โครงการ พัฒนาข้าราชการเพื่อความพร้อมสำหรับการเป็นข้าราชการรุ่นใหม่ (Young Civil Servant Camp) รุ่นที่ 1

  ติดต่อ

สวัสดีครับชาว Blog และลูกศิษย์ก.พ. รุ่นที่ 1ทุกท่าน

วันนี้ (วันศุกร์ที่ 27 กรกฎาคม 2555) เป็นวันปฐมนิเทศและพิธีเปิดของโครงการพัฒนาข้าราชการเพื่อความพร้อมสำหรับการเป็นข้าราชการรุ่นใหม่ (Young Civil Servant Camp) เพื่อแนะนำทฤษฎีสำคัญของการเรียนรู้ ที่สำคัญในหลักสูตรนี้  สำหรับโครงการนี้จะเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง ระหว่างวันที่ 27 กรกฎาคม - 8 สิงหาคม 2555 โดยแบ่งระยะของการเรียนรู้ออกเป็น 2 ช่วง เพื่อให้การเรียนรู้เป็นไปอย่างต่อเนื่อง และมีความใกล้ชิดกัน

สำหรับการพัฒนาข้าราชการเพื่อความพร้อมสำหรับการเป็นข้าราชการรุ่นใหม่ ของสำนักงาน ก.พ. ผมก็หวังว่าจะมีสิ่งที่เราจะได้เรียนรู้ร่วมกัน เพื่อนำความรู้ไปใช้ให้เป็นประโยชน์ในการทำงานของท่านเพื่อเป็นการพัฒนาประเทศชาติต่อไป  และผมขอให้ทุกท่านใช้ Blog นี้เป็นการแบ่งปันความรู้และแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันครับ

บรรยากาศวันปฐมนิเทศ

 

 

              บรรยากาศการเรียนรู้ช่วงที่ 1

 

                                 รศ.ดร.เฉลิมพล เกิดมณี

 

           ท่านศาสตราจารย์ (พิเศษ) วิชา มหาคุณ และ ดร.สมโภชน์ นพคุณ

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

หมายเลขบันทึก: 496207, เขียน: , แก้ไข, , สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน, ดอกไม้: 5, ความเห็น: 267, อ่าน: คลิก

คำสำคัญ (Tags) #สำนักงานก.พ.#รุ่นที่ 1#พัฒนาข้าราชการเพื่อความพร้อมสำหรับการเป็นข้าราชการรุ่นใหม่

บันทึกล่าสุด 

ความเห็น (100)

  รายการนี้มีมากกว่า 100 ความเห็น
มยุรี เสือด้วง
IP: xxx.207.171.28
เขียนเมื่อ 

สิ่งที่ได้รับจากการอบรม วันที่ 6 สิงหาคม 2555 เรื่อง การเรียนรู้ตามรอยพระยุคลบาท : เศรษฐกิจพอเพียง เศรษฐกิจพอเพียง เป็นแนวคิดที่เป็นสากล เป็นปรัชญาที่ชี้ถึงแนวทางการดำรงอยู่และการปฏิบัติตนในทุกระดับ ตั้งแต่ครอบครัวจนถึงระดับรัฐ โดยการดำเนินไปในทางสายกลาง ความพอเพียง หมายถึงความพอประมาณ ความมีเหตุผล การสร้างภูมิคุ้มกันในตัวที่ดีพอสมควร พร้อมรับต่อการเปลี่ยนแปลงด้านวัตถุ สังคม สิ่งแวดล้อมและวัฒนธรรม โดยใช้หลัก 3 ห่วง 2 เงื่อนไข หลัก 3 ห่วง 1.พอประมาณ 2.มีเหตุผล 3.มีภูมิคุ้มกันในตัวที่ดี

2 เงื่อนไข 1. เงื่อนไงความรู้ (รอบรู้ รอบคอบ ระมัดระวัง) 2. เงื่อนไขคุณธรรม (ซื่อสัตย์สุจริต อดทน เพียร มีสติ ปัญญา) ช่วงบ่าย ให้เรารู้จักตนเองและกิจกรรมการวางแผนชีวิต

พรรณนภา มะลิซ้อน
IP: xxx.49.232.46
เขียนเมื่อ 

ข้อ 1. เป้าหมายการเป็นข้าราชการในอีก 5-10 ปีข้างหน้าของท่านคืออะไร ตอบ: ปฏิบัติงานของตนเองด้วยความตั้งใจ มุ่งมั่น จริงใจ รักในงานที่ทำ ซื่อสัตย์สุจริต และมีความรับผิดชอบ เพื่อให้งานที่ทำประสบความสำเร็จและเป็นประโยชน์ มีความเจริญมั่นคงแก่ประเทศชาติและประชาชน  ข้อ 2.จากเป้าหมายนั้นควรมีวิธีการทำงาน มีความประพฤติหรือพฤติกรรมอย่างไรเพื่อให้บรรลุเป้าหมาย ตอบ: มีการเรียนรู้และพัฒนาตัวเองตลอดเวลา รวมทั้งต้องทำงานให้หนักเพื่อพัฒนาองค์ความรู้ของตัวเอง รับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น และความมีจิตสาธารณะ  ข้อ 3. ข้าราชการที่ดีเมื่อเจอปัญหาไร้จริยธรรมในองค์กรจะแก้ปัญหาอย่างไร สู้หรือไม่สู้ ถ้าสู้จะมียุทธศาสตร์อย่างไร ตอบ: สู้ โดยทำงานด้วยความสุจริต โปร่งใส รอบคอบ ระมัดระวัง มีเหตุผล และความถูกต้อง ยึดถือผลประโยชน์ของประเทศชาติ ไม่เห็นแก่ผลประโยชน์ส่วนตนและพวกพ้อง และไม่กระทำกิจการงานที่ขัดต่อศีลธรรมและกฎหมาย และมีความหนักแน่นมั่นคงในสุจริตธรรม ยึดหลักธรรมาภิบาลในการปฏิบัติงาน ดำเนินชีวิตตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง และยึดมั่นในหลักคุณธรรมจริยธรรมในการดำรงชีวิต 

พรรณนภา มะลิซ้อน
IP: xxx.49.232.46
เขียนเมื่อ 

สิ่งที่ได้รับจากการอบรมวันที่ 6 สิงหาคม 2555 คือได้เรียนรู้ทฤษฎีปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ประกอบด้วยทฤษฎี 3 ห่วง คือมีความพอประมาณ มีเหตุผล มีภูมิคุ้มกัน 2 เงื่อนไขคือมีความรู้ มีคุณธรรม เพื่อความสมดุลและพร้อมรับต่อการเปลี่ยนแปลงในด้านวัตถุ สังคม สิ่งแวดล้อม และวัฒนธรรม หลักการทรงงานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว หลักคิดในการทรงงาน และได้รับความรู้หลักคิดหลักการทำงานของชาวญี่ปุ่นว่าเป็นอย่างไร ได้เรียนรู้กิจกรรมทฤษฎีการเรียนรู้ตัวเองมาปรับใช้ ได้ทำกิจกรรมความปรารถนาในชีวิต และได้รู้จักตัวเองมากขึ้น

พิมพ์บุญญา บุณยพิพิธ
IP: xxx.168.32.8
เขียนเมื่อ 

1.เป้าหมายของการเข้ามาเป็นข้าราชการในอีก 10-15 ปีข้างหน้าของท่าน คือ ใช้ความรู้ ความสามารถที่ได้ไปศึกษาเพื่อสร้างความเชี่ยวชาญทำงานให้กับราชการอย่างเต็มกำลังความรู้ความสามารถที่ีมีอยู่ อีกทั้งยังต้องมีการเรียนรู้สิ่งใหม่้ๆที่เกิดรอบๆตัวอยู่เสมอ พยายามถ่ายทอดความเชี่ยวชาญให้กับคนอื่นๆเพื่อให้การทำงานมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

2.จากเป้าหมายนั้น ควรจะมีวิธีการทำงาน มีความประพฤติ หรือ พฤติกรรมอย่างไร เพื่อให้บรรลุเป้าหมาย

 วิธีการทำงาน พยายามเรียนรู้งานในภาพรวมก่อนเพื่อหาปัญหาหรือข้อบกพร่องที่อาจมีในงานนั้นๆเพื่อไปศึกษาหาความรู้ในการมาแก้ปัญหานั้นโดยพยายามแบ่งปัญหาออกเป็นย่อยๆแล้วค่อยๆแก้ไป ตั้งใจ แบ่งเวลาเพื่อเรียนรู้สิ่งต่างๆอยู่เสมอ พยายามเปิดรับฟังความคิดเห็นของผู้ที่มีประสบการณ์ในการทำงานมาก่อนและการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น

3.“ข้าราชการที่ดี” เมื่อเจอปัญหาไร้จริยธรรมในองค์กร จะแก้ปัญหาอย่างไร? สู้ หรือ ไม่สู้? ถ้าสู้จะมียุทธศาสตร์อย่างไร? อธิบายเป็นข้อ ๆ

สู้กับปัญหาแต่ต้องตั้งสติเพื่อหาหนทางในการสู้กับปัญหาในทางที่ถูก ไม่ควรใช้อารมณ์แต่ควรมีข้อมูลประกอบในการที่เราจะสู้กับปัญหาไร้จริยธรรมในองค์กร

สิ่งที่ได้รับจากการอบรมในวันที่ 6 สิงหาคม ความรู้เกี่ยวกับการเรียนรู้ตามรอยพระยุคลบาทเศรษฐกิจพอเพียง ได้ทราบถึงการปฏิบัติงานราชการให้เรียนรู้จากหลักการทรงงานของพระบามสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ว่า การทำงานต้องมีการศึกษาข้อมูลอย่างเป็นระบบ การแก้ปัญหาให้เน้นจากการระเบิดจากข้างในนั้นคือเน้นการเตรียมคนให้มีความพร้อมรับการเปลี่ยนเเปลง แก้ปัญหาจากจุดที่มีความสำคัญมากก่อนและมองให้เป็นองค์รวม การทรงงานเน้นความประหยัดเรียบง่าย เน้นการทำงานที่มีส่วนร่วม ได้เรียนรู้ถึงการนำเศรษฐกิจพอเพีัยงมาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน รวมไปถึงการรู้จักตนเอง ความปรารถนาที่มีอยู่ตนเองที่บางครั้งอาจถูกละเลยไปแต่วันนี้ได้ทำให้กลับมาคิดถึงความปรารถนานั้นอีกครั้ง การใช้ชีวิตที่มีความพอเพียงจะนำไปสู่ความสุข

รัชวรรณ กล้าปีกแดง
IP: xxx.4.232.6
เขียนเมื่อ 

เป้าหมายของการเข้ามาเป็นข้าราชการในอีก 10-15 ปีข้างหน้าของข้าพเจ้า คือ การได้ทำหน้าที่ข้าราชการที่ได้เรียนรู้และสั่งสมประสบการณ์ความสามารถ มาใช้ในการทำงานให้เกิดประโยชน์แก่ส่วนรวมอย่างเต็มที่ โดยมีวิธีการทำงานที่เป็นขั้นตอน เป็นระบบ โดยอยู่ภายใต้หลักคุณธรรม จริยธรรมของการเป็นข้าราชการที่ดี และเมื่อเจอปัญหา ไร้จริยธรรมในองค์กร พบการกระผิดขึ้นภายในหน่วยงาน เราก็ยังยืนหยัดในสิ่งที่ถูกต้องโดย หากพบการกระทำผิดขึ้นโดยเฉพาะการทุจริต ก็คงต้องแจ้งเหตุดังกล่าวต่อหน่วยงานหรือบุคคลที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้รับทราบปัญหานั้น เพื่อจะได้รีบแก้ไขปัญหาได้ทันถ่วงที

ส่วนกิจกรรมในวันที่ 6 สิงหาคม ทำให้ตระหนักการเป็นข้าราชการรับใช้เยื้องพระยุคลบาท ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง หลักคิดในการทำงาน ที่ต้องเดินทางด้วยทางสายกลาง รู้จักประมาณตน มีเหตุมีผล มีภูมิคุ้มกันที่ดีในการทำงาน และยังได้เรียนรู้ทฤษฎีการเข้าใจ การค้นพบตัวเอง กระบวนการในการค้นหาแรงปรารถนาของตนเอง เพื่อทำให้ทราบความต้องการที่แท้ในตัวเองมากยิ่งขึ้น ทำให้มีแผนการในชีวิตตนเอง และมีเป้าหมายที่ชัดเจนมากยิ่งขึ้น

ประณต ศิริมนตรี
IP: xxx.90.105.55
เขียนเมื่อ 

Workshop 01/08/55 ได้เรียนรู้ถึงการพัฒนาตนเอง,การสร้างความหน้าเชื่อถือ,การสร้างความเชี่ยวชาญ,การบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี และ ทำให้ทราบถึงเจตนารมณ์ของกฎหมาย ว่ากฎหมายนั้นเป็นไปเพื่อความยุติธรรม แต่สิ่งที่สำคัญกว่าตัวบทกฎหมายก็คือ ผู้ที่จะนำกฎหมายไปใช้ต้องเข้าใจเจตนารมณ์ของกฏหมายในแต่ละบทแต่ละตอนให้ถ่องแท้เสียก่อน -ได้เรียนรู้การเตรียมความพร้อมในการปรับตัวเราเองและระบบราชการเข้าสู่ประชาคมอาเซียน การเชื่อมโยงความสัมพันธ์ต่างๆ ของคนในภูมิภาคและสิ่งที่คนในภูมิภาคนี้จะได้รับ เพื่อให้ประชาคมอาเซียนของเรามีการพัฒนาและมีความเจริญในทุกๆด้านไปพร้อมๆ กันอย่างยั่งยืน

มะลิวรรณ มีผล
IP: xxx.49.233.115
เขียนเมื่อ 

ได้รับอะไรจากการอ่านหนังสือ

        ได้เรียนรู้แนวคิดทฤษฎี 8k's และ  5k's ที่เป็นสิ่งจำเป็นในชีวิตประจำวัน ที่ปัจจุบันเราอาจจะละเลยไม่ได้เรียนรู้อย่างจริงจัง ดังนั้นเมื่อได้เรียนรู้แนวคิดนี้แล้วเราควรจะเผยแพร่ให้ผู้ที่อยู่ใกล้ตัวได้มาเรียนและนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน
ปิญาทิพย์ พรหมพิทักษ์
IP: xxx.121.151.118
เขียนเมื่อ 

1.เป้าหมายของการเข้ามาเป็นข้าราชการในอีก 10-15 ปีข้างหน้าของท่าน คือ อะไร? เป้าหมาย คือ การเป็นข้าราชการที่มีความรอบรู้ มีความเชี่ยวชาญ และความชำนาญในการทำงาน เพื่อสั่งสมประสบการณ์ในการทำงาน และ พร้อมที่จะถ่ายทอดประสบการณ์ที่ดีไปสู่ข้าราชการรุ่นใหม่

2.จากเป้าหมายนั้น ควรจะมีวิธีการทำงาน มีความประพฤติ หรือ พฤติกรรมอย่างไร เพื่อให้บรรลุเป้าหมาย วิธีการทำงาน คือ ทุกๆวัน จะต้องทำงานด้วยความมุ่งมั่น ตั้งใจ ใฝ่หาความรู้ และเรียนรู้ตลอดเวลา เพื่อให้มีประสบการณ์ที่ดีในการทำงานที่พร้อมจะถ่ายทอดได้

3.“ข้าราชการที่ดี” เมื่อเจอปัญหาไร้จริยธรรมในองค์กร จะแก้ปัญหาอย่างไร? สู้ หรือ ไม่สู้? ถ้าสู้จะมียุทธศาสตร์อย่างไร? อธิบายเป็นข้อ ๆ ถ้าเจอปัญหาไร้จริยธรรมในองค์กร ก็จะสู้ โดยมียุทธศาสตร์ดังนี้ 1.ศึกษาให้ถ่องแท้ว่า ไร้จริยธรรมอย่างไร มีวิธีแก้ปัญหาอย่างไร จะดำเนินการอย่างไรได้บ้าง 2. ทดลองแก้ปัญหาด้วยตัวเองจากที่ศึกษามา 3. ถ้าหากไม่สามารถแก้ได้ ก็จะปรึกษาหัวหน้างาน จัดทำเป็นบันทึกข้อความ เพื่อรอเสนอให้ผู้มีอำนาจแก้ไขปัญหาต่อไป

ประณต ศิริมนตรี
IP: xxx.90.105.55
เขียนเมื่อ 

1.เป้าหมายของการเข้ามาเป็นข้าราชการในอีก 10-15 ปีข้างหน้าของท่าน คือ อะไร? - เป้าหมายของการเข้ามาเป็นข้าราชการในอีก 10 - 15 ปีข้างหน้าของข้าพเจ้า คือ การเรียนรู้และสั่งสมประสบการณ์ในการทำงาน รวมไปถึงการฝึกอบรมเพื่อพัฒนาทักษะในด้านต่างๆและสามารถนำเอาความรู้ที่ได้ไปใช้ในชีวิตประจำวัน และ ใช้ในการพัฒนาบ้านเมือง โดยใช้หลักการ คุณธรรม และ จริยธรรมเป็นหลัก

2.จากเป้าหมายนั้น ควรจะมีวิธีการทำงาน มีความประพฤติ หรือ พฤติกรรมอย่างไร เพื่อให้บรรลุเป้าหมาย - คือศึกษาจากผู้ที่มีประสบการณ์ ศึกษากฎหมายและกฎระเบียบที่ควรปฏิบัติ รวมไปถึงการพัฒนางานที่ทำอยู่ให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

3.“ข้าราชการที่ดี” เมื่อเจอปัญหาไร้จริยธรรมในองค์กร จะแก้ปัญหาอย่างไร? สู้ หรือ ไม่สู้? ถ้าสู้จะมียุทธศาสตร์อย่างไร? อธิบายเป็นข้อ ๆ - โดยทำงานด้วยความสุจริต โปร่งใส รอบคอบ ระมัดระวัง มีเหตุผล และความถูกต้อง - ยึดถือผลประโยชน์ของประเทศชาติ ไม่เห็นแก่ผลประโยชน์ส่วนตนและพวกพ้อง - ไม่กระทำกิจการงานที่ขัดต่อศีลธรรมและกฎหมาย มีความหนักแน่นมั่นคงในคุณธรรม

สิทธิโชค ปรางค์ทอง
IP: xxx.120.64.174
เขียนเมื่อ 

ส่งการบ้านครับ

ข้อ 1 เป้าหมายของการเข้ามาเป็นข้าราชการในอีก 10 - 15 ปี ข้างหน้าของท่าน คือ อะไร

ตอบ เป้าหมายของการเป็นข้าราชการของข้าพเจ้า คือ การเป็นข้าราชการที่มีความตั้งใจในงานที่รับผิดชอบ ประพฤติปฏิบัติตนด้วยความสุจริต จริงใจ ทั้งต่อเพื่อนข้าราชการด้วยกันและต่อประชาชนผู้รับบริการจากเรา วางตัวให้เหมาะสมกับฐานะตำแหน่ง และมีความเสียสละประโยชน์สุขส่วนตัวเพื่อประโยชน์ส่วนรวม มีความอดทนต่อความยากลำบาก ความเหน็ดเหนื่อยทั้งกายและใจ มีความเกรงใจ รวมทั้งจะทำใจให้กว้าง ยอมรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น ตลอดจนจะมีความใฝ่รู้ รักการเรียนรู้อย่างสม่ำเสมอ

ข้อ 2 จะบรรลุเป้าหมายเหล่านั้นได้อย่างไร

ตอบ การที่จะบรรลุเป้าหมายข้างต้น ในมุมมองของข้าพเจ้าคิดว่า เราต้องพึงระลึกอยู่เสมอว่าหน้าที่ของเราคืออะไร มีปัจจัยอะไรบ้างที่จะให้เราหลุดจากการเป็นข้าราชการที่ดี และเราควรหลีกเลี่ยงปัจจัยเหล่านั้น และที่สำคัญที่สุดเราควรดำรงตนโดยใช้ คุณธรรม จริยธรรม เป็นที่ตั้ง นอกจากนี้แบบประเมินนิสัย 30 ประการของตนเองที่ ท่าน ดร.สมโภชน์ นพคุณ มอบให้พวกเรานั้น หากเรานำมาใช้อย่างต่อเนื่อง ข้าพเจ้าก็เชื่อว่าจะเป็นอีกหนึ่งเครื่องมือที่จะช่วยนำทางให้เราเป็นข้าราชการที่ดีได้ตลอดชีวิตการรับราชการ

ข้อ 3 “ข้าราชการที่ดี” เมื่อเจอปัญหาไร้จริยธรรมในองค์กร จะแก้ปัญหาอย่างไร สู้ หรือ ไม่สู้ ถ้าสู้จะมียุทธศาสตร์อย่างไร อธิบายเป็นข้อ ๆ

ตอบ ข้าพเจ้าคิดว่า สิ่งสำคัญที่สุดเมื่อเราเจอปัญหาไร้จริยธรรมในองค์กร คือตัวเราเอง กล่าวคือ ตัวเราจะต้องมีทุนทางจริยธรรม คุณธรรมเป็นที่มั่น ไม่โอนอ่อนต่อสิ่งที่ไม่ควรกระทำ

ถามว่าเราจะสู้หรือไม่นั้น ข้าพเจ้าคิดว่า ไม่ว่าอย่างไรก็ตามเราไม่ควรยอมแพ้ต่อความไร้จริยธรรมเหล่านั้น เพราะฉะนั้นเราควร สู้

ส่วนจะสู้อย่างไรนั้น ข้าพเจ้าขอแบ่งเป็น 2 วาระดังนี้

กรณีที่ 1 คือตัวเราอยู่ในฐานะผู้ใต้บังคับบัญชา เมื่อเจอเพื่อนร่วมงานที่ไร้จริยธรรม ข้าพเจ้าจะแจ้งต่อผู้บังคับบัญชาของข้าพเจ้าให้ทราบในกรณีที่ข้าพเจ้าไม่สามารถแก้ไขปัญหาด้วยตัวเองได้ แต่ถ้าหากเป็นกรณีที่ข้าพเจ้าสามารถแก้ปัญหาด้วยตัวเองได้ ข้าพเจ้าก็จะรีบแก้ปัญหาเหล่านั้นทันที แต่ถ้าหากผู้บังคับบัญชาของข้าพเจ้าเป็นผู้ไร้จริยธรรม ข้าพเจ้าจะหลีกเลี่ยงไม่เข้าไปยุ่งกับการกระทำที่ไม่ดีดังกล่าว และจะปฏิบัติหน้าที่ในส่วนที่ข้าพเจ้ารับผิดชอบให้ดีที่สุด แต่ถ้าข้าพเจ้าไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้เนื่องจากเป็นคำสั่งของผู้บังคับบัญชา ข้าพเจ้าก็จะขอให้ออกคำสั่งเป็นลายลักษณ์อักษรมา เพื่อเป็นเครื่องยืนยันว่าสิ่งที่ข้าพเจ้าได้กระทำไป ก็เนื่องมาจากเป็นคำสั่งของผู้บังคับบัญชา มิใช่เกิดจาการที่ข้าพเจ้าตั้งใจจะกระทำการซึ่งเป็นการไร้จริยธรรม

กรณีที่ 2 ตัวเราอยู่ในฐานะผู้บังคับบัญชา เมื่อเจอเพื่อนร่วมงานที่อยู่ในฐานะเดียวกันไร้จริยธรรม ข้าพเจ้าจะเข้าไปตักเตือนด้วยความหวังดี แต่หากผู้นั้นยังไม่เปลี่ยนแปลงพฤติกรรม ข้าพเจ้าก็จะดูว่าจะมีช่องทางทางกฎหมายไหนบ้าง เพื่อที่จะหยุดการกระทำของคนผู้นั้น แต่ถ้าหากคนที่ไร้จริยธรรมคือผู้ใต้บังคับบัญชาของข้าพเจ้า ข้าพเจ้าจะรีบตักเตือน หากยังไม่เชื่อฟังก็จะลงโทษตามวินัยของข้าราชการ

สิทธิโชค ปรางค์ทอง

มะลิวรรณ มีผล
IP: xxx.49.233.115
เขียนเมื่อ 

ในวันที่ 6 ส.ค 2555 ได้เรียนรู้โครงการตามรอยเบื้องพระยุคลบาท: ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงกับการเป็นข้าราชการที่ดี

     เศรษฐกิจพอเพียงเป็นแนวคิดที่ในหลวงทรงตระหนักให้ประชาชนชาวไทย ทุกระดับตั้งแต่ครอบครัว ระดับชุมชนจนถึงระดับรัฐ ดำเนินตามรอยเศรษฐกิจพอเพียงโดยมีการพอประมาณ มีเหตุมีผล ต้องอาศัยความรอบรู้ในการวางแผนเชิงวิชาการต่างๆมาใช้และดำเนินการทุกขั้นตอน
นายจักริน ศุภจัตุรัส
IP: xxx.93.129.161
เขียนเมื่อ 

ส่งการบ้าน 1.เป้าหมายของการเข้ามาเป็นข้าราชการในอีก 10-15 ปีข้างหน้าของท่าน คือ อะไร? ตอบ เป้าหมายของผมคือ การประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน ความเจริญก้าวหน้า การได้รับการยกย่องเชิดชูเกียรติซึ่งมาจากการประพฤติปฏิบัติตนที่เหมาะสมและคู่ควรแก่การยอมรับ การปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มกำลังความสามารถตอบสนองคุณของแผ่นดินให้สมกับคำว่า ข้า - ราช - การ 2.จากเป้าหมายนั้น ควรจะมีวิธีการทำงาน มีความประพฤติ หรือ พฤติกรรมอย่างไร เพื่อให้บรรลุเป้าหมายนั้น ตอบ ผมจะให้หลักการทำงานแบบ เต็มใจ เต็มกำลัง เต็มความสามารถ โดยยึดหลักคุณธรรมแบบธรรมาภิบาลควบคู่ไปด้วย 3.“ข้าราชการที่ดี” เมื่อเจอปัญหาไร้จริยธรรมในองค์กร จะแก้ปัญหาอย่างไร? สู้ หรือ ไม่สู้? ถ้าสู้จะมียุทธศาสตร์อย่างไร? อธิบายเป็นข้อ ๆ ตอบ หากเจอปัญหาการทุจริต คอรับชั่น คงต้องใช้การแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทราบ ความจริงเท่านั้น คุณธรรมเท่านั้น ถึงจะทำให้ระบบราชการไทยเจริญก้าวหน้า

ทัศวรรณ สุขทรัพย์ทวีผล
IP: xxx.55.15.225
เขียนเมื่อ 

1 เป้าหมายในอนาคต 10-15 ปีข้างหน้า 1 เรียนจบปริญญาโท 2 เป็นหัวหน้ากลุ่มงาน

2 วิธีทำให้บรรลุเป้าหมาย

1 เก็บเงินเพื่อเรียนต่อ

2 แบ่งเวลาให้เหมาะสม 3 พยายามใฝ่หาความรู้เพิ่มเติมตลอดเวลา 4 ทำงานด้วยความมุ่งมั่น 5 เรียนรู้งานให้มาก 6 อดทด อดกลั้น

3 เมื่อเจอสิ่งที่ไม่ถูกต้อง

  ต้องตั้งสติให้ดี ไม่เข้าไปเกี่ยวข้องกับสิ่งไม่ถูกต้องนั้น  แล้วทำบันทึกไว้เป็นหลักฐานโดยมีพยานรู้เห็นด้วย อย่าทำอะไรเองโดยลำพัง เพราะหากเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้นเราจะไม่มีพยานยืนยัน
ปิญาทิพย์ พรหมพิทักษ์
IP: xxx.121.151.118
เขียนเมื่อ 

สิ่งที่ได้รับจากการอบรมวันที่ 6 ส.ค. 55 คือ การเรียนรู้ตามรอยพระยุคลบาท และ การเข้าใจที่ถูกต้องของหลักเศรษฐกิจพอเพียง โดยที่ เราสามารถนำ 2 หลักการของในหลวงมาปฏิบัติตนในการใช้ชีวิตได้ คือ หลักการทรงงานและหลักทรงสอน รวมทั้งยังให้เขียนความปรารถนาในชีวิต ที่เราอาจเคยลืมไปแล้วก็ได้ และ ยังสอนให้วางแผนชีวิต โดยให้มีเป้าหมายในการทำงาน เพื่อจะได้โฟกัสได้ถูกที่และเดินไปได้อย่างถูกทาง

ทัศวรรณ สุขทรัพย์ทวีผล
IP: xxx.55.15.225
เขียนเมื่อ 

1 เป้าหมายในอนาคต 10-15 ปีข้างหน้า 1 เรียนจบปริญญาโท 2 เป็นหัวหน้ากลุ่มงาน

2 วิธีทำให้บรรลุเป้าหมาย

1 เก็บเงินเพื่อเรียนต่อ

2 แบ่งเวลาให้เหมาะสม 3 พยายามใฝ่หาความรู้เพิ่มเติมตลอดเวลา 4 ทำงานด้วยความมุ่งมั่น 5 เรียนรู้งานให้มาก 6 อดทด อดกลั้น

3 เมื่อเจอสิ่งที่ไม่ถูกต้อง

  ต้องตั้งสติให้ดี ไม่เข้าไปเกี่ยวข้องกับสิ่งไม่ถูกต้องนั้น  แล้วทำบันทึกไว้เป็นหลักฐานโดยมีพยานรู้เห็นด้วย อย่าทำอะไรเองโดยลำพัง เพราะหากเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้นเราจะไม่มีพยานยืนยัน
สิทธิโชค ปรางค์ทอง
IP: xxx.120.64.174
เขียนเมื่อ 

สิ่งที่ได้รับจากการฝึกอบรมในวันที่ 6 สิงหาคม 2555 ข้าพเจ้ามีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมากขึ้น กล่าวคือ ความพอเพียง หมายถึง ทางสายกลาง ซึ่งจะประกอบด้วย 3 ห่วง กับ 2 เงื่อนไข >> 3 ห่วงหมายถึง (1) พอประมาณ (2) มีเหตุผล และ (3) มีภูมิคุ้มกันในตัวที่ดี >> 2 เงื่อนไข หมายถึง (1) เงื่อนไขความความรู้ คือเราจะต้อง รอบรู้ รอบคอบ และระมัดระวัง( 2) เงื่อนไขคุณธรรม คือเราจะต้อง ซื่อสัตย์สุจริต อดทน เพียร มีสติ และปัญญา และที่สำคัญที่สุดทำให้ข้าพเจ้าเกิดความรู้สึกว่าข้าพเจ้าเป็นคนโชคดีมากๆ ที่ได้เกิดบนผืนแผ่นดินที่มีพระมหากษัตริย์ที่รักประชาชน ทุ่มเททำงานหนักเพื่อประชาชนมาโดยตลอด

นอกเหนือจากความรู้เกี่ยวกับหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงแล้ว ข้าพเจ้ายังได้ความรู้ด้านการวางเป้าหมายในชีวิต ทำให้ข้าพเจ้ารู้ว่า ความต้องการในชีวิตของข้าพเจ้าคืออะไร ตลอดจนวิธีที่จะทำให้ข้าพเจ้าบรรลุเป้าหมายตาที่ข้าพเจ้าคาดหวังไว้

สิทธิโชค ปรางค์ทอง

ทัศวรรณ สุขทรัพย์ทวีผล
IP: xxx.55.15.225
เขียนเมื่อ 

1 เป้าหมายในอนาคต 10-15 ปีข้างหน้า 1 เรียนจบปริญญาโท 2 เป็นหัวหน้ากลุ่มงาน

2 วิธีทำให้บรรลุเป้าหมาย

1 เก็บเงินเพื่อเรียนต่อ

2 แบ่งเวลาให้เหมาะสม 3 พยายามใฝ่หาความรู้เพิ่มเติมตลอดเวลา 4 ทำงานด้วยความมุ่งมั่น 5 เรียนรู้งานให้มาก 6 อดทด อดกลั้น

3 เมื่อเจอสิ่งที่ไม่ถูกต้อง

  ต้องตั้งสติให้ดี ไม่เข้าไปเกี่ยวข้องกับสิ่งไม่ถูกต้องนั้น  แล้วทำบันทึกไว้เป็นหลักฐานโดยมีพยานรู้เห็นด้วย อย่าทำอะไรเองโดยลำพัง เพราะหากเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้นเราจะไม่มีพยานยืนยัน
มะลิวรรณ มีผล
IP: xxx.49.233.115
เขียนเมื่อ 

1.เป้าหมายของการเข้ามาเป็นข้าราชการในอีก 10-15 ปีข้างหน้าของท่านคืออะไร

         เป้าหมายได้ทำงานเพื่อประเทศชาติ เกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผล ส่งผลให้ผลงานออกมาสามารถสร้างประโยชน์เพื่อประเทศชาติได้ดีที่สุด
  1. จากเป้าหมายนั้นควรจะมีวิธีการทำงาน มีความประพฤติหรือพฤติกรรมอย่างไรเพื่อให้บรรลุเป้าหมาย

