ปัจจุบันท้องถิ่นต่างๆเจ็บปวดกับบทเรียนพัฒนาประเทศและได้หันกลับมาทบทวนผลของการพัฒนาโดยเน้นการพัฒนาเพื่อการพึ่งตนเองมากขึ้น ใช้กระบวนการเรียนรู้เป็นกลไกสำคัญตั้งอยู่บนฐานภูมิปัญญาท้องถิ่นผสานกับความรู้เทคโนโลยีสมัยใหม่ ใช้ทุนของท้องถิ่นเป็นหลัก(เสรี พงศ์พิศ อ้างถึงใน คีรีบูน จงวุฒิเวศย์.  2548:๒) ศักยภาพที่ทำให้เกิดการพัฒนา คือ ความสามารถที่จะเปลี่ยน จะลอง จะเสี่ยง หวังผลจากการกระทำอย่างใหม่ด้วยเครื่องมือ อุปกรณ์ใหม่ที่ตนคิดได้เอง หรือเคยเห็นแบบอย่าง แต่หลักการที่สำคัญ คือ การให้สิทธิเจ้าของที่จะพัฒนาคุณภาพชีวิตของเขาเองตามที่เขาเข้าใจและต้องการ ดังนั้นผู้พัฒนาควรมีฐานะเป็นผู้ช่วยเสริมปัญญาของชาวบ้าน และเพิ่มความสามารถของชุมชนจากพื้นฐานเดิมที่เขามีอยู่แล้ว(คีรีบูน จงวุฒิเวศย์.  2548:๒)  กระบวนการนี้เป็นหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนการพัฒนาที่จะปูทางนำไปสู่การพึ่งพาตนเองของชุมชน เพราะเป็นกิจกรรมที่ทำให้ชุมชนและทีมพัฒนาเห็นภูมิสังคมและปัญหาของชุมชนจากข้อมูลที่เป็นจริงและเป็นปัจจุบันมากที่สุด จนสามารถหาต้อตอของปัญหา ประเมินศักยภาพ และวางแผนโครงการที่ตอบสนองเร่งด่วนและความต้องการที่แท้จริงต่อไปได้

พื้นที่ตำบลท่าม่วง อำเภอเทพา จังหวัดสงขลา เป็นพื้นที่ชายแดนระหว่างอำเภอเทพา กับอำเภอ  โคกโพธิ์ จังหวัดปัตตานี ส่วนตำบลสะกอม  อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา ก็เป็นพื้นที่ชายแดนระหว่างอำเภอจะนะ กับอำเภอเทพา ประชาชนส่วนใหญ่นับถือศาสนาอิสลาม และเนื่องจากเป็นพื้นที่ชายแดนติดต่อกับอำเภออื่น การเคลื่อนย้ายประชากรในพื้นที่จึงมีเป็นประจำ ทำให้การมีรายได้ของประชากรไม่แน่นอน มีปัญหาทางสังคมมากมาย ซึ่งผลกระทบทางสังคมเหล่านี้ ก่อให้เกิดปัญหาครอบครัวแตกแยก ปัญหายาเสพติด ชุมชนขาดการพึ่งตนเองมีการพึ่งพิงภายนอกสูง มุ่งแต่การพัฒนาตามกระแสหลัก โดยไม่ได้ถอยมาตั้งหลักว่าศักยภาพของชุมชนมีอะไร จะพัฒนาอย่างไรบนฐานศักยภาพของชุมชนตนเองไม่เป็นการพัฒนาที่เลียนแบบชุมชนอื่นๆ โดยลืมคำนึงถึงบริบทและตัวตน ของตนเอง