เช้าวันอาสาฬหบูชาปีนี้ อ.เพ็ญศรีชวนผมและภรรยาไปทำบุญและเดินปฏิบัติธรรมที่วัดเกาะทอง บ้านหนองเต่า อ.เมือง ขอนแก่น ทางวัดมีกิจกรรมเชิญชวนให้ประชาชนมาร่วมเดินรอบสวนป่า ระยะทางประมาณ 2 กม. โดยมีเป้าหมายไว้ว่า จะมีผู้มาเดินรวมกันให้ได้ ๕,๕๕๕ รอบ เพื่อถวายเป็นพุทธบูชา
ในระหว่างที่เดิน ได้พยายามกำหนดลมหายใจเข้าออกยาวๆ กล่าวพุท-โธในใจ และเดินไปแบบไม่เร่งรีบ ภรรยาเดินตามหลังผมด้วยย่างก้าวที่ใกล้เคียงกัน ทำให้รู้สึกอบอุ่นใจที่มีคนเดินเคียงข้าง มีผู้คนจำนวนหนึ่งเดินแซงผมไป ในขณะที่บางช่วงบางตอนเราก็เดินแซงผู้อื่น ในบางเวลา ก็มีลมพัดเย็นสบาย บางเวลาแดดยามสายก็สาดปะทะใบหน้าจนรู้สึกร้อน ในบางช่วงเส้นทางก็ลาดชัน จนต้องออกแรงมากขึ้น
ผมทอดระดับสายตาไปยังพื้นดินที่อยู่ข้างหน้่า ทำให้มองเห็นใบไม้ ก้อนกรวด เม็ดทราย และสิ่งมีชีวิตเล็กๆ บนพื้น เกิดความระแวดระวังที่จะไม่เผลอไปเหยียบสิ่งมีชีวิตเหล่านั้น ในช่วงเวลาแห่งการย่างก้าว จิตใจรู้สึกสงบและผ่อนคลาย สิ่งหนึ่งที่บังเกิดในจิตใจ คือถ้าหากเราคาดหวังที่จะรีบเดินให้ถึงจุดหมายโดยเร็ว ความรู้สึกที่เกิดขึ้นก็จะแตกต่างจากที่ผมกำลังเดินอยู่นี้ ที่ผมรู้สึกมีความสุขเกิดขึ้นในขณะย่างก้าว โดยไม่สนใจว่าจุดหมายจะอยู่อีกไกลเท่าไร
การเดินในเช้าแห่งวันอาสาฬหบูชานี้ ช่่างคล้ายกับการดำเนินชีวิตของเรา ที่มีผู้ร่วมเดินทางมากมาย ด้วยวิถีที่แตกต่างกันไป ในบางจังหวะมีความสุขเหมือนลมที่พัดเย็นสบาย แต่ในบางจังหวะกลับรุ่มร้อน บางช่วงบางตอนชีวิตต้องขึ้นเนิน แต่ถ้าเราให้ความสำคัญกับทุกขณะของการย่างก้าว โดยไม่คำนึงว่าจุดหมายจะอยู่อีกไกลเพียงใดแล้ว ความสุขในการดำเนินชีวิตก็จะมากขึ้น และเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา
(บันทึกโดย จรินทร์ ปภังกรกิจ)
การเดิน แบบมีสมาธิ พิจรณา ทุกอย่างก้าว ดีจริงๆ ค่ะ
ขอบคุณมาก กับบทความดีดีนี้ค่ะ
ขอบคุณบันทึกดีๆ นี้ การเดินในแต่ละรอบ ยังให้ความรู้สึกที่แตกต่างกันด้วย เหมือนการดำเนินชีวิตในแต่ละช่วงของชีวิต ค่ะ