         ศึกษาหาความรู้จากสายงานที่ทำ พยายามเรียนรู้จากบุคคลต้นแบบ
    
  2. ข้าราชการที่ดี เมื่อเจอปัญหาไร้จริยธรรมในองค์กรจะแก้ปัญหาอย่างไร สู้หรือไม่สู้ ถ้าสู้จะมียุทธศาสตร์อย่างไรอธิบายเป็นข้อๆ

         จะพยายามแนะนำให้เพื่อร่วมงานทำงานอย่างถูกต้อง อธิบายถึงผลกระทบที่จะตามมา ยุทธศาสตร์ที่จะแก้ไขคือ
    
  3. ศึกษาปัญหาว่าเราสามารแก้ปัญหาได้ด้วยตนเองหรือเปล่า ปัญหาเป็นลัษณะไหน
  4. เมื่อเรารู้ปัญหาว่าเป็นลักษณะใดแล้ว หาวิธีที่จะปัญหา
  5. ติดตามผลถ้าไม่ได้ผล ก็ต้องแจ้งผู้บังคับบัญชาทราบ และแก้ไขต่อไป
นิภาพร พลสุวรรณ
IP: xxx.55.15.225
เขียนเมื่อ 

เมื่อพบเจอสิ่งที่ไม่ถูกต้อง
ต้องคิดไตร่ตรองว่าผิดประเด็นไดบ้าง ถ้าดำเนินการไปแล้วจะจบไหม ถ้าไม่จบเราก็เจ็บ ฉะนั้นต้องตั้งสติคิดให้รอบคอบและรอบด้าน เราอาจจะคิดคนเดียวไม่ได้ต้องหาเพื่อนคิด หาคู่คิดซึ่งเราอาจจะมองว่าผิดแต่คนอื่นอาจจะมองไม่เหมือนเราอย่างนี้เป็นต้น หรืออาจจะหาช่องทาง จัดทำโครงการในรูปแบบหน่วยงานราชการ เพื่อเตือนสติก็ได้

ประณต ศิริมนตรี
IP: xxx.90.105.55
เขียนเมื่อ 

Workshop 06/08/55 - ได้แนวคิดการทำงานโดยอยู่บนพื้นฐานของความพอเพียง การนำพระราชดำรัสที่เกียวข้องกับปรัชญาของเศรษกิจพอเพียงและพระบรมราโชวาทเนื่องในวันข้าราชการพลเรือนมาปฎิบัติ เป็นแรงบันดาลใจในการทำงานและความพอประมาณ-มีเหตุผล - เรียนรู้การตั้งทฤษฎีให้กับตัวเอง กรอบแนวคิด เป้าหมาย หลักการ ไปใช้พัฒนาชีวิตและประเทศชาติได้

นายจักริน ศุภจัตุรัส
IP: xxx.93.129.161
เขียนเมื่อ 

สรุปองค์ความรู้ได้รับ วันที่ 30 ก.ค. 55
- ได้ Role Model ที่หลากหลาย ความแตกต่างระหว่างผู้นำกับผู้บริหาร องค์ประกอบต่างๆที่ก่อให้เกิดความเป็นผู้นำและสิ่งที่ขาดไม่ได้เลยคือ ศรัทธา - การฝึกและบริหารจิต บนหลักการ 3L’s ( Love Life Light ) ที่ง่ายและปฏิบัติได้จริง
วันที่ 31 ก.ค. 55
- กิจกรรม CSR ซึ่งเน้นการสร้างประโยชน์แก่ชุมชน การทำงานเป็น TEAMWORK ( วาง-.ใจ -ปรับ - ร่วม - ใจ - เผย -รับ - รู้ ) Trus , Empathy , Adaptability , Mutual benefits , Willingness, Openness Respect and Knowledge วันที่ 1 ส.ค. 55 การเตรียมความพร้อมและการพัฒนาตนเองเพื่อเป็นข้าราชการยุคใหม่สู่ ASEAN

ดารารัตน์ สุกันญา
IP: xxx.97.135.142
เขียนเมื่อ 

สิ่งที่ได้รับจากการอบรมในวันที่ 6 สิงหาคม 2555 ได้รู้ถึงพระบรมราโชวาทและพระราชดำรัสที่เกี่ยวข้องกับปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงที่ทรงพระราชทานให้แก่ปวงชนชาวไทย ได้ทราบถึงหลักการทรงงานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวว่าท่านมีหลักการทรงงาน คือ ท่านจะศึกษาข้อมูลต่างๆอย่างเป็นระบบ มีการเตรียมคนให้พร้อมในการแก้ไขปัญหาโดยท่านจะแก้ปัญหาจากจุดเล็กๆทีละจุดแล้วทำการแก้ไขปัญหาตามลำดับขั้น แก้ปัญหาแบบค่อยเป็นค่อยไปและมองให้เป็นองค์รวมโดยท่านจะเน้นวิธีการที่เรียบง่ายและต้องได้ประโยชน์สูงสุด และในการทรงงานของพระองค์ทุกครั้งพระองค์จะเน้นการมีส่วนร่วม มีการระดมสมอง จากเหตุนี้พระองค์จึงได้ถือว่าเป็นต้นแบบของการประชาพิจารณ์ ได้เรียนรู้หลักการคิดในการทรงงานและค่านิยมหลักที่ใช้ในการดำเนินชีวิต เพื่อที่จะได้นำหลักทฤษฎีเศรษฐกิจพอเพียงมาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน ได้เรียนรู้ทฤษฎีการเข้าใจตัวเอง เข้าใจความปรารถนาของตัวเองว่าต้องการอะไรในชีวิตและจะต้องทำอย่างไรบนพื้นฐานของเศรษฐกิจพอเพียง

ทัศวรรณ สุขทรัพย์ทวีผล
IP: xxx.55.15.225
เขียนเมื่อ 

สิ่งที่ได้รับในวันที่ 6 กรกฎาคม 2555 1.รู้จักหลักการทรงงานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 2. รู้จักหลักคิดของความพอเพียง นั่นคือ 3 ห่วง 2 เงื่อนไข

3  ห่วง คือ 1. พอประมาณ
      2.  มีเหตุผล
      3.  มีภูมิคุ้มกันในตัวที่ดี
           2  เงื่อนไข  คือ  1. ความรู้
                       2.  คุณธรรม
  1. รู้จักวิธีการวางแผนชีวิตในอนาคตโดยนำมาเชื่อมโยงเข้ากับหลักเศรษฐกิจพอเพียง
พลเทพ ธนโกเศศ
IP: xxx.8.183.192
เขียนเมื่อ 

1.เป้าหมายของการเข้ามาเป็นข้าราชการในอีก 10-15 ปีข้างหน้าของท่าน คือ อะไร? - เป้าหมายของผมในอีก 10-15 คือการได้เติบโตในสายงานที่ปฏิบัติอยู่ โดยสั่งสะสมประสบการณ์ ความรู้ ความเข้าใจในงานที่ทำ มาสร้างประโยชน์ให้เกิดขึ้นต่อหน่วยงานและประเทศชาติในภาพรวมต่อไป

2.จากเป้าหมายนั้น ควรจะมีวิธีการทำงาน มีความประพฤติ หรือ พฤติกรรมอย่างไร เพื่อให้บรรลุเป้าหมาย - ควรตั้งใจทำงานและพึงตระหนักอยู่เสมอว่าการเรียนรู้จากการทำงานเป็นกระบวนการต่อเนื่องที่ไม่มีหยุด หากเราคิดว่าการเรียนรู้ได้จบสิ้น เราก็จะไม่มีการพัฒนาตนเอง - มีน้ำใจช่วยเหลือเพื่อนร่วมงาน ปฏิบัติตนอยู่ในระเบียบของราชการ และคำนึงถึงผลประโยชน์ของประเทศชาติเป็นหลัก

3.“ข้าราชการที่ดี” เมื่อเจอปัญหาไร้จริยธรรมในองค์กร จะแก้ปัญหาอย่างไร? สู้ หรือ ไม่สู้? ถ้าสู้จะมียุทธศาสตร์อย่างไร? อธิบายเป็นข้อ ๆ

  • การแก้ปัญหาขึ้นอยู่กับลักษณะเฉพาะของปัญหานั้นๆ กล่าวคือต้องพิจารณาดูว่าปัญหาเหล่านั้นสร้างความเสียหายให้กับใคร มากเพียงใด? หากเป็นเรื่องเล็กน้อย เช่นการดื่มสุรา การสูบบุหรี่ ในสถานที่ราชการ และผู้กระทำเป็นผู้ใต้บังคับบัญชา เราก็สามารถตักเตือนได้ทันที แต่ถ้าผู้กระทำเป็นผู้บังคับบัญชา เราก็อาจบอกผู้ใต้บังคับบัญชาของเราว่าอย่าไปปฏิบัติตาม

แต่ถ้าเป็นปัญหาที่สร้างความเสียหายให้กับองค์กรหรือประเทศชาติ เช่น corruption ข้าราชการที่ดีควรยืนหยัดต่อสู้ โดยยุทธศาสตร์การสู้นั้นต้องพิจารณาหลายๆปัจจัยดังนี้

1) ใครเป็นผู้กระทำ? ถ้าเป็นผู้ใต้บังคับบัญชา เราก็สามารถเอาผิดทางวินัย ได้โดยทันที แต่ถ้าผู้กระทำเป็นผู้บังคับบัญชา การดำเนินการจะต้องมีความละเอียดอ่อนมากขึ้น ดังต่อไปนี้ 2) พิจารณาว่าหน่วยงานมีช่องทางให้เราสามารถร้องเรียนการกระทำที่ไม่เหมาะสมได้หรือไม่? และมีการปกป้องผู้ร้องเรียนหรือไม่ ถ้ามี ให้ดำเนินการตามช่องทางนี้ ถ้าไม่มี หรือช่องทางนี้ไม่ประสบความสำเร็จ ให้ดำเนินการตามข้อต่อไป 3) ร้องเรียนการกระทำที่ไม่เหมาะสมต่อหน่วยงานภาคนอก เช่น ปปช. หรือผู้ตรวจการรัฐสภา โดยขอให้มีการคุ้มครองพยาน หากช่องทางนี้ยังไม่สำเร็จให้ดำเนินการตามข้อต่อไป 4) นำเรื่องไปสู่สื่อมวลชน (ถ้าเป็นเรื่องที่ไม่มีชั้นความลับ และจะไม่สร้างความเสียหายต่อราชการ) เพื่อตีแผ่สู่สังคม

นวพร นิรมล
IP: xxx.87.18.148
เขียนเมื่อ 

สิ่งที่ได้รับจากการอบรมในวันที่ 6 สิงหาคม 2555 ได้เรียนรู้ถึงความหมายที่ถูกต้องของคำว่า "พอเพียง" เพราะทุกวันนี้บางคนได้ตีความหมายของคำว่าพอเพียงไปในทางที่ผิด ทำให้บางคนนำหลักการไปใช้แบบผิดๆ ได้เรียนรู้ถึงพระบรมราโชวาทและพระราชดำรัสที่เกี่ยวข้องกับปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงที่ทรงพระราชทานให้แก่ปวงชนชาวไทย ได้เรียนรู้วิธีการทรงงานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวว่าท่านมีหลักการทรงงานอย่างไรเพื่อที่จะได้นำหลักทฤษฎีเศรษฐกิจพอเพียงไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด ได้เรียนรู้ความปรารถนาของตัวเองในอนาคตว่าในชีวิตเราต้องการอะไรและจะเดินไปตามความปรารถนาได้อย่างไรโดยต้องอยู่บนหลักเกณฑ์ 3 ห่วง 2 เงื่อนไข

ธัญญาภรณ์ ไสวพันธ์
IP: xxx.67.193.105
เขียนเมื่อ 

สรุป วันที่ 6 ส.ค. 55 เรียนรู้และเข้าใจแก่นหลักของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง คือ ทางสายกลาง ภายใต้ 3 ห่วง 2 เงื่อนไข ในการทำงานให้เน้นประโยชน์ส่วนรวม ไม่เน้นประโยชน์กลุ่ม เน้นคุณธรรม ซื่อสัตย์สุจริต ความเพียร และความกตัญญ เตรียมการวางแผนชีวิต โดยเข้าใจตัวเองว่าต้องการอะไร กำหนดเป้าหมายที่ชัดเจนเพื่อไปสู่จุดที่ปรารถนาและควรทำอย่างไรกะปัจจุบันเพื่อให้ไปถึงจุดนั้น

ธัญญาภรณ์ ไสวพันธ์
IP: xxx.67.193.105
เขียนเมื่อ 

สรุป วันที่ 6 ส.ค. 55 เรียนรู้และเข้าใจแก่นหลักของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง คือ ทางสายกลาง ภายใต้ 3 ห่วง 2 เงื่อนไข ในการทำงานให้เน้นประโยชน์ส่วนรวม ไม่เน้นประโยชน์กลุ่ม เน้นคุณธรรม ซื่อสัตย์สุจริต ความเพียร และความกตัญญ เตรียมการวางแผนชีวิต โดยเข้าใจตัวเองว่าต้องการอะไร กำหนดเป้าหมายที่ชัดเจนเพื่อไปสู่จุดที่ปรารถนาและควรทำอย่างไรกะปัจจุบันเพื่อให้ไปถึงจุดนั้น

นายเจมวิทย์ จันฤาชัย
IP: xxx.49.251.233
เขียนเมื่อ 

เป้าหมายของการเข้ามาเป็นข้าราชการในอีก ๑๐ – ๑๕ ปีข้างหน้า ๑.ดำรงตนเป็นข้าราชการที่มีคุณธรรม จริยธรรม ในการทำงาน ๒.ทำงานตอบแทนคุณแผ่นดิน ทำงานเพื่อประชาชน ให้มากกว่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน ๓.นำพระบรมราโชวาทและพระราชดำรัสด้านการพัฒนามาเป็นแนวทางในการพัฒนางานราชการให้เป็นรูปธรรม ๔.พัฒนาท้องถิ่น ชนบท ให้มีการพัฒนา และมีศักยภาพในการพึ่งพาตนเองได้ ๕.เป็นข้าราชการที่มีส่วนร่วมในการพัฒนาประเทศไม่ว่าจะอยู่ในบทบาทใดก็ตาม

จากเป้าหมายนั้น ควรจะมีวิธีการทำงาน มีความประพฤติหรือพฤติกรรมอย่างไรเพื่อให้บรรลุเป้าหมาย ๑.การพัฒนาศักยภาพตนเอง เช่น ศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมจากงานที่ทำ เรียนรู้งานภายในองค์กรให้มีความชำนาญโดยการสับเปลี่ยนงานระหว่างกลุ่มงานต่างๆ ๒.การปฏิบัติงานโดยใช้ศาสนาพุทธเป็นหลักในการทำงาน ๓.โอนย้ายไปทำงานในหน่วยงานต่างกระทรวง ทบวง กรม เพื่อจะได้เรียนรู้งานใหม่ๆ ที่เป็นการท้าทายตัวเรา หรือเป็นเป้าหมายที่เราตั้งไว้ ๔.สนับสนุนวัฒนธรรมองค์กร ให้เป็นองค์กรแห่งคุณธรรม จริยธรรม องค์กรแห่งการเรียนรู้ และเป็นองค์กรที่ทำงานเพื่อประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชน

ข้าราชการที่ดี เมื่อเจอปัญหาไร้จริยธรรมในองค์กรจะแก้ปัญหาอย่างไร ๑.ปฏิบัติตน หรือดำรงตนเป็นแบบอย่างของข้าราชการที่ปฏิบัติงานโดยมีความซื่อสัตย์ สุจริต มีคุณธรรม จริยธรรมในการทำงาน ๒.องค์กรควรมีการจัดอบรมคุณธรรม จริยธรรม ให้ข้าราชการเป็นประจำ หรือเป็นตัวชี้วัดในการประเมินผลงานของข้าราชการ ๓.การใช้กฎหมาย กฎ ระเบียบของทางราชการ เพื่อลดปัญหาการทุจริต หรือปัญหาทางจริยธรรมต่างๆ ภายในองค์กร เมื่อมีการกระทำผิดวินัย หรือจรรยาข้าราชการ ควรดำเนินการลงโทษเป็นตัวอย่างแก่ข้าราชการทั่วไป ๔.การสร้างค่านิยม ทัศนคติอันพึงประสงค์ขององค์กร ให้ปลูกฝังแก่ข้าราชการทุกระดับ

นิภาพร พลสุวรรณ
IP: xxx.55.9.173
เขียนเมื่อ 

สิ่งที่ได้รับจากการเรียนรู้ วันที่ 6 กรกฎาคม 2555 เรียนรู้ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ความพอเพียง คือ ทางสายกลาง ประกอบด้วย ความพอประมาณ ความมีเหตุผล มีภูมิคุ้มกันที่ดีในตัว บวกกับ 2 เงื่อนไข คือ เงื่อนไขความรู้ และเงื่อนไขคุณธรรม

เรียนรู้การนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาปรับใช้กับชีวิตจริง ,เรียนรู้วิธีการทรงงานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ,เรียนรู้พระบรมราโชวาทและพระราชดำรัสที่เกี่ยวข้องกับปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ,
นายเจมวิทย์ จันฤาชัย
IP: xxx.49.251.233
เขียนเมื่อ 

ความรู้ที่ได้จากการอบรม วันที่ ๖ สิงหาคม ๒๕๕๕ ได้ทราบถึงหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง คือการพัฒนาที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานของทางสายกลาง โดยคำนึงถึง ความพอประมาณ ความมีเหตุผล และการสร้างภูมิคุ้มกัน โดยมีเงื่อนไขความรู้ และคุณธรรม เป็นพื้นฐานในการพัฒนา วิธีการเรียนรู้งานของข้าราชการโดยการศึกษาดูการทรงงานของพระบามสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว - การทำงานไม่ว่าเล็กหรือใหญ่ให้คิดอยู่บนพื้นฐานของข้อมูลที่ถูกต้อง - การมองปัญหาในภาพใหญ่ แล้วจัดลำดับความสำคัญของปัญหา เพื่อจะได้แยกประเด็นการแก้ไขตามลำดับได้ถูกต้อง - หลักการพึงพาตนเองให้มากที่สุด เป็นการสร้างความเข้มแข็งของทุนมนุษย์อย่างหนึ่ง สิ่งที่ผมต้องปฏิบัติให้ได้ คือการนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงไปปฏิบัติในงานราชการ และงานส่วนตัวให้เป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติและตนเองให้มากที่สุด

เทิดพงศ์ ตรีพรม
IP: xxx.121.151.118
เขียนเมื่อ 

1.เป้าหมายของการเข้ามาเป็นข้าราชการในอีก 10-15 ปีข้างหน้าของท่าน คือ อะไร - เป็นข้าราชการที่ดี และเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาประเทศชาติ 2.จากเป้าหมายนั้น ควรจะมีวิธีการทำงาน มีความประพฤติ หรือ พฤติกรรมอย่างไร เพื่อให้บรรลุเป้าหมาย - ผมจะรับราชการโดยยึดหลักคุณธรรม จริยธรรม เรียนรู้และนำความรู้กับประสพการณ์ที่ได้รับมาพัฒนาตนเอง 3. “ข้าราชการที่ดี” เมื่อเจอปัญหาไร้จริยธรรมในองค์กร จะแก้ปัญหาอย่างไร สู้ หรือ ไม่สู้ ถ้าสู้จะมียุทธศาสตร์อย่างไร อธิบายเป็นข้อ ๆ - หากเป็นเพื่อนหรือรุ่นน้อง ผมจะเข้าไปพูดอธิบายถึงเหตุผลในสิ่งที่เขาทำจะส่งผลกระทบต่อองค์กรและประเทศชาติอย่างไร และหากเขามีปัญหาอะไรก็จะรับฟังและช่วยแก้ปัญหานั้น หากเป็นระดับหัวหน้า ผมจะทำบันทึกเพื่อเสนอต่อผู้บังคับบัญชาระดับถัดไป

สิ่งที่ได้รับจากการอบรมในวันที่ 6 สิงหาคม 2555 - ได้เรียนรู้ถึงพระบรมราโชวาทและพระราชดำรัสที่เกี่ยวข้องกับปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อนำมาประยุกต์ใช้กับชีวิตประจำวัน และชีวิตการทำงาน อีกทั้งได้ความรู้ด้านการวางเป้าหมายในชีวิตคืออะไร ตลอดจนวิธีที่จะทำให้บรรลุเป้าหมายตลอดจนความฝันที่เคยตั้งเอาไว้

แสงอาทิตย์ บุตรประเสริฐ
IP: xxx.55.9.173
เขียนเมื่อ 

อ่านหนังสือ 8 K’s + 5 K’s ได้รู้จักความหมายของคำว่าทุนมนุษย์ หลักและวิธีการสร้างทุนมนุษย์ให้เกิดขึ้นกับตัวเองและเราสามารถนำหลักไปปฏิบัติ เพื่อให้เกิดประโยชน์กับการทำงานและหลักการดำเนินชีวิตให้ทันกับเหตุการณ์ในยุคปัจจุบันได้

นางสาวรัศมี เมืองเงิน
IP: xxx.67.128.221
เขียนเมื่อ 

สรุปกิจกรรมวันที่ 6 สิงหาคม 2555

      หลักจากที่ได้รับฟังการบรรยายเรื่อง พระบรมราโชวาทและพระราชดำริที่เกี่ยวกับปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ทำให้ได้รับประโยชน์มากมายในการดำเนินชีวิต และได้ทรงเห็นองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ท่านได้ทรงงานอย่างเหน็จเหนื่อยเพื่อประชาชนคนไทยทุกคนจะได้มีวิถีความเป็นอยู่ที่ดี สามารถพึงตนเองได้ในปัจจุบันและในอนาคต ทรงสร้างทฤษฎีเศรษฐกิจพอเพียง ทางสายกลาง เพื่อเป็นแนวทางในการปฏิบัติตนของประชาชนทุกระดับ ตั้งแต่ครอบครัว ชุมชน และภาครัฐ เพื่อให้ทันต่อโลกยุคโลกาภิวัตน์ และดิฉันคิดว่าจะนำทฤษฎีเศรษฐกิจพอเพียงของพระองค์มาปรับใช้ในการทำงาน เพื่อเป็นข้าราชการที่ดีต่อไปในภายภาคหน้า ทางสายกลางจะเป็นวิถีที่จะนำดิฉันไปสู่ความสุขทั้งทางกายและทางใจ เมื่อเรารู้จักตนเอง ไม่ประมาทในการดำเนินชีวิตไม่ว่าเรื่องใดๆ ก็ตามแล้ว ก็จะทำให้ไม่เกิดความโลภ โกรธ หลง ซึ่งเมื่อนำมาประยุคใช้กับการทำงานก็จะทำให้เกิดประโยชน์สูงสุด
นางสาวจริยา มณีกาศ
IP: xxx.90.53.158
เขียนเมื่อ 

หนังสือ เรื่อง 8 K’s + 5 K’s ทุนมนุษย์ของคนไทยรองรับประชาคมอาเซียน ของ ศ. ดร. จีระ หงส์ลดารมภ์ การทำงานของเราควรมีเป้าหมาย แต่ถ้าเราตั้งใจจริงเราจะทำสำเร็จได้ ความสำเร็จที่เกิดขึ้นของแต่ละคน ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เกิดขึ้นจากการพัฒนาและเรียนรู้แล้วนำมาใช้กับตนเอง จึงจะทำให้เราเป็นทรัพยากรมนุษย์ที่มีคุณภาพ ทฤษฎี 8 K’s ประกอบด้วย K1 ทุนมนุษย์ ซึ่งอยู่ในขั้นพื้นฐานที่สำคัญอันดับแรก K2 ทุนทางปัญญา คือการมองยุทธศาสตร์หรือการมองอนาคต K3 ทุนทางจริยธรรม เป็นทุนมนุษย์ที่มีคุณภาพ เป็นคนดี คิดดี ทำดี คิดเพื่อส่วนรวม มีจิตสาธารณะ K4 ทุนทางความสุข คือพฤติกรรมที่ตัวบุคคลพึงมี เพื่อทำให้ชีวิตมีคุณค่าและสอดคล้องกับงานที่ทำ K5 ทุนทางสังคม จะทำให้ทุนมนุษย์มีคุณภาพสูงขึ้น K6 ทุนทางความยั่งยืน ควรยึดหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ K7 ทุนทางเทคโนโลยีสารสนเทศ หรือIT K8 ทุนทางความรู้ ทักษะ และทัศนคติ (ทุนอัจฉริยะ) ประเทศไทยควรที่จะเตรียมพัฒนาคุณภาพทรัพยากรมนุษย์เพื่อรองรับการเปิดเสรีอาเซียน โดยการนำแนวคิด ทฤษฎี 8 K’s+ 5 K’s มาเป็นแนวทางเพื่อการพัฒนายุทธศาสตร์ในระดับประเทศ ชุมชน องค์กร ครอบครัว หรือแม้กระทั่งตัวเรา ซึ่งเป็นเรื่องที่สำคัญมากสำหรับสังคมไทย ศ. ดร. จีระ หงส์ลดารมภ์ ได้กล่าวเสมอว่า “ปัญญาอาจจะไม่ใช้ปริญญา” คนที่จะประสบความสำเร็จได้ไม่จำเป็นต้องจบปริญญาเสมอไป

นนทยา พันธ์ขาว
IP: xxx.121.132.3
เขียนเมื่อ 

การที่ได้เรียนในวันที่ 6 สิงหาคม นี้ ได้รู้จักคำว่าเศรษฐกิจพอเพียง อาจจะยังไม่ค่อยรู้ซึ้งถึงคำนี้สักเท่าไรแต่ก็ยังพอได้รู้บ้างเล็กน้อย จะพยายามที่จะปฏิบัติตนให้อยู่ในทางสายกลาง และมีคุณธรรม จริยธรรม เพื่อที่จะเป็นข้าราชการที่ดี ส่วนในช่วงบ่ายก็ได้เรียนรู้ที่จะค้นพบตัวเอง รู้จักตัวเองให้มากขึ้นว่าความต้องการของตัวเองคืออะไร พอจะมองเห็นว่าเป้าหมายชีวิตที่แท้จริงนั้นจะเป็นไปในทิศทางใด

นนทยา พันธ์ขาว
IP: xxx.121.132.3
เขียนเมื่อ 

เป้าหมายของการเข้ามาเป็นข้าราชการในอีก 10-15 ปี ข้างหน้าของตัวเองคือ การที่ได้เป็นข้าราชการที่ดี มีคุณธรรม จริยธรรม มีความก้าวหน้าในหน้าที่การงาน การเป็นข้าราชการที่ดีนั้นก็คือ การปฏิบัติหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายให้ดีที่สุด มีใจรักในงานที่ทำ ไม่แบ่งพรรคแบ่งพวก ไม่เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตนและใฝ่หาความรู้ใส่ตัวเพื่อที่จะนำความรู้นั้นมาปรับปรุงตัวเอง

นางสาวนภาพร ตาลเสี้ยน
IP: xxx.67.128.221
เขียนเมื่อ 
  1. เป้าหมายของการเป็นข้าราชการในอีก 10-15 ปีข้างหน้าของท่านคืออะไร ดิฉันคิดว่าจะเป็นหัวหน้างานที่มีคุณธรรม จริยธรรม ความใฝ่รู้ และลูกน้องในสังกัดจะต้องมีคุณธรรม จริยธรรม และมีความใฝ่รู้ทุกคน

  2. จากเป้ามายนั้นควรมีวิธีการทำงาน มีความประพฤติหรือพฤติกรรมอย่างไรเพื่อให้บรรลุเป้าหมายนั้น เราต้องประพฤติตนปฏิบัติตนให่ดป็นข้าราชการที่ดีโดยยึดหลักคุณธรรม แลจริยธรรม ตั้งมั่นอยู่บนความซื่อตรงและถูกต้อง ซึ่งจะทำให้เราเป็นข้าราชที่ดีและบรรลุเป้าหมายที่เราตั้งไว้ได้

  3. ข้าราชการที่ดี เมื่อเจอปัญหาไร้จริยธรรมในองค์กรจะแก้ปัญหาอย่างไร สู้หรือไม่ ถ้าสู้จะมียุทธศาสตร์อย่างไร เมื่อเราเจอปัญหาไร้จริยธรรมในองค์กรเราต้องสู้ โดยยึดมั่นในคุณธรรม จริยธรรม ความถูกต้อง และปฏิบัติงานด้วยความสุจริต ถ้าข้าราชการทุกคนปฏิบัติโดยตั้งมั่นในคุณธรรม้ว ปัญหาที่ไร้จริยธรรมในระบบข้าราชการก็จะไม่เกิดขึ้น

วราภรณ์ มนัสธีรภาพ
IP: xxx.121.69.77
เขียนเมื่อ 

สิ่งที่ได้จากการเรียนรู้ในวันที่ 6 ส.ค .55 ได้เรียนรู้ถึงทฤษฎีเศรษฐกิจพอเพียง คือ ความพอประมาณ ความมีเหตุผล และมีภูมิคุ้มกันในตัวเองโดยประกอบไปด้วย 2 เงื่อนไข คือเงื่อนไขความรู้และคุณธรรม โดยยึดหลักทางสายกลาง และยังได้เรียนรู้วิธีการค้นหาตัวเอง วางแผนการใช้ชีวิต รู้ว่าเป้าหมายที่แท้จริงของเราคืออะไร และต้องทำอย่างไรถึงจะได้มาโดยยึดถือหลักทฤษฎีเศรษฐกิจพอเพียง

นางสาวนภาพร ตาลเสี้ยน
IP: xxx.67.128.221
เขียนเมื่อ 
  1. เป้าหมายของข้าราชการที่ดีคืออะไร ท่านจะบรรลุเป้าหมายนั้นได้อย่างไร (ดร.สมโภชน์) ต้องเป็นข้าราชการทีมีคุณธรรม จริยธรรม ความใฝ่รู้ และเต็มใจปฏิบัติงานเพื่อประชาชน เราจะสามารถบรรลุเป้าหมายได้โดยประพฤติปฏิบัติตนให้ตั้งมั่นอยู่ในคุณธรรมและจริยธรรม

  2. ถ้าในอนาคตเราต้องเจอกับเหตุการณ์ที่ไม่ดี เช่นถูกกดดันทางการเมืองจากนักการเมืองที่ไม่มีคุณธรรม จริยธรรมจากเจ้านายหรือเพื่อร่วมงานที่ไม่สุจริต ท่านมีวิธรการเตรียมตัวและแก้ไขอย่างไร (ศ.พิเศษวิชา มหาคุณ) วิธีเตรียมตัวคือเราต้องยอมรับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นไม่ว่าจะมาจากด้านใดและแก้ไขโดยเราต้องยึดมั่นในคุณธรรมและจริยธรรม ตั้งมั่นบนความซื่อตรง ถ้าเป็นเพื่อของเราประพฤติทุจริตเราก็ต้องตักเตือนและแนะนำให้เขาเข้าใจในคุณธรรม และจริยธรรมของข้าราชการที่ดี ถ้าเข้ายังไม่ปฏิบัติตามต้องแจ้งให้ผู้บังคับบัญชาทราบ(โดยในการแจ้งต้องมีพยานรู้เห็นด้วย)

1.เป้าหมายของการเข้ามาเป็นข้าราชการในอีก 10-15 ปีข้างหน้าของท่าน คือ อะไร? ตอบ เป้าหมาย คือ เป็นข้าราชการทีดี มีความก้าวหน้าในสายงานที่กำลังปฏิบัติอยู่ เป็นผู้มีความรู้ความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน รวมถึงมีความรอบรู้ในงานด้านอื่นๆขององค์กร เพื่อรองรับการหมุนเวียนงานในอนาคต

2.จากเป้าหมายนั้น ควรจะมีวิธีการทำงาน มีความประพฤติ หรือ พฤติกรรมอย่างไร เพื่อให้บรรลุเป้าหมาย

ตอบ 1) การที่ข้าพเจ้าจะเป็นข้าราชการที่ดีได้นั้น ต้องมีแนวคิดเชิงบวกได้แก่ การรักในงานที่ทำโดยมีความซื่อสัตย์ สุจริต ขยัน อุทิศตน อุทิศเวลา ให้แก่หน่วยงานของตนอย่างเต็มที่ เคารพผู้บังคับบัญชาอย่างจริงใจ ยึดมั่นในจรรยาบรรณของข้าราชการ รวมถึงต้องมีจิตสำนึกเป็นผู้ให้บริการ

2) การที่จะมีความก้าวหน้าในสายงานและเป็นผู้เชี่ยวชาญนั้นต้องอาศัยการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง กล้าที่จะลงมือทำ กล้าที่จะผิดพลาดเพื่อนำมาเป็นบทเรียนในการพัฒนาตนเองอย่างสม่ำเสมอ รวมถึงการปฏิบัติงานเพื่อมุ่งผลสัมฤทธิ์ของงาน

3.“ข้าราชการที่ดี” เมื่อเจอปัญหาไร้จริยธรรมในองค์กร จะแก้ปัญหาอย่างไร? สู้ หรือ ไม่สู้? ถ้าสู้จะมียุทธศาสตร์อย่างไร? อธิบายเป็นข้อ ๆ

ตอบ เมื่อเจอปัญหาไร้จริยธรรมในองค์กร จะมีวิธีสู้กับปัญหาโดยยึดหลักการ ดังนี้

ยุทธศาสตร์ที่ 1 กล้าที่จะยืนหยัดในสิ่งที่ถูกต้อง ปฏิบัติหน้าที่อย่างตรงไปตรงมา และมีหลักการ

ยุทธศาสตร์ที่ 2 ปฏิบัติตามคำสั่งของที่ชอบด้วยกฎหมาย และหากเรื่องที่ต้องทำผิดจริยธรรม ควรหลีกเลี่ยงโดยชี้แจงเหตุผลอย่างเป็นลายลักษณ์อักษรต่อผู้บังคับบัญชา

ยุทธศาสตร์ที่ 3 ยึดมั่นในอุดมการณ์ของการเป็นข้าราชการที่ดี ไม่โอนอ่อนผ่อนตามอิทธิพลใดๆ

 

ยุพิน ยังแหยม
IP: xxx.7.148.205
เขียนเมื่อ 

จากการอบรมวันที่ 6 ส.ค. 2555 สิ่งที่ได้รับทำให้เรารู้สึกถึงการใช้ชีวิตอย่างเรียบง่าย และมีประโยชน์ต่อการดำรงชีวิตของการเป็นข้าราชการ เพราะได้แนวคิด และการสอนจากแนวพระราชดำริเศรษฐกิจพอเพียง ของพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งเราทุกคนสามารถนำไปปฏิบัติได้ไม่ยาก

การบ้านของวันที่ 1 ส.ค. 55 จำนวน 3 ข้อ 1. เป้าหมายของการเป็นข้าราชการในอีก 10 - 15 ปี ข้างหน้า คือ จะตั้งใจทำงานอย่างเต็มกำลังความสามารถเพื่อให้คุ้มกับการที่เราได้เป็นข้าของแผ่นดิน จะทำงานด้วยความตั้งใจทำให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อส่วนรวม 2. การที่จะทำให้บรรลุเป้าหมายนั้น เราต้องมีความพยายาม อดทน ตั้งใจทำในสิ่งที่ได้ตั้งใจไว้ และมีการพัฒนาตนเองไปเรื่อยๆ ศึกษาหาความรู้ที่จะนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์ ไม่ย่อท้อแม้จะเจออุปสรรคก็ตาม 3. เมื่อเจอปัญหาไร้จริยธรรมในองค์กรจะแก้ปัญหาอย่างไร 1. เราควรมีการอบรมจริยธรรมคุณธรรมให้กับข้าราชการทุกคนเพื่อที่จะได้เป็นแบบอย่างแล้วมีการนำไปปฏิบัติ 2. ปฏิบัติตนให้เป็นแบบอย่างที่ดี เพื่อที่เมื่อมีคนเห็นแล้วก็ต้องนำไปปฏิบัติบ้าง 3. มีการใช้กฎ ระเบียบ ข้อบังคับ เพื่อจะได้มีกรอบในการปฏิบัติ ไม่กระทำสิ่งที่ไม่ดี

นางสาวจริยา มณีกาศ
IP: xxx.90.53.158
เขียนเมื่อ 

1.เป้าหมายของการเข้ามาเป็นข้าราชการในอีก 10-15 ปีข้างหน้าของท่าน คือ อะไร?

