ด้วยแรงกำลังของเด็กที่พร้อมจะต่อสู้แต่อาวุธต่าง ๆ ก็ไม่ค่อยจะมีติดตัวเท่าใดนัก จึงต้องยอมพ่ายแพ้ในบางครั้ง หรือถ้าภัยมากเกินตัวจริงก็คงต้องรอให้มือของคนที่มีกำลังมากกว่าเข้ามาช่วยเหลือ พวกเขาถึงจะปลอดภัย ใช่ไหม!!!

          สายของวันหยุดเรามานั่งกดโทร.เล่นเพื่อดูเบอร์ที่บันทึกในโทร.กดไปเรื่อย ๆ เห็นเบอร์หนึ่งเราไม่ได้บันทึกชื่อ ก็สงสัยว่าเจ้าของเบอร์นั้นเป็นใครจึงได้โทร.ไปสอบถาม ผู้ชายคนหนึ่งรับด้วยน้ำเสียงดีใจมากซึ่งเขาบันทึกเบอร์เราอยู่แล้ว

ชาย     :         อาจารย์มิวดีใจจังครับที่อาจารย์โทร.มา

เรา      :         (จำเสียงเขาได้ทันที) อ้อคุณเกตุดนัยเหรอคะ ขอโทษด้วยนะคะที่ไม่ได้โทร.ติดต่อคุณเลย สบายดีนะคะ แล้วเด็กสามคนเป็นอย่างไรบ้างคะ ตอนนี้ไปทำงานที่ไหนคะ คงดีใจที่ได้รับสัญชาติไทยเหมือนพี่ๆเสียที

ชาย     :         อาจารย์มิวครับเด็กทั้งสามก็ยังเหมือนเดิมไม่ได้รับการติดต่อจากอำเภอเหมือนเดิม ยังถูกอำเภอปฏิเสธเหมือนเดิม

เรา      :         ตั้งแต่คราวนั้นคิดว่าทางอำเภอติดต่อเด็กทั้งสามแล้ว

ชาย     :         ผมเกรงใจอาจารย์มิวเลยไม่ได้โทร.ไปเล่าเรื่องราวต่าง ๆ

เรา      :         ขอโทษด้วยนะคะ และต่อไปไม่ต้องเกรงใจนะคะ เรายินดีและเต็มใจช่วยเสมอค่ะ ขอโทษอีกครั้งนนะคะ อย่างไรจะช่วยติดตามอีกครั้งนะคะ

          จากนั้นก็สอบถามข้อเท็จจริงซึ่งก็เป็นข้อเท็จจริงเดิม ๆ แต่ด้วยเวลาหลายปีแล้วเราก็จำอะไรไม่ค่อยได้ แต่เมื่อวางสายแล้ว สิ่งหนึ่งที่ฉันรู้สึกได้ ฉันรู้สึกผิดมากที่ไมได้ติดตามความคืบหน้าจากพวกเขา คิดไปเองว่าคราวที่แล้วปลัดได้ทำเรียบร้อยแล้ว

          ทำไมนะ เพราะเหตุใด ถ้าไม่มีใครเข้าไปกระตุ้น เข้าไปตรวจสอบการกระทำของเจ้าหน้าที่ เจ้าหน้าที่ก็จะไม่แก้ไข เปลี่ยนแปลงสิทธิต่าง ๆ ของชาวบ้านเชียวหรือ เด็กทั้งสามดำเนินเรื่องเอง ติดตามเรื่องเอง แต่ก็ถูกปฏิเสธ ให้รอก่อนยังไม่มีความจำเป็นต้องเดินทางออกนอกพื้นที่ก็ยังไม่ทำให้งั้นหรือ ด้วยแรงกำลังของเด็กที่พร้อมจะต่อสู้แต่อาวุธต่าง ๆ ก็ไม่ค่อยจะมีติดตัวเท่าใดนัก จึงต้องยอมพ่ายแพ้ในบางครั้ง หรือถ้าภัยมากเกินตัวจริงก็คงต้องรอให้มือของคนที่มีกำลังมากกว่าเข้ามาช่วยเหลือ พวกเขาถึงจะปลอดภัย ใช่ไหม!!!

          เราก็ไม่รู้หรอกว่าเรามีกำลังมากกว่าหรือไม่ แต่เรารู้ว่าเรามีความรู้ที่จะปกป้องเด็กทั้งสามได้ และเรายังเป็นคนคอยกระตุ้นไม่ให้เด็กล้มไปมากกว่านี้ได้อย่างแน่นอน