คนโง่ คนฉลาด คนเจ้าปัญญา

             ในขณะที่หลายๆ ท่านกำลังขะมักเขม้นและเน้นอยู่กับภาคปฏิบัติ  เพราะ KM เราเน้นปฏิบัติกันจริงๆ จัง  วันนี้ลองมานั่งนิ่งๆ คิดทบทวนลักษณะ - พฤติกรรมของคนในบุคลิกต่างๆ เพื่อเก็บไว้เป็นกระสุนพร้อมใช้ เมื่อเจอสถานการณ์จริงภาคสนาม เพราะช่างดลใจให้โดนใจจริงๆ


ว่าด้วยความคิด

             คนโง่ ทำก่อนแล้วถึงคิด จึงผิดพลาดอยู่เนืองๆ ต้องเปลืองเวลาและความรู้สึก ตามแก้ปัญหาไม่สิ้นสุด

             คนฉลาด คิดมากก่อนแล้วถึงทำ จึงเพ้อเจ้ออยู่เป็นประจำ แม้ประสงค์ จะทำดีมาก แต่ทำได้น้อย เพราะเขม่าความคิดปิดกั้นความหาญกล้า

             คนเจ้าปัญญา คิดไปทำไป จึงทำได้อย่างที่คิด และคิดพอดีที่ทำ ประหยัดพลังงานและบริหารเวลาได้เหมาะสม ลดความหลอน ป้องกันความผิดพลาดขื่นขม และประสบความสำเร็จโดยไม่เหน็ดเหนื่อย

            +++ อ.วิจารณ์ ส่องทางนำสรรพชีวิตใน สคส. และ ภาคี ลองใช้แนวทาง "คิดไปทำไป"  ในสถานการณ์ chaordic  แต่... บางครั้งก็ทำได้อย่างที่คิด (กำไรพอตัว)  บางครั้งก็ไม่ได้อย่างที่คิด (ขาดทุนกำไร)  หรือ บางครั้งก็ได้มากกว่าที่คิดด้วยซ้ำไป (ถูกรางวัลพิเศษ)  ไม่เน้นใช้กำลังของ สคส. เป็นหลัก  แต่เกณฑ์ไปที่กำลังของภาคี ขยายสู่ภาคีกันเอง +++
---------------------

ว่าด้วยการทำงาน

             คนโง่  ทำงานเพื่อเงิน จึงได้เงินมาอย่างยากเย็น และมักไม่ได้ คุณค่าอื่นๆของงาน

             คนฉลาด  ทำงานเพื่องาน จึงได้ผลงานที่ยิ่งใหญ่ และได้เงินตามมาโดยง่าย

            คนเจ้าปัญญา ทำงานเพื่อหยิบยื่นคุณค่าแก่สังคม เขาจึงได้ผลงานที่น่าชื่นชม เงิน ชื่อเสียง และมิตรมหาศาลย่อมตามมาเสมอ

            +++ คงจะไม่มากเกินไป  หากจะบอกว่า งานที่ สคส. กำลังขมักเขม้นทำอยู่ ล้วนมีเป้าหมายใหญ่ (หัวปลา) ของการตระหนักถึงการขับเคลื่อนเครือข่าย KM สู่สังคมระดับประเทศ  ซึ่งได้รับผลตอบรับเป็นอ้อมกอดแห่งปัญญาและมโน อย่างมากมายมหาศาล ที่แม้มีเงินก็จักหาซื้อมิได้ ทรงคุณค่าจริงๆ +++
---------------------

ว่าด้วยการสร้างความมั่งคั่งรํ่ารวย

             คนโง่   ชอบรวยทางลัด จึงจนอย่างรวบรัดได้เช่นกัน

             คนฉลาด   ชอบรวยเชิงระบบ ต้องอิงอาศัยระบบจึงจะรวย เมื่อระบบล่มก็ต้องล้มไปด้วย

             คนเจ้าปัญญา   ชอบรวยด้วยความยินดี จึงรวยในทุกระดับที่มี ได้ดูดซับคุณค่าของสิ่งที่มีอย่างแท้จริง รวยและเป็นสุขเสมอ

             +++ คงปฏิเสธไม่ได้ว่า  KM  ช่วยนำสุขมาสู่คน และ สู่งาน  เพราะเป็นลักษณะการซึมซับของจริง ในความรู้สึกของการตระหนักถึงคุณค่าของความเป็นคน   พยายามเข้าใจเขาดั่งเข้าใจตัวเรา +++

            หวังว่า เพื่อนๆ แวดวง KM คงซึมซับ กำซาบ ไปได้แล้วในระดับต่างๆ กันไป