               มีความก้าวหน้าในสายงานที่ปฏิบัติ สามารถนำความรู้ ความสามารถและประสบการณ์ มาถ่ายทอดและประยุกต์ใช้เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพ ประสิทธิผลเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติ และเป็นแบบอย่างที่ดีให้แก่ข้าราชการรุ่นหลัง

2.จากเป้าหมายนั้น ควรจะมีวิธีการทำงาน มีความประพฤติ หรือ พฤติกรรมอย่างไร เพื่อให้บรรลุเป้าหมาย

               ศึกษาหาความรู้และพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง  พยายามเรียนรู้จากบุคคลต้นแบบ มีเป้าหมายชัดเจน มองการณ์ไกล เปิดใจให้กว้างและรับฟังแลกเปลี่ยนความรู้กับบุคคลหรือกลุ่มหน่วยงานอื่น เพื่อนำจุดแข็ง จุดอ่อนมาพัฒนาศักยภาพของตัวเองและองค์กร 

3.“ข้าราชการที่ดี” เมื่อเจอปัญหาไร้จริยธรรมในองค์กร จะแก้ปัญหาอย่างไร? สู้ หรือ ไม่สู้? ถ้าสู้จะมียุทธศาสตร์อย่างไร? อธิบายเป็นข้อ ๆ

              ในความเห็นส่วนตัว คิดว่า ข้าราชการเมื่อเจอปัญหาไร้จริยธรรม เราต้องสู้และกล้ายืนหยัดในสิ่งที่ถูกต้อง ยึดมั่นในหลักจรรยาวิชาชีพขององค์กร  ยุทธศาสตร์ คือ เข้าไปพูดอธิบายถึงเหตุผลในสิ่งที่เขาทำจะส่งผลกระทบต่อองค์กรและประเทศชาติอย่างไร และหากเขามีปัญหาอะไรก็จะรับฟังและช่วยแก้ปัญหานั้น หากเป็นระดับหัวหน้าก็ควรทำบันทึกเพื่อเสนอต่อผู้บังคับบัญชาระดับสูงขึ้นไป

สิ่งที่ได้จากกิจกรรมวันที่ 6 ส.ค. 55

ช่วงเช้า "การเรียนรู้ตามรอยพระยุคลบาท:เศรษฐกิจพอเพียง"  ได้เรียนรู้ว่าความหมายของคำว่า "เศรษฐกิจพอเพียง" ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระราชทานให้พวกเราถือปฏิบัติไม่ใช่เพียงการประหยัดหรือการใช้แต่พอน้อยเพียงอย่างเดียว แต่เป็น การใช้อย่างพอดี พอดีในที่นี้หมายถึงทางสายกลาง เพื่อสร้างความสมดุลให้กับชีวิต บนหลักของ "เหตุผล พอประมาณ และมีภูมิคุ้มกัน" บนเงื่อนไข 2 ประการคือ 1. เงื่อนความรู้ (รอบคอบ รอบรู้ และระมัดระวัง) และ 2. เงื่อนไขคุณธรรม (ซื่อสัตย์ สุจริต สติปัญญา ขยันอดทน และแบ่งปัน) ซึ่งหลักเศรษฐกิจพอเพียงนี้สามารถนำไปใช้ได้กับคนทุกระดับ โดยเฉพาะข้าราชการต้องมีหลักการดังกล่าวในการปฏิบัติงานและการดำเนินชีวิต เพื่อประโยชน์ส่วนรวมของชาติ

ช่วงบ่าย ได้เรียนรู้ตนเองและเป้าหมายของชีวิต เพื่อวางแผนการปฏิบัติหรือพฤติกรรมที่ควรจะต้องทำเพื่อให้บรรลุเป้าหมายนั้นๆ ซึ่งหลักการพื้นฐานของการวางเป้าหมายในอนาคตคือ ความพอเพียง ได้แก่การรู้จักประมาณตน และความเป็นไปได้ในการไปถึงเป้าหมายนั้นคือความมีเหตุผล 

นางสาวจริยา มณีกาศ
IP: xxx.90.53.158
เขียนเมื่อ 

สิ่งที่ได้จากการเรียนรู้ในวันที่ 6 ส.ค .55 ได้เรียนรู้ถึงปรัชญาและทฤษฏีเศรษฐกิจพอเพียงตามรอยพระยุคลบาท คือ ความพอประมาณ ความมีเหตุผล และมีภูมิคุ้มกันในตัวเองโดยประกอบไปด้วย 2 เงื่อนไข คือ เงื่อนไขความรู้และคุณธรรม ซึ่งจะนำไปสู่ ชีวิต/เศรษฐกิจ/สังคม/สิ่งแวดล้อม/สมดุล/มั่นคง/ยั่งยืน

นอกจากนั้นยังมี WORK SHOP การรู้จักตัวเอง รู้ความปรารถนาของตัวเอง และหลักการที่จะเดินไปสู่เป้าหมายนั้นต่อไป
นางสาวรัตนอาภา ทรัพย์สมบัติ
IP: xxx.122.2.174
เขียนเมื่อ 

สิ่งที่ได้รับจากกรอบรมวันที่ 6 สิงหาคม 55

      “ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง” เป็นปรัชญาที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ได้พระราชทานให้แก่ประชาชนชาวไทยเพื่อเป็นแนวทางปฏิบัติในการใช้ชีวิตบนทางสายกลาง คือ ใช้ชีวิตอย่างมีเหตุผล รู้จักความพอประมาณ ทำอะไรที่เหมาะสมกับฐานะของตน มีภูมิคุ้มกันในตัวที่ดี พร้อมรับการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้น ซึ่งมีเงื่อนไขที่สำคัญสองประการ คือ เงื่อนไขความรู้ นั่นคือ เราต้องรู้ลึก รู้จริง รอบคอบในสิ่งที่เรากระทำอยู่ และที่สำคัญ ได้แก่ เงื่อนไขคุณธรรม โลกของเรานั้นมีคนเก่งมากมาย แต่ “คนเก่งและดี” ต่างหากที่เป็นที่ต้องการของสังคม หากคนเราเก่งอย่างเดียว แต่ขี้โกง ประเทศชาติก็จะล่มจมได้

อันปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงนี้มีความชัดเจนมากขึ้นในช่วงที่ประเทศเกิดวิกฤตการณ์ต้มยำกุ้ง ปี 40 ที่ทำให้กิจการหลายแห่งต้องปิดตัวลงไป ผู้ประกอบการบางรายที่ล้มละลายหรือแบกรับภาระหนี้ไม่ไหวก็ตัดสินใจจบชีวิตตนเอง สภาวะเศรษฐกิจที่เคยรุ่งเรือง กลับตกอยู่ในสภาวะที่ไม่แน่นอน การใช้จ่ายในประเทศฝืดเคือง ผู้คนอยู่ในอาการตกใจและกลัวการใช้จ่ายเงิน ทั้งๆที่ก่อนหน้านี้ราคาอสังหาริมทรัพย์ในบ้านเราก็มีแต่พุ่งสูงขึ้นและไม่มีสัญญาณใดๆทั้งสิ้นที่บ่งบอกว่าประเทศของเรากำลังเข้าสู่วิกฤตเช่นนี้ ณ ช่วงเวลานี้เองที่ทำให้หลายคนได้หันกลับมามองว่าแท้ที่จริงแล้วประเทศของเรากำลังเดินไปถูกทางหรือไม่ ซึ่งปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงนี้เองก็เป็นคำตอบให้กับใครหลายๆคน ว่าถ้าหากเราดำเนินชีวิตตามพระบรมราโชวาทของพระเจ้าอยู่หัวนั้น เราจะไม่มีทางจน เป็นหนี้เป็นสินหรือล้มลาย และเราจะมีความสุขอย่างยั่งยืน

      อย่างไรก็ตาม ข้าพเจ้าคิดว่า ข้าพเจ้ายังต้องเรียนรู้อีกมากเกี่ยวกับพระองค์ท่าน ทั้งในด้านพระราชกรณียกิจต่างๆ พระบรมราโชวาทและที่สำคัญ คือ ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ที่ข้าพเจ้าคิดว่าต่อไปในอนาคตทั่วโลกอาจจะต้องหันมาสนใจและให้ความสำคัญกับ Sufficiency economy นี้มากขึ้น เนื่องจากโลกของเราเคยมีคอมมิวนิสต์ที่รุ่งเรืองมากยุคหนึ่ง ต่อมาก็เป็นทุนนิยมที่อาจอยู่มาได้นานกว่าคอมมิวนิสต์ แต่อย่างที่เห็นในทุกวันนี้ทุนนิยมกำลังมีปัญหา หลายประเทศในยุโรปกำลังประสบปัญหาหนี้ภายในประเทศ เพราะฉะนั้น โลกเราต้องหาทางออกใหม่ให้กับปัญหาที่เกิดขึ้น ซึ่งก็อาจเป็นปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงนี้เองที่อาจช่วยท่านได้
      สำหรับ “ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงกับการเป็นข้าราชที่ดี” การที่เราจะทำการสิ่งใดให้ได้ดีนั้น เราจำเป็นต้องรู้จักตนเองอย่างถ่องแท้เสียก่อน ว่าแท้จริงแล้ว ตอนนี้เราเป็นอย่างไร เราต้องการอะไร และต้องมีการวางแผนที่ชัดเจนเพื่อให้บรรลุเป้าหมายนั้น ซึ่งพออาจารย์พูดเรื่องนี้ขึ้นมา เป็นสิ่งที่สะกิดใจข้าพเจ้าอย่างมาก เพราะมาถึงทุกวันนี้ข้าพเจ้าก็ยังตอบตัวเองไม่ได้ว่าจริงๆแล้วตัวเองเก่งทางด้านไหนและต้องการอะไรกันแน่ สิ่งที่เราเป็นอยู่ทุกวันนี้ มันใช่สิ่งที่เราเป็นจริงๆหรือเป็นเพียงแค่สิ่งที่เราต้องการอยากให้ตัวเองเป็นและพยายามจะเป็นมัน แต่ไม่ใช่สิ่งที่ตัวเองเป็นจริงๆ เคยให้เวลาตัวเองในการค้นพบตัวเอง และทุกวันนี้ก็ยังพยายามค้นหาอยู่ ไม่รู้ว่าเจอมันแล้ว แต่พยามยามบอกปัดว่ามันไม่จริง หรือยังไม่เจอจริงๆกันแน่ ขอเวลาได้เรียนรู้โลกกว้างอีกสักหน่อยนะคะ หวังว่าคงไม่สายเกินไป
      ขอบคุณสำหรับความรู้ที่มีคุณค่ามากๆค่ะ :)
อัฎฐพร รามแก้ว
IP: xxx.67.32.114
เขียนเมื่อ 

1.เป้าหมายของการเข้ามาเป็นข้าราชการในอีก 10-15 ปีข้างหน้าของท่าน คือ อะไร? อีก 10 - 15 ปีข้างหน้าประเทศไทยต้องเป็นหนึ่งในประชาคมอาเซียนเป้าหมายที่วางไว้ของดิฉันคือการเพิ่มทักษะทางด้านภาษาการสื่อสาร ทักษะความรู้ในสายงาน และการพัฒนาตัวเองเรียนรู้เก็บประสบการณ์การทำงานเพื่อให้สำเร็จในตำแหน่งงานที่สูงกว่าเดิม 2.จากเป้าหมายนั้น ควรจะมีวิธีการทำงาน มีความประพฤติ หรือ พฤติกรรมอย่างไร เพื่อให้บรรลุเป้าหมาย - เข้าคอร์สเรียนภาษารวมถึงศึกษาเรียนรู้ใฝ่คว้าด้วยตนเองกล้าที่จะคิดกล้าที่จะทำในสิ่งที่มุ่งหวัง

3.“ข้าราชการที่ดี” เมื่อเจอปัญหาไร้จริยธรรมในองค์กร จะแก้ปัญหาอย่างไร? สู้ หรือ ไม่สู้? ถ้าสู้จะมียุทธศาสตร์อย่างไร? อธิบายเป็นข้อ ๆ สู้ แต่ก่อนที่จะสู้เราต้องหนักแน่นและมั่นใจในความถูกต้องตามหลักจริยธรรม มียุทธ์ศาสตร์ดังนี้ - รู้กฎ รู้หลักจริยธรรม - รู้ในสิ่งที่ถูก - ปฏิบัติในสิ่งที่ถูก - ไม่หวั่นไหวในปัญหา

ประณต ศิริมนตรี
IP: xxx.90.105.55
เขียนเมื่อ 

Workshop 06/08/55 - ได้แนวคิดการทำงานโดยอยู่บนพื้นฐานของความพอเพียง การนำพระราชดำรัสที่เกียวข้องกับปรัชญาของเศรษกิจพอเพียงและพระบรมราโชวาทเนื่องในวันข้าราชการพลเรือน มาปฎิบัติ เป็นแรงบันดาลใจในการทำงานและความพอประมาณ-มีเหตุผล - เรียนรู้การตั้งทฤษฎีให้กับตัวเอง กรอบแนวคิด เป้าหมาย หลักการ ไปใช้พัฒนาชีวิตและประเทศชาติได้

ประณต ศิริมนตรี
IP: xxx.90.105.55
เขียนเมื่อ 

Workshop 06/08/55 ได้แนวคิดการทำงานโดยอยู่บนพื้นฐานของความพอเพียง การนำพระราชดำรัสที่เกียวข้องกับปรัชญาของเศรษกิจพอเพียงและพระบรมราโชวาทเนื่องในวันข้าราชการพลเรือน มาปฎิบัติ เป็นแรงบันดาลใจในการทำงานและความพอประมาณ-มีเหตุผล - เรียนรู้การตั้งทฤษฎีให้กับตัวเอง กรอบแนวคิด เป้าหมาย หลักการ ไปใช้พัฒนาชีวิตและประเทศชาติได้

อัฎฐพร รามแก้ว
IP: xxx.67.32.114
เขียนเมื่อ 

สิ่งที่ได้รับในวันนี้จากหัวข้อ ตามรอยพระยุคคลบาท 6 สิงหาคม 2555 - ได้เรียนรู้หลักคิดในการทรงงาน โดยหลักคิดอยู่บนพื้นฐานแก้ไขปัญหาทีละขั้นตอน ทีละขั้นตอนจนบรรลุเป้าหมาย - เรียนรู้การรู้จักตัวเอง รู้จักตั้งเป้าหมายให้ตัวเอง และสามารถปฏิบัติให้บรรลุเป้าหมาย - เรียนรู้หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง 3 ห่วง 2 เงื่อนไข รู้จักพอประมาณ มีเหตุผล มีภูมิคุ้มกันในตัว - ได้กลับมาคิดทบทวนถึงเป้าหมายที่แท้จริงในชีวิต

พัชริสาณ์ ธนะไพรรักษ์
IP: xxx.87.51.143
เขียนเมื่อ 

จากคำถามที่ฝากไว้เป็นการบ้าน 3 ข้อ ขอตอบ ดังนี้

  1. เป้าหมายในการเข้ามาเป็นข้าราชการในอีก 10-15 ปีข้างหน้า คืออะไร

       การเป็นคนดี ข้าราชการที่ดี ซื่อสัตย์ ไม่โกงกิน ไม่ขายชาติขายแผ่นดิน สามารถยืนหยัดและกล่าวได้อย่างภาคภูมิใจว่า ไม่เคยคิดทรยศในอาชีพและแผ่นดินไทย ปฏิบัติงานให้เต็มที่เต็มความสามารถสมกับภาษีทุกบาทที่ประชาชนเสียเพื่อเป็นเงินเดือนของข้าราชการทุกคน ตระหนักถึงคุณค่าของตนเอง ผู้อื่น เพื่อนร่วมอาชีพ งานที่รับผิดชอบ องค์กร สังคม และประเทศชาติ จริงใจและบริสุทธิ์ใจต่อหน้าที่การงานที่ได้รับมอบหมายและปฏิบัติ ไม่เหยียบผู้อื่นหรือกระทำต่อเพื่อนร่วมงานเพื่อให้ได้มาหรือไปถึงความสำเร็จของตนเองโดยไม่คำนึงถึงความถูกต้องใดๆ ทั้งสิ้น เพื่อเป็นเกียรติและความภาคภูมิใจของวงศ์ตระกูล แต่ในความเป็นจริง (ตามความคิด) เราไม่จำเป็นต้องรอถึง 10 หรือ 15 ปี แต่ควรจะเริ่มตั้งแต่วันที่ตัดสินใจสอบเพื่อรับราชการ เพราะจะเป็นพื้นฐานของอนาคตที่ดีและความมั่นคงในหน้าที่การงานต่อไป
    
  2. จากเป้าหมายดังกล่าว จะมีวิธีการดำเนินงาน มีความประพฤติ/พฤติกรรมอย่างไร

       พยายามเรียนรู้และสั่งสมความรู้ในอาชีพการงาน ไม่เฉพาะในสายงานที่เกี่ยวข้องกับตำแหน่งหน้าที่ที่ตนเองรับผิดชอบ แต่ควรหาโอกาสในการเรียนรู้หน้าที่และวิธีการดำเนินงานของสายงานอื่นๆ เพื่อเพิ่มพูนประสบการณ์ให้แก่ตนเอง และสามารถนำมาเป็นประโยชน์และเกื้อกูลต่องานที่ตนรับผิดชอบ พยายามขวนขวายหาความรู้ในหลากหลายสาขาวิชาชีพ อาจจะไม่จำเป็นต้องเรียนปริญญาโทหรือปริญญาเอก หากทุนทรัพย์ไม่เพียงพอ เพราะความรู้มีอยู่ทุกที่ เพียงแต่เราจะ "หาความรู้ใส่ตนเอง" หรือไม่ เท่านั้น
       สำหรับความประพฤติ/พฤติกรรม ควรยึดหลักทางสายกลาง ทำให้ดีที่สุด เต็มความสามารถที่สุด ไม่อายหากต้องหาความรู้จากผู้อ่อนวัยกว่าแต่แก่ประสบการณ์กว่า ซื่อสัตย์ จริงใจ อดทน รับผิดชอบ (ไม่ใช่ "รับชอบ" แต่ไม่ "รับผิด") ไม่โยนงาน ไม่โยนความผิดให้ผู้อื่น รู้แพ้ รู้ชนะ รู้อภัย ศึกษาหาความรู้/วิทยาการใหม่ๆ เปิดโลกทัศน์ให้กว้างขึ้น รู้จักหามิตรในการปฏิบัติงาน อย่าเอาตนเองเป็นศูนย์กลางของทุกสิ่ง รับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น และพึงระลึกถึงความหมายที่แท้จริงของคำว่า "ข้าราชการ" อยู่เป็นนิจ
    
  3. ข้าราชการที่ดี เมื่อเจอปัญหาไร้จริยธรรมในองค์กร จะแก้ปัญหาอย่างไร สู้หรือไม่สู้ ถ้าสู้จะมียุทธศาสตร์อย่างไร ให้อธิบายเป็นข้อๆ

       ปัญหาไร้จริยธรรมในองค์กรของไทย ถือได้ว่าเป็นปัญหาที่ฝังรากลึกและแก้ไขได้ยาก แต่ไม่ได้แปลว่า แก้ไม่ได้ เพียงแต่ว่า ต้องใช้เวลา และความร่วมมืออย่างแน่วแน่ รวมทั้งมีความตั้งใจจริงใจที่จะแก้ปัญหาดังกล่าวให้หมดไปหรือค่อยๆ บรรเทาลง 
       ถามว่า จะ "สู้ หรือ ไม่สู้" คิดว่าทุกคนไม่เฉพาะข้าราชการก็ต้องการที่จะสู้ แต่ก่อนที่เราจะสู้ เราต้องหันกลับมามองที่ตัวเราก่อนว่า เราพร้อมที่จะสู้หรือไม่ และเราควรจะต้องปรับพฤติกรรมของตนเองให้เป็นคนที่รู้ความหมายของ "จริยธรรม" ที่ถูกต้อง นำมาประพฤติอย่างสม่ำเสมอให้เกิดเป็นนิสัย เป็นแบบอย่าง และถ่ายทอดสู่คนในองค์กรทีละนิดๆ 
       หากพบเจอปัญหาไร้จริยธรรมในองค์กร ควรจะพิจารณาถึงต้นตอของปัญหาว่า แท้จริงแล้ว มันเกิดขึ้นมาได้อย่างไร หากเกิดจากบุคลากรภายในหน่วยงานเอง ก็อาจจะใช้วิธี
      - ค่อยๆ ถ่ายทอดความรู้เกี่ยวกับจริยธรรมที่ตนเองทราบออกไป โดยเริ่มจากกลุ่มเพื่อน และขยายวงออกไปเรื่อยๆ เหมือนน้ำหยดลงหิน อาจต้องใช้เวลา แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีการเปลี่ยนแปลงใดๆ เกิดขึ้น
       - ประพฤติตนให้เป็นแบบอย่างที่ดี กล้ายืนหยัดในความคิดและการกระทำที่ถูกต้อง ซึ่งตั้งอยู่บนพื้นฐานของเหตุและผลที่ดีงาม 
       - อาจจะปรึกษาผู้บังคับบัญชา เพื่อขอความร่วมมือไปยังกอง/สำนักที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาระบบบริหารขององค์กร ในการจัดเสวนา/สัมมนา/ประชุม/ประชุมเชิงปฏิบัติการ เกี่ยวกับด้านจริยธรรมของตนเองและขององค์กร เพื่อเป็นการสร้างแนวทางและให้ความรู้เกี่ยวกับ "จริยธรรมและคุณธรรม" ที่ถูกต้อง
       - ยึดหลักทางสายกลาง อย่าคาดหวังมาก/สูงเกินไป เพราะการกระทำต่างๆ เพื่อให้องค์กรเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น จำเป็นต้องใช้เวลา ความร่วมมือ และความใจเย็น เพราะไม่มีใครสามารถเปลี่ยนทุกอย่างได้ง่ายเหมือนการพลิกฝ่ามือ
       - ศึกษาหาความรู้เกี่ยวกับคุณธรรมและจริยธรรมให้มากขึ้นกว่าเดิม เพื่อถ่ายทอดความรู้ดังกล่าวออกไป และหากเรามีความรู้ที่ทันสมัย เข้าใจได้ง่าย และสามารถนำมาปรับใช้ในชีวิตประจำวันรวมทั้งหน้าที่การงาน การถ่ายทอดความรู้สู่ผู้อื่นก็จะทำได้ง่ายขึ้น เพราะคนส่วนใหญ่จะชอบสิ่งที่เข้าใจได้ง่ายและนำไปใช้ได้ทันที
    
ประณต ศิริมนตรี
IP: xxx.90.105.55
เขียนเมื่อ 

Workshop 06/08/55 -ได้แนวคิดการทำงานโดยอยู่บนพื้นฐานของความพอเพียง การนำพระราชดำรัสที่เกียวข้องกับปรัชญาของเศรษกิจพอเพียงและพระบรมราโชวาทเนื่องในวันข้าราชการพลเรือน มาปฎิบัติ เป็นแรงบันดาลใจในการทำงานและความพอประมาณ-มีเหตุผล - เรียนรู้การตั้งทฤษฎีให้กับตัวเอง กรอบแนวคิด เป้าหมาย หลักการ ไปใช้พัฒนาชีวิตและประเทศชาติได้

กมลรัตน์ หลากคุณากร
IP: xxx.53.143.123
เขียนเมื่อ 

เรียนอาจารย์ที่เคารพ

    ในการอบรมวันที่ 6 ส.ค. 55 ความรู้ที่ได้รับ คือ การเรียนรู้ตามรอยพระยุคลบาทเศรษฐกิจพอเพียง ซึ่งเป็นปรัชญาที่ชี้ถึงแนวการดำรงอยู่และปฏิบัติตนของประชาชนในทุกระดับ ตั้งแต่ครอบครัว ชุมชน จนถึงระดับรัฐ ทั้งในการการพัฒนาและบริหารประเทศให้ดำเนินไปในทางสายกลางโดยยึดหลัก 3 ห่วง คือ พอประมาณ มีเหตุผล และมีภูมิคุ้มกันในตัวที่ดีและ 2 เงื่อนไข คือ เงื่อนไขความรู้และคุณธรรม  " เราอาจจะมีของหรูหราก็ได้ แต่ต้องไม่เบียดเบียนคนอื่น ต้องให้พอประมาณตามอัตภาพ พูดจาก็พอเพียง ทำอะไรก็พอเพียง " 
     อีกประการหนึ่งคือการตั้งเป้าหมายชีวิตเพื่อที่จะได้พัฒนาตนเองให้เจริญก้าวหน้าในหน้าที่การงานและครอบครัว ต้องเรียนรู้อย่างต่อเนื่องและนำสิ่งที่ได้เรียนรู้นั้นไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันให้เกิดประโยชน์ต่อตนเองและสังคม
นางสาวรัตนอาภา ทรัพย์สมบัติ
IP: xxx.122.2.174
เขียนเมื่อ 
  1. เป้าหมายของการเป็นข้าราชการในอีก 10 – 15 ปี ข้างหน้า ทำงาน 2 ปี เก็บเกี่ยวประสบการณ์การทำงาน พร้อมมองหาสิ่งที่ใช่ สาขาที่ชอบเพื่อสมัครไปเรียนต่อปริญญาโท 2 ปี (ทุน ก.พ.) และเพื่อการทำวิทยานิพนธ์ในเรื่องที่สนใจและจะเป็นประโยชน์ต่อองค์กรจริงๆ จากนั้นกลับมาตั้งใจทำงาน เข้าโปรแกรม HIPPS เพื่อวางแผนเส้นทางการเป็นข้าราชการ การเจริญเติบโตในสายอาชีพต่อไปในอนาคต

  2. วิธีการทำงาน ความประพฤติที่จะทำให้บรรลุเป้าหมาย ต้องมีวินัยในตนเอง มีความขยันหมั่นเพียร ต้องเรียนรู้ตลอดชีวิต หมั่นหาความรู้ให้กับตัวเองอย่างสม่ำเสมออย่างที่อาจารย์จีระได้เน้นย้ำไว้หนักนา ว่าเป็นเรื่องที่สำคัญมาก ที่จะทำให้เราพัฒนาตน ก้าวทันคน ก้าวทันโลก เพราะทุกวันนี้ข่าวสาร ความรู้ไหลมาจากทั่วทุกทิศทาง หากเราปิดหูปิดตา เป็นกบในกะลา ไม่รู้จักมองให้กว้าง มองให้ลึก ตีให้แตก เราก็จะไม่มีทางที่จะก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำและทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพได้เลย นอกจากนั้น การเป็นคนดี ซื่อสัตย์สุจริตต่อหน้าที่การงานถือเป็นเรื่องที่สำคัญและจำเป็นมากสำหรับคนในยุคปัจจุบัน ไม่ว่าจะประกอบอาชีพใดก็ตาม แต่ในฐานะที่เป็นข้าราชการ ข้าของแผ่นดินก็ควรจะปฏิบัติตนให้เป็นแบบอย่างที่ดีให้แก่ประชาชน และการน้อมนำพระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพรเจ้าอยู่หัวที่เกี่ยวกับ “หลักเศรษฐกิจพอเพียง” มาใช้ในการดำเนินชีวิตก็ถือเป็นเรื่องสำคัญ โดยตัวอย่างที่เห็นชัดเจนที่สุด คือ หลายๆคนก็รู้ว่าเงินเดือนข้าราชการอาจจะไม่มากนัก หากเราใช้จ่ายฟุ่มเฟือย อยากได้นั่นโน่นนี้ อยากไปเที่ยวนั่นโน่นนี่ โดยไม่รู้จักประมาณตน ใช้ให้เหมาะสมกับฐานะ ก็จะเป็นบ่อเกิดแห่งหนี้สิน ซึ่งพอเกิดหนี้ขึ้นมา ก็ยากนักที่เราจะออกจากวัฏจักรที่ต้องกู้ตรงนั้น มาโปะตรงนี้ไม่มีวันจบสิ้น แต่หากยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียงในการประกอบสัมมาอาชีวะ ข้าพเจ้ามีความเชื่อว่าเราไม่มีทางอับจนหนทางและเราสามารถที่จะประสบความสำเร็จในหน้าที่การงานและชีวิตด้านอื่นๆได้เช่นเดียวกัน

  3. เมื่อเจอปัญหาไร้จริยธรรมในองค์กร จะสู้หรือไม่สู้ มีวิธีการแก้ปัญหาอย่างไร

     ต้องสู้ค่ะ หากเราไม่ลุกขึ้นสู้ ถึงแม้ไม่ได้ร่วมโกงไปกับเขาด้วย แต่ทั้งๆที่รู้ว่าเกิดการทุจริตขึ้น กลับไม่ทำอะไรเลย ทำเอาหูไปหา เอาตาไปไร่ ก็ไม่ได้แตกต่างไปจากคนพวกนั้นหรอกค่ะ ข้าพเจ้าเองก็ไม่รู้ว่าจะทำอะไรได้มากน้อยแค่ไหน  แต่ก็จะพยายามสู้ให้เต็มที่ ถ้าวันหนึ่งอยู่ๆไปแล้วคิดว่ามันยากเหลือเกิน แก้ไขไม่ได้จริงๆ ก็คงจะต้องพิจารณาตัวเองออกไปเหมือนกัน วิธีการแก้ไขปัญหามีหลายวิธี ทั้งวิธีทางการทูต การเจรจา หรือการแก้ปัญหาแบบตาต่อตา ฟันต่อฟัน ก็คงต้องดำเนินไปตามความเหมาะสมของสถานการณ์ที่เกิดขึ้น 
    
วรปกรณ์ รู้รอบ
IP: xxx.121.170.98
เขียนเมื่อ 

สิ่งที่ได้รับจากการเรียนรู้วันนี้คือ การเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงมันสามารถนำมาใช้ได้จริงกับชีวิตของมนุษย์ไม่ว่าจะอยู่ในระดับใดก็ตาม การทำเศรษฐกิจพอเพียงไม่ใช่เป็นการตะหนี่มัธยัสถ์จนไม่นำออกมาใช้มากิน แต่เป็นการให้เห็นค่าของของที่เรามีอยู่ใช้เท่าที่จำเป็นและใช้ให้เกิดความคุ้มค่าที่สุด โดยเดินทางสายกลาง ยิ่งถ้าเป้นข้าราชการก็จำเป็นที่จะต้องยึดหลักนี้มาใช้ เพราะว่ารู็จักเดินทางสายกลางและพอเพียงการทุจริตก็จะไม่มีทางเกิดขึ้นแน่นอน

