หลังจากที่สงสัยกับตัวเองมานานนับเดือนว่า คนในบ้านหลังเล็กที่ตั้งอยู่ริมถนนซึ่งเป็นเส้นทางที่ฉันปั่นจักรยานผ่านประจำเขาใช้ส้วมที่ไหน ทำให้ต้องตัดสินใจหยุดแวะพูดคุยกับเจ้าของบ้านและเข้าไปหา...ส้วม บ้านหลังนี้ห่างจากชุมชนที่ฉันรับผิดชอบดูแลด้านสุขภาพซึ่งอยู่ในตัวอำเภอเพียงห้ากิโลเมตร ถนนที่ตัดผ่านหน้าบ้านนี้มีสภาพที่ดีมาก มีรถผ่านน้อย เหมาะกับการปั่นจักรยานระยะทางไม่เกินห้าสิบกิโลเมตร ภาพที่เห็นจากการประเมินด้วยสายตาเมื่อผ่านไปมาทุกวันคือ เป็นบ้านหลังสุดท้ายของหมู่บ้าน ขนาดเล็กกะทัดรัด หลังคามุงสังกะสีผุ ผนังด้านหน้าและด้านซ้ายก่อด้วยอิฐบล็อก ใช้สังกะสีตีปิดแทนหน้าต่าง ด้านขวาและด้านหลังเห็นเป็นเศษไม้ตีปิดแทนฝาผนังและมองไม่เห็นส่วนที่เป็นห้องส้วม ด้วยจิตวิญญาณของนักสาธารณสุขยุคที่ต้องทำให้ประชาชนมีส้วมใช้ครบทุกหลังคาเรือน ทำให้บ้านนี้เป็นที่สนใจของตัวเอง ถามไถ่ได้ใจความว่า บ้านหลังนี้เป็นของยายอายุ 82 ปี อาศัยอยู่ในบ้านคนเดียว สามีเสียชีวิตไปนานแล้ว มีลูกสองคน คนหนึ่งเสียชีวิตไปแล้ว อีกคนหนึ่งอาศัยอยู่ต่างจังหวัด มีหลานอาศัยอยู่ในหมู่บ้านเดียวกันแต่ไม่ใคร่ที่จะไปมาหาสู่กันมากนักเพราะต่างก็ยากจน ต้องหากินไปวันๆเหมือนกัน ยายมีรายได้หลักจากเบี้ยผู้สูงอายุและเบี้ยคนพิการเดือนละหนึ่งพันบาท และได้จากการรับจ้างไม่มากมายนัก เพราะแก่ตัวมากแล้ว ทำงานอะไรก็ไม่ไหว เดือนไหนที่มีงานบุญ งานบวช งานแต่ง งานศพเยอะหน่อย เงินก็จะเหลือให้ใช้น้อย ยายเป็นคนอารมณ์ดี พูดได้หลายภาษาทั้งเขมร ส่วย ลาว แต่ถนัดภาษาเขมรมากที่สุด เพิ่งสร้างบ้านได้ไม่กี่ปี จากเงินที่สะสมไว้ก้อนสุดท้ายของชีวิต แต่ยังสร้างไม่เสร็จเพราะเงินหมดเสียก่อน จึงยังไม่ได้สร้างส้วม(เป้าหมายของฉัน) ต้องไปขับถ่ายอุจจาระในทุ่งนาซึ่งจะลำบากมากในช่วงหน้าฝนที่คนเขาทำนากัน ยายบอกว่ากว่าจะหาสถานที่สำหรับขุดหลุมได้ต้องเดินไปไกลจากบ้านเป็นกิโล ส่วนขับถ่ายปัสสาวะก็ต้องอาศัยพื้นที่หลังบ้าน หลังจากที่ได้คุยกับยายในวันนั้น ก็มีบางสิ่งค้างอยู่ในใจ อยากจะหาทางช่วยยาย(ให้มีส้วม) ลองสอบถามไปทางผู้นำหมู่บ้านก็เหมือนว่ามีความพยายามที่จะให้การช่วยเหลือยายอยู่แต่ต้องรอเวลาของทางราชการ เวลาผ่านไปนานเป็นเดือนจนกระทั่งวันหนึ่ง เป็นเช้าวันเสาร์ที่อากาศดีมาก เพราะฝนตกหนักทั้งคืน ฉันใช้เวลาในการปั่นจักรยายและถ่ายรูปธรรมชาติในชนบทช่วงฤดูฝนประมาณสามชั่วโมงจึงได้กลับบ้าน และผ่านหน้าบ้านยายอีกครั้ง รู้สึกแปลกใจนิดหนึ่งว่าทำไมยายยังนั่งอยู่บนแคร่หน้าบ้านเหมือนตอนที่ผ่านไปครั้งแรกไม่ยอมลุกไปไหน แต่ก็ไม่ได้คิดอะไรมาก บอกยายว่ามาขอถ่ายรูปด้วย ยายแสดงท่าทางดีใจเล็กน้อยและขอจัดเสื้อผ้าที่สวมใส่ให้ดูดีก่อนมองกล้อง คุยกับยายด้วยภาษาเขมรและถามยายด้วยประโยคที่คุ้นเคยว่าสบายดีมั้ย “เกือด ยาง นา หยัย เซาะ สบาย เจีย ล ออ อ่า” ยายตอบด้วยเสียงเหนื่อยว่า “ปี ยุบ พลีง คลัง มัน บาน เดค ลืย” แปลว่า “เมื่อคืนนอนไม่ได้เลยเพราะฝนตกหนัก” ยายบอกว่าในบ้านหลังคารั่วทุกจุด