การศึกษาไทยในปัจจุบันยังคงมุ่งเน้นในการผลิตคนเพื่อสังคม อาจจะมาจากหลักสูตรที่ยังไม่สอดคล้องกับชีวิตของคนไทยมากนัก ตลอดระยะเวลากว่าหนึ่งทศวรรษที่มีการจัดระบบการศึกษาไทย ได้มีการเปลี่ยนแปลงไปหลายอย่างโดยส่วนใหญ่จะยึดเอา โรงเรียน คุณครู นักเรียน และเนื้อหาวิชาเป็นหลักโดยยังไม่ค่อยให้ความสำคัญกับสภาพแวดล้อมอย่างอื่นเท่าที่ควร ซึ่งเป็นการปรับเปลี่ยนเฉพาะรูปแบบที่หนีไม่พ้นการพายเรือในอ่าง ไม่ค่อยแตกต่างจากการศึกษาในตอนต้นเท่าไร ถ้าหากการศึกษาของเด็กไทยยังคงเป็นไปในรูปแบบนี้ต่อไปผลเสียก็อาจจะเกิดกับนักเรียนและสังคม เพราะว่านักเรียนจะกลายเป็นผู้ที่มีแต่ความรู้แต่ไม่สามารถนำไปปฎิบัติได้ เนื่องจากเข้าไปไม่ถึงปัญหาที่แท้จริง ในส่วนของหลักสูตรก็ยังคงเน้นเกี่ยวกับการจดจำ ท่องจำเนื้อหา เรียนเฉพาะในห้องเรียนบางครั้งก็ขาดประสบการณ์นอกห้องเรียน
ดังนั้นเพื่อให้การศึกษาไทยมีการพัฒนาให้ทันต่อโลกแห่งเทคโนโลยี ดิฉันคิดว่าการศึกษาไทยควรมีลักษณะดังต่อไปนี้
1. เนื่องจากยุคนี้เป็นยุคของเทคโนโลยี หลักสูตรการศึกษาน่าจะนำเอาเรื่องของ IT มาบูรณาการในการเรียนการสอนก็อย่างเช่น ให้ผู้เรียนสมัครเว็บไซต์ที่เกี่ยวกับการศึกษา เพื่อให้ผู้เรียนได้เข้าไปหาข้อมูล ความรู้จากหลายๆแหล่งเป็นการฝึกให้ผู้เรียนเกิดความกระตือรือร้นและเกิดความสนใจในการเรียนมากขึ้น
2. การศึกษาไทยต้องเน้นผู้เรียน คือเปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้มีส่วนร่วมในการเรียนการสอนตามความถนัดของแต่ละบุคคล เนื่องจากต่างคนก็ต่างมีความคิดที่แตกต่างกันออกไปเช่น บางคนชอบที่จะแสดงความคิดเห็นแต่บางคนชอบนั่งฟังเงียบๆ ซึ่งข้อแตกต่างเหล่านี้ทำให้ผู้สอนสามารถนำไปคิดวิเคราะห์เพื่อวางแผนการเรียนการสอนได้ ทำให้การเรียนการสอนมีความหลากหลายมากขึ้นผู้เรียนก็สนุกและมีความสุขในการเรียนวิชานั้นๆ
3. ประเทศไทยได้เข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งในประชาคมอาเซี่ยน อีกไม่กี่ปีข้างหน้าก็จะเกิดการค้าขาย แลกเปลี่ยนทางด้านประเพณีวัฒนธรรม ภาษา เศรษฐกิจ ต่างประเทศจะเข้ามาลงทุนมากขึ้นทำให้เกิดความหลากหลายของเชื้อชาติ เราจำเป็นต้องพัฒนาในทุกๆด้านให้ทัดเทียมกับนานาประเทศโดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านการศึกษา เนื่องจากเด็กไทยยังคงไม่เก่งในเรื่องของภาษาและกลัวที่จะสื่อสารกับชาวต่างชาติ ดังนั้นการศึกษาไทยควรบูรณาการหลายๆวิชาเข้าด้วยกันโดยเฉพาะอย่างยิ่งวิชาภาษาอังกฤษ เพื่อเป็นการเพิ่มทักษะให้กับผู้เรียน
4. การศึกษาควรมุ่งยกระดับของงาน แรงงานที่มีคุณภาพ รวมทั้งมีการกำหนดมาตรฐานในการศึกษาที่แน่นอนมีการจัดรูปแบบการประกันคุณภาพการศึกษาทุกระดับและที่สำคัญควรมีการส่งเสริมมาตรฐาน พัฒนาวิชาชีพครู บุคลากรทางการศึกษา
5. จุดด้อยของเด็กไทยอีกอย่างหนึ่งคือไม่กล้าแสดงออก กลัวว่าถ้าพูดหรือทำลงไปแล้วมันจะผิดเมื่อผิดแล้วก็กลายเป็นความกลัวจึงไม่กล้าที่จะคิดและแสดงออก ซึ่งแตกต่างจากเด็กในต่างประเทศที่กล้าคิดในสิ่งที่แตกต่างและไม่กลัวการแสดงออก ดังนั้นการปลูกฝังเจตคติในเรื่องของความกล้าก็น่าจะเป็นการแก้ปัญหาได้ในระดับหนึ่ง
สุดท้ายแล้วการศึกษาไทยก็ยังคงมีคุณภาพที่ไม่ค่อยน่าพอใจนัก ทั้งนี้อาจจะมาจากหลายอย่างก็เป็นได้เช่น ขาดการอบรมบ่มนิสัยจากครอบครัว ไม่ได้รับการปลูกฝังวัฒนธรรม จริยธรรม ความดีงามและภมูิปัญาไทยที่เพียงพอ การเข้ารับการศึกษาก็ยังไม่กว้างขวางไม่ทั่วถึงและไม่เป็นธรรม เกิดความเลื่อมล้ำในการเข้ารับการศึกษา ยังมีคนที่พลาดโอกาสและด้อยโอกาสที่จะเข้ารับการศึกษาอีกจำนวนมาก ทางด้านการบริหารจัดการศึกษายังขาดประสิทธิภาพและประสิทธิผลอยู่ ด้วยเหตุผลทั้งหมดทั้งมวลที่กล่าวมาข้างต้นนี้ จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องมีการพัฒนาการศึกษาไทยให้ก้าวสู่ความเจริญและทัดเทียมกับนานาประเทศ
ขอบคุณที่มา
htt;p//school.obec.go.th/sup_br3/ed-2.htm
การบันทึกนี้ยังคงมีเนื้อหาเหมือนกับบันทึกเรื่องแนวทางการพัฒนาการศึกษาไทยเนื่องจากบันทึกครั้งก่อนมีความผิดพลาดหลายประการ จึงได้ทำการเขียนใหม่โดยเพิ่มในส่วนของความคิดเห็นของตนเองลงไปตามคำแนะนำของ อ วิไล และใจความให้ดูกระชับขึ้นค่ะ