กมลรัตน์ หลากคุณากร
IP: xxx.53.143.123
เขียนเมื่อ 

เรียนอาจารย์ที่เคารพ

  กมลรัตน์ ฯ ขอตอบคำถามอาจารย์ 3 ข้อดังนี้
  1. เป้าหมายของการรับราชการใน 10 - 15 ปี ข้างหน้า คือ การพัฒนาตนเองให้เจริญก้าวหน้าในหน้าที่การงานมากยิ่งๆ ขึ้นไป
  2. จากเป้าหมายจะต้องมีจิตสำนึกรับผิดชอบต่อหน้าที่ เสียสละ ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความรวดเร็ว สงสัย ทำงานด้วยความรอบคอบระมัดระวัง และเต็มกำลังความสามารถที่มีอยู่
  3. เมื่อเจอปัญหาไร้จริยธรรมในองค์กร เมื่อเราเห็นว่าสิ่งนั้นไร้จริยธรรมก็ไม่ควรนำไปเป็นแบบอย่าง และไม่ทำตามในสิ่งที่รู้ว่าผิดจริยธรรมนั้นด้วย
    • สู้
    • เราจะต้องยึดมั่นในจริยธรรม ยืนหยัดกระทำในสิ่งที่ถูกต้องและเป็นธรรม
บุณยจักร ธรรมศักดิ์
IP: xxx.8.105.70
เขียนเมื่อ 
  1. เป้าหมายของการเป็นข้าราชการในอีก 10-15 ปีข้างหน้าของผม คือ การเป็นข้าราชการที่ประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน ได้รับความเชื่อถือจากผู้บังคับบัญชา อีกทั้งยังสามารถเป็นผู้นำในการพัฒนาข้าราชการของประเทศไทยให้ผู้ที่มีคุณธรรมนำความรู้ให้ได้อย่างเต็มความสามารถของตนเอง

  2. พฤติกรรมที่จะสามารถเกื้อหนุนให้ผมเป็นไปตามเป้าหมายได้คือ

  3. ต้องศึกษาต่อปริญญาโทด้านการพัฒนามนุษย์
  4. ต้องมีความมุ่งมั่นในการทำงาน
  5. ต้องดำรงตนให้เป็นแบบอย่างที่ดีของข้าราชการผู้อื่น

  6. เมื่อเจอปัญหาการไร้จริยธรรมในองค์กรสิ่งที่ผมจะทำ คือการทำแจ้งเตือนไปยังผู้บังคับบัญชาเป็นลายลักษณ์อักษรว่าพบปัญหาการไร้จริยธรรมเช่นไร แต่ถ้าผู้บังคับบัญชาเป็นผู้ไร้จริยธรรมเสียเองและบังคับให้เราทำตามคำสั่ง กระผมก็จะต้องขอคำสั่งจากผู้บังคับบัญชาเป็นลายลักษณ์อักษร อีกทั้งเมื่อเกิดเรื่องราวขึ้น กระผมก็พร้อมที่จะเป็นพยานให้กับหน่วยงานที่เข้ามาตรวจสอบ เช่น ป.ป.ช. ซึ่งมีกฎหมาย “กันไว้เป็นพยายาน”

  7. จากหนังสือ 8K’s+5K’s ผมได้เรียนรู้ว่า ทั้งทฤษฎี 8K’s ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญในการพัฒนาคุณภาพของทุนมนุษย์ และทฤษฎี 5K’s ซึ่งเป็นการต่อยอดทฤษฎี 8K’s เพื่อที่ทำให้ทุนมนุษย์สามารถแข่งขันในเวทีโลกได้อย่างสง่าผ่าเผยนี้ เป็นทฤษฎีที่สำคัญและจะมีบทบาทอย่างมากในการพัฒนาทุนมนุษย์สมัยใหม่ ทฤษฎีนี้ท่านอาจารย์จีระได้มุ่งมั่นอย่างมากในการพัฒนาขึ้นจนตกผลึก และหากสามารถนำมาสร้างให้ข้าราชการหรือคนไทยในหลายๆภาคส่วนสามารถเป็นทุนมนุษย์ที่ได้รับการพัฒนา ประเทศไทยจะเป็นประเทศที่มีความเจริญมั่นคงอย่างมากแน่นอน

  8. สิ่งที่ได้เรียนรู้จากการอบรมวันที่ 6 ส.ค. คือ การได้เรียนรู้หลักเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวซึ่งเป็นหลักปรัชญาที่ผมมีความศรัทธาเป็นอย่างมาก และยิ่งได้มาเรียนรู้เพิ่มเติมจากท่านวิทยากรทั้งสอง ก็เห็นได้ชัดเจนมากขึ้นไปอีกว่า หากทุกคนสามารถน้อมนำหลักเศรษฐกิจพอเพียงมาปรับใช้ในชีวิตประจำวันของเราได้ ชีวิตเราย่อมสามารถมีความสุขได้อย่างยั่งยืน

มนทิพย์ วงศ์กุลฤดี
IP: xxx.8.222.113
เขียนเมื่อ 

1.การบ้านสิ่งที่ได้ในแต่ละวันของช่วงการอบรมระหว่างวันที่ 30 ก.ค. - 1 ส.ค. 55

วันที่ 30 กรกฎาคม 2555 การอบรมในวันนี้ประกอบการบรรยาย เรื่อง ภาวะผู้นำของข้าราชการยุคใหม่ โดย ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์ และ Love Life Light wellness mind for wellness body สิ่งที่ได้จากการอบรมในวันนี้ ประการแรกคือทัศนคติในการเป็นผู้นำในบทบาทข้าราชการ ซึ่งเราควรที่จะตั้งเป้าในอนาคตให้มีการเติบโตก้าวหน้าในหน้าที่การงานและพร้อมจะเป็นผู้นำในการทำงาน ทั้งนี้ การเป็นผู้นำนั้นจะต้องมีสิ่งสำคัญคือคุณธรรมและจริยธรรม ซึ่งจะทำให้ประเทศชาติเจริญได้ และประการที่สองคือการฝึกผ่อนคลายจิตเพื่อสร้างจิตที่ดี ซึ่งจะช่วยทำให้สุขภาพดีและสมองปลอดโปร่งพร้อมที่จะทำงานในการคิดวิเคราะห์

วันที่ 31 กรกฎาคม 2555 วันนี้มีกิจกรรมข้าราชการยุคใหม่กับกิจกรรมเพื่อชุมชน (CSR) ซึ่งทำให้ได้เรียนรู้ในการเขียนโครงการและสร้างจิตสำนึกในการช่วยเหลือสังคม ทั้งยังได้พูดคุยกับคนในพื้นที่เพื่อสอบถามปัญหาที่เกิดขึ้น และการบรรยาย เรื่อง การสร้างและบริหารทีมของข้าราชการยุคใหม่ในยุคของการเปลี่ยนแปลง โดย รศ.ดร.เฉลิมพล ซึ่งให้ความรู้ในการสร้างและบริหารทีมข้าราชการอันจะเป็นประโยชน์ในการนำไปปฏิบัติในที่ทำงานจริง

วันที่ 1 สิงหาคม 2555 วันนี้มีการบรรยาย เรื่อง หน้าที่ บทบาท การทำงานกับทุนทางจริยธรรมของข้าราชการยุคใหม่เพื่อประชาชน โดย ศาตราจารย์ (พิเศษ) วิชา มหาคุณ และ ดร.สมโภชน์ นพคุณ ทำให้ได้หลักการคุณธรรม จริยธรรมไปใช้ในการปฏิบัติงาน โดยเฉพาะในฐานะที่เราเป็นข้าราชการ เป็นกลไกที่จะขับเคลื่อนในการบริหารประเทศ และในช่วงบ่ายมีการบรรยายและทำ workshop ภายใต้ หัวข้อ ข้าราชการไทยกับการเตรียมความพร้อมเข้าสู่การเป็นประชาคมอาเซียน โดย ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์ ซึ่งช่วยให้เกิดการคิดวิเคราะห์และพร้อมรับมือกับผลกระทบจากการรวมตัวเป็น AEC ภายใต้บทบาทของการเป็นข้าราชการ

2.สิ่งที่ไ้ด้จากหนังสือ 8K's + 5K's

จากการที่ ASEAN จะมีการรวมตัวเป็น AEC ในปี 2558 ที่จะถึงนี้ จะทำให้เกิดการหลั่งเข้ามาของทุน สินค้า การบริการ และแรงงาน ซึ่งจะเกิดการแข่งขันทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศสมาชิกอย่างเสรี ดังนั้น ประเทศไทยจึงต้องเตรียมพร้อมสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคตโดยการสร้างให้ภายในประเทศเข้มแข็ง ทั้งภาคเศรษฐกิจ สังคม และการเมือง และสิ่งที่สำคัญที่สุดที่จะต้องสร้างให้พร้อมและเข้มแข็งก็คือประชาชนภายในประเทศ ในการนี้ การลงทุนพัฒนาความสามารถ ศักยภาพของคนในประเทศจึงเป็นสิ่งสำคัญ แนวคิดเรื่องทุนมนุษย์ของอ.จีระจะช่วยเปิดทัศนคติในการลงทุนพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ของประเทศ โดยเฉพาะการใช้หลัก 8K's อันประกอบด้วย 1) ทุนมนุษย์ (Human Capital) 2) ทุนทางปัญญา (Intellectual Capital) 3) ทุนทางจริยธรรม (Ethical Capital) 4) ทุนทางความสุข (Happiness Capital) 5) ทุนทางสังตม (Social Capital) 6) ทุนทางความยั่งยืน (Sustainable Capital) 7) ทุนทางเทคโนโลยีสารสนเทศหรือ IT (Digital Capital) และ 8) ทุนทางความรู้ ทักษะ และทัศนคติ (Talented Capital) รวมทั้งหลัก 5K's ซึ่งเป็นทฤษฎีใหม่เพิ่มเติมจากของเดิม โดย อ.จีระ เพื่อรองรับการรวมตัวเป็น AEC อันประกอบด้วย 1) ทุนแห่งความคิดสร้างสรรค์ (Creativity Capital) 2) ทุนทางความรู้ (Knowledge Capital) 3) ทุนทางนวัตกรรม (Innovation Capital) 4) ทุนทางวัฒนธรรม (Cultural Capital) และ5) ทุนทางอารมณ์ (Emotional Capital)

  1. เป้าหมายการเป็นข้าราชการที่ดีคืออะไร และจะบรรลุเป้าหมายเหล่านั้นได้อย่างไร (ของดร.สมโภชน์) และถ้าในอนาคตเราเจอเหตุการณ์ที่ไม่ดี เช่นถูกกดดันทางการเมือง จากนักการเมือง ที่ไม่มีคุณธรรม จริยธรรม หรือมีเจ้านาย และเพื่อนร่วมงานที่ไม่สุจริต ท่านจะมีวิธีการเตรียมตัวและแก้ไขอย่างไร (ของท่านศาสตราจารย์(พิเศษ) วิชา มหาคุณ)

3.1 เป้าหมายการเป็นข้าราชการที่ดีของข้าพเจ้า คือ การปฏิบัติงานราชการให้ได้ตามหลักคุณธรรม จริยธรรมมากที่สุด โดยจะต้องเป็นข้าราชการที่ซื่อสัตย์สุจริต ไม่คิดโกงปรเทศชาติและประชาชน ทำงานโดยใช้ศักยภาพ ความรู้ และความสามารถอย่างมีประสิทธิภาพเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ส่วนรวม และเพื่อบรรลุเป้าหมายดังกล่าว ในการนี้ จึงต้องพยายามครองตนให้อยู่ในหลักคุณธรรม จริยธรรมให้ได้มากที่สุด ปฏิเสธต่อสิ่งยั่วยุ และคำนึงถึงผลประโยชน์ของประเทศชาติเป็นหลัก ต้องหมั่นหาความรู้และสร้างเสริมศักยภาพให้สอดคล้องกับงานที่ตนทำ

3.2 หากพบเพื่อนร่วมงานไม่สุจริต วิธีแก้ใขตามความเห็นของข้าพเจ้าคือ ต้องไม่ช่วยเหลือเพื่อนหากเพื่อนร้องขอให้ช่วยเหลือร่วมกันทุจริต และหาทางหยุดยั้งไม่ให้เพื่อนทำการทุจริตสำเร็จ อย่างไรก็ตามเราไม่ควรเปิดเผยโจ่งแจ้งให้เพื่อนรู้ว่าเรารู้ว่าเพื่อนทุจริต แต่ควรเป็นการขัดขวางอย่างเงียบๆอยู่เบื้องหลัง

บุณยจักร ธรรมศักดิ์
IP: xxx.8.105.70
เขียนเมื่อ 
  1. เป้าหมายของการเป็นข้าราชการในอีก 10-15 ปีข้างหน้าของผม คือ การเป็นข้าราชการที่ประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน ได้รับความเชื่อถือจากผู้บังคับบัญชา อีกทั้งยังสามารถเป็นผู้นำในการพัฒนาข้าราชการของประเทศไทยให้ผู้ที่มีคุณธรรมนำความรู้ให้ได้อย่างเต็มความสามารถของตนเอง

  2. พฤติกรรมที่จะสามารถเกื้อหนุนให้ผมเป็นไปตามเป้าหมายได้คือ

  3. ต้องศึกษาต่อปริญญาโทด้านการพัฒนามนุษย์
  4. ต้องมีความมุ่งมั่นในการทำงาน
  5. ต้องดำรงตนให้เป็นแบบอย่างที่ดีของข้าราชการผู้อื่น

  6. เมื่อเจอปัญหาการไร้จริยธรรมในองค์กรสิ่งที่ผมจะทำ คือการทำแจ้งเตือนไปยังผู้บังคับบัญชาเป็นลายลักษณ์อักษรว่าพบปัญหาการไร้จริยธรรมเช่นไร แต่ถ้าผู้บังคับบัญชาเป็นผู้ไร้จริยธรรมเสียเองและบังคับให้เราทำตามคำสั่ง กระผมก็จะต้องขอคำสั่งจากผู้บังคับบัญชาเป็นลายลักษณ์อักษร อีกทั้งเมื่อเกิดเรื่องราวขึ้น กระผมก็พร้อมที่จะเป็นพยานให้กับหน่วยงานที่เข้ามาตรวจสอบ เช่น ป.ป.ช. ซึ่งมีกฎหมาย “กันไว้เป็นพยายาน”

  7. จากหนังสือ 8K’s+5K’s ผมได้เรียนรู้ว่า ทั้งทฤษฎี 8K’s ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญในการพัฒนาคุณภาพของทุนมนุษย์ และทฤษฎี 5K’s ซึ่งเป็นการต่อยอดทฤษฎี 8K’s เพื่อที่ทำให้ทุนมนุษย์สามารถแข่งขันในเวทีโลกได้อย่างสง่าผ่าเผยนี้ เป็นทฤษฎีที่สำคัญและจะมีบทบาทอย่างมากในการพัฒนาทุนมนุษย์สมัยใหม่ ทฤษฎีนี้ท่านอาจารย์จีระได้มุ่งมั่นอย่างมากในการพัฒนาขึ้นจนตกผลึก และหากสามารถนำมาสร้างให้ข้าราชการหรือคนไทยในหลายๆภาคส่วนสามารถเป็นทุนมนุษย์ที่ได้รับการพัฒนา ประเทศไทยจะเป็นประเทศที่มีความเจริญมั่นคงอย่างมากแน่นอน

  8. สิ่งที่ได้เรียนรู้จากการอบรมวันที่ 6 ส.ค. คือ การได้เรียนรู้หลักเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวซึ่งเป็นหลักปรัชญาที่ผมมีความศรัทธาเป็นอย่างมาก และยิ่งได้มาเรียนรู้เพิ่มเติมจากท่านวิทยากรทั้งสอง ก็เห็นได้ชัดเจนมากขึ้นไปอีกว่า หากทุกคนสามารถน้อมนำหลักเศรษฐกิจพอเพียงมาปรับใช้ในชีวิตประจำวันของเราได้ ชีวิตเราย่อมสามารถมีความสุขได้อย่างยั่งยืน

1.การบ้านสิ่งที่ได้ในแต่ละวันของช่วงการอบรมระหว่างวันที่ 30 ก.ค. - 1 ส.ค. 55

วันที่ 30 กรกฎาคม 2555 การอบรมในวันนี้ประกอบการบรรยาย เรื่อง ภาวะผู้นำของข้าราชการยุคใหม่ โดย ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์ และ Love Life Light wellness mind for wellness body สิ่งที่ได้จากการอบรมในวันนี้ ประการแรกคือทัศนคติในการเป็นผู้นำในบทบาทข้าราชการ ซึ่งเราควรที่จะตั้งเป้าในอนาคตให้มีการเติบโตก้าวหน้าในหน้าที่การงานและพร้อมจะเป็นผู้นำในการทำงาน ทั้งนี้ การเป็นผู้นำนั้นจะต้องมีสิ่งสำคัญคือคุณธรรมและจริยธรรม ซึ่งจะทำให้ประเทศชาติเจริญได้ และประการที่สองคือการฝึกผ่อนคลายจิตเพื่อสร้างจิตที่ดี ซึ่งจะช่วยทำให้สุขภาพดีและสมองปลอดโปร่งพร้อมที่จะทำงานในการคิดวิเคราะห์

วันที่ 31 กรกฎาคม 2555 วันนี้มีกิจกรรมข้าราชการยุคใหม่กับกิจกรรมเพื่อชุมชน (CSR) ซึ่งทำให้ได้เรียนรู้ในการเขียนโครงการและสร้างจิตสำนึกในการช่วยเหลือสังคม ทั้งยังได้พูดคุยกับคนในพื้นที่เพื่อสอบถามปัญหาที่เกิดขึ้น และการบรรยาย เรื่อง การสร้างและบริหารทีมของข้าราชการยุคใหม่ในยุคของการเปลี่ยนแปลง โดย รศ.ดร.เฉลิมพล ซึ่งให้ความรู้ในการสร้างและบริหารทีมข้าราชการอันจะเป็นประโยชน์ในการนำไปปฏิบัติในที่ทำงานจริง

วันที่ 1 สิงหาคม 2555 วันนี้มีการบรรยาย เรื่อง หน้าที่ บทบาท การทำงานกับทุนทางจริยธรรมของข้าราชการยุคใหม่เพื่อประชาชน โดย ศาตราจารย์ (พิเศษ) วิชา มหาคุณ และ ดร.สมโภชน์ นพคุณ ทำให้ได้หลักการคุณธรรม จริยธรรมไปใช้ในการปฏิบัติงาน โดยเฉพาะในฐานะที่เราเป็นข้าราชการ เป็นกลไกที่จะขับเคลื่อนในการบริหารประเทศ และในช่วงบ่ายมีการบรรยายและทำ workshop ภายใต้ หัวข้อ ข้าราชการไทยกับการเตรียมความพร้อมเข้าสู่การเป็นประชาคมอาเซียน โดย ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์ ซึ่งช่วยให้เกิดการคิดวิเคราะห์และพร้อมรับมือกับผลกระทบจากการรวมตัวเป็น AEC ภายใต้บทบาทของการเป็นข้าราชการ

2.สิ่งที่ไ้ด้จากหนังสือ 8K's + 5K's

จากการที่ ASEAN จะมีการรวมตัวเป็น AEC ในปี 2558 ที่จะถึงนี้ จะทำให้เกิดการหลั่งเข้ามาของทุน สินค้า การบริการ และแรงงาน ซึ่งจะเกิดการแข่งขันทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศสมาชิกอย่างเสรี ดังนั้น ประเทศไทยจึงต้องเตรียมพร้อมสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคตโดยการสร้างให้ภายในประเทศเข้มแข็ง ทั้งภาคเศรษฐกิจ สังคม และการเมือง และสิ่งที่สำคัญที่สุดที่จะต้องสร้างให้พร้อมและเข้มแข็งก็คือประชาชนภายในประเทศ ในการนี้ การลงทุนพัฒนาความสามารถ ศักยภาพของคนในประเทศจึงเป็นสิ่งสำคัญ แนวคิดเรื่องทุนมนุษย์ของอ.จีระจะช่วยเปิดทัศนคติในการลงทุนพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ของประเทศ โดยเฉพาะการใช้หลัก 8K's อันประกอบด้วย 1) ทุนมนุษย์ (Human Capital) 2) ทุนทางปัญญา (Intellectual Capital) 3) ทุนทางจริยธรรม (Ethical Capital) 4) ทุนทางความสุข (Happiness Capital) 5) ทุนทางสังตม (Social Capital) 6) ทุนทางความยั่งยืน (Sustainable Capital) 7) ทุนทางเทคโนโลยีสารสนเทศหรือ IT (Digital Capital) และ 8) ทุนทางความรู้ ทักษะ และทัศนคติ (Talented Capital) รวมทั้งหลัก 5K's ซึ่งเป็นทฤษฎีใหม่เพิ่มเติมจากของเดิม โดย อ.จีระ เพื่อรองรับการรวมตัวเป็น AEC อันประกอบด้วย 1) ทุนแห่งความคิดสร้างสรรค์ (Creativity Capital) 2) ทุนทางความรู้ (Knowledge Capital) 3) ทุนทางนวัตกรรม (Innovation Capital) 4) ทุนทางวัฒนธรรม (Cultural Capital) และ5) ทุนทางอารมณ์ (Emotional Capital)

3.เป้าหมายการเป็นข้าราชการที่ดีคืออะไร และจะบรรลุเป้าหมายเหล่านั้นได้อย่างไร (ของดร.สมโภชน์) และถ้าในอนาคตเราเจอเหตุการณ์ที่ไม่ดี เช่นถูกกดดันทางการเมือง จากนักการเมือง ที่ไม่มีคุณธรรม จริยธรรม หรือมีเจ้านาย และเพื่อนร่วมงานที่ไม่สุจริต ท่านจะมีวิธีการเตรียมตัวและแก้ไขอย่างไร (ของท่านศาสตราจารย์(พิเศษ) วิชา มหาคุณ) 3.1 เป้าหมายการเป็นข้าราชการที่ดีของข้าพเจ้า คือ การปฏิบัติงานราชการให้ได้ตามหลักคุณธรรม จริยธรรมมากที่สุด โดยจะต้องเป็นข้าราชการที่ซื่อสัตย์สุจริต ไม่คิดโกงปรเทศชาติและประชาชน ทำงานโดยใช้ศักยภาพ ความรู้ และความสามารถอย่างมีประสิทธิภาพเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ส่วนรวม และเพื่อบรรลุเป้าหมายดังกล่าว ในการนี้ จึงต้องพยายามครองตนให้อยู่ในหลักคุณธรรม จริยธรรมให้ได้มากที่สุด ปฏิเสธต่อสิ่งยั่วยุ และคำนึงถึงผลประโยชน์ของประเทศชาติเป็นหลัก ต้องหมั่นหาความรู้และสร้างเสริมศักยภาพให้สอดคล้องกับงานที่ตนทำ

3.2 หากพบเพื่อนร่วมงานไม่สุจริต วิธีแก้ใขตามความเห็นของข้าพเจ้าคือ ต้องไม่ช่วยเหลือเพื่อนหากเพื่อนร้องขอให้ช่วยเหลือร่วมกันทุจริต และหาทางหยุดยั้งไม่ให้เพื่อนทำการทุจริตสำเร็จ อย่างไรก็ตามเราไม่ควรเปิดเผยโจ่งแจ้งให้เพื่อนรู้ว่าเรารู้ว่าเพื่อนทุจริต แต่ควรเป็นการขัดขวางอย่างเงียบๆอยู่เบื้องหลัง

ณิชชารีย์ ก้อนจันทร์เทศ
IP: xxx.121.170.98
เขียนเมื่อ 

1.เป้าหมายของการเข้ามาเป็นข้าราชการในอีก 10-15 ปีข้างหน้าของข้าพเจ้าคือ ปรารถนาที่จะเจริญก้าวหน้าในชีวิตการทำงานราชการ และนำความรู้ที่มีมาพัฒนาตนเอง และพัฒนาการทำให้เพื่อประโยชน์ต่อประเทศให้มากที่สุด

2.จากเป้าหมายนั้น ควรจะมีวิธีการทำงานที่มีหลักการ มีอุดมการณ์ มีทัศนคติที่ดีในการทำงาน หาความรู้ศึกษาเพิ่มเติมและนำความรู้ที่ได้นั้นมาเพื่อพัฒนาตนเองเพื่อเกิดประโยชน์สูงสุดในองค์กร

3.“ข้าราชการที่ดี” เมื่อเจอปัญหาไร้จริยธรรมในองค์กร จะแก้ปัญหาอย่างไร? สู้ หรือ ไม่สู้? ถ้าสู้จะมียุทธศาสตร์อย่างไร? อธิบายเป็นข้อ ๆ

  เมื่อเจอปัญหาไร้จริยธรรมในองค์กร เราต้องสู้ เพื่อความถูกต้อง และรักษาไว้เพื่อภาพพจน์ของข้าราชการ วิธีปฏิบัติคือ
  1. ต้องยึดมั่นในสิ่งที่ถูกต้อง 
  2. ปฏิบัติหน้าที่อย่างตรงไปตรงมา 
  3. มีจรรยาบรรณในการปฏิบัติงาน 
  4. ไม่ทำผิดจริยธรรม 
  5. ยึดมั่นในอุดมการณ์ของการเป็นข้าราชการที่ดี 

สรุปผลการฝึกอบรมของวันที่ 6 สิงหาคม 2555

      ได้เรียนรู้ถึงหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง โดยมีพ่อหลวงเป็นต้นแบบ ได้ทราบถึงหลักคิดของพระองค์ท่าน คือ
  1. อยู่บนพื้นฐานของข้อมูล
  2. พึ่งพาตนเองมากที่สุด
  3. การมีส่วนร่วม
  4. มองปัญหาภาพใหญ่
  5. เวลาแก้ไขปัญหาให้มองภาพเล็ก

เนื้อหาของทฤษฏีมี 3 ห่วงร้อยโยงกัน คือ

  1. พอประมาณ
  2. มีเหตุผล
  3. มีภูมิคุ้มกันได้

และมีเงื่อนไข 2 อย่างคือ

  1. เก่ง คือ มีความรู้
  2. มีคุณธรรม คือ มีความดี

และยังได้แนวทางการปฏิบัติราชการ พระบรมราโชวาท เนื่องในวันข้าราชการพลเรือน ปี 2533

      "ในการปฏิบัติราชการนั้น ขอให้ทำหน้าที่เพื่อหน้าที่ อย่านึกถึงบำเหน็จรางวัลหรือผลประโยชน์ให้มาก ขอให้ถือว่าการทำหน้าที่ได้สมบูรณ์เป็นทั้งรางวัลและประโยชน์อย่างประเสริฐ จะทำให้บ้านเมืองไทยของเราอยู่เย็นเป็นสุขและมั่นคง"
พัชริสาณ์ ธนะไพรรักษ์
IP: xxx.87.51.143
เขียนเมื่อ 
  1. เป้าหมายในการเข้ามาเป็นข้าราชการในอีก 10-15 ปีข้างหน้า คืออะไร คำตอบ : เราสามารถยืดหยัดและกล่าวได้อย่างเต็มภาคภูมิและสมศักดิ์ศรีว่า “ตนเองเป็นข้าราชการที่ปฏิบัติงานอย่างเต็มความสามารถ ซื่อสัตย์ ไม่โกงกิน ไม่ขายชาติขายแผ่นดินของตน” ซึ่งถือเป็นเกียรติทั้งต่อตนเองและวงศ์ตระกูล (ปฏิบัติงานได้อย่างคุ้มค่าและเต็มที่สมกับเงินภาษีของประชาชนที่เสียมาเพื่อเป็นเงินเดือน ตระหนักถึงคุณค่าของตนเอง ผู้อื่น เพื่อนร่วมงาน ภาระหน้าที่ที่รับผิดชอบ องค์กร สังคม และประเทศชาติ จริงใจและบริสุทธิ์ใจต่อหน้าที่การงานของตน ไม่เหยียบย่ำผู้อื่น/กระทำต่อเพื่อนร่วมงานเพื่อให้ได้มา/ไปให้ถึงเป้าหมายสูงสุดที่ตนต้องการโดยไม่ตระหนักว่าเป็นสิ่งที่ถูกต้อง/เหมาะสม หรือไม่) แต่ในความเป็นจริง การตั้งเป้าหมาย ไม่จำเป็นต้องรอให้ถึง 10 หรือ 15 ปีข้างหน้า หากเราตัดสินใจที่จะเข้ามารับราชการแล้ว เราควรเริ่มตั้งแต่วันที่เราตัดสินใจและเดินหน้าทำตามที่เราตั้งเป้าหมายไว้อย่างเต็มความสามารถ เพราะสิ่งต่างๆ ที่กระทำลงไปจะเป็นพื้นฐานให้เรายืนได้อย่างมั่นคงในอาชีพการงานสืบไป

  2. จากเป้าหมายดังกล่าว จะมีวิธีการทำงาน มีความประพฤติ/พฤติกรรมอย่างไร คำตอบ : วิธีการทำงาน พยายามศึกษาหาความรู้ใหม่ๆ ในวิชาชีพ/หน้าที่ที่ตนรับผิดชอบอย่างสม่ำเสมอ ว่ามีสิ่งใดเปลี่ยนแปลงไป นอกจากนี้ควรจะศึกษาหาความรู้ในสาขาวิชาชีพอื่นๆ เพราะงานแต่ละด้านย่อมมีสิ่งหนึ่งสิ่งใดที่เกี่ยวข้องสัมพันธ์/เกื้อกูลกันอยู่ หากเราเรียนรู้ นอกจากเราจะได้ความรู้ที่จะอยู่กะตนเองแล้ว เรายังสามารถนำความรู้ที่ได้รับมาปรับใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อตนเอง ต่อหน้าที่การงาน และต่อองค์กร ที่สำคัญอย่าอายที่จะถามผู้รู้ โดยเฉพาะผู้รู้ที่อ่อนวัยกว่าเรา แต่มีประสบการณ์มากกว่าเรา อาจจะไม่จำเป็นที่จะต้องเรียนปริญญาโทหรือปริญญาเอก หากทุนทรัพย์ไม่เพียงพอ เพราะ “ความรู้มีอยู่ทุกที่” เพียงแต่เราจะ “หาความรู้ใส่ตน” หรือไม่ เท่านั้น ความประพฤติ/พฤติกรรม

    • รู้จักสร้างมิตร ทั้งภายในและภายนอกองค์กร
    • จริงใจ พึงพอใจ และเต็มใจกับภาระหน้าที่ความรับผิดชอบ
    • ซื่อสัตย์ สุจริตต่อการปฏิบัติงาน ต่อหน้าที่การงาน ต่อตนเอง และต่อองค์กร
    • อดทนอดกลั้น
    • ศึกษาหาความรู้ใหม่ๆ ทันสมัย และเป็นประโยชน์ทั้งต่อตนเอง และต่อผู้อื่น รวมทั้งต่อองค์กร
    • รู้จักรับผิดชอบ (ไม่ใช่ “รับชอบ” แต่ “ไม่รับผิด”)
    • อย่ากระทำตนต่อหน้าอย่างหนึ่ง และลับหลังอีกอย่าง
    • ไม่แทงข้างหลัง/ป้ายสีผู้อื่น เพื่อประโยชน์ของตน
    • กล้ายอมรับความจริง รู้จักแพ้ รู้จักชนะ และรู้จักอภัย
    • ถ่ายทอดและแลกเปลี่ยนประสบการณ์หรือความรู้ต่างๆ กับเพื่อนร่วมงาน และผู้อื่นเสมอๆ
    • เปิดโลกทัศน์ รับรู้ข่าวสารความเคลื่อนไหวต่างๆ อย่างสม่ำเสมอ เพราะจะทำให้เรามีความรู้เพิ่มมากขึ้นโดยอัตโนมัติ
    • รับฟังและยอมรับในความคิดเห็นของผู้อื่น ไม่ยึดตนเองเป็นจุดศูนย์กลาง เปิดโอกาสให้ผู้อื่นได้แสดงความคิดเห็น หรือโต้แย้งได้
    • เข้าใจความหมายของคำว่า “ข้าราชการ” ที่ถูกต้อง และพยายามประพฤติปฏิบัติตนให้เป็นไปในแนวทางดังกล่าว
  3. ข้าราชการที่ดี เมื่อเจอปัญหาไร้จริยธรรมในองค์กร จะแก้ปัญหาอย่างไร จะสู้หรือไม่สู้ ถ้าสู้จะมียุทธศาสตร์อย่างไร อธิบายเป็นข้อๆ คำตอบ :
    ถ้ากล่าวถึงปัญหาไร้จริยธรรมในองค์กร ขอตอบว่า เป็นปัญหาใหญ่ที่ฝังรากลึกและมีมานานในระบบราชการไทย การแก้ไขเพื่อให้ดีขึ้นจำเป็นต้องใช้เวลามากพอสมควร แต่จำเป็นต้องเริ่มกระทำเพื่อยกระดับและสร้างภาพลักษณ์ใหม่ของระบบราชการไทยต่อสายตาของคนภายนอกองค์กร การจะลุกขึ้น “สู้หรือไม่สู้” ข้าราชการที่ดีทุกคนต้องการที่จะลุกขึ้นสู้ เพียงแต่ว่า การลุกขึ้นสู้นั้น จะกระทำในแนวทางใด ผลที่เกิดขึ้นจะเป็นแบบไหน ส่งผลกระทบอย่างไร ซึ่งเป็นสิ่งที่จำเป็นต้องตระหนักให้มาก เพราะอาจส่งผลกระทบได้ในวงกว้าง วิธีการในการสู้ บางครั้งควรจะเป็นการวิธีการที่นุ่มนวล ค่อยเป็นค่อยไป ค่อยๆ ซึมซับไปเรื่อยๆ ไม่จำเป็นต้องรีบเร่ง เพราะต้องค่อยๆ ละลายพฤติกรรมไร้จริยธรรมที่สั่งสมกันมาให้ค่อยๆ หมดไป ในขณะเดียวกันก็พยายามเติม “คุณธรรมจริยธรรม” ลงไปแทนที่ วิธีการดำเนินการ (ไม่ขอเรียกว่าเป็นยุทธศาสตร์) อาจจะใช้วิธีการ ดังนี้