หาที่นอนไม่ได้ จึงนั่งกางร่มรอเวลาให้ถึงเช้าเร็วๆ จึงออกมานั่งอยู่ตรงนี้ตั้งแต่เช้ามืด ฉันฟังแล้วรู้สึกแปล๊บเข้ามาในหัวใจ “อะไรกันเนี่ย เช้าที่สดใสหลังฝนตกแบบนี้ ชาวนาหลายคนชอบใจกัน ใหญ่ แต่ยังมีบางคนที่ต้องทุกข์ทรมานกับเหตุการณ์เดียวกันด้วยเหรอ ยายต้องนั่งกางร่มเก่าๆอยู่ในบ้านหลบฝน รอให้ถึงเช้า รอให้ฝนหยุด ที่สำคัญเป็นการรอแบบไม่มีความหวัง รอแบบไม่มีใคร” คิดถึงว่าถ้าเป็นตัวเองบ้าง อย่างน้อยก็นั่งจะรอใครสักคน อาจจะเป็นสามีหรือเพื่อนที่จะมาช่วยเหลือ แต่ยายไม่มีใครเลย คำพูดของยายทำให้ฉันคิดทำอะไรบางอย่างโดยเร็ว จึงขออนุญาตสำรวจบ้านยายและถ่ายรูปไว้อย่างละเอียด พบว่าหลังคาสังกะสีผุเป็นรูทั้งแผ่นทุกแผ่น รูใหญ่รูเล็กสลับกันไป มองออกไปเห็นดวงดาวบนฟ้าได้ชัดเจน พื้นบ้านเป็นดิน ฝาบ้านตีกั้นด้วยไม้แค่บังตาแต่บังฝนไม่ได้ ใช้ตะเกียงแทนไฟฟ้า มีจอบเสียมวางไว้มุมห้องเป็นส้วมเคลื่อนที่ มีแม่ไก่กำลังกกไข่อยู่มุมห้องในบ้านเป็นเพื่อนกัน มีเตาไฟวางบนพื้นดินหน้าบ้านเป็นครัวประกอบอาหาร มีโอ่งน้ำสี่ห้าใบวางเรียงรายข้างบ้านสำหรับใส่น้ำฝนไว้กินไว้ใช้ แล้วเอารูปมาลงเฟสบุ๊ค ให้เพื่อนในโลกอินเตอร์เนตได้ดูพร้อมกับหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับสภาพครอบครัวเดิมของยาย สภาพชุมชน แหล่งทรัพยากรและทุนที่มีในชุมชนที่จะดึงมาเป็นพลังร่วมด้วยช่วยกัน ผ่านไปอีกหนึ่งเดือนหลังจากที่มีข้อมูลมากพอจนแน่ใจที่จะให้การช่วยเหลือ ฉันก็เริ่มระดมทุน ประเดิมเริ่มแรกจากตัวเองและคนในครอบครัวก่อน หลังจากนั้นจึงขอจากเพื่อนในหน่วยงาน เพื่อนในเฟสบุ๊ค ชาวบ้านในชุมชนของคุณยายและขอบริจาคจากร้านค้าวัสดุก่อสร้าง ได้เงินก้อนใหญ่มากพอเอาไปซื้ออุปกรณ์และจ้างช่างในหมู่บ้านราคาไม่แพง มาต่อเติมบ้านให้ยาย ก่ออิฐบล็อกทำเป็นฝาบ้านอีกสองด้านให้เสร็จ มุงหลังคาใหม่ ทำห้องน้ำห้องส้วม ติดมิเตอร์ไฟฟ้า สุดท้ายกลายเป็นบ้านให้ยายได้อาศัยอยู่อย่างสบายแม้ในวันที่ฝนตก ที่สำคัญมีส้วมใช้เหมือนคนอื่น บางคนถามว่า “จะสร้างไปทำไม๊ ยายจะได้อยู่อีกกี่ปีเพราะแก่มากแล้ว” ฉันตอบไปโดยไม่ลังเลใจว่า “อย่างน้อยก็ช่วยทำให้ฝันของยายเป็นจริง ได้มีบ้านและได้อยู่ก่อนที่จะตาย” วันที่ส่งมอบบ้านให้ ยายยิ้มแก้มแทบปริ ให้ศีลให้พรยาวเหยียดแม้ว่าฉันจะบอกว่า “หนูไม่ได้ช่วยยายคนเดียวค่ะ มีเพื่อนๆอีกหลายคนส่งเงินมาให้หนูช่วยยาย” หลังจากที่สร้างบ้านเสร็จแล้ว ทุกครั้งที่ปั่นจักรยานผ่านไปจะเห็นยายยิ้ม โบกไม้โบกมือตะโกนทักทายบอกให้แวะคุยด้วยนะในช่วงขากลับ “ แน ลอบ โม โจล โม เซือน เด้อ” ฉันก็จะตะโกนกลับไป “จา” แปลว่า”จ๊ะ” พร้อมกับความรู้สึกอิ่มในใจที่ได้มีส่วนช่วยยาย แต่ที่สำคัญไปกว่าคือรู้สึกอิ่มกับพลังความรัก ของคนใจดียี่สิบสามสิบคนที่ส่งเงินมา ...ช่วยกันทำให้หนึ่งคนมีความสุข... พลังน้ำใจของคนไทย..สร้างสุข
พลังน้ำใจของคนไทย..สร้างสุข
ส้วม...สร้างสุข
2 คนชอบ
ความเห็น
ยังไม่มีความเห็น