วันที่ ๑๒ มิ.ย. ๕๕ ผมไปร่วม เวทีสถานีความคิด การพัฒนาดัชนีชี้วัดความก้าวหน้าที่แท้จริงของประเทศไทย ครั้งที่ ๓ ที่หอจดหมายเหตุพุทธทาส

 

          ฟังแล้วผมบอกตัวเองว่า วิกฤติที่รออยู่เบื้องหน้าสังคมไทยไม่ได้มีเพียงเรื่องความขัดแย้งทางการเมืองเรื่องสี หรือผลประโยชน์ของกลุ่มการเมืองเท่านั้น   ความขัดแย้งที่จะปะทุขึ้นในที่ต่างๆ และอาจรวมตัวกันเป็นความรุนแรงใหญ่คือเรื่องการแย่งชิงทรัพยากร    โดยเฉพาะระหว่างผลประโยชน์ของชุมชนท้องถิ่นกับทุนข้ามชาติที่ร่วมมือกับการเมืองระดับชาติ 

 

          ตัวอย่างแรกคือพื้นที่สิชล-ท่าศาลา จ. นครศรีธรรมราช ดังข่าว , ,

 

          ตัวอย่างที่ ๒ เป็นเรื่องอำเภอบางสะพาน จ. ประจวบฯ ดังข่าว,

โครงการพัฒนาดัชนีวัดความก้าวหน้าแห่งชาติ เกิดจากความตระหนักว่าดัชนี GDP ที่ใช้กันในปัจจุบันไม่เหมาะสม   ไม่สะท้อนภาพการพัฒนาที่เป็นธรรม และยั่งยืน   ซึ่งจะต้องคำนึงถึงความเติบโตหรือความยั่งยืนของปัจจัยหรือทุนอย่างน้อย ๔ ด้าน คือ ทุนธรรมชาติ  ทุนมนุษย์  ทุนทางกายภาพและเงิน  และทุนทางสังคม   และที่สำคัญคือเป็นดัชนีที่คำนึงถึงการกระจายความมั่งคั่งหรือผลประโยชน์ 

 

          การแย่งชิงทรัพยากร สู่ผลประโยชน์ของบริษัทข้ามชาติ ที่ร่วมมือกับทุนไทย และนักการเมืองไทย เป็นอุปสรรคต่อความก้าวหน้าแห่งชาติที่แท้จริง

 

 

วิจารณ์ พานิช

๑๒ มิ.ย. ๕๕

 

 บรรยากาศในห้องประชุม  ไม่มีสื่อมวลชนเลย

เพราะไปทำข่าวความขัดแย้งทางการเมืองหมด


 

มีพระพุทธรูปเป็นประธานอยู่หน้าห้อง น่าจะกำกับพฤติกรรมคนไทยได้ไม่น้อย


 

ตอนบ่ายนั่งล้อมวงคุยกัน


 

ผู้เล่าเรื่องจาก ๓ พื้นที่ ในภาพนักเรียนชั้น ม. ๕

ของโรงเรียนรุ่งอรุณกำลังเล่าเรื่องบางสะพาน พูดเหมือนเป็นผู้ใหญ่