    • เริ่มต้นจากตนเอง ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ฝึกให้เคยชินจนเป็นนิสัย เพราะหากเราเองยังไม่สามารถกระทำเองได้ ก็ไม่ควรจะไปเป็นต้นแบบ/แบบอย่าง หรือไปสั่งสอนผู้อื่นให้กระทำได้
    • ทำเป็นตัวอย่างให้ผู้อื่นเห็นว่า การกระทำตนเป็นคนที่มี “จริยธรรม” นั้น สามารถกระทำได้ง่าย ใครๆ ก็กระทำได้ ไม่เป็นอันตรายต่อตนเองและต่อผู้อื่น
    • ค่อยๆ สอดแทรกความคิดเกี่ยวกับหลักคุณธรรมจริยธรรมเข้าไปในความคิดของเพื่อนร่วมงาน โดยอาจเริ่มจากกลุ่มเพื่อนสนิท และขยายวงกว้างออกไปเรื่อยๆ ในลักษณะคล้ายๆ กับการบอกปากต่อปาก
    • ปรึกษาผู้บังคับบัญชา เพื่อขอความร่วมมือจากกลุ่ม/กอง/สำนักที่ทำหน้าที่เกี่ยวข้องกับการวางระบบหรือการพัฒนาระบบบริหารขององค์กร ในลักษณะของการจัดเสวนา/สัมมนา/ประชุม/ประชุมเชิงปฏิบัติการภายในองค์กร โดยเริ่มจากระดับภายในกอง/สำนัก และค่อยๆ ยกระดับให้ใหญ่ขึ้น จนถึงระดับองค์กรในที่สุด
    • ยึดหลักทางสายกลาง ต้องเข้าใจว่าปัญหาการไร้จริยธรรมนี้เป็นปัญหาใหญ่และสั่งสมมานาน จำเป็นต้องใช้เวลาในการปรับเปลี่ยนทั้งจิตใจและพฤติกรรมนานพอควร ไม่ควรเร่งเร้าให้เกิดการเปลี่ยนแปลงแบบกระทันหัน หรือใช้วิธีการรุนแรง เพราะคนส่วนใหญ่ไม่นิยมความรุนแรงและจะไม่ค่อยให้ความร่วมมือหากเกิดมาจากการบังคับ ดังนั้น การเปลี่ยนแปลงใดๆ ก็ตามจำเป็นต้อง “ให้เวลา” เราต้องเข้าใจว่า “ไม่ได้ง่ายเหมือนพลิกฝ่ามือ”
พัชริสาณ์ ธนะไพรรักษ์
IP: xxx.87.51.143
เขียนเมื่อ 
  1. เป้าหมายในการเข้ามาเป็นข้าราชการในอีก 10-15 ปีข้างหน้า คืออะไร คำตอบ : สามารถยืดหยัดและกล่าวได้อย่างเต็มภาคภูมิและสมศักดิ์ศรีว่า “ตนเองเป็นข้าราชการที่ปฏิบัติงานอย่างเต็มความสามารถ ซื่อสัตย์ ไม่โกงกิน ไม่ขายชาติขายแผ่นดินของตน” ซึ่งถือเป็นเกียรติทั้งต่อตนเองและวงศ์ตระกูล (ปฏิบัติงานได้อย่างคุ้มค่าและเต็มที่สมกับเงินภาษีของประชาชนที่เสียมาเพื่อเป็นเงินเดือน ตระหนักถึงคุณค่าของตนเอง ผู้อื่น เพื่อนร่วมงาน ภาระหน้าที่ที่รับผิดชอบ องค์กร สังคม และประเทศชาติ จริงใจและบริสุทธิ์ใจต่อหน้าที่การงานของตน ไม่เหยียบย่ำผู้อื่น/กระทำต่อเพื่อนร่วมงานเพื่อให้ได้มา/ไปให้ถึงเป้าหมายสูงสุดที่ตนต้องการโดยไม่ตระหนักว่าเป็นสิ่งที่ถูกต้อง/เหมาะสม หรือไม่) แต่ในความเป็นจริง การตั้งเป้าหมาย ไม่จำเป็นต้องรอให้ถึง 10 หรือ 15 ปีข้างหน้า หากเราตัดสินใจที่จะเข้ามารับราชการแล้ว เราควรเริ่มตั้งแต่วันที่เราตัดสินใจและเดินหน้าทำตามที่เราตั้งเป้าหมายไว้อย่างเต็มความสามารถ เพราะสิ่งต่างๆ ที่กระทำลงไปจะเป็นพื้นฐานให้เรายืนได้อย่างมั่นคงในอาชีพการงานสืบไป

  2. จากเป้าหมายดังกล่าว จะมีวิธีการทำงาน มีความประพฤติ/พฤติกรรมอย่างไร คำตอบ : วิธีการทำงาน พยายามศึกษาหาความรู้ใหม่ๆ ในวิชาชีพ/หน้าที่ที่ตนรับผิดชอบอย่างสม่ำเสมอ ว่ามีสิ่งใดเปลี่ยนแปลงไป นอกจากนี้ควรจะศึกษาหาความรู้ในสาขาวิชาชีพอื่นๆ เพราะงานแต่ละด้านย่อมมีสิ่งหนึ่งสิ่งใดที่เกี่ยวข้องสัมพันธ์/เกื้อกูลกันอยู่ หากเราเรียนรู้ นอกจากเราจะได้ความรู้ที่จะอยู่กะตนเองแล้ว เรายังสามารถนำความรู้ที่ได้รับมาปรับใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อตนเอง ต่อหน้าที่การงาน และต่อองค์กร ที่สำคัญอย่าอายที่จะถามผู้รู้ โดยเฉพาะผู้รู้ที่อ่อนวัยกว่าเรา แต่มีประสบการณ์มากกว่าเรา อาจจะไม่จำเป็นที่จะต้องเรียนปริญญาโทหรือปริญญาเอก หากทุนทรัพย์ไม่เพียงพอ เพราะ “ความรู้มีอยู่ทุกที่” เพียงแต่เราจะ “หาความรู้ใส่ตน” หรือไม่ เท่านั้น ความประพฤติ/พฤติกรรม

  3. รู้จักสร้างมิตร ทั้งภายในและภายนอกองค์กร
  4. จริงใจ พึงพอใจ และเต็มใจกับภาระหน้าที่ความรับผิดชอบ
  5. ซื่อสัตย์ สุจริตต่อการปฏิบัติงาน ต่อหน้าที่การงาน ต่อตนเอง และต่อองค์กร
  6. อดทนอดกลั้น
  7. ศึกษาหาความรู้ใหม่ๆ ทันสมัย และเป็นประโยชน์ทั้งต่อตนเอง และต่อผู้อื่น รวมทั้งต่อองค์กร
  8. รู้จักรับผิดชอบ (ไม่ใช่ “รับชอบ” แต่ “ไม่รับผิด”)
  9. กล้ายอมรับความจริง รู้จักแพ้ รู้จักชนะ และรู้จักอภัย
  10. ถ่ายทอดและแลกเปลี่ยนประสบการณ์หรือความรู้ต่างๆ กับเพื่อนร่วมงาน และผู้อื่นเสมอๆ
  11. เปิดโลกทัศน์ รับรู้ข่าวสารความเคลื่อนไหวต่างๆ อย่างสม่ำเสมอ เพราะจะทำให้เรามีความรู้เพิ่มมากขึ้นโดยอัตโนมัติ
  12. รับฟังและยอมรับในความคิดเห็นของผู้อื่น ไม่ยึดตนเองเป็นจุดศูนย์กลาง เปิดโอกาสให้ผู้อื่นได้แสดงความคิดเห็น หรือโต้แย้งได้
  13. เข้าใจความหมายของคำว่า “ข้าราชการ” ที่ถูกต้อง และพยายามประพฤติปฏิบัติตนให้เป็นไปในแนวทางดังกล่าว

  14. ข้าราชการที่ดี เมื่อเจอปัญหาไร้จริยธรรมในองค์กร จะแก้ปัญหาอย่างไร จะสู้หรือไม่สู้ ถ้าสู้จะมียุทธศาสตร์อย่างไร อธิบายเป็นข้อๆ คำตอบ : ถ้ากล่าวถึงปัญหาไร้จริยธรรมในองค์กร ขอตอบว่า เป็นปัญหาใหญ่ที่ฝังรากลึกและมีมานานในระบบราชการไทย การแก้ไขเพื่อให้ดีขึ้นจำเป็นต้องใช้เวลามากพอสมควร แต่จำเป็นต้องกระทำเพื่อเป็นการยกระดับและสร้างภาพลักษณ์ใหม่ของระบบราชการไทยต่อสายตาของคนภายนอกองค์กร

    การจะลุกขึ้น “สู้หรือไม่สู้” ข้าราชการที่ดีทุกคนต้องการที่จะลุกขึ้นสู้ เพียงแต่ว่า การลุกขึ้นสู้นั้น จะกระทำในแนวทางใด ผลที่เกิดขึ้นจะเป็นแบบไหน ส่งผลกระทบอย่างไร ซึ่งเป็นสิ่งที่จำเป็นต้องตระหนักให้มาก เพราะอาจส่งผลกระทบได้ในวงกว้าง วิธีการในการสู้ บางครั้งเป็นการวิธีการที่นุ่มนวล ค่อยเป็นค่อยไป ค่อยๆ ซึมซับไปเรื่อยๆ ไม่จำเป็นต้องรีบเร่ง เพราะต้องค่อยๆ ละลายพฤติกรรมไร้จริยธรรมที่สั่งสมกันมาให้ค่อยๆ หมดไป ในขณะเดียวกันก็พยายามเติม “คุณธรรมจริยธรรม” ลงไปแทนที่
    วิธีการดำเนินการ (ไม่ขอเรียกว่าเป็นยุทธศาสตร์) อาจจะใช้วิธีการ ดังนี้
    
  15. เริ่มต้นจากตนเอง ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ฝึกให้เคยชินจนเป็นนิสัย เพราะหากเราเองยังไม่สามารถกระทำเองได้ ก็ไม่ควรจะไปเป็นต้นแบบ/แบบอย่าง หรือไปสั่งสอนผู้อื่นให้กระทำได้
  16. ทำเป็นตัวอย่างให้ผู้อื่นเห็นว่า การกระทำตนเป็นคนที่มี “จริยธรรม” ว่า สามารถกระทำได้ง่าย ใครๆ ก็กระทำได้ ไม่เป็นอันตรายต่อตนเองและต่อผู้อื่น
  17. ค่อยๆ สอดแทรกความคิดเกี่ยวกับหลักคุณธรรมจริยธรรมเข้าไปในความคิดของเพื่อนร่วมงาน โดยอาจเริ่มจากกลุ่มเพื่อนสนิท และขยายวงกว้างออกไปเรื่อยๆ ในลักษณะคล้ายๆ กับการบอกปากต่อปาก
  18. ปรึกษาผู้บังคับบัญชา เพื่อขอความร่วมมือจากกลุ่ม/กอง/สำนักที่ทำหน้าที่เกี่ยวข้องกับการวางระบบหรือการพัฒนาระบบบริหารขององค์กร ในลักษณะของการจัดเสวนา/สัมมนา/ประชุม/ประชุมเชิงปฏิบัติการภายในองค์กร โดยเริ่มจากระดับภายในกอง/สำนัก และค่อยๆ ยกระดับให้ใหญ่ขึ้น จนถึงระดับองค์กรในที่สุด
  19. ยึดหลักทางสายกลาง ต้องเข้าใจว่าปัญหาการไร้จริยธรรมนี้เป็นปัญหาใหญ่และสั่งสมมานาน จำเป็นต้องใช้เวลาในการปรับเปลี่ยนทั้งจิตใจและพฤติกรรมนานพอควร ไม่ควรเร่งเร้าให้เกิดการเปลี่ยนแปลงแบบกระทันหัน หรือใช้วิธีการรุนแรง เพราะคนส่วนใหญ่ไม่นิยมความรุนแรงและจะไม่ค่อยให้ความร่วมมือหากเกิดมาจากการบังคับ ดังนั้น การเปลี่ยนแปลงใดๆ ก็ตามจำเป็นต้อง “ให้เวลา” เราต้องเข้าใจว่า “ไม่ได้ง่ายเหมือนพลิกฝ่ามือ”
วรปกรณ์ รู้รอบ
IP: xxx.121.170.98
เขียนเมื่อ 
  1. เป้าหมายของการเป็นข้าราชการในอีก 10-15 ปีข้างหน้าของท่าน คือ อะไร?

            มีความก้าวหน้าในหน้าที่การที่ตนทำโดยมาจากความรู้ความสามารถของเราโดยแท้จริงมีคนยอมรับฝีมือและผลงานของเรา  และที่สำคัญคคือต้องหาประสบการณ์และความรู้เพิ่มเติมเพื่อต่อยอดกับงานที่ทำ
    
  2. จากเป้าหมายนั้น ควรจะมีวิธีการทำงาน มีความประพฤติ หรือ พฤติกรรมอย่างไร เพื่อให้บรรลุเป้าหมาย

           ในความคิดของผมๆจะใช้สิ่งของที่มีอยู่ในตัวเราให้คุ้มค่ามากที่สุดยกตัวอย่างเช่น 
               - ปากๆ นั้นถ้าทำให้เกิดได้ทั้งคุณและโทษ ถ้าเราใช้ในทางที่ดีและสร้างสรรค์เราก็ได้ผลงานอันสร้างสรรค์ออกมาโดยการซักถามจากผู้รู้ หรือการร้องขอให้ผู้ที่รู้มาช่วยสอนโดยไม่ต้องอายว่าคนที่เราร้องขอให้มาสอนเรานั้นจะเด็กกว่าหรือมียศตำแหน่งที่ต่ำกว่า การอายแล้วไม่ได้ความรู้สู้คนที่มีความรู้แล้วหน้าหนาเสียยังจะดีกว่า (ด้านได้อายอด)
               - ตา คือรู้จักสังเกต จดจำแล้วนำมาประยุกต์ใช้เพราะการสังเกตมันจะสามารถทำให้เราได้ดูได้เรียนรู้สิ่งใหม่อีกมากมาย
               - หู คือการฟัง ๆโดยฟังจากหลายด้านอย่าฟังจากคนๆ เดียวที่เขาว่าดีที่สุดแล้วเพราะว่ามันอาจจะมีที่ดีกว่าก็ได้ และอีกสิ่งที่สำคัญคือยอมรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น
               - สิ่งที่สุดที่สำคัญที่สุดคือ มือ ถ้าเราได้ทำทั้งสามอย่างตามที่ได้ยกตัวอย่างมาแล้วๆ ไม่ลงมือทำก็ไม่มีประโยชน์เพราะการลงมือทำมันจะเป็นการบ่งชี้ว่าเราได้รับประโยชน์จริงไหม งานจะออกมาบรรลุเป้าหมายไหม เพราะว่าความสำเร็จของงานมันอยู่ที่การลงมือทำ
    
  3. “ข้าราชการที่ดี” เมื่อเจอปัญหาไร้จริยธรรมในองค์กร จะแก้ปัญหาอย่างไร? สู้ หรือ ไม่สู้? ถ้าสู้จะมียุทธศาสตร์อย่างไร? อธิบายเป็นข้อ ๆ

          มันต้องสู้กับมันสักตั้งเพราะว่าถ้าไม่คิดที่จะสู้ตั้งแต่แรกก็ทับกับแพ้ไปตลอดทั้งชีวิต ถ้าเกิดสู้แล้วถึงแม้จะแพ้แต่ก็ยังภูมิใจที่ได้สู้ ถ้าสู้แล้วมียุทธศาสตร์อะไรในการสู้ครั้งนี้ก็ต้องเปิดอกคุยกันตรงๆ ไปเลยว่ามันมีปัญหาอะไรเกิดขึ้น  โดยในสิ่งที่เราจะทำนั้นต้องมีข้อมูลและข้อเท็จจริงเพื่อที่จะหาวิธีทางออกให้กับปัญหานี้ถ้าเราไม่มีข้อมูลใดๆ เลยเราก็ไม่ได้แตกต่่างจากการที่เราไม่คิดจะสู้   เพราะมันก็เหมือนกับการรบถ้าเรามีข้อมูล (ยุทธวิธี)การรบที่ดี รู้จุดอ่อนจุดแข็งของคู่ต่อสู้รบร้อยครั้งก็ชนะร้อยครั้ง
    
อารีรัตน์ สุวรรณภูมิ
IP: xxx.77.192.205
เขียนเมื่อ 

การบ้าน 1. 1.เป้าหมายของการเข้ามาเป็นข้าราชการในอีก 10-15 ปี ข้างหน้าของท่านคืออะไร ตอบ “เติบโตเจริญในหน้าที่การงานในจุดที่ตำแหน่งสูงขึ้นเรื่อย ๆ” และทำประโยชน์ให้กับประเทศชาติและส่วนรวมให้มากที่สุดด้วยความสามารถและสติปัญญาที่มีอยู่และพัฒนาอย่างต่อเนื่องภายใต้ความดีที่มีอยู่ 2. จากเป้าหมายนั้นควรจะมีวิธีทำงาน มีความประพฤติหรือพฤติกรรมอย่างไรเพื่อให้บรรลุเป้าหมาย ตอบ จากเป้าหมายที่ตั้งไว้ ควรจะมีวิธีทำงานด้วยความตั้งใจ ขยันหมั่นเพียร มานะ อดทนเข้มแข็ง ซื่อสัตว์สุจริต ตั้งมั่นในสติ รอบคอบทำงานอย่างเต็มที่ พัฒนาหาความรู้เรียนรู้ให้กับตัวเองตลอดเวลารับฟังความคิดเห็นของผู้อื่นทำใจให้กว้าง กล้ารับผิดชอบกล้าตัดสินใจทำในสิ่งที่ถูกต้องทำงานด้วยความโปร่งใส แสดงความสามารถที่มีออกมาประพฤติตนโดยยึดหลัดคุณธรรมจริยธรรมตลอด 3. “ข้าราชการที่ดี” เมื่อเจอปัญหาไร้จริยธรรมในองค์กรจะแก้ปัญหาอย่างไร? สู้หรือไม่สู้ ? ถ้าสู้จะมียุทธศาสตร์อย่างไร อธิบายเป็นข้อ ๆ ตอบ เราต้องสู้กับปัญหาที่เข้ามาและผ่านมันไปให้ได้

       1.ตั้งรับกับปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างมีสติ
       2.ทำความเข้าใจถึงปัญหาและยอมรับมันค่อย ๆ แก้ปัญหา
       3.ยึดมั่นในการมีจริยธรรม ความถูกต้องและการเป็นข้าราชการที่ดีและความดีของตัวเองอดทน
       4.ใช้ความรู้ที่มีในการแก้ปัญหาอย่างมีสติควมคุมอารมณ์

การบ้าน 2 . 1.เป้าหมายการเป็นข้าราชการที่ดีคืออะไรและจะบรรลุได้อย่างไร (ดร.สมโภชน์ นพคุณ) ตอบ ทำประโยชน์ให้กับประเทศชาติและส่วนรวมให้มากที่สุดทำงานด้วยความตั้งใจ ขยันหมั่นเพียร มานะ อดทนเข้มแข็ง ซื่อสัตว์สุจริต ตั้งมั่นในสติ รอบคอบทำงานอย่างเต็มที่ พัฒนาหาความรู้เรียนรู้ให้กับตัวเองตลอดเวลาทำงานด้วยความโปร่งใส ประพฤติตนโดยยึดหลัดคุณธรรมจริยธรรม 2.ถ้าในอนาคตเราเจอเหตุการณ์ที่ไม่ดีเช่นถูกกดดันทางการเมืองที่ไม่มีคุณธรรม จริยธรรมหรือเจ้านายและเพื่อนร่วมงานที่ไม่สุจริตท่านมีวิธีการเตรียมตัวและแก้ไขอย่างไร (ศาสตราจารย์ (พิเศษ) วิชา หาคุณ) ตอบ วิธีการเตรียมตัวเราจะต้องยึดมั่นในคุณธรรมและจริยธรรมยึดมั่นในการทำความดียืนหยัดอยู่บนความถูกต้องไม่เห็นดีเห็นงามด้วยกับคนที่ไม่สุจริตและไม่เอาตัวเองเข้าไปเกี่ยวข้องกับเรื่องไม่สุจริต แก้ปัญหาด้วยการมีสติและอดทนถ้าเป็นเพื่อนร่วมงานเราก็สามารถแจ้งผู้บังคับบัญชาได้แต่ต้องมีหลักฐานและพยานรู้เห็น

วันที่ 6 ส.ค.55 สิ่งที่ได้รับ ได้เรียนรู้เกี่ยวกับเศรษฐกิจพอเพียง ได้ทราบถึงหลักการทรงงานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่ วิธีทำงาน ศึกษาข้อมูลอย่างเป็นระบบ การแก้ไขปัญหาให้ระเบิดจากข้างในทำตามขั้นตอนที่สำคัญก่อนเน้นการประหยัดเรียบง่ายนำของทุกอย่างมาใช้ไม่ให้สูญเปล่าการทำงานเน้นการมีส่วนร่วมในการทำงานในเรื่องต่าง ๆ ทำให้ผู้เกี่ยวข้องรักในเรื่องนั้นก่อน ทำงานราชการอย่างมองเรื่องกำไร เรื่องคุ้มทุน การปลูกฝังจิตใต้สำนึกค่านิยมหลักการดำรงตนเน้นให้พออยู่พอกินคนเราต้องมีความเพียรอดทนมุ่งมั่นสนุกกับงานอย่าทำเพราะหน้าที่ พอเพียงพอประมาณ ไม่มากไม่น้อยมีเหตุผล ได้รู้ถึงพระบรมราโชวาทและพระราชดำรัสอีกมากมายและได้เรียนรู้จักแนวทางในการวางแผนเป้าหมายในชีวิตข้าราชการในอีก 10 ปี สิ่งที่ได้รับจากการเรียนรู้ตามรอยพระยุคลบาท และสิ่งที่อาจารย์สอน สามารถนำไปเป็นแนวทางในการปฏิบัติตน การดำเนินชีวิตและการทำงานในการเป็นข้าราชการได้เป็นอย่างดี

เขมิกา ถึงแก้วธนกุล
IP: xxx.67.64.177
เขียนเมื่อ 

สรุปการบรรยาย โดยทีมงาน ศ.ดร.จีระ  หงส์ลดารมภ์

การบรรยายหัวข้อ Mind Mapping การจัดการความคิดอย่างเป็นระบบ

โดย อาจารย์นิภาพันธ์  พูนเสถียรทรัพย์

วันที่ 7 สิงหาคม 2555

 

ประโยชน์ของ Mind Mapping

  1. การสรุปเรื่องได้ดี
  2. การ Brain Storm และระดมความคิด

ความรู้คือสิ่งที่ค้นพบมาแล้ว จินตนาการเป็นส่วนที่เพิ่มเติม จะช่วยต่อยอดความรู้ให้เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ทำให้สมองแตกแขนงออกไปเรื่อย ๆ

กิจกรรมปรับสู่วัยเด็ก

ดูวีดิโอเทเลเทปปี้ เรียนรู้อะไร เพราะอะไรเด็กชอบดู

วัยเด็ก มีสีสัน มีเสียงเพลง มีการกระตือรือร้น มีจินตนาการ

วิธีการเรียนรู้ของเด็ก

Do - ลงมือลุย

Play -เล่น

Fun - สนุก

การเรียนรู้ควรใช้สมองทั้งสองข้าง

กิจกรรมตาโปร่งใส

  • ดูกันได้
  • ให้กันดู
  • รู้ร่วมกัน
  • คู่หูเรียนรู้

กิจกรรมคู่หูเรียนรู้

  1. คู่หูเรียนรู้  ให้ตกลงจับคู่หูเรียนรู้
  2. จดชื่อ พร้อมเบอร์โทรศัพท์
  3. ระหว่างอบรม ผลัดกันสรุปคนละ “หนึ่งนาที” หลังพักทุกครั้ง
  4. หลังอบรม ผลัดกันติดตาม-ให้กำลังใจ ให้เขียน Mind Map 100 ใบ- 1 เดือน
  5. ให้เวลาคนละ 2 นาที มองหน้าคู่ของเรา ถ้าคู่ของเราเขียน Mind Map 100 ใบ จะให้อะไรคู่ของเรา (ผลัดกันให้ ใช้จินตนาการ ไม่ต้องถาม)

กฏ กติกา ในการเรียนรู้

  1. เปิดใจ
  2. ไม่สื่อสาร
  3. ร่วมขานรับ
  4. จับเวลา
  5. ตาโปร่งใส
  6. ใช้หัวคิดจินตนาการเยอะ ๆ

หมายเหตุ :  ถ้ารู้ภาษาญี่ปุ่นคำเดียวขอให้รู้คำว่า Kaizen คือการเปลี่ยนแปลงต่อเนื่องให้ดีกว่าเดิม

 

วิวัฒนาการ พัฒนาการ ตัวอย่างพัฒนาการของมีด ช่วยให้มนุษย์เปลี่ยนแปลงจากลิงเป็นคน มีมีดใช้ในการหาอาหาร และมีดเข้ามาใช้ในชีวิตประจำวัน เช่น มีดกับโทรศัพท์  การTake note

  • ความจำกับความเข้าใจต่างกัน
  • สมองไม่ชอบตัวอักษร
  • อัลเบิร์ตไอสไตน์พูดว่า จินตนาการสำคัญกว่าความรู้

ยุคแห่งสมอง

  • ในช่วง 30 ปีที่ผ่านมาคนเริ่มให้ความสนใจศึกษาเรื่องสมองมากขึ้น
  • ยุคแห่งสมอง สมองทำให้เรามองเห็นได้กลิ่น ได้ยิน รู้รส และสัมผัสสิ่งต่าง ๆ
  • แม้น้ำหนักเพียง 2 % ของร่างกาย แต่เลือดที่นำไปเลี้ยงสมองถึง 20 %
  • สมองช่วยให้รับรู้โลกภายนอก และการควบคุมอวัยวะต่าง ๆ ภายในร่างกาย 
  • สมองคือสุดยอดวิวัฒนาการ รู้ได้ด้วยตนเอง เป็นศูนย์รวมของความฉลาด และการปฏิบัติ  การใช้ความรู้สึกในการสัมผัสต่าง ๆ  ผ่านมาทางกระดูกไขสันหลังที่เป็นศูนย์รวมนำมาสู่ยอดของกระโหลกศรีษะที่รวบรวมโลกภายนอกไว้ทั้งหมด
  • สมองเหมือนอัญมณีทรงมงกุฏที่อยู่ในร่างกาย เราไม่สามารถตรวจสอบได้ เราสามารถคิดโดยอาศัยสัญลักษณ์ วิชาภาษาและเลขได้
  • สมองเป็นระบบประสาทส่วนแรกของร่างกายที่เกิดขึ้นก่อน ใน่ช่วง 4 เดือนกว่าสมองทารกจะผลิตเซลล์ประสาททั้งหมดเท่าที่ทำได้ สมองทารกต้องใช้เวลานานกว่ามีความสามารถเต็มที่ เด็กใช้มือและตาควบคู่กัน เด็กบางคนเมื่ออายุ
  • ขณะเรียนรู้ เราได้ทำการเชื่อมโยงกับส่วนของสมอง ดังนั้นเมื่อรู้ทักษะใหม่ ๆ จึงเสมือนเดินไฟสายใหม่ให้สมอง ทางเดินสายใหม่เกิดในส่วนหน้าของสมองเป็นสมองส่วนคิด จำนวนเซลล์ปราสาทในสมองเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ เซลล์ใช้คิดอยู่บนพื้นผิวของสมองเรียกว่าควอเท็กซ์ เซลล์ปราสาทที่ผิวนอกของสมองทำทุกอย่างที่มนุษย์ต้องการเช่นการตัดสินใจ การแสดงความคิดเห็น  สมองแบ่งเป็นสองซีก ซีกซ้ายคิดเป็นคำ ๆ ซีกขวาคิดเป็นจินตนาการ ความรู้สึก จุดเชื่อมต่อของสมองซีกขวาจะเชื่อมกับสมองซีกซ้าย ทุกสิ่งที่ทำเกี่ยวข้องกับทุกส่วนของสมอง เราจะใช้คำพูดเข้าใจคำ และจดจำความคิด สมองจะช่วยในการเกลาภาษาและถ้อยคำของเรา  ภาษาช่วยให้เราเรียนรู้ข้อเท็จจริงและแนวคิดใหม่ ๆ แต่ไม่สามารถจดจำทุกอย่างในส่วนที่เรียนสมัยมัธยมได้  การบรรจุสิ่งที่เรียนในสมอง สมองจะต้องเชื่อมโยงส่วนต่าง ๆ ของสมองเกิดขึ้นเพื่อสร้างความทรงจำ
  • เวลาเราได้เรียนรู้มา สมองจะสร้างเส้นทางจาง ๆ ดังนั้นเราต้องทำซ้ำเพื่อให้เส้นทางนั้นหนาขึ้น ทำซ้ำ ร้อยครั้งจะกลายเป็นนิสัยและทักษะของเรา แต่ถ้าทำซ้ำเป็นธรรมชาติสิ่งนั้นจะเป็น ส.ด. ของเรา  และเพื่อให้เกิดเส้นทางสมองเส้นใหม่ทางหนาขึ้นชัดขึ้น เราต้องทำซ้ำจนเป็นธรรมชาติจึงสามารถสร้าง ส.ด.ใหม่ของเรา
  • การทำซ้ำดีอย่างไร จะช่วยในการดึงสิ่งนั้นมาเป็นส่วนหนึ่งของเรา

Mind Map เส้นทางแห่งขุมทรัพย์ของสมอง

  • สมองมีน้ำหนัก 2%ของร่างกายแต่ใช้พลังงานถึง 1ใน 5
  • สมองสร้างระบบความรู้สึก การตอบโต้ และสัญชาตญาณการอยู่รอด
  • การทำงานซ้ำซ้อนมากขึ้นทำให้เกิดการรองรับ จดจำ และควบคุมสิ่งต่าง ๆ
  • การทำแผนที่สมองช่วยทำให้นักวิจัยพบว่าสมองสองซีกมีความแตกต่างกัน สมองซีกซ้ายเป็นลักษณะรูปธรรมเช่น ภาษา วิทยาศาสตร์ ตรรกวิทยา สมองซีกขวาเป็นนามธรรมเช่น อารมณ์ จินตนาการ ดนตรี ศิลปะ เป็นต้น
  • พบว่าคนดังระดับโลกที่ประสบความสำเร็จใช้สมองสองซีกเท่า ๆ กันตามปรัชญาจีนหยินหยาง แต่พบว่าในปัจจุบันใช้ศักยภาพเพียงแค่ 1 % เท่านั้น เหมือนทำให้สมองเกิดความเสื่อมเกินความจำเป็น จากการไม่ใช้ประโยชน์จากสมอง
  • สมองมีเซลล์ประสาทแสนล้านล้านเซลล์และไม่มีเซลล์ใดเหมือนกันเลย

กิจกรรมทดสอบความจำ จากการฟัง พยายามจำทุกคำเรียงลำดับ

สังเกตได้ว่า เหมือนรูปเรือสุพรรณหงส์

  1. เราจะจำได้ดีในช่วงต้น ๆ และช่วงท้าย ๆ  ส่วนช่วงกลาง ๆ จะจำไม่ได้
  2. คำที่เราจำได้คือพูดซ้ำ ๆ จะทำให้การเชื่อมโยงแข็งแรงขึ้น
  3. จำได้เพราะสิ่งนั้นแตกต่าง

ดังนั้นวิธีการคือ การแบ่งช่วงเวลาในการสร้างความสนใจในช่วงกลางให้จำได้มากขึ้น เช่นใส่เรื่องแปลกใหม่ ทำซ้ำ เชื่อมโยง ใส่อารมณ์ความรู้สึกเข้าไปช่วยให้จดจำเรื่องราวได้ดีขึ้น

เทคนิคที่จำได้ดี

1.ทำซ้ำ

2.เชื่อมโยง

3.ใช้จินตนาการ

ความรู้ ต่อยอดพัฒนา แล้วกลายเป็นความคิดริเริ่ม พื้นฐานมาจากการจดจำให้ได้ก่อน

เช่น ตุ้มหู + นาฬิกาปลุก = ตุ้มหูปลุก , ที่สูบจักรยาน+พัดลม=พัดลมไร้ใบพัด

 

การเรียนรู้ 100 % เราได้ไป 75% ถ้าทบทวนครั้งแรกจะทำให้ระดับความจำเพิ่มขึ้น และยิ่งทบทวนระดับที่สองจะทำให้ความทรงจำคงอยู่ และทบทวนเรื่อย ๆ ระบบสมองจะช่วยส่งมาสู่ในระดับความทรงจำระยะยาว

 

กิจกรรมการเขียน Mind Mapping ด้วยเรื่องของตัวเอง ให้เวลา 10 นาที

1.วาดภาพโลโก้แทนตัวเองโดยใช้ 3 สี ตรงแกนกลางเป็นรูปขนาดเหรียญสิบบาท

2.คิดกว้างก่อนคิดลึก เขียนกิ่งแก้วประเด็นสำคัญก่อน แล้วค่อยแตกไปยังประเด็นที่เราคิด

3. ใช้ 5 ส.  สัญลักษณ์ สั้น  3 เส้น สี สวย สร้างสรรค์

4. เขียนคำอยู่บนเส้น กิ่งหนึ่งเป็นสีหนึ่งใช้สีเดียวกันทั้งกิ่งแก้วกิ่งย่อย  ถ้าเปลี่ยนกิ่งแก้วก็อีกสีหนึ่ง

 

วิธีการ

  1. วางกระดาษตามแนวนอนนึกภาพแทนสิ่งที่เราคิดแล้วเขียนไว้ตรงกลาง
  2. แตกกิ่งออกอย่าแตกกิ่งเป็นเส้นตรง ให้โคนใหญ่กว่าปลาย เขียนประเด็นสำคัญเป็น 1 Key word บนเส้นเท่านั้น  กิ่งไม้ทุกกิ่งแทนความคิด
  3. ต่อมาก็เป็นการเชื่อมโยงความคิด เป็นประเภทต่าง ๆ  แตก “กิ่งแก้ว” ออกมารอบ ๆ เป็น “กิ่งแกน”
  4. แตก “กิ่งแกน”  ออกมาเป็น “กิ่งก้อย” หรือแตกกิ่งไปกี่แขนงก็ได้

ปล. ถ้าเป็นไปได้ 1 กิ่งที่แตกไปเรื่อย ๆ พยายามให้เป็นสีเดียวจะได้ไม่ตาลายเกินไป

       เวลาเขียนให้คิดกว้าง 3- 4 กิ่งก่อน แต่ถ้าติดตรงไหนก็ให้เขียนกิ่งใหม่เลยไม่ต้องติดอยู่ที่กิ่งเดิม

  • กิ่งใน Mind map คล้ายแผนที่ของสมองให้คุณเดินตาม ทำให้ความคิดของเราไม่ต้องจำกัดแค่กรอบ

 

 

Kaizen ยกระดับ Mind Maps ของคุณให้ดีขึ้นได้อย่างไร

กิจกรรม...เขียน Mind Mapping ใบที่สองเรื่องงานของฉัน

 

การบ้าน

  1. วันนี้เรียนรู้อะไรบ้าง สำคัญอย่างไร นำไปใช้ในงานได้อย่างไร ทำเป็นคู่
  2. Mind Map สรุปวิชาเรียน หรือหนังสือเล่มโปรด
  3. สอนคนที่บ้าน (ข้างบ้าน) ให้เขียน Mind Maping

 

วิธีที่เราเรียนรู้ตามลำดับสมองจดจำ

  1. อ่าน
  2. ฟัง
  3. เห็น
  4. เห็นและฟัง
  5. เสวนา
  6. ปรสบการณ์
  7. ลงมือทำ
เขมิกา ถึงแก้วธนกุล
IP: xxx.67.32.118
เขียนเมื่อ 

Managing Self Performance

บริหารงาน ชนะใจคน เพื่อผลสัมฤทธิ์ในงานและชีวิต

โดย อาจารย์อิทธิภัทร์ ภัทรเมฆานนท์

วันที่ 7 สิงหาคม 2555

 

วัตถุประสงค์

  • Competency ที่เน้นที่สุดคือรู้จักตนเอง

-          ผู้บริหารที่เก่งมาก ๆ ถ้าไม่รู้จักตนเองก็จะจอด

-          ผู้บริหารถ้าไม่เก่งตนเองจะยากเข้าใจคนอื่น

-          ถ้าไม่เก่งตนเองจะเข้าใจคนอื่นค่อนข้างยาก

  • การสร้างความยืดหยุ่นในการเข้าถึงคนต่าง ๆ สร้างความน่ารัก และง่ายต่อการเข้าถึง

 

Human Resource

คือศักยภาพภายในของคนที่บันทึกเก็บไว้ได้

ข้อคิด

ถ้าเจออะไรในก็ตามในชีวิตอย่าพูดคำว่ายาก ไม่มีคำว่ายากในชีวิตนี้ มีแต่ไม่คุ้นเคย

There is no failure ,only feedback

คนเราถ้าได้เปล่งอะไรออกมาจากปากชีวิตจะเจริญ

บริหารเวลาไม่สำคัญเท่ากับว่ามีเข็มทิศไหม

Competency

-          ประกอบด้วยความรู้ และทักษะ

-          ความรู้ไม่มีไปหาความรู้อ่าน

-          ทักษะคือ Skill ที่จะนำมาใช้ ถ้ามีลูกให้ลูกทำเอง ไม่มียาก มีแต่ไม่คุ้นเคย

-          คุณลักษณะ เป็นสิ่งที่มนุษย์มีความแตกต่างกัน

-          ถ้าปฏิบัติงานแล้วมี Competency คุณลักษณะพิเศษ จะสังเกตว่าก้าวกระโดดได้มากกว่า

Competency คืออะไร

  • Skill
  • Self Concept
  • Attitude ,Value
  • Knowledge
  • โดยมีแรงผลักดันภายในคือ Trait, Motive

ความตื้น-ลึกของ Competencies

  • คุณลักษณะที่มองเห็น (Visible)
  • คุณลักษณะที่มองไม่เห็น (Hidden)

Human Being

  • คุณต้องรู้จักศักยภาพตัวเองให้เยอะ ๆ ถ้าไม่เช่นนั้นจะเหมือนคนที่ถูกสูบลมออก
  • ถ้าบรรจุศักยภาพภายในให้เต็มต้องเป็นเหมือนตุ๊กตาล้มลุก คือ ล้มแล้วลุกมาได้ ไม่เหมือนคนที่ประสบความสำเร็จแล้วไม่รู้จักตัวเอง อาจมีปัญหาต่อไป

3 Verbs Concept that drives Human Life

Be Do Have

ต้องรู้ว่าเป้าหมายต้องการอะไร คือ Have

สิ่งที่เราจะทำ

Who am I?

เวลาถูกถามในที่ประชุมการตอบคำถามให้ไวต้อง

1.Object เห็นอะไร

2.Reflect สะท้อน

3.Interplet ตีความ

4.Decision ตัดสินใจว่าทำอะไร

 

จิตใต้สำนึก เป็นจุดศูนย์รวมการตัดสินใจทั้งหมด เป็นมโนธรรมลึกซึ้ง

Body จะเป็นตัวเช็คสำหรับการตัดสินใจบางอย่าง

ธาตุแท้ เป็นตัวตน

เด็ก 0-7 ขวบ ถ้าส่งเสริมช่วงนั้นจะได้รับการพัฒนา และบางครั้งมีการกระตุ้นให้เข้าใจเราผิด หรือ Defineตัวตนผิด ส่งผลต่อตัวตนเดิมที่จะได้รับการพัฒนาและไม่พัฒนา

Personality Relationship and Humanity

กิจกรรมสแครปเบิ้ล

มีแผ่นสแครปเบิ้ลและให้หาศัพท์ภาษาอังกฤษอย่างน้อย 4 คำขึ้นไป จำด้วยว่าคำไหนเป็นคำแรก

กิจกรรมค้นหาธาตุแท้ของฉัน

1.แจกกระดาษแบ่งเป็น 5 ช่อง

  1. คุณลักษณะที่คนชมเรา เขียนให้มากที่สุด เช่น เรียนเก่ง ยิ้มง่าย มนุษยสัมพันธ์ดี
  2. ถ้าฉันเลือกเป็นสัตว์ชนิดหนึ่งได้จะเลือกเป็นอะไร และให้คุณลักษณะที่เราชอบ
  3. ถ้าหยุดงาน 2 ปี โดยมีเงินเดือนตามปกติจะนำเวลานั้นไปทำอะไร

ถ้ามียาแคปซูล 1 เม็ดให้กินแล้วอยากมีทักษะด้านใดก็ได้อยากมีทักษะทางด้านใด

  1. เมื่อครั้งที่ฉันเคยทุกข์ที่สุดฉันผ่านมาได้อย่างไร
  2. กิจกรรมที่ทำให้ฉันมีความสุขมากที่สุดเมื่อได้ทำคืออะไร

บุคคลที่ฉันชื่นชมคือใคร มีคุณลักษณะอย่างไร

  • คำที่เขียนถ้าเป็นคุณลักษณะอยู่แล้ว ก็ใช้ได้เลย แต่ถ้าเป็นกิจกรรมต้องถอดว่าอะไรในตัวเราที่ทำให้เราสนใจเรื่องนั้น
  1. เอาสิ่งที่เขียนไว้ใส่ลงในกระดาษแผ่นมหาสมุทร ส่วนบนจะเป็นลักษณะนั้น เต็ม 100 % ส่วนกลางเป็นบ้างไม่เป็นบ้าง ส่วนล่างเขียนในสิ่งที่อยากเป็นแต่ยังไม่ได้เป็น
  2. จับคู่แลกกระดาษแผ่นมหาสมุทร สลับกันชม และขอบคุณ
  • บางครั้ง Being ของเราต้องได้รับการ Validate จะทำให้เราฟู ถ้าตัวตนชัดจะสามารถทนต่อสิ่งแวดล้อมที่ทำให้เปลี่ยนแปลงได้

Five Principles for Success

  1. Know Your Outcome=Have  ถ้าไม่รู้ว่าต้องการอะไร หรือไปที่ไหน ทำอะไรก็ไม่มีความสำเร็จเพราะไม่รู้ว่าความสำเร็จอยู่ที่ไหน
  2. Take Action
  3. Have Sensory Acuity มีความว่องไวต่อความรู้สึกว่าอันนี้ดีหรือไม่ดี ต้องมีการ Sensitive ในการรับรู้
  4. Have Behavioral Flexibility  มีความยืดหยุ่นกับการไม่ยึดติดกรอบ คิดในสิ่งที่ไม่เคยเป็นหรือมีมาก่อนทำให้หาทางออกในการแก้ปัญหาได้
  5. Operate from a Physiology & Psychology of Excellence สุขภาพจิตดี อารมณ์ก็ดี

คุณต้องเชื่อในสิ่งที่คุณทำก่อนที่จะทำสำเร็จ

ในงานต้องมีเป้าหมายก่อนแล้วค่อยมากำหนดกลยุทธ์แล้ววางแผน

The Law of Attraction”   Ask,then Believe and you shall Receives

R.P.M. เขียนสิ่งที่ต้องการใน 10 ปี

  • Result  ชีวิตที่ใช่ของฉัน อยากมองว่าตัวเองใช้ชีวิตยังไง ทำอะไรอยู่ที่ไหน (ใช้เวลาเขียน 10 นาที)
  • Purpose
  • Massive Action Plan

เวลาตั้งเป้าหมายแล้วไม่สำเร็จเพราะไม่รู้ว่าทำไมควรทำ ต้องรู้ว่าทำแล้วได้อะไรจะมาเป็นเป้าหมายของตัวเอง

 

ชีวิตคนเราถูกขับเคลื่อนด้วยความต้องการและความกลัว

6 Core Needs

1.Certainty/Security/Comfort

2.Uncertainty/Variety/Adventure

3.Love&Connection

4.Significance

5.Growth

6.Contribution

**หาอะไรที่ตอบทั้ง 6 อย่างชีวิตจะมีความสุข

Universal Fears of Human Beings

1.Not good enough บางครั้งจะไปกดดันคนอื่น มุ่งมั่นแพ้ไม่ได้ เรียนรู้เพิ่ม

2.Not being loved ไม่กล้าว่า กลัวเกลียด ไม่ได้รับการตอบสนองในการแก้ไขให้ถูก ทางบวกคือ ดูแลคนให้ดี เอาอกเอาใจคน

3.Not belong to คอรัปชั่น ปรับตัวในทางที่ดี

เขมิกา ถึงแก้วธนกุล
IP: xxx.67.129.113
เขียนเมื่อ 

สรุปการบรรยายโดยทีมงาน ศ.ดร.จีระ  หงส์ลดารมภ์

การบรรยายเรื่อง คิดบวก คิดสร้างสรรค์

โดย ชลวิทย์  เทียรจิตต์

วันที่ 7 สิงหาคม 2555

 

  • น้ำมีครึ่งแก้ว ทุกปัญหามีทางออก
  • คิดก่อนพูด
  • คิดบวกทุกอย่างแก้ไขได้

หลักในการคิดบวก คิดสร้างสรรค์

1.พูดดี

2.วางแผนดี

3.คิดบวก

4.บุคลิกภาพ

5.คาดหวัง

6.น่าเชื่อถือ

ทำงานต้องมี 5 ช.

ใช่

ชอบ

เชื่อ

โชว์

ชม

หลักของข้าราชการ

ซื่อสัตย์ สุจริต จิตมุ่งบริการ งานสัมฤทธิ์ผล พัฒนาตน ทุกคนตรวจสอบได้

บันไดการประสบความสำเร็จ 5 ขั้น

  1. เปิดใจ
  2. มั่นใจ
  3. เข้าใจ
  4. เชื่อใจ
  5. มีแรงบันดาลใจ

คนเรา Success หรือไม่อยู่ที่มุมเหลี่ยม

หยิบปากกาเขียนจุดเด่น 1 อย่าง

หลัก 5 ประการในการสร้างสรรค์ของญี่ปุ่น

  1. Challenge
  2. Kaizen การพัฒนาเรื่อย ๆ
  3. มีปัญหาแก้ปัญหาทันที
  4. ให้ความเคารพ
  5. Teamwork

5 ส. ในการทำงาน

  1. สร้างเสริมความรู้
  2. ใส่ใจ
  3. สนับสนุนให้เขาก้าวหน้า
  4. สอนให้เป็น
  5. ส่งเสริม เพื่อนเก่ง หัวหน้าเก่ง

***  ข้าราชการยุคใหม่ ต้องอ่อนน้อม นุ่มนวล

 

หลุมพรางความฉลาด 3 ข้อ

  1. ไม่เย่อหยิ่ง
  2. ไม่ฟังใคร
  3. ไม่พร้อมรับการเปลี่ยนแปลง
  • วันนี้พร้อมรับการเปลี่ยนแปลง เป็นรุ่นการเปลี่ยนแปลง

Teamwork มาจาก Unity

มืออาชีพ ห้ามนินทาและว่าองค์กร

การทำงานที่ดีของข้าราชการ จอห์น ซี แมคเวล บอกว่า เรียงลำดับดังนี้

  1. มนุษยสัมพันธ์ดี คนชอบอยู่กับคนมีความสุข
  2. จริงใจต่อกัน
  3. ทีมเวอร์ก
  4. มีน้ำใจเอื้ออาทร
  5. พูดจาตรงไปตรงมา
  6. สมบูรณ์แบบ
  7. ไม่หวังเงินทอง

 

สิ่งที่ทำให้ประสบความสำเร็จ

  1. EQ ดี
  2. Good Communication สื่อสารดี
  3. อยากสุข ลดความอยากลงบ้าง
  4. เปลี่ยนตัวเอง

****  Attitude + Heart+ Ability = Successfully

 

ความคิดเชิงบวก

Smile  Manage Attitude Realize Test

การสร้างความสมดุล

ครอบครัว สุขภาพ สังคม การงาน = สมดุล

Attitude ดูได้จากวิธีคิด

ทดสอบความคิดเชิงบวก เปลี่ยนแปลงตัวเองได้หรือไม่

When you don’t give up you can’t fail

มะลิวรรณ มีผล
IP: xxx.49.224.23
เขียนเมื่อ 

การศึกษากรณีคุณยรรยงที่ครม.

   กรณีการขอนุมัติ ครม. ประมูลข้าวโพดโดยคุณยรรยงอธิบายต่อ ครม.
      1. ครม.ชุดที่แล้วอนุมัติไปแล้ว
      2. ครม.ไม่ใช่นิติบุคคล ทำสัญญาเองไม่ได้
      3. จะขอให้ความเห็นชอบตามมติเดิม
  ดังจะเห็นที่คุณยรรยงอธิบายแก่ ครม.ไม่ค่อยจะมีประโยชน์สักเท่าไร จุดอ่อนของคุณยรรยงคงขาดประสบการณ์ในระดับความสัมพันธ์ระหว่างข้าราการกับการเมือง ขาดวิจารณญาณที่รอบคอบ
มะลิวรรณ มีผล
IP: xxx.49.224.23
เขียนเมื่อ 

อบรมวันที่ 7 ส.ค สิ่งที่ได้คือ

    เรี่องการบริการตน ชนะใจตน เพื่อผลสัมฤทธิ์ในงานและชีวิต
                ได้รับกระบวนการเกิดกลยุทธเพื่อสร้างความสำเร็จ คือ เป้าหมาย   กำหนดกลยุทธ  วางแผน  ถ่ายทอด  ปฎิบัติ

รู้จักทฤษฎี DISC คือ 1.Driven การผลักนำ

                         2.Influence อิทธิพลแนวโน้ม
                         3.Steadiness สม่ำเสมอ มั่นคง แน่นอน
                         4.Compliance ทรงไว้ซึ่งความถูกต้อง
    เรื่อง Mind Map
                 ได้ใช้จินตนาการในการคิด วิเคราะห์นำข้อมูลออกมาเขียนเป็น Map ที่สามารถอ่านแล้วเข้าใจง่ายสามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวันซึ่งทำให้สามารถจดจำสิ่งต่างๆได้ดียิ่งขึ้น

สิ่งที่ได้จากการอบรมวันที่ 7 ส.ค. 55

เรื่อง "Mind Mapping การจัดการความคิดอย่างเป็นระบบ" โดย อาจารย์นิภาพันธ์  พูนเสถียรทรัพย์ 

เป็นเรื่องที่เคยได้ยินมานานแต่ยังไม่เคยลงมือทำอย่างเป็นจริงเป็นจัง และได้เห็นถึงประโยชน์ของการทำ Mind Mapping ช่วยให้ สามารถสรุปเรื่องได้ดี และเป็นการจัดระบบความคิดของสมอง เป็นวิธีการจดบันทึกโดยใช้สมองซีกซ้ายและซีกขวาเพื่อวิเคราะห์ แยกแยะ จดจำ และตัดสินใจเรื่องต่างๆ  การเขียนบันทึกในรูปแบบดังกล่าวเป็นหนึ่งในกระบวนการเรียนรู้ของมนุษย์ กล่าวคือ เมื่อเราได้รับความรู้บวกกับประสบการณ์ใหม่ๆ ต้องมีการจดบันทึกในรูปแบบดังกล่าวซ้ำๆ สมองก็จะเกิดกระบวนการสร้าง แผนที่ขึ้นมา จนเกิดเป็นนิสัย และกลายเป็นธรรมชาติของนิสัยในที่สุด (ทำซ้ำ มีการเชื่อมโยง และมีจินตนาการ)  สามารถนำมาปรับใช้ในการเรียนรู้งานคือเมื่อได้รับความรู้ใหม่ๆ การทบทวนคือสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่ง

"เรื่อง Managing Self Performance บริหารงาน ชนะใจคน เพื่อผลสัมฤทธิ์ในงานและชีวิต"  โดย อาจารย์อิทธิภัทร์ ภัทรเมฆานนท์

สิ่งที่ข้าราชการใหม่ต้องมีคือ "Competency" คือ  Knowledge และ Skills ที่จำเป็น โดยอาศัยการขับเคลื่อนของ พฤติกรรม ทัศนคติและแรงบันดาลใจ โดยการที่จะประสบความสำเร็จได้นั้นต้องมีการตั้งเป้าหมายก่อนแล้วกำหนดกลยุทธ์ วางแผน ถ่ายทอด และลงมือปฏิบัติ 

เรื่อง "คิดบวก คิดสร้างสรรค์"  โดย อ.ชลวิทย์  เจียรจิตต์

แนวคิดเชิงบวก คือการมองโลกในแง่บวกทั้งในเรื่องของการทำงานและการดำเนินชีวิต เรียนรู้หลักการทำงานต้องมี 5 ช. (ใช่ ชอบ เชื่อ โชว์ และชม) การเป็นข้าราชการที่ดีต้องมีหลัก 1. ซื่อสัตย์สุจริต 2. จิตมุ่งบริการ 3. งานสัมฤทธิ์ผล 4. พัฒนาตน และ5.ทุกคนตรวจสอบได้ 

กิจกรรมช่วงท้าย

ได้เรียนทบทวนกิจกรรมต่างๆที่ได้รับจากการเข้าอบรมครั้งนี้ต้งแต่วันที่ 27 ก.ค. 55 และเรียนรู้มุมมองของเพื่อข้าราชการต่างหน่วยงานที่มีต่อการอบรมและสำนักงาน ก.พ. 

สิ่งที่ได้จากการอบรมวันที่ 7 ส.ค. 55

เรื่อง "Mind Mapping การจัดการความคิดอย่างเป็นระบบ" โดย อาจารย์นิภาพันธ์ พูนเสถียรทรัพย์

เป็นเรื่องที่เคยได้ยินมานานแต่ยังไม่เคยลงมือทำอย่างเป็นจริงเป็นจัง และได้เห็นถึงประโยชน์ของการทำ Mind Mapping ช่วยให้ สามารถสรุปเรื่องได้ดี และเป็นการจัดระบบความคิดของสมอง เป็นวิธีการจดบันทึกโดยใช้สมองซีกซ้ายและซีกขวาเพื่อวิเคราะห์ แยกแยะ จดจำ และตัดสินใจเรื่องต่างๆ การเขียนบันทึกในรูปแบบดังกล่าวเป็นหนึ่งในกระบวนการเรียนรู้ของมนุษย์ กล่าวคือ เมื่อเราได้รับความรู้บวกกับประสบการณ์ใหม่ๆ ต้องมีการจดบันทึกในรูปแบบดังกล่าวซ้ำๆ สมองก็จะเกิดกระบวนการสร้าง แผนที่ขึ้นมา จนเกิดเป็นนิสัย และกลายเป็นธรรมชาติของนิสัยในที่สุด (ทำซ้ำ มีการเชื่อมโยง และมีจินตนาการ) สามารถนำมาปรับใช้ในการเรียนรู้งานคือเมื่อได้รับความรู้ใหม่ๆ การทบทวนคือสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่ง

"เรื่อง Managing Self Performance บริหารงาน ชนะใจคน เพื่อผลสัมฤทธิ์ในงานและชีวิต" โดย อาจารย์อิทธิภัทร์ ภัทรเมฆานนท์

สิ่งที่ข้าราชการใหม่ต้องมีคือ "Competency" คือ Knowledge และ Skills ที่จำเป็น โดยอาศัยการขับเคลื่อนของ พฤติกรรม ทัศนคติและแรงบันดาลใจ โดยการที่จะประสบความสำเร็จได้นั้นต้องมีการตั้งเป้าหมายก่อนแล้วกำหนดกลยุทธ์ วางแผน ถ่ายทอด และลงมือปฏิบัติ

เรื่อง "คิดบวก คิดสร้างสรรค์" โดย อ.ชลวิทย์ เจียรจิตต์

แนวคิดเชิงบวก คือการมองโลกในแง่บวกทั้งในเรื่องของการทำงานและการดำเนินชีวิต เรียนรู้หลักการทำงานต้องมี 5 ช. (ใช่ ชอบ เชื่อ โชว์ และชม) การเป็นข้าราชการที่ดีต้องมีหลัก 1. ซื่อสัตย์สุจริต 2. จิตมุ่งบริการ 3. งานสัมฤทธิ์ผล 4. พัฒนาตน และ5.ทุกคนตรวจสอบได้

กิจกรรมช่วงท้าย

ได้เรียนทบทวนกิจกรรมต่างๆที่ได้รับจากการเข้าอบรมครั้งนี้ต้งแต่วันที่ 27 ก.ค. 55 และเรียนรู้มุมมองของเพื่อข้าราชการต่างหน่วยงานที่มีต่อการอบรมและสำนักงาน ก.พ.

สิ่งที่ได้จากการอบรมวันที่ 7 ส.ค. 55

เรื่อง "Mind Mapping การจัดการความคิดอย่างเป็นระบบ" โดย อาจารย์นิภาพันธ์ พูนเสถียรทรัพย์

เป็นเรื่องที่เคยได้ยินมานานแต่ยังไม่เคยลงมือทำอย่างเป็นจริงเป็นจัง และได้เห็นถึงประโยชน์ของการทำ Mind Mapping ช่วยให้ สามารถสรุปเรื่องได้ดี และเป็นการจัดระบบความคิดของสมอง เป็นวิธีการจดบันทึกโดยใช้สมองซีกซ้ายและซีกขวาเพื่อวิเคราะห์ แยกแยะ จดจำ และตัดสินใจเรื่องต่างๆ การเขียนบันทึกในรูปแบบดังกล่าวเป็นหนึ่งในกระบวนการเรียนรู้ของมนุษย์ กล่าวคือ เมื่อเราได้รับความรู้บวกกับประสบการณ์ใหม่ๆ ต้องมีการจดบันทึกในรูปแบบดังกล่าวซ้ำๆ สมองก็จะเกิดกระบวนการสร้าง แผนที่ขึ้นมา จนเกิดเป็นนิสัย และกลายเป็นธรรมชาติของนิสัยในที่สุด (ทำซ้ำ มีการเชื่อมโยง และมีจินตนาการ) สามารถนำมาปรับใช้ในการเรียนรู้งานคือเมื่อได้รับความรู้ใหม่ๆ การทบทวนคือสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่ง

"เรื่อง Managing Self Performance บริหารงาน ชนะใจคน เพื่อผลสัมฤทธิ์ในงานและชีวิต" โดย อาจารย์อิทธิภัทร์ ภัทรเมฆานนท์

สิ่งที่ข้าราชการใหม่ต้องมีคือ "Competency" คือ Knowledge และ Skills ที่จำเป็น โดยอาศัยการขับเคลื่อนของ พฤติกรรม ทัศนคติและแรงบันดาลใจ โดยการที่จะประสบความสำเร็จได้นั้นต้องมีการตั้งเป้าหมายก่อนแล้วกำหนดกลยุทธ์ วางแผน ถ่ายทอด และลงมือปฏิบัติ

เรื่อง "คิดบวก คิดสร้างสรรค์" โดย อ.ชลวิทย์ เจียรจิตต์

แนวคิดเชิงบวก คือการมองโลกในแง่บวกทั้งในเรื่องของการทำงานและการดำเนินชีวิต เรียนรู้หลักการทำงานต้องมี 5 ช. (ใช่ ชอบ เชื่อ โชว์ และชม) การเป็นข้าราชการที่ดีต้องมีหลัก 1. ซื่อสัตย์สุจริต 2. จิตมุ่งบริการ 3. งานสัมฤทธิ์ผล 4. พัฒนาตน และ5.ทุกคนตรวจสอบได้

กิจกรรมช่วงท้าย

ได้เรียนทบทวนกิจกรรมต่างๆที่ได้รับจากการเข้าอบรมครั้งนี้ต้งแต่วันที่ 27 ก.ค. 55 และเรียนรู้มุมมองของเพื่อข้าราชการต่างหน่วยงานที่มีต่อการอบรมและสำนักงาน ก.พ.

นิภาพร พลสุวรรณ
IP: xxx.55.13.57
เขียนเมื่อ 

สิ่งที่ได้จากการเรียนรู้ วันที่ 7 สิงหาคม 2555 เรียนรู้เกี่ยวกับการทำ Mind Map ซึ่งเป็นเครื่องมือในการจดบันทึกที่สามรถจดจำได้ง่าย เรียนรู้หลักการทำงานของสมอง ,ส่วนประกอบของสมอง,การจำระหว่างเรียนต้องมีการทำซ้ำ,เชื่อมโยงและมีจินตนาการ คนที่ประสบความสำเร็จสูงสมองซีกซ้ายและซีกขวาต้องทำงานสัมพันธ์กัน
ภาคบ่าย เรียนรู้เกี่ยวกับการบริหารตน ชนะใจคน เพื่อผลสัมฤทธิ์ในงานและชีวิต เน้นการรู้จักตนเอง ทุกอย่างไม่ยาก แต่เราไม่คุ้นเคย รู้จักการตั้งเป้าหมายในชีวิต รู้จักธาตุแท้ของตนเอง เรียนรู้การมองโลกในแง่ดีการคิดบวก ข้าราชการที่ดีต้องมีหลัก 5 อย่าง ดังนี้ 1. ซื่อสัตย์ 2. จิตมุ่งบริการ 3. งานสัมฤทธิ์ผล 4. พัฒนาตน 5.ตรวจสอบได้

ข้าราชการต้องมีมนุษยสัมพันธ์ดี จริงใจ ทำงานเป็นทีม พูดตรงไปตรงมา มีความเพียบพร้อมสมบูรณ์ มีจิตใจเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ และทำงานไม่หวังสิ่งตอบแทน

พิมพ์บุญญา บุณยพิพิธ
IP: xxx.121.104.98
เขียนเมื่อ 

กรณีศึกษา คุณยรรยงที่ครม. พบว่าการเป็นข้าราชการประจำต้องมีจุดยืนที่ถูกต้องเป็นของตนเองถึงแม้ว่าในบางครั้งอาจได้รับผลกระทบจากสิ่งแวดล้อมภายนอกมากระทบ เช่น นักการเมือง นโยบายของพรรคการเมืองซึ่งมารับตำแหน่งเป็นรัฐบาลในสมัยนั้นๆ การเป็นข้าราชการประจำที่ต้องรับบทบาทหน้าที่ที่สูงขึ้น ความรับผิดชอบที่ต้องเพิ่มมากขึ้นต้องอาศัยประสบการณ์ในการทำงานและการสื่อสารที่เหมาะสม รวมไปถึงความเข้าใจที่แท้จริงในเรื่องที่เป็นสิ่งที่จุดสนใจ ต้องดำรงตนเองให้อยู่ในความถูกต้อง มีศีลธรรมและไม่นำตนเองไปในจุดที่เป็นกับดักแห่้งความไม่โปร่งใส

สิ่งที่ได้รับจากการเรียนรู้ในวันที่ 7 สิงหาคม วิธีการเขียน Mind Mapping ที่ถูกต้องและการทำงานของสมองที่ส่งผลต่อการปฏิบติงาน ได้ทราบถึงอีกเทคนิคหนึ่งที่สามารถนำไปช่วยในการทำงานให้มีประสิทธิภาพและเกิดประสิทธิผลมากยิ่งขึ้นจากเดิม เป็นการช่วยให้่สมองเกิดความจำและความเข้าใจมากยิ่งขึ้น สำหรับในการเรียนรู้เรื่องบริหารตน ชนะใจคนเพื่อผลสัมฤทธิ์ ได้รู้จักตนเองมากยิ่งขึ้นทั้งความต้องการภายใน ได้แนวคิดในการดำเนินชีวิตทั้งในการทำงานและด้านต่างๆ คือ "ไม่มีคำว่ายากในชีวิต มีแต่คำว่าไม่คุ้นเคย" และ "ไม่มีคำว่าล้มเหลวในชีวิตมีแต่สิ่งย้อนกลับที่เรายังทำไม่ดีพอ" นับเป็นเเนวคิดที่จะช่วยส่งเสริมให้มีกำลังใจในการทำงานต่อไปเป็นอย่างมาก การเข้าใจตนเองไปถึงความคิดภายในใจและการที่คนรอบข้างมองเรา ได้รับหลักของความต้องการ 6 ประการ คือ 1. ความมั่นคง,แน่นอน,ความสบาย 2. ความไม่แน่นอน,ความหลากหลาย,การผจญภัย 3. ความเชื่อมโยง,ความรัก 4. ความสำคัญ 5. การเติบโต 6. การอุทิศ ความกลัว 3 ประการที่ไม่ควรจะมี คือ 1. กลัวว่ายังไม่ดีพอ 2. กลัวไม่เป็นที่รัก 3. กลัวไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มสังคม สำหรับในส่วนการเรียนรู้สุดท้าย ได้ความสนุกสนานและสาระในการเป็นข้าราชการที่ดีคือ มีมนุษยสัมพันธ์ที่ดี ความจริงใจ มีการทำงานเป็นทีม มีน้ำใจ พูดจาตรงไปตรงมา เป็นคนสมบูรณ์แบบและไม่หวังเงิน

กัญจน์ณัฏฐ์ ประถมวงศ์
IP: xxx.121.174.163
เขียนเมื่อ 

จากการเรียนในวันที่ 1 สิงหาคม 2555 ช่วงของท่านอาจารย์จีระ เรื่อง "ข้าราชการไทยกับการเตรียมความพร้อมเข้าสู่การเป็นประชาคมอาเซียน" โดยให้แบ่งกลุ่มเพื่อวิเคราะห์ความพร้อมในการก้าวสู่อาเซียนตามหน่วยงานเป็นหลัก ขอกล่าวสรุปดังนี้

กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ (Department of Primary Industries and Mines)

วิสัยทัศน์ (Vision) เป็นองค์กรหลักในการบริหารจัดการอุตสาหกรรมแร่ อุตสาหกรรมพื้นฐาน และระบบโลจิสติกส์อุตสาหกรรม ให้มีประสิทธิภาพ ดุลยภาพ ทั้งทางเศรษฐกิจสังคม และสิ่งแวดล้อม

พันธกิจ (Mission) 1. เสนอแนะนโยบายและยุทธศาสตร์การบริหารจัดการอุตสาหกรรมแร่อุตสาหกรรมพื้นฐาน และโลจิสติกส์อุตสาหกรรม ให้สอดรับกับความต้องการของภาคอุตสาหกรรม 2. อนุญาต กำกับดูแล และส่งเสริมการประกอบการอุตสาหกรรมแร่และอุตสาหกรรมพื้นฐาน ให้เป็นไปตามกฎหมาย มีความปลอดภัย เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และมีความรับผิดชอบต่อสังคม 3. ส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาการประกอบการอุตสาหกรรมแร่และอุตสาหกรรมพื้นฐาน ให้มีมาตรฐาน คุณภาพ และประสิทธิภาพ 4. ส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาการจัดการโลจิสติกส์อุตสาหกรรมและโซ่อุปทาน เพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขัน 5. ส่งเสริมและดำเนินงานวิจัยและพัฒนา เพื่อสร้างและประยุกต์ใช้องค์ความรู้ที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมแร่ อุตสาหกรรมพื้นฐาน และโลจิสติกส์อุตสาหกรรม

จุดแข็ง

1. ข้าราชการ และบุคลากร มีความรู้ ความสามารถ มีความชำนาญเฉพาะด้าน สามารถให้ความรู้หรือข้อมูลทางวิชาการได้อย่างละเอียดและทั่วถึง ทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค 
2. ข้าราชการ และบุคลากรมีโอกาสในการพัฒนาศักยภาพของตนเองให้สูงขึ้นได้ โดยกรมมีการจัดฝึกอบรม จัดสัมมนาเพื่อพัฒนาบุคลากรอย่างต่อเนื่อง 
3. ผู้บริหาร และข้าราชการ มีความสัมพันธ์ที่ดีกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชนต่างๆ ที่เป็นเครือข่าย

จุดอ่อน 1. พนักงานและข้าราชการขาดทักษะความรู้ทางด้านภาษาต่างประเทศ เช่น ภาษาอังกฤษ ภาษาจีน ภาษามลายู เป็นต้น 2. พนักงานและข้าราชการขาดความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) 3. พนักงานและข้าราชการไม่ตระหนักถึงความสำคัญในการเตรียมความพร้อมเพื่อก้าวเข้าสู่ AEC

โครงการเพื่อสร้าง “ทุนมนุษย์” ให้กับพนักงานและข้าราชการ 1. จัดอบรมเพื่อเพิ่มทักษะความรู้ด้านภาษาต่างประเทศ เช่น ภาษาอังกฤษ ภาษาจีน ภาษามลายู เป็นต้น 2. จัดกิจกรรมเพื่อสร้างความรู้ ความเข้าใจในเรื่องของประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนให้กับพนักงานและข้าราชการในกรมอย่างต่อเนื่อง ทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค 3. จัดทำสื่อประชาสัมพันธ์เพื่อเผยแพร่ให้กับพนักงานและข้าราชการ เช่น แผ่นพับ หนังสือคู่มือ โปสเตอร์ จุลสาร กพร. ประกาศเสียงตามสาย เป็นต้น 4. เผยแพร่ข้อมูลผ่านทางเว็บไซด์กรม และตั้งกระทู้ในหัวข้อที่เกี่ยวกับ AEC เพื่อใช้แลกเปลี่ยนความรู้ระหว่างกัน 5. จัดให้มีห้องสมุดหรือใช้ห้องศูนย์ข้อมูลข่าวสารของกรม เป็นที่รวบรวมข้อมูล เอกสารเผยแพร่ เอกสารทางวิชาการ และเอกสารอื่นๆ เพื่อให้พนักงานและข้าราชการสามารถมาค้นคว้า หาความรู้ที่เกี่ยวข้องกับ AEC

งานวิจัยหรือโครงการที่น่าสนใจของหน่วยงาน โครงการ “การพัฒนาโลจิสติกส์เพื่อรองรับประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน” ความเป็นมา

เนื่องจากประเทศไทยใกล้ที่จะเปิดการค้าเสรี หรือประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนซึ่งต้องมีการลงทุนในด้านต่างๆ เพิ่มมากขึ้นจึงต้องมีการพัฒนาด้านการขนส่งให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เพื่อจะได้ก้าวสู่การเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนได้อย่างสมบูรณ์ 

วัตถุประสงค์ เพื่อใช้เป็นแนวทางในการดำเนินการพัฒนาโลจิสติกส์อุตสาหกรรมสำหรับภาครัฐและภาคเอกชนของประเทศไทยให้พร้อมเข้าสู่การเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC)

วิธีการดำเนินงาน 1. รวบรวมข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับโลจิสติกส์ 2. วิเคราะห์ข้อมูลเพื่อกำหนดแผนงานด้านโลจิสติกส์ 3. จัดทำแผนการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับระบบโลจิสติกส์อุตสาหกรรมเพื่อรองรับการเปิดเสรี AEC

ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ 1. เกิดการกระจายสินค้าได้อย่างทั่วถึงและรวดเร็วมากยิ่งขึ้น 2. การบริหารจัดการ เพื่อให้ได้วัตถุดิบที่มีคุณภาพและเพียงพอต่อความต้องการในเวลาที่เหมาะสม
3.การกำหนดแหล่งที่ตั้งในการกระจายสินค้าเพื่อให้เกิดการกระจายสินค้าได้อย่างทั่วถึง 4. การขนถ่ายวัสดุภายในโรงงานหรือในคลังสินค้ามีความเป็นระบบมากยิ่งขึ้น

รายชื่อสมาชิก 1. นางสาวกัญจน์ณัฏฐ์ ประถมวงศ์
2. นางสาวยุพิน ยังแหยม
3. นางสาวกมลรัตน์ หลากคุณากร
4. นางนนทยา พันธ์ขาว
5. นางสาวณิชชารีย์ ก้อนจันทร์เทศ
6. นางสาวอัฏฐพร รามแก้ว
7. นางสาวนิภาพร สินธุ์ชัย
8. นายชาญศักดิ์ คูคีรีเขต
9. นางสาวรัชฎาวรรณ จันทรังษี
10. นายปฐวี จิตรอาวร
11. นายเทิดพงศ์ ตรีพรม

     (แม้ว่าสมาชิกจากกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ จะมีน้อยแต่เราก็สู้นะคะ และต้องขอบคุณเพื่อนๆ จากสำนักงาน ก.พ. มากนะคะที่ช่วยกันเสนอความคิดเห็นและข้อเสนอแนะที่ดีมีประโยชน์ค่ะ)
วรปกรณ์ รู้รอบ
IP: xxx.122.47.178
เขียนเมื่อ 

สิ่งที่ได้รับจากการอบรมวันที่ 7 ส.ค.55

 - คือการได้ฝึกการแตกประเด็นความคิดออกมาเป็นหัวข้อย่อย และเอาเฉพาะคีย์เวิร์ดเท่านั้น เพราะจะทำให้เราสามารถจดจำประเด็นความคิดต่างๆ ได้เป็นอย่างดี และเน้นการฝึกฝนอยู่เป็นประจำเพื่อจะได้มีการฝังความคิดเหล่านั้นไปอยู่ในความทรงจำระยะยาว
 - การบริหารงาน ชนะใจคน เพื่อผลสัมฤทธิ์ในงานและชีวิต โดยสิ่งที่ได้รับคือการที่จะประสบผลสำเร็จในชีวิตทั้งในหน้าที่การงานและทุกด้าน  เราควรต้องตั้งเป้าหมายหลักในชีวิตของเราก่อนว่าเราต้องการที่จะทำอะไรและอยากได้อะไรในเป้าหมายนั้น  ต่อจากนั้นก็ลงมือทำตามเป้าหมายที่เราตั้งเอาไว้ให้ประสบความเร็จ  โดยใช้กลยุทธ์และวิธีการต่างๆที่ได้ศึกษามาและสอบถามจากผู้รู้เพื่อนำมาประยุกต์ใช้ต่อไป
กัญจน์ณัฏฐ์ ประถมวงศ์
IP: xxx.121.174.163
เขียนเมื่อ 

จากการเรียนในวันที่ 1 สิงหาคม 2555 ช่วงของท่านอาจารย์จีระ เรื่อง "ข้าราชการไทยกับการเตรียมความพร้อมเข้าสู่การเป็นประชาคมอาเซียน" โดยให้แบ่งกลุ่มเพื่อวิเคราะห์ความพร้อมในการก้าวสู่อาเซียนตามหน่วยงานเป็นหลัก ขอกล่าวสรุปดังนี้

กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ (Department of Primary Industries and Mines)

วิสัยทัศน์ (Vision) เป็นองค์กรหลักในการบริหารจัดการอุตสาหกรรมแร่ อุตสาหกรรมพื้นฐาน และระบบโลจิสติกส์อุตสาหกรรม ให้มีประสิทธิภาพ ดุลยภาพ ทั้งทางเศรษฐกิจสังคม และสิ่งแวดล้อม

พันธกิจ (Mission) 1. เสนอแนะนโยบายและยุทธศาสตร์การบริหารจัดการอุตสาหกรรมแร่อุตสาหกรรมพื้นฐาน และโลจิสติกส์อุตสาหกรรม ให้สอดรับกับความต้องการของภาคอุตสาหกรรม 2. อนุญาต กำกับดูแล และส่งเสริมการประกอบการอุตสาหกรรมแร่และอุตสาหกรรมพื้นฐาน ให้เป็นไปตามกฎหมาย มีความปลอดภัย เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และมีความรับผิดชอบต่อสังคม 3. ส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาการประกอบการอุตสาหกรรมแร่และอุตสาหกรรมพื้นฐาน ให้มีมาตรฐาน คุณภาพ และประสิทธิภาพ 4. ส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาการจัดการโลจิสติกส์อุตสาหกรรมและโซ่อุปทาน เพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขัน 5. ส่งเสริมและดำเนินงานวิจัยและพัฒนา เพื่อสร้างและประยุกต์ใช้องค์ความรู้ที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมแร่ อุตสาหกรรมพื้นฐาน และโลจิสติกส์อุตสาหกรรม

จุดแข็ง

1. ข้าราชการ และบุคลากร มีความรู้ ความสามารถ มีความชำนาญเฉพาะด้าน สามารถให้ความรู้หรือข้อมูลทางวิชาการได้อย่างละเอียดและทั่วถึง ทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค 
2. ข้าราชการ และบุคลากรมีโอกาสในการพัฒนาศักยภาพของตนเองให้สูงขึ้นได้ โดยกรมมีการจัดฝึกอบรม จัดสัมมนาเพื่อพัฒนาบุคลากรอย่างต่อเนื่อง 
3. ผู้บริหาร และข้าราชการ มีความสัมพันธ์ที่ดีกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชนต่างๆ ที่เป็นเครือข่าย

จุดอ่อน 1. พนักงานและข้าราชการขาดทักษะความรู้ทางด้านภาษาต่างประเทศ เช่น ภาษาอังกฤษ ภาษาจีน ภาษามลายู เป็นต้น 2. พนักงานและข้าราชการขาดความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) 3. พนักงานและข้าราชการไม่ตระหนักถึงความสำคัญในการเตรียมความพร้อมเพื่อก้าวเข้าสู่ AEC

โครงการเพื่อสร้าง “ทุนมนุษย์” ให้กับพนักงานและข้าราชการ 1. จัดอบรมเพื่อเพิ่มทักษะความรู้ด้านภาษาต่างประเทศ เช่น ภาษาอังกฤษ ภาษาจีน ภาษามลายู เป็นต้น 2. จัดกิจกรรมเพื่อสร้างความรู้ ความเข้าใจในเรื่องของประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนให้กับพนักงานและข้าราชการในกรมอย่างต่อเนื่อง ทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค 3. จัดทำสื่อประชาสัมพันธ์เพื่อเผยแพร่ให้กับพนักงานและข้าราชการ เช่น แผ่นพับ หนังสือคู่มือ โปสเตอร์ จุลสาร กพร. ประกาศเสียงตามสาย เป็นต้น 4. เผยแพร่ข้อมูลผ่านทางเว็บไซด์กรม และตั้งกระทู้ในหัวข้อที่เกี่ยวกับ AEC เพื่อใช้แลกเปลี่ยนความรู้ระหว่างกัน 5. จัดให้มีห้องสมุดหรือใช้ห้องศูนย์ข้อมูลข่าวสารของกรม เป็นที่รวบรวมข้อมูล เอกสารเผยแพร่ เอกสารทางวิชาการ และเอกสารอื่นๆ เพื่อให้พนักงานและข้าราชการสามารถมาค้นคว้า หาความรู้ที่เกี่ยวข้องกับ AEC

งานวิจัยหรือโครงการที่น่าสนใจของหน่วยงาน โครงการ “การพัฒนาโลจิสติกส์เพื่อรองรับประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน” ความเป็นมา

เนื่องจากประเทศไทยใกล้ที่จะเปิดการค้าเสรี หรือประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนซึ่งต้องมีการลงทุนในด้านต่างๆ เพิ่มมากขึ้นจึงต้องมีการพัฒนาด้านการขนส่งให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เพื่อจะได้ก้าวสู่การเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนได้อย่างสมบูรณ์ 

วัตถุประสงค์ เพื่อใช้เป็นแนวทางในการดำเนินการพัฒนาโลจิสติกส์อุตสาหกรรมสำหรับภาครัฐและภาคเอกชนของประเทศไทยให้พร้อมเข้าสู่การเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC)

วิธีการดำเนินงาน 1. รวบรวมข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับโลจิสติกส์ 2. วิเคราะห์ข้อมูลเพื่อกำหนดแผนงานด้านโลจิสติกส์ 3. จัดทำแผนการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับระบบโลจิสติกส์อุตสาหกรรมเพื่อรองรับการเปิดเสรี AEC

ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ 1. เกิดการกระจายสินค้าได้อย่างทั่วถึงและรวดเร็วมากยิ่งขึ้น 2. การบริหารจัดการ เพื่อให้ได้วัตถุดิบที่มีคุณภาพและเพียงพอต่อความต้องการในเวลาที่เหมาะสม
3.การกำหนดแหล่งที่ตั้งในการกระจายสินค้าเพื่อให้เกิดการกระจายสินค้าได้อย่างทั่วถึง 4. การขนถ่ายวัสดุภายในโรงงานหรือในคลังสินค้ามีความเป็นระบบมากยิ่งขึ้น

รายชื่อสมาชิก 1. นางสาวกัญจน์ณัฏฐ์ ประถมวงศ์
2. นางสาวยุพิน ยังแหยม
3. นางสาวกมลรัตน์ หลากคุณากร
4. นางนนทยา พันธ์ขาว
5. นางสาวณิชชารีย์ ก้อนจันทร์เทศ
6. นางสาวอัฏฐพร รามแก้ว
7. นางสาวนิภาพร สินธุ์ชัย
8. นายชาญศักดิ์ คูคีรีเขต
9. นางสาวรัชฎาวรรณ จันทรังษี
10. นายปฐวี จิตรอาวร
11. นายเทิดพงศ์ ตรีพรม

     (แม้ว่าสมาชิกจากกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ จะมีน้อยแต่เราก็สู้นะคะ และต้องขอบคุณเพื่อนๆ จากสำนักงาน ก.พ. มากนะคะที่ช่วยกันเสนอความคิดเห็นและข้อเสนอแนะที่ดีมีประโยชน์ค่ะ)
ธัญญาภรณ์ ไสวพันธ์
IP: xxx.67.32.118
เขียนเมื่อ 

สรุป วันที่ 7 ส.ค. 55 เรียนรู้หลักการจดจำสิ่งต่างๆแบบใหม่ โดยใช้ Mind Map ทำให้สามารถจดจำสิ่งต่างๆอย่างเป็นระบบมากขึ้น ง่ายขึ้น มองเห็นสิ่งที่เป็นตัวเองชัดเจนขึ้น มีวิธีการและเป้าหมายในการไปถึงสิ่งที่คาดหวังในชีวิต ได้คาถาการเป็นข้าราชการที่ดี คือ ซื่อสัตย์สุจริต จิตมุ่งบริการ งานสัมฤัทธิ์ผล พัฒนาตน ทุกคนตรวจสอบได้

นางสาวจริยา มณีกาศ
IP: xxx.8.246.130
เขียนเมื่อ 

สิ่งที่ได้รับจากการเรียนรู้ในวันที่7สิงหาคม 2555

       1. หัวข้อ Mind Map ได้เรียนรู้เกี่ยวกับการพัฒนาของสมอง วิธีการจดบันทึกด้วยสมองสองซีก ทำให้เกิดความคิดสร้างสรรค์และจินตนาการ ช่วยในการจำได้ดีขึ้น ไม่ซ้ำซ้อน  แต่ต้องฝึกทำซ้ำๆให้เป็นนิสัย และสามารถนำความรู้ที่ได้มาประยุกต์ใช้กับชีวิตประจำวันได้ ทั้งในเรื่องของชีวิตส่วนตัวและการทำงาน 
       2. หัวข้อ Maaging Self Performance โดยอาจารย์ อิทธิภัทร์ สอนให้รู้จักตัวเอง และกระบวนการคิดเพื่อสร้างความสำเร็จ ซึ่งเราต้องรู้เป้าหมาย กำหนดกลยุทธ์ วางแผน ถ่ายทอด และปฏิบัติ เราต้องเชื่อว่าเราทำได้แต่เราต้องลงมือทำ ไม่มีอะไรที่เราทำไม่ได้มีแต่สิ่งที่เรายังไม่คุ้นเคยเท่านั้นเอง ซึ่งเราต้องอาศัยการเรียนรู้และพัฒนาตัวเองอย่างต่อเนื่อง รู้เป้าหมาย มีความยืดหยุ่นสูง มีสุขภาพกาย สุขภาพจิตที่ดี มีวิสัยทัศน์กว้างไกล
       3.เรื่อง คิดบวก คิดสร้างสรรค์ โดย ชลวิทย์  เทียรจิตต์ เป็นการเรียนที่สนุกและอาจารย์สามารถถ่ายทอดให้เราเข้าใจได้แบบง่ายๆอาจารย์ให้แง่คิดไว้ว่า เปรีียบเหมือนน้ำมีครึ่งแก้ว ทุกปัญหามีทางออก คิดบวกทุกอย่างแก้ไขได้ คิดก่อนพูด

การทำงานเราต้องมี 5 ช.คือ 1.ใช่ 2.ชอบ 3.เชื่อ 4.โชว์ 5.ชม ข้าราชการ ต้องมีความซื่อสัตย์ สุจริต จิตมุ่งบริการ งานสัมฤทธิ์ผล พัฒนาตน ทุกคนตรวจสอบได้ และกบันไดการประสบความสำเร็จ 5 ขั้น คือ เปิดใจ มั่นใจ เข้าใจ เชื่อใจ มีแรงบันดาลใจ อย่าตกหลุมพรางความฉลาด 3 ข้อ ได้แก่ ไม่เย่อหยิ่ง ไม่ฟังใคร ไม่พร้อมรับการเปลี่ยนแปลง และสำหรับวิดิโอที่อาจารย์ให้ดูของ 'Perseverance' Derek Redmond นั้น สอนให้รู้ว่า When you don’t give up you can’t fail เมื่อคุณไม่ยอมแพ้คุณจะไม่ล้มเลว แต่สิ่งที่ข้าพเจ้าสัมผัสได้อีกหนึ่งอย่างจากการดูวิดิโอเรื่องนี้ก็คือ ความรักของพ่อยิ่งใหญ่เสมอ

วรปกรณ์ รู้รอบ
IP: xxx.122.47.178
เขียนเมื่อ 

การวิเคราะห์กรณีศึกษาจากบทเรียนจากความจริง : กรณีนายยรรยง สิ่งที่คิดว่าควรได้รับการปรับปรุงก็คือการทำงานโดยไม่หวังเอาใจนายคนใดคนหนึ่ง แต่ควรทำงานด้วยความรอบคอบ มีการสานสัมพันธ์กันระหว่างข้าราชการการเมืองและข้าราชการประจำให้มากยิ่งขึ้น โดยยึดหลักของความถูกต้องและประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนเป็นสำคัญ และการที่เป็นข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ถ้าทำงานอะไรลงไปโดยขาดความรอบคอบไม่มีการยั้งคิดยั้งทำก็จะทำให้องค์กรหรือรัฐบาลหมดความน่าเชื่อถือ

กัญจน์ณัฏฐ์ ประถมวงศ์
IP: xxx.121.174.163
เขียนเมื่อ 

ส่งการบ้าน คำถามข้อ 1 เป้าหมายการเป็นข้าราชการที่ดีคืออะไร และจะบรรลุเป้าหมายเหล่านั้นได้อย่างไร (ของดร.สมโภชน์) คำตอบ :: ข้าราชการที่ดี คือ ข้าราชการที่มีคุณธรรม จริยธรรม เห็นประโยชน์ส่วนรวมมากกว่าประโยชน์ส่วนตน ได้รับความเชื่อถือ ความศรัทธาจากเพื่อนร่วมงานและประชาชน พร้อมที่จะเป็นผู้ให้อย่างจริงใจ การที่จะบรรลุเป้าหมายเหล่านี้ได้ ต้องลงมือทำ มุ่งมั่น และต้องมีความตั้งใจ

คำถามข้อ 2 ถ้าในอนาคตเราเจอเหตุการณ์ที่ไม่ดี เช่นถูกกดดันทางการเมือง จากนักการเมือง ที่ไม่มีคุณธรรม จริยธรรม หรือมีเจ้านาย และเพื่อนร่วมงานที่ไม่สุจริต ท่านจะมีวิธีการเตรียมตัวและแก้ไขอย่างไร (ของท่านศาสตราจารย์(พิเศษ) วิชา มหาคุณ คำตอบ :: ถ้าเราจะเหตุการณ์ที่ไม่ดี สิ่งแรกที่จะทำคือ หลีกเลี่ยงการปฏิบัติที่เราคิดว่าเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง เราต้องมีสติ ไม่คล้อยตาม หากพบเห็นคนที่ทุจริตก็ต้องรายงานให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทราบ

นายเจมวิทย์ จันฤาชัย
IP: xxx.49.250.118
เขียนเมื่อ 

ความรู้ที่ได้จากการอบรม วันที่ ๗ สิงหาคม ๒๕๕๕ ได้เรียนรู้การจัดการความคิดอย่างเป็นระบบ Mind Map เป็นการวางแผนระบบความคิด หรือระบบงานของตนให้มีความชัดเจน โดยการจัดระเบียบความคิดแล้วเขียนเป็นบันทึกที่มีการเชื่อมโยงความสัมพันธ์ของงานนั้น ๆ ซึ่งเป็นการดึงศักยภาพของสมองทั้งซีกซ้ายและซีกขวาให้ทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ การนำไปใช้ประโยชน์ของข้าราชการ สามารถนำ Mind Map ไปวางแผนการทำงานในอนาคต หรือใช้สรุปความรู้ต่างๆ จากการอบรม การอ่านหนังสือ แล้วเขียนเป็น Mind Map เพื่อง่ายต่อการทำความเข้าใจ หรือทบทวนเนื้อหานั้นได้รวดเร็วขึ้น

การบริหารตน ชนะใจคน เพื่อผลสัมฤทธิ์ในงานและชีวิต

การพัฒนาศักยภาพของตนเองเป็นประการแรกที่ข้าราชการต้องพัฒนา โดยอาศัยหลักการคิดและการปฏิบัติร่วมกัน ดังนี้

๑.การศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมให้เป็นทุนมนุษย์ที่มีศักยภาพ ๒.การมีทัศนคติที่เป็นบวก เช่น ไม่มีคำว่ายาก ควรมีแต่คำว่าไม่คุ้นเคยเพื่อพัฒนาตนเองต่อไป ๓.ต้องรู้เป้าหมายของงาน และเส้นทางสู่ความสำเร็จที่ชัดเจน ๔.การทำงานต้องมีความซื่อสัตย์สุจริต สามารถตรวจสอบได้ ๕.ข้าราชการต้องมีจิตมุ่งบริการ และมุ่งผลสัมฤทธิ์ของงาน

นายเจมวิทย์ จันฤาชัย
IP: xxx.49.250.118
เขียนเมื่อ 

ความรู้ที่ได้จากการอบรม วันที่ ๗ สิงหาคม ๒๕๕๕ ได้เรียนรู้การจัดการความคิดอย่างเป็นระบบ Mind Map เป็นการวางแผนระบบความคิด หรือระบบงานของตนให้มีความชัดเจน โดยการจัดระเบียบความคิดแล้วเขียนเป็นบันทึกที่มีการเชื่อมโยงความสัมพันธ์ของงานนั้น ๆ ซึ่งเป็นการดึงศักยภาพของสมองทั้งซีกซ้ายและซีกขวาให้ทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ การนำไปใช้ประโยชน์ของข้าราชการ สามารถนำ Mind Map ไปวางแผนการทำงานในอนาคต หรือใช้สรุปความรู้ต่างๆ จากการอบรม การอ่านหนังสือ แล้วเขียนเป็น Mind Map เพื่อง่ายต่อการทำความเข้าใจ หรือทบทวนเนื้อหานั้นได้รวดเร็วขึ้น

การบริหารตน ชนะใจคน เพื่อผลสัมฤทธิ์ในงานและชีวิต

การพัฒนาศักยภาพของตนเองเป็นประการแรกที่ข้าราชการต้องพัฒนา โดยอาศัยหลักการคิดและการปฏิบัติร่วมกัน ดังนี้

๑.การศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมให้เป็นทุนมนุษย์ที่มีศักยภาพ ๒.การมีทัศนคติที่เป็นบวก เช่น ไม่มีคำว่ายาก ควรมีแต่คำว่าไม่คุ้นเคยเพื่อพัฒนาตนเองต่อไป ๓.ต้องรู้เป้าหมายของงาน และเส้นทางสู่ความสำเร็จที่ชัดเจน ๔.การทำงานต้องมีความซื่อสัตย์สุจริต สามารถตรวจสอบได้ ๕.ข้าราชการต้องมีจิตมุ่งบริการ และมุ่งผลสัมฤทธิ์ของงาน

นายเจมวิทย์ จันฤาชัย
IP: xxx.49.250.118
เขียนเมื่อ 

ความรู้ที่ได้จากกรณีศึกษาคุณยรรยง พวงราช

จากบทความการวิเคราะห์ของอาจารย์จีระ หงส์ลดารมภ์ ในการปฏิบัติหน้าที่ของข้าราชการกรณีการเสนองาน หรือขออนุมัติโครงการประดับประเทศควรมีการวิเคราะห์ถึงผลดีผลเสียของโครงการ  และอาศัยฐานข้อมูลที่ถูกต้อง ปรึกษาผู้ทรงคุณวุฒิ พร้อมกับปรึกษาหารือรายละเอียดจากทีมงานที่มีประสบการณ์ในงานนั้น  เพื่อให้การทำงานบรรลุวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้
การทำงานของข้าราชการควรปฏิบัติงานด้วยความซื่อสัตย์ สุจริต มีความเป็นธรรมาภิบาล และประสานการทำงานระหว่างงานราชการกับงานการเมืองให้สอดคล้องไปด้วยกันได้ โดยคำนึงถึงผลประโยชน์ของประเทศชาติ และประชาชนเป็นหลัก
นายเจมวิทย์ จันฤาชัย
IP: xxx.49.250.118
เขียนเมื่อ 

ความรู้ที่ได้จากกรณีศึกษาคุณยรรยง พวงราช

 จากบทความการวิเคราะห์ของอาจารย์จีระ หงส์ลดารมภ์ ในการปฏิบัติหน้าที่ของข้าราชการกรณีการเสนองาน หรือขออนุมัติโครงการประดับประเทศควรมีการวิเคราะห์ถึงผลดีผลเสียของโครงการ  และอาศัยฐานข้อมูลที่ถูกต้อง ปรึกษาผู้ทรงคุณวุฒิ พร้อมกับปรึกษาหารือรายละเอียดจากทีมงานที่มีประสบการณ์ในงานนั้น  เพื่อให้การทำงานบรรลุวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้
 การทำงานของข้าราชการควรปฏิบัติงานด้วยความซื่อสัตย์ สุจริต มีความเป็นธรรมาภิบาล และประสานการทำงานระหว่างงานราชการกับงานการเมืองให้สอดคล้องไปด้วยกันได้ โดยคำนึงถึงผลประโยชน์ของประเทศชาติ และประชาชนเป็นหลัก
อัฎฐพร รามแก้ว
IP: xxx.67.192.18
เขียนเมื่อ 

สิ่งที่ได้เรียนรู้ในวันนี้จากหัวข้อ Mind Map - สามารถนำความรู้การเขียน mind map มาใช้ในการจดจำ การทำตารางงาน การเรียงลำดับความสำคัญของเรื่องต่างๆ เพราะสมองของคนเราไม่สามารถจดจำเรื่องราวบางอย่างได้โดยการอ่านหรือการเห็นภาพแค่เพียงอย่างเดียว Mind map เป็นเครื่องมือที่เราสามารถนำมาประยุกต์ใช้กับการจดจำรายละเอียดสิ่งต่างๆ ได้มากขึ้น และสามารถถ่ายทอดให้คนรอบข้างได้เรียน mind map ได้ - หัวข้อ Managing self Performance เป็นการเรียนรู้ที่สอนให้รู้จักตัวตน การค้นหาธาตุแท้ของตัวเอง และตั้งเป้าหมาย แล้วเริ่มศึกษาจากสิ่งที่สนใจ เชื่อในสิ่งที่เป็นเป้าหมาย รู้ว่าเป้าหมาย เป็นอะไร ทำเพื่อใคร และทำเพื่ออะไร - หัวข้อ คิดบวก
ได้เรียนรู้วิธีการคิดบวก ซึ่งอาจารย์ได้ถ่ายทอดให้เห็นภาพที่แท้จริง และเป็นการแก้ปัญหาและก้าวข้ามปัญหาได้

อัฎฐพร รามแก้ว
IP: xxx.67.192.18
เขียนเมื่อ 

จากกรณีศึกษาการขออนุมัติจาก ครม. เป็นการทำตามหน้าที่แต่ การทำหน้าที่นั้นควรจะยึดจริยธรรมของผู้บริหารองค์กร เป็นหลัก คือ มีความซื่อตรง สุจริต มีศีลธรรม ยุติธรรม ..... การเสนอหรือขออนุมัติต่างๆ ควรมีการคิดวิเคราะห์ไตร่ตรองให้ถ้วนถี่ คิดถึงข้อดี และข้อเสียซึ่งเป็นผลกระทบในทุกๆด้าน

ยุพิน ยังแหยม
IP: xxx.130.74.133
เขียนเมื่อ 

จากการเรียนวันที่ 7 ส.ค. 55 ได้เรียนรู้ในการเขียน mind map ทำให้เราได้รู้จักคิดเป็นระบบ มีการใช้จินตนาการ และได้ความรู้ในการคิดให้เป็นระบบ ทำให้เราได้ใช้สมองทั้งสองซีก เพื่อที่เราจะได้มีการพัฒนาสมองไปได้เรื่อยๆ

ส่วนหลักสูตรบริหารตน ชนะใจคน เพื่อผลสัมฤทธิืในงานและชีวิต ทำให้เราได้เรียนรู้ว่าในอนาคตเราอยากทำอะไร อยากเป็นอะไร ทำให้เราได้คิดถึงอนาคตในข้างหน้าว่าเราควรทำอย่างไรถึงจะทำให้ชีวิตมีความสุขได้

ในการทำงานเราไม่ควรเย่อหยิ่ง ไม่ฟังใคร ไม่พร้อมรับการเปลี่ยนแปลง เราควรมีทัศนคติใหม่ ทำให้เราได้ข้อคิดในการนำไปปฏิบัติงาน ว่าในการทำงานนั้นเราควรรับฟังผู้อื่นบ้าง ไม่งั้นการทำงานก็จะไม่ราบรื่นงานทุกอย่างไม่มีคำว่ายาก

ยุพิน ยังแหยม
IP: xxx.130.74.133
เขียนเมื่อ 

จากกรณีศึกษาคุณยรรยงที่ครม. ในกรณีศึกษานี้ทำให้เราได้คิดว่าจะทำสิ่งใดควรคิดให้รอบคอบเสียก่อน เพราะในบางกรณีถ้าเราตอบอะไรที่ผิดพลาดไปก็อาจจะทำให้เกิดปัญหาขึ้นได้ จึงควรมีการตัดสินใจที่ดีและคิดให้รอบคอบ และควรมีความรอบรู้ในสิ่งที่เราจะพูดออกไปด้วยและในการทำงานควรมีคุณธรรมและจริยธรรมควบคู่กันไป

ปิญาทิพย์ พรหมพิทักษ์
IP: xxx.122.62.122
เขียนเมื่อ 

สิ่งที่ได้รับจาก กรณีศึกษา คุณยรรยงที่ครม. คือ เราจะต้องยึดถือความถูกต้องเป็นหลัก และ ยึดถือผลประโยชน์ของประเทศชาติ โดยคำนึงถึงส่วนรวมมากกว่าส่วนตน ซึ่งจะทำให้เราไม่ตกเป็นเครื่องมือของนักการเมือง

สิ่งที่ได้รับจากการอบรมวันที่ 7 ส.ค. 55 คือ ช่วงที่ 1 คือ การเรียนรู้วิธีการทำ mind mapping ที่ถูกต้อง วิธีการทำงานของสมองที่มหัศจรรย์มากๆ เทคนิควิธีการที่จะสร้างนิสัยขึ้นมาใหม่จะต้องผ่านการทำซ้ำ อย่างน้อย 100 ครั้งขึ้นไป เป็นต้น ช่วงที่ 2 คือการได้รับความรู้เรื่องการเข้าใจตนเอง ว่าเป็นคนมีคุณลักษณะพิเศษอย่างไร อะไรที่เด่น อะไรที่ด้อยและอะไรที่อยากจะทำได้ และสุดท้ายในช่วงที่ 3 คือ ได้รับความรู้เรื่องการคิดเชิงบวก เช่น เรามีน้ำตั้งครึ่งแก้ว การนอบน้อมถ่อมตน หลักการดำรงตน หลุมพรางของชีวิต ได้คติประจำใจใหม่ว่า when you don’t give up, you cannot fail. เป็นต้น

นางสาวรัตนอาภา ทรัพย์สมบัติ
IP: xxx.122.232.222
เขียนเมื่อ 

สิ่งที่ได้เรียนรู้วันที่ 7 สิงหาคม 2555

วันนี้เป็นวันที่เหมือนได้ย้อนเวลากับไปเป็นเด็ก 5 ขวบอีกครั้ง เป็นช่วงเวลาที่ได้เรียนรู้จากการวาดรูป ระบายสี การจินตนาการ พร้อมทั้งการจัดระเบียบความคิด สรุปแยกเป็นหมวดหมู่ ให้แตกแขนงออกมาก จัดลำดับความสำคัญ จากเรื่องใหญ่ไปเรื่องที่เป็นหัวข้อย่อยๆลงมา โดยการเรียนรู้การทำ Mind Map

ซึ่งข้าพเจ้าอยากแชร์ประสบการณ์การทำ Mind Map ของข้าพเจ้า ที่ข้าพเจ้าเชื่อว่าการทำ Mind Map นี้เองช่วยให้ข้าพเจ้าเรียนจบมาด้วยเกียรตินิยมอันดับหนึ่ง คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาฯ (เกียรตินิยมอันดับ 1 ไม่ใช่เครื่องวัดความสามารถที่แท้จริงของคนเรา การได้เกียรตินิยมครั้งนี้ไม่ได้เป็นเครื่องชี้ว่าข้าพเจ้าเป็นคนที่เก่งกว่าคนอื่นแต่อย่างใด แต่ที่ข้าพเจ้าภูมิใจกับการได้เกียรตินิยมครั้งนี้เพราะมันเป็นเครื่องพิสูจน์ว่าข้าพเจ้ามีความขยันหมั่นเพียรและมีระเบียบวินัยในตนเองในระดับหนึ่ง) จำได้ว่าตอนเรียนปี 1 เข้ามาปีแรก ก็ยังติดนิสัยการเรียนแบบ ม.ปลาย อ่านหนังสือ 1 คืนก่อนสอบ ซึ่งผลออกมาก็แย่มาก เกรดปี 1 เทอม 1 เป็นอะไรที่แย่สุด เทียบกับเพื่อนในกลุ่มเค้าได้ดีๆกันทั้งนั้น หลังจากนั้น ข้าพเจ้าจึงคิดว่าต้องปรับเปลี่ยนตัวเองใหม่ ต้องพิสูจน์ให้ได้ว่าเราก็ทำได้ ข้าพเจ้าเริ่มเตรียมตัวอ่านหนังสือนานขึ้น และทุกครั้งที่อ่านจะเป็นคนที่ชอบสรุปเป็น Short Note สั้นๆให้ตัวเองเข้าใจ ตอนแรกเริ่มจากการสรุปเป็นหน้าๆ เป็น bullet แต่หลังจากนั้นมีการพัฒนาการโดยการทำเป็น Mind Map ซึ่งก็ค้นพบว่ามันง่ายมากกว่าจริงๆในการที่ช่วยให้เราจดจำ เพราะสิ่งที่เราอ่านมาแล้วและเข้าใจมันแล้ว แค่ทำ Mind Map เป็น Keyword สั้นๆ พอเรามาอ่านทบทวนอีกทีมันก็จะง่ายขึ้น ไม่ต้องอ่านเยอะๆเหมือนเมื่อก่อนอีก หากไม่เข้าใจประเด็นไหนก็จะย้อนกลับไปอ่าน โดยจะรู้ว่าควรจะเริ่มอ่านตรงไหน เนื่องจากมีการจัดลำดับไว้เรียบร้อยใน Mind Map ข้าพเจ้าจะอ่านหนังสือประมาณ 1 เดือนก่อนสอบและ 1 อาทิตย์ก่อนสอบจะเลิกอ่าน โดยมีการวางแผนมาตั้งแต่แรกว่าวันไหนสอบอะไร และต้องเริ่มอ่านวิชาไหน วันไหน มีการเปรียบเทียบว่าวิชาไหนที่คิดว่าเข้าใจแล้ว ไม่ต้องใช้เวลาอ่านเยอะมาก กับวิชาไหนที่ยากและต้องทุ่มเทให้มากกว่าวิชาอื่น อันไหนต้องมาก่อนมาหลัง พอถึงเวลาก็จะทำตามแผนที่วางไว้ วันนี้อ่านวิชานี้ กี่ชั่วโมง พักกี่ชั่วโมง ทำเรื่อยไปจน 1 อาทิตย์ ก่อนสอบก็จะหยุด อาจมีการทบทวนตาม Mind Map หรือแผนผังที่สรุปเท่านั้นเอง ที่สำคัญ ออกกำลังกาย + สวดมนต์ ทำสมาธิ ช่วยท่านได้เยอะจริงๆค่ะ

วันนี้เป็นวันที่ข้าพเจ้าได้หยุดหันมามองตนเอง เรียนรู้เรื่องการบริหารตน มองหาข้อดี ข้อเสียของตนเอง รู้จักกับแรงผลักดันในการดำเนินชีวิต ประโยชน์ของการหาตนเองให้พบ การตั้งเป้าหมายในชีวิต พร้อมทั้งการมีกลวิธีที่จะทำให้บรรลุเป้าหมยอย่างชัดเจน ซึ่งมีความสอดคล้องกับเรื่องการคิดบวก การมีคุณสมบัติของข้าราชการที่ดี ไม่ตกหลุมพราง 3 ข้อ ได้แก่ “เย่อหยิ่ง – ไม่ฟังคน – ไม่พร้อมรับการเปลี่ยนแปลง” ที่หากเราสามารถนำทั้งสองอย่างมาประยุกต์ใช้ร่วมกันก็จะนำพาเราไปสู่ผลสัมฤทธิ์ในงานและชีวิตได้

      “When you don’t give up, YOU CANNOT FAIL!”
กัญจน์ณัฏฐ์ ประถมวงศ์
IP: xxx.121.174.163
เขียนเมื่อ 

การบ้าน 3 ข้อ เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2555 ข้อที่ 1 : เป้าหมายของการเข้ามาเป็นข้าราชการในอีก 10 -15 ปี ของท่านคืออะไร คำตอบ :: การเป็นหัวงานประชาสัมพันธ์ ที่มีความเชี่ยวชาญทางสายอาชีพ

ข้อที่ 2 : จากเป้าหมายนั้น วิธีการทำงานที่จะทำให้บรรลุเป้าหมาย มีดังนี้ คำตอบ :: 2.1 ใฝ่หาความรู้ให้รอบด้าน เช่น ด้านประชาสัมพันธ์ที่เป็นสายอาชีพของตัวเอง, ความรู้ด้านเศรษฐศาสตร์, ด้านกฎหมาย และด้านอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง 2.2 สร้างเครือข่ายให้กว้าง เช่น นักข่าว, สื่อมวลชน, ผู้ประกอบการ, นักลงทุน, หน่วยงานภาครัฐและเอกชน 2.3 รู้จักการประยุกต์ใช้ เช่น การปรับความรู้หรือทฤษฎีที่ได้จากการอ่าน การที่ได้ฟังจากผู้มีประสบการณ์มาปรับใช้ให้เหมาะสมกับหน่วยงานของเรา

ข้อที่ 3 : “ข้าราชการที่ดี” เมื่อเจอปัญหาไร้จริยธรรมในองค์กร จะแก้ปัญหาอย่างไร? สู้ หรือ ไม่สู้? ถ้าสู้จะมียุทธศาสตร์อย่างไร? อธิบายเป็นข้อ ๆ คำตอบ :: ก่อนอื่นตัวเราต้องตั้งสติให้มั่น แน่วแน่กับอุดมการณ์ที่เราจะไม่เป็นคนที่ประพฤติผิดศีลธรรม จริยธรรมจรรยาของการเป็นข้าราชการที่ดี ไม่คล้อยตาม ไม่หวั่นไหวไปกับแรงยั่วยุต่างๆ และเมื่อเจอปัญหาไร้จริยธรรมในองค์กร เราต้องสู้ ซึ่งอาจจะแก้ปัญหาได้โดยการให้ความรู้ ปลูกฝังการเรื่องการมีคุณธรรม จริยธรรม เสริมหลักธรรมคำสอนทางหลักพระพุทธศาสนาร่วมด้วย เพื่อพัฒนาปลูกฝังให้ข้าราชการมีจิตสำนึก และรู้จักผิดชอบชั่วดี

กมลรัตน์ หลากคุณากร
IP: xxx.53.144.129
เขียนเมื่อ 

เรียนอาจารย์ที่เคารพ

       ในการอบรมในวันที่ 7 ส.ค. 2555 ได้เรียนรู้เกี่ยวกับการเขียน Mind Map ซึ่งสามารถช่วยให้เราจำไม่ซ้ำซ้อน เป็นขั้นตอน จัดลำดับ ให้เข้าหมวดหมู่ได้ง่าย เพราะว่าโดยธรรมชาติแล้วสมองไม่ชอบตัวอักษร อาจจะนำไปใช้ในการวางแผน การวิเคราะห์ปัญหา การตัดสินใจ การนำเสนอ และความคิดสร้างสรรค์
       เรื่องการบริหารตน ชนะใจคน เพื่อผลสัมฤทธิ์ในงานและชีวิตว่า " ไม่มีคำว่ายาก มีแต่คำว่าไม่คุ้นเคย " " ไม่มีข้อมูลที่ล้มเหลว มีแต่คำสะท้อนกลับว่ายังไม่ดีพอ "  
เขมิกา ถึงแก้วธนกุล
IP: xxx.84.210.57
เขียนเมื่อ 

 สรุปการบรรยายโดยทีมงาน ศ.ดร.จีระ  หงส์ลดารมภ์ 

การบรรยายเรื่อง ธรรมดีที่พ่อทำ ต้นแบบของผู้นำกับการสร้างทุนทางจริยธรรมในองค์กร

โดย  คุณดนัย จันทร์เจ้าฉาย

วันที่ 8 สิงหาคม 2555

 

ข้าราชการที่ดีต้องมี Idol และ I do

  • ทบทวนตัวเองว่าเราได้ทำตามพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอย่างไรบ้าง
  • มี Idol  ต้องมี I do
  • การบูชาบุคคลที่ควรบูชาเป็นหนึ่งในมงคล 38 ประการ
  • การเลี้ยงดูยุวชนลูกหลานให้แสดงความเคารพต่อผู้ที่ควรบูชาอย่างไร้ขีดจำกัด
  • การแสดงออกความรักคือ การรักในภาคปฏิบัติ ต้องทำอย่างไรบ้าง
  • Life Purpose คือเป้าหมายชีวิต เข็มทิศชีวิต ต้องการอะไร ประกาศชัดเจน เช่นพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ บอกว่า “เราจะครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์แห่งมหาชนชาวสยาม”  การครองรัก ครองเรือน ครองสมณเพศ ให้ใช้ใจครอง โดยความระมัดระวัง

ต้นแบบของการเป็นผู้นำทางด้านจริยธรรม

  • เราไม่สามารถบอกว่าเป็นคนดีได้เด็ดขาด ถ้าขาดความกตัญญู
  • คนบางคนเติบใหญ่ขึ้นมา ได้การศึกษาสูงขึ้น ดูถูกพ่อแม่ขาดความรู้ ตวาดพ่อแม่
  • ความกตัญญูเป็นพระราชจริยวัตรที่งดงามของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ
  • คำที่เป็นมงคลสูงสุดในชีวิต คือคำว่ารักพ่อ รักแม่

กิจกรรมจับคู่

ให้เวลา 30 วินาที  ในการชมเพื่อนเรา 3 ข้อให้ชมมาจากใจ

เราชมอะไรที่เป็นตัวเขา

ความรู้สึกเวลาชมเพื่อนเรา

1.คนชมรู้สึกดีที่เห็นเขายิ้ม

2.คนถูกชมเวลาได้รับคำชม รู้สึกปลื้มใจ

 

ชีวิตคือพลังงาน

  • อาจารย์อิโมโตะ ทำการวิจัยเรื่องผลึกน้ำสะท้อนอารมณ์
  • โมเลกุลของน้ำแก้วแรกที่เป็นคำพูดที่บวก โมเลกุลตกผลึกสวยงามมาก
  • โมเลกุลของน้ำแก้วที่สองที่เป็นคำพูดในแง่ลบ โมเลกุลไม่สามารถตกผลึก แตกกระจาย เป็นที่มาของโรคต่าง ๆ
  • พูดดี คิดดี ไม่ต้องรอชาติหน้า จากหนังสือสุดยอดเดอะซีเคร็ด
  • ร่างกายของเรา และโลกมีน้ำเป็นส่วนประกอบ 70-80 % การเจอภัยพิบัติจากน้ำก่อนเนื่องจากจิตมนุษย์ไม่เป็นบุญกุศล
  • คนคิดดี ทำดี พูดดี จะทำให้ร่างกายแข็งแรง
  • สังคมที่เจริญแล้ว เขาจะมีคำพูดที่ก่อให้เกิดแรงสั่นสะเทือนเชิงบวก เช่น Great Awesome good  Excellence  อาริกาโต๊ะ โกไซมัส
  • ชมรมชมกันเอง เป็นผู้นำต้องแจกคำชม คนเรามีชีวิตอยู่ได้ด้วยความหวัง กังใจ

เหตุใดดินจึงหลงรักฟ้า

  • มีในประเทศไทยที่เดียวคือพระเจ้าอยู่หัวฯ รักประชาชน และประชาชนรักพระเจ้าอยู่หัวฯ

“...บุคคลที่สูงที่สุดในแผ่นดิน กำลังโน้มมาหาบุคคลที่ต่ำที่สุดในแผ่นดิน มีรอยยิ้ม สัมผัส พระองค์ท่านมองเหนือจากรูปลักษณ์ที่เป็นอยู่แต่ภายนอก แต่พระองค์ท่านแสดงให้เห็นว่ามนุษย์คืออะไร จิตวิญญาณแท้จริงคืออะไร อะไรสำคัญกว่าเปลือกนอก..” คำพูดจากอ้น ศราวุฒิ

  • ข้อคิด อย่าเป็นสังคมติดเปลือก มองอะไรเข้าไปใต้เปลือก เป็นข้าราชการต้องมองข้ามเปลือก เวลาลงพื้นที่ช่วยชาวบ้านอย่าคิดว่าเราสูงกว่าชาวบ้านหรือเสมอชาวบ้านเพราะชาวบ้านเป็นเหมือนปราชญ์ที่เราควรขอบคุณ
  • เป็นข้าราชการต้องรับใช้ประชาชน ไม่ใช่เป็นนายของประชาชน  ควรอ่อนน้อมถ่อมตน ไม่ดูถูกผู้ใหญ่
  • พระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงลงพื้นที่เพื่อสร้างขวัญกำลังใจ
  • ไม่มีพระมหากษัตริย์พระองค์ในในโลกที่ทรงทำนาเกี่ยวข้าวและมีที่นาในที่ของพระองค์เอง
  • เศรษฐกิจพอเพียงเป็นทางออกของโลก
  • เราต้องให้ความสำคัญกับเวลาเพราะเวลาผ่านแล้วย้อนไม่ได้ Reuse ไม่ได้
  • อยู่เพื่อตัวเองอยู่แค่สิ้นลม อยู่เพื่อสังคมอยู่คู่ฟ้าดิน
เขมิกา ถึงนก้วธนกุล
IP: xxx.67.225.225
เขียนเมื่อ 

สรุปการบรรายโดยทีมงาน ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์

การบรรยายเรื่อง ข้าราชการในยุคที่โลกเปลี่ยน

โดย  คุณหญิงทิพาวดี  เมฆสวรรค์

วันที่ 8 สิงหาคม 2555

 

เกริ่นนำ

  • To  obtain  knowledge  one  must  study,to  obtain  wisdom  one  must  observe.                                    Albert  Einstein
  • ทำอะไรด้วยตัวเอง จากสมองคุณ ทักษะคุณ ไม่มีอะไรตัดสินได้นอกจากตัวคุณ
  • ในยุคที่โลกเปลี่ยน จริง ๆ แล้วคือ
  1. คน  ปัจจุบัน เงินซื้อได้ทุกอย่างแม้จิตวิญญานของคน เพราะวัตถุนิยม
  2. เวลา  จริง ๆ แล้วไม่เปลี่ยน ทุกคนมีเท่ากัน ควรใช้เวลาอย่างคุ้มค่า
  3. สถานที่เปลี่ยน

ประสบการณ์การทำงาน

  • คุณหญิงทิพาวดีเริ่มต้นจากการจดทุกอย่างในที่ประชุม และเมื่อย้อนกลับมาจะทำให้เข้าใจ Character กรรมการแต่ละท่านเป็นอย่างไร
  • ทศพิธราชธรรมเป็นธรรมะของผู้ปกครองในอดีตหมายถึงพระราชา พระมหากษัตริย์ แต่ปัจจุบันเป็นธรรมะของผู้ปกครองทุกระดับ
  • วันนี้ต้องเดินทางอีกไกล ดังนั้นข้าราชการต้องสร้าง Character บางอย่างที่เป็นไปได้

สิ่งที่ควรทำสำหรับข้าราชการ

  • ต้องรู้พระราชบัญญัติข้าราชการพลเรือน ต้องเข้าใจว่ากฎหมายกำหนดอะไร มีหน้าที่อะไร อะไรที่ควรทำและอะไรที่ไม่ควรทำ อะไรคือสิทธิที่ควรได้และปกป้องสิทธิตนเองได้

            ต้องเริ่มต้นโดยการรู้จักต่อสู้เพื่อตนเอง

  • อย่างไรก็ตามข้าราชการพลเรือนต้องปฏิบัติตามกฎหมายสูงสุดของรัฐ
  • มาตรา 78 ข้าราชการต้องมีจรรยาบรรณ ยึดมั่น ปฏิบัติได้โดยถูกต้อง ไม่เลือกปฏิบัติต่อประชาชน
  • ข้าราชการพลเรือนต้องยึดมั่น 5 ข้อ และต้องให้เจ้านายยึดมั่นด้วย
  1. ยึดมั่นและยืนหยัดทำในสิ่งที่ถูกต้อง
  2. ซื่อสัตย์ สุจริต และมีความรับผิดชอบ
  3. ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความโปร่งใสและสามารถตรวจสอบได้
  4. ปฏิบัติหน้าที่โดยไม่เลือกปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรม
  5. มุ่งผลสัมฤทธิ์ของงาน
  • การทำงานในชีวิตข้าราชการเหมือนการขับรถต้องขับตามเลน และไปถึงเป้าหมายได้อย่างไร
  • ย้อนกลับไปในสมัยเด็ก ๆ ว่าตั้งเป้าหมายในอนาคตอย่างไร
  • “Good Manners will open doors that the best education cannot”  หนึ่งในมรรค 8 คือพูดจาให้เป็นประโยชน์ เป็นสาระ จะช่วยให้อนาคตการทำงานเติบโตได้

การบริหารราชการต้องเป็นไป เพื่อ*

1. ประโยชน์สุขของประชาชน

2. เกิดผลสัมฤทธิ์ต่อภารกิจของรัฐ

3. ความมีประสิทธิภาพ

4. ความคุ้มค่าในเชิงภารกิจแห่งรัฐ

5. การลดขั้นตอนการปฏิบัติงาน

6. การลดภารกิจและยุบเลิกหน่วยงานที่ไม่จำเป็น

7. การกระจายภารกิจและทรัพยากรให้แก่ท้องถิ่น

8. การกระจายอำนาจตัดสินใจ

9. การอำนวยความสะดวก

10การตอบสนองความต้องการของประชาชน

11การมีผู้รับผิดชอบต่อผลงาน

* มาตรา 3/1 พ.ร.บ ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน

ปัจจัยความสำเร็จในการทำงาน 9 ประการ

   1. มีความมั่นใจในตนเอง...ก้าวแรกที่เริ่มจากภายในตน

   2. มีเป้าหมายในชีวิต...เดินทางให้รู้ทิศ ทำกิจให้รู้กล

   3. มีความตั้งใจ...มุ่งมั่น แน่วแน่ อดทน

   4. พัฒนาตนอยู่เป็นนิจ...ลับคมขวานให้พร้อมใช้การได้อยู่เสมอ

   5. ให้โอกาสแก่ตนเอง...รู้จักรับและเลือกเมื่อโอกาสก้าวเข้ามาหา

   6. มีบุคลิกภาพที่น่าประทับใจ...สร้างนิสัยและพัฒนาบุคลิกภาพ

   7. มีน้ำใจที่กว้างแก่มวลมนุษย์...ช่วยเหลือเกื้อกูลผู้ด้อยกว่า

   8. ฉลาดคิด...คิดในทางสร้างสรรค์

   9. สั่งสมคุณธรรม...ดุจเกลือรักษาความเค็ม

   การทำงานที่ดี ควรทำสิ่งต่อไปนี้

1.นั่งสมาธิ

2.ออกกำลังกาย

3.มี Role Model เช่น คุณหญิงทิพาวดี มี รัชกาลที่ 9 และพระพุทธเจ้าเป็น Role Model

4. สร้างคุณค่าให้ตัวเองด้วยความทรนง อย่ายอมขายวิญญาณให้กับความโลภ ความโง่เขลา แต่เมื่อพลาดแล้ว หวนกลับได้ เส้นทางธรรมช่วยได้เสมอ เป็นเส้นทางที่กว้างใหญ่ และพร้อมโอบอุ้มผู้หลงผิด

ชาญศักดิ์ คูคีรีเขต
IP: xxx.7.233.50
เขียนเมื่อ 
  1. เป้าหมายของการเป็นข้าราชการในอีก 10-15 ปีข้างหน้าของท่าน คือ อะไร? ในอีกสิบปีข้างหน้า ข้าพเจ้าอยากรับราชการที่เป็นงานเกี่ยวกับทางด้าน ไอที เพราะมีความชอบเป็นทุนเดิม และอยากจะเป็นผู้พัฒนาองค์กรด้านระบบไอทีให้เป็นเอกลักษณ์ขององค์กรเอง และนำเอกลักษณ์นั้นไปเผยแพร่ให้องค์กรอื่นๆเห็น และอาจจะช่วยกันปรับปรุงให้ระบบนั้นดีเยี่ยมขึ้นๆไป

  2. จากเป้าหมายนั้น ควรจะมีวิธีการทำงาน มีความประพฤติ หรือ พฤติกรรมอย่างไร เพื่อให้บรรลุเป้าหมาย ต้องกลับไปเรียนปริญญาที่เกี่ยวกับทางด้านไอที และสอบบรรจุในตำแหน่งใหม่ และที่สำคัญคือหาความรู้กับบุคคลต่างๆที่มีความรู้ด้านไอที ทั้งจากที่ทำงานเดิม และที่ทำงานใหม่ รวมทั้งหาหนังสือและอ่านเพิ่มเติมทางอินเตอร์เน็ต ที่สำคัญต้องมีความมุ่งมั่นที่จะทำ

3.“ข้าราชการที่ดี” เมื่อเจอปัญหาไร้จริยธรรมในองค์กร จะแก้ปัญหาอย่างไร? สู้ หรือ ไม่สู้? ถ้าสู้จะมียุทธศาสตร์อย่างไร? อธิบายเป็นข้อ ๆ

- หาเพื่อนๆ รวมกลุ่มกันไว้เพื่อต่อต้านการไร้จริยธรรม
- คอยตักเตือนผู้ที่ไร้จริยธรรม อธิบายให้ทราบถึงผลเสีย
- รายงานผู้บังคัญบัญชา
นางสาวรัตนอาภา ทรัพย์สมบัติ
IP: xxx.122.232.222
เขียนเมื่อ 

สิ่งที่ได้จากการเข้าร่วมโครงการ วันที่ 8 สิงหาคม 2555

วันนี้เปิดฉากด้วยการบรรยายหัวข้อ “ธรรมดีที่พ่อทำ” โดยอาจารย์ดนัย จันทร์เจ้าฉาย เป็นเรื่องที่กระชากอารมณ์มากๆค่ะ อาจารย์ไม่ต้องพูดเยอะ อธิบายเยอะ แต่ให้เราเห็นภาพโดยมีวิดีโอหรือรูปถ่ายต่างๆมาให้เราได้ดู ได้เห็นถึงพระราชกรณียกิจ การทรงงานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ตลอดระยะเวลาที่ท่านทรงครองแผ่นดินไทย พระองค์ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ที่ทำงานหนักที่สุดในโลก ติดดินที่สุดในโลก เป็นตัวอย่างของผู้นำที่ดีที่สุดในโลก คนไทยโชคดีเหลือเกินที่ได้เกิดมาในแผ่นดินรัชกาลที่ 9

ประโยคหนึ่งที่ประทับใจ คือ “เรามี Idol แต่ไม่ I do” มันเป็นประโยคที่สั้น แต่จริง และอธิบายอะไรได้มากมายเหลือเกิน นั่นก็คือ คนไทยเราโชคดีจริงๆที่เกิดมา มี Idol ในการดำเนินชีวิตที่ดีที่สุดก็คือ องค์รัชกาลที่ 9 แต่เราไม่เคย I do เลย คือ คนไทยไม่เคยน้อมนำเอาสิ่งที่พระองค์ทรงทำไว้เป็นตัวอย่างอย่างดีแล้วมาปฏิบัติ ผลจึงทำให้บ้านเมืองเราวุ่นวายอยู่อย่างในปัจจุบัน ไม่พอเพียง ไม่รู้จักหน้าที่ของคนเอง ร้องหาสิทธิ แต่ไม่เคยทำหน้าที่ของตนให้ดี อีกสิ่งหนึ่งที่เป็นความรู้ใหม่ คือ การที่อาจารย์ยกตัวอย่างการวิจัยการวัดการตกผลึกของน้ำ ข้าพเจ้าคงต้องไปศึกษาเรื่องนี้เพิ่มขึ้นค่ะ เชื่อว่าการบรรยายเรื่องนี้เป็นแรงบันดาลใจให้กับใครหลายๆคนที่อยากปรับปรุง เปลี่ยนแปลงตนเอง

ในส่วน “คุณหญิงทิพาวดี เมฆสวรรค์” ท่านเป็นที่ชื่นชมมาก ในฐานะที่เป็นข้าราชการไทยที่เป็นผู้หญิง ที่ทั้งเก่ง กล้าหาญ ปฏิบัติหน้าที่อย่างตรงไปตรงมา ซึ่งการเล่าประสบการณ์การทำงานของท่าน ก็ช่วยทำให้เรารู้อะไรเพิ่มขึ้นอีกเยอะว่าเส้นทางการทำงานแน่นอนว่ามันจะต้องมีอุปสรรค มีปัญหา และเราควรจะจัดการกับปัญหาอย่างไร เราต้องตรงไปตรงมา รักษาสิทธิ์ของตนเอง มองการณ์ไกล เห็นประโยชน์ส่วนรวมมาก่อนประโยชน์ส่วนตน จริงจัง จริงใจ รับผิดชอบต่อหน้าที่ และยังมีเรื่องราวที่เรายังต้องเรียนรู้อีกเยอะ เพราะฉะนั้น ต้องเป็นคนที่ยืดหยุ่น พร้อมรับกับการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นเสมอ

การเสนอโครงการนวัตกรรมโดยผู้เข้าร่วมอบรมก็ทำให้เห็นว่า เพื่อนๆแต่ละกลุ่มต่างมีแนวความคิดที่ดี อยากเห็นภาพลักษณ์ของข้าราชการดีขึ้น ซึ่งข้าพเจ้าคิดว่าแม้โครงการเหล่านี้อาจจะไม่ได้เกิดเป็นรูปธรรมได้ในเวลาอันใกล้ แต่การที่เราเริ่มคิด ก็แสดงว่าเรายังมีความหวังว่าวันนั้น วันที่ระบบราชการจะกำจัดภาพลักษณ์การเป็นนายประชาชน เช้าชามเย็นชาม จะหมดไปและทำให้คนเก่งๆอยากมาทำงานราชการมากขึ้น

วันนี้วันสุดท้ายแล้ว ขอขอบคุณอาจารย์และทีมงานมากค่ะ (เชื่อว่าหลายๆคนจะได้แรงบันดาลขึ้นเยอะ หลังจากจบโครงการนี้)

ประณต ศิริมนตรี
IP: xxx.9.76.39
เขียนเมื่อ 

ในการอบรมในวันที่ 7 ส.ค. 2555 ได้เรียนรู้เกี่ยวกับการเขียน Mind Map ซึ่งสามารถช่วยให้เราจำไม่ซ้ำซ้อน เป็นขั้นตอน จัดลำดับ ให้เข้าหมวดหมู่ได้ง่าย อาจจะนำไปใช้ในการวางแผน การวิเคราะห์ปัญหา การตัดสินใจ การนำเสนอ และความคิดสร้างสรรค์ เรื่องการบริหารตน ชนะใจคน เพื่อผลสัมฤทธิ์ในงานและชีวิตว่า " ไม่มีคำว่ายาก มีแต่คำว่าไม่คุ้นเคย " " ไม่มีข้อมูลที่ล้มเหลว มีแต่คำสะท้อนกลับว่ายังไม่ดีพอ "

ประณต ศิริมนตรี
IP: xxx.9.76.39
เขียนเมื่อ 

ในการอบรมในวันที่ 8 ส.ค. 2555 ด้วยการบรรยายหัวข้อ “ธรรมดีที่พ่อทำ” โดยอาจารย์ดนัย จันทร์เจ้าฉาย อาจารย์ ให้เราเห็นภาพโดยมีวิดีโอหรือรูปถ่ายต่างๆมาให้เราได้ดู ได้เห็นถึงพระราชกรณียกิจ การทรงงานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ว่าท่านทรงงานหนักเพียงได้ แล้วเราได้เห็นอะไรจากการทรงงานของท่านบ้าง เป็นตัวอย่างของผู้นำที่ดีที่สุดในโลก ในส่วน คุณหญิงทิพาวดี เมฆสวรรค์ ท่านได้เล่าประสบการณ์การทำงานของท่านก็ช่วยทำให้เรารู้อะไรเพิ่มขึ้นอีกเยอะว่าเส้นทางการทำงานแน่นอนว่ามันจะต้องมีอุปสรรค มีปัญหา และเราควรจะจัดการกับปัญหาอย่างไร เห็นประโยชน์ส่วนรวมมาก่อนประโยชน์ส่วนตน รับผิดชอบต่อหน้าที่ และพร้อมรับกับการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นเสมอ

ลูกศิษย์ Young Civil Camp รุ่น 1
IP: xxx.8.40.147
เขียนเมื่อ 

ขอขอบคุณ                  ท่านอาจารย์                ด้านความรู้

นำให้เรา                      ได้มุ่งสู่                         จุดมุ่งหมาย

สอนให้เรา                    ได้มีเพื่อน                     ไม่เดียวดาย

ทั้งยังมี                         ความหลากหลาย        ในวิชาการ

ต่อจากนี้                      พวกเราขอ                   สัญญาว่า

จะนำพา                      ประเทศชาติ                ให้อยู่ได้

พร้อมจะทำ                  ทุก ๆ อย่าง                  สุดหัวใจ

พร้อมถวาย                  ลมหายใจ                    ให้บ้านเรา

  รายการนี้มีมากกว่า 100 ความเห็น