คนไข้กระโดดตึก...๑ ราย เมื่อหลายปีก่อน
คือ ความสูญเสียใจอันยิ่งใหญ่ในการทำงาน เราจึงต่างมาทบทวน หลังจากเราถูกย้ายที่ทำงานไปอยู่ที่ตึกร้างเตรียมทุบ




นวัตกรรมเรื่อง VIP CARE ต่อการเฝ้่าระวังและให้การดูแลผู้ทำร้ายตนเองอย่างบูรณาการ
นพ.เอกลักษณ์ แสงศิริรักษ์และคณะ
กลุ่มงานจิตเวช โรงพยาบาลยโสธร
ความเป็นมา
จากสถานการณ์และสภาพปัญหาฆ่าตัวตายในพื้นที่เขตความรับผิดชอบของกลุ่มงานจิตเวