ในค่ายออกชุมชนประจำปีที่ผ่านมาที่ทางคณะผมจัดขึ้น กลุ่มออกชุมชนของผมได้พบกับผู้สูงอายุหนึ่งที่มีความเจ็บป่วยทางกาย แต่ก็ตามสามารถปรับตัวอยู่กับสภาพทางกายได้อย่างมีความสุข

คุณยาย จ. อาศัยอยู่บ้านชั้นเดียวกับลูกหลาน 2-3 คนได้รับบาดเจ็บกระดูกfibular ข้างซ้ายหักออกจากกัน ทำให้ตาตุ่มด้านนอกมักห้อยลงมาขณะเดิน คุณยายจึงนำผ้ายืดมา่พันไว้รอบข้อเท้า คุณยายไม่ได้รับการผ่าตัดต่อกระดูกเพราะกลัวว่าเมื่อผ่าแล้วจะเดินไม่ได้ ปัจุบันคุณยายสามารถเดินได้แต่ลำตัวเอียง เมื่อเดินเป็นระยะไกลมักใช้ walker ช่วยเดินเนื่องจากกลัวจะล้ม นั่งยองๆนั่งพับเพียบกับพื้นไม่ได้ นอกจากนี้คุณยายมีโรคประจำตัวได้แก่โรคกระดูกพรุนและกล้ามเนื้อไหล่อ่อนแรงยกแขนขึ้นได้เพียง 90 องศา แต่ไม่ส่งผลต่อการทำกิจกรรม จากการสอบถามในด้านการแสดงความสามารถในการทำกิจกรรมและการสำรวจสภาพแวดล้อมในบ้าน พบว่าคุณยายสามารถทำกิจวัตรประจำวันได้ด้วยตนเอง ในยามว่างคุณยายได้ทำกิจกรรมที่ชอบได้แก่การทำอาหาร เด็ดผักขาย การทำกิจกรรมส่วนใหญ่นั่งบนเก้าอี้สูงหรือม้ายาวทำให้นั่งได้มั่งคง ตอนเย็นคุณยายมักเดินเล่นบริเวณบ้าน แต่คุณยายไม่ได้ไปวัดได้เหมือนแต่ก่อน เพราะไม่มั่นใจในภาพพจน์ของตนเอง และเกรงเป็นภาระแก่ลูกหลาน อย่างไรก็ตามคุณยายมีงานทำบุญบ้านปีละ 1 ครั้ง นักศึกษากิจกรรมบำบัด(ผมเอง)จึงลงความเห็นว่าคุณยายยังสามารถทำกิจกรรมในชีวิตได้อย่างคุณค่า และกิจกรรมที่คุณยายทำยังคงไว้ซึ่งความสามารถที่จำเป็นอยู่ได้ จึงแนะนำให้ทำต่อไป และแนะนำญาติอาจพาคุณยายไปวัดเป็นครั้งคราว โดยไม่ต้องนั่งพับเพียบแต่ให้นั่งเก้าอี้สำหรับผู้สูงอายุ คุณยายจะได้พบปะสังคมกับผู้สูงอายุคนอื่นๆ และได้มีส่วนร่วมทางด้านศาสนาและจิตวิญญาณ อันเป็นบทบาทที่ส่งเสริมคุณค่าและความหมายแก่ในชีวิต

ทางด้านนักศึกษากายภาพบำบัดได้ประเมินสภาพร่างกายและมีความเห็นว่าท่าทางการเดินเกิดจากโครงสร้างของกระดูก อย่างไรก็ตามได้สอนการพันผ้าอย่างถูกวิธีให้คุณยาย และในส่วนของกล้ามเนื้อไหล่ที่มีการอ่อนแรงก็ใช้การช่วยยกค้างไว้จนสุดช่วงการเคลื่อนไหวเพื่อคงช่วงการเคลื่อนไหวของข้อไหล่ ในส่วนนี้ผมเห็นว่าผมกับนักศึกษากายภาพบำบัดสามารถรวมองค์ความรู้และประยุกต์เป็นกิจกรรมให้คุณยายทำในชีวิตประจำวัน แต่ด้วยเวลาที่จำกัดทำให้ต้องกลับเสียก่อน