจะไม่เข้าท่า ไม่กล้าไปเขียนแสดงความเห็นกับบันทึกของคนอื่นๆ

แต่ได้แรงเชียร์ และการดูแลช่วยเหลือจากสมาชิกในโกทูโน ทั้ง อ ขจิต อ บีแมน และได้ไปอ่านบันทึกของคุณเอก จตุพร ก็ชอบวิธีการเขียน อ่านแล้วได้พลังใจดี

ต่อมาเห็นกลุ่มโกทูโน มีการตั้งกลุ่ม เช่น กลุ่มหน้าตาดี กลุ่มอื่นๆ ดูอบอุ่น สนุกสนาน มีการทำกิจกรรมร่วมกัน

เรามีโอกาสได้เข้าร่วมกิจกรรมกับคนโกทูโนหลายครั้ง เช่น จิตอาสาโกทูโนที่ปาย  สานฝันเด็กมะเร็ง และได้เข้าร่วมกิจกรรมที่โกทูโนจัดขึ้นเป็นระยะ นอกจากนี้พยาบาลที่เขียนบันทึก เช่น ดร กะปุ๋ม เขียนเรื่อง R2R ทำให้เราคิดต่อยอดอีกมากมาย

นอกจากนี้ความรู้ที่เราสามารถเรียนรู้ด้วยตนเองอย่างต่อเนื่อง เช่น KM,R2R เราสามารถเข้ามาเรียนรู้ด้วยตนเองจากบันทึก ของ อาจารย์หมอวิจารณ์ พานิช  อาจารย์ ดร.ประพนธ์ ผาสุขยืด เป็นต้น

 

สิ่งต่างๆเหล่านี้ ทำให้ชีวิตเราดูอบอุ่น มีพลัง นอกจากการบันทึกเรื่องราวต่างๆของตนเอง เกี่ยวกับงานหรือวิชาชีพที่ทำอยู่ เกี่ยวกับวิถีชีวิตของตนเอง เกร็ดชีวิตของแต่ละคนที่เราได้อ่าน และได้แลกเปลี่ยนทำให้ชีวิตเราเปลี่ยนทีละนิด จนเป็นเราในทุกวันนี้

ในวันนี้เราสามารถเข้าใจ เรื่อง KM, R2R, การปลูกผัก, ระเบียบข้าราชการ,การนำธรรมมะมาใช้ในชีวิตประจำวัน และอื่นๆอีกมากมายฯลฯ

 

การถ่ายทอดประสบการณ์ทำงานจะทำให้ยั่งยืนได้

ก็ต่อเมื่อ....คนเห็นความสำคัญในสิ่งที่บันทึก เพราะสิงต่างๆที่เราบันทึกไว้ล้วนแต่เป็นสิ่งที่ได้ประโยชน์กับตัวเองทั้งสิ้น ข้อแรก คือ  ได้ฝึกจดหรือ Note taker ได้สรุปเนื้อหา ก็คือ ถอดบทเรียนของตัวเอง และที่สำคัญเป็นบันทึกช่วยจดจำให้ตนเอง ทั้งกิจกรรมที่เราทำ ไม่ว่าจะจัดอบรม ไปเป็นวิทยากร เมื่อต้องสรุปงานส่งผู้บังคับบัญชา ล้วนแต่กลับมาหาได้ในโกทูโน นอกจากนี้สิ่งที่เราบันทึกล้วนเป็นประโยชน์ให้กับวิชาชีพเดียวกัน และนักศึกษาได้เข้ามาเรียนรู้ จนเป็นที่รู้จักกันอย่างแพร่หลาย

 

การที่โกทูโน ให้โจทย์ตามประเด็นที่ต้องการ ก็ทำให้คนคิดและเขียน แรกๆก็ทำให้คนได้ฝึกเขียน เขียนเรื่อยๆก็จะทำให้กล้าที่จะเขียน เหมือนเป็นการจุดประกายให้คนได้คิดตามประเด็นที่กำหนด ต่อไปเมื่อเขาเกิดปิ๊ง เรื่องที่อยากเขียน เขาก็จะเขียนไปเรื่อยๆเอง เหมือนพี่แก้วทุกวันนี้ ปิ๊งเรื่องราวหรือมีกิจกรรมของเราที่ต้องการบันทึก เราก็เขียนไปเรื่อยๆ

 

การเขียนบันทึกในโกทูโน อาจมีประเด็นที่ทำให้ไม่อยากเขียน

มีเพื่อนบางคนเคยบอกว่า ...

การบันทึกในโกทูโนทำให้เสียเวลา ทำให้ติด เขียนมากเกินไป ไม่ทำอย่างอื่น เสียเวลาทำงาน   คำพูดเหลานี้ เราก็แก้ได้โดย... เราก็ต้องไม่ไปบันทึกในเวลาทำงาน เราก็มาบันทึกที่บ้าน หรือนอกเวลาทำงาน


ทำไม...ต้องบันทึกเรื่องส่วนตัวให้คนอื่นๆอ่านด้วย   พวกชอบบันทึก คือ พวกชอบประชาสัมพันธ์ตัวเอง พวกอยากดัง

แต่เราพิสูจน์แล้วว่า ..เราเป็นอย่างไร ชีวิตเรามีความสุขอย่างไร การบันทึกชีวิตของเรา หรือชีวิตของคนอื่น เราได้เรียนรู้และนำมาปรับใช้ในชีวิตของตนเองโดยไม่รู้ตัว เป็นต้น

มีอีกประเด็น คือ คนที่บันทึกของหน่วยงาน เล่าให้ฟังว่า มีหน่วยงานบางหน่วยให้บันทึกในโกทูโนเหมือนกัน แต่ให้เขียนแล้วส่งให้หัวหน้าหน่วยงาน ตรวจเนื้อหาก่อนที่จะนำบันทึกมาวาง  การบันทึกเหล่านี้จะไม่สำเร็จ เพราะเรารู้สึกกระอักกระอ่วน แห้งแล้ง ไร้อารมณ์ ในที่สุดบันทึกเหล่านี้จะสิ้นสุดในระยะเวลาอันสั้น

 

โกทูโนสามารถเป็นเครื่องมืออย่างเป็นทางการในการจัดการความรู้ในหน่วยงานได้ไหม

จากประสบการณ์ในการทำงานและเป็นคณะกรรมการการจัดการความรู้มานานมาก การบันทึกเรื่องราวจากการทำงาน เราเองบันทึกทั้งใน web ของหน่วยงาน ทั้งใน โกทูโน

การบันทึกของหน่วยงานในระยะแรก ก็ให้บันทึกอย่างอิสระ บันทึกของบุคลากรบางคนทำให้...เกิดปัญหาและเป็นประเด็นและเกิดคำถามว่า สิ่งที่บันทึกจะแน่ใจได้อย่างไรว่า เป็นเรื่องที่ถูกต้อง  เกิดข้อถกเถียงกันมากมาย จนตอนหลังได้พัฒนา web ใหม่ และการบันทึกให้เขียนส่งก่อน ที่จะให้เจ้าหน้าที่บันทึกให้ การบันทึกแบบนี้คนก็ไม่ชอบ ทำให้การบันทึกแบบนี้ คนก็ไม่อยากส่ง กระตุ้นไม่ขึ้น และไม่แพร่หลาย นอกจากกลุ่มที่มีความชำนาญและบันทึกในโกทูโน หน่วยงานจะทำ link ให้เข้ามาอ่าน

สำหรับการตั้ง CoP ในโกทูโน ก็เป็นเรื่องยากเหมือนกันเพราะคนวิชาชีพเดียวกับเรา บางคนและเป็นส่วนใหญ่ ..ก็ไม่ชอบบันทึก เขาเพียงต้องการเข้ามาอ่าน ถ้าบันทึกเรามีประโยชน์และเขานำไปปรับใช้ในงานก็ดีแล้ว

จากการประเมินหรือมีคนที่อ่านเรื่องที่เราบันทึก..... มีทั้งคนทั่วไป เภสัชกร และพยาบาลมาบอกเสมอว่าบันทึกของเราเขานำไปใช้ทั้งในการทำงานและการศึกษา แต่เขาเพียงเข้ามาอ่านเท่านั้น แต่ไม่ทิ้งร่องรอยหรือบันทึกถามหรือแลกเปลี่ยนเรียนรู้ใดๆ เราสามารถรู้ได้จากจำนวนคนที่คลิกเข้ามาอ่าน นอกจากนี้ยังมีคนบางส่วนไม่กล้าที่เขียนถามในบันทึกที่เราเขียน มีทั้งนักศึกษา ประชาชน เพราะบางคำถามเป็นเรื่องที่ไม่อยากให้คนรู้ว่า เขามีปัญหาอะไร แต่ถามผ่าน contact mail ก็มีไม่ใช่น้อย

คิดว่า... การบันทึกแบบอิสระ...ในโกทูโน เป็นเรื่องที่ดีแล้ว โดยใช้ key word หมวดหมู่ที่ให้เจ้าตัวคนที่บันทึกจัดกลุ่มเรื่องราวของตนเอง ก็น่าจะเพียงพอแล้ว เพราะจากประสบการณ์ในการบันทึกในพื้นที่แห่งนี้ พยาบาลทั้งที่ทำงานแล้ว และนักศึกษา ก็นำไปใช้ประโยชน์ได้

แต่ก็อาจมีปัญหาอยู่บ้าง คือ กลุ่มที่เข้ามาเรียนรู้ด้วยตนเอง แต่บันทึกไม่เป็น คือ ไม่รู้วิธีการบันทึก ไม่รู้แนวทางการรวบรวมบันทึกของตนเองให้เป็นหมวดหมู่ การใช้งานในโกทูโนอาจซับซ้อนเกินไปสำหรับนักบันทึกหน้าใหม่ ควรเข้าไปแนะนำวิธีการใช้ให้ถูกต้อง ก็จะดีไม่น้อยค่ะ

 

จากโจทย์ที่ อาจารย์จันให้มา ให้บันทึกน่าจะครอบคลุมกับประเด็นคำถามนะคะ

1)ท่านคิดว่าท่านได้รับประโยชน์อะไรบ้างจากการร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในGotoKnow

2)ท่านคิดว่าการถ่ายทอดแลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการณ์การทำงานจะทำให้ยั่งยืนได้อย่างไร

3) และท่านคิดว่า GotoKnowสามารถเป็นเครื่องมืออย่างเป็นทางการในการจัดการความรู้ของหน่วยงานได้หรือไม่

 

สรุปก็คือ คนที่บันทึกได้ประโยชน์อย่างแน่นอน

การเรียนรู้ในโลกของคนทำงานแห่งนี้ เราได้เพื่อนดีดีมากมาย และเป็นประโยชน์ต่อกันและกัน   ทำให้เราได้เรียนรู้และมองโลกดีขึ้นเรื่อยๆ ได้รู้จักคนอื่นๆหลากหลายอาชีพ นอกเหนือจากกลุ่มอาชีพที่อยู่ใกล้เรา ทำให้เรารู้สึกดีทุกครั้งที่ได้เข้ามาผ่อนคลายในที่แห่งนี้

แก้ว..

3/08/2555 at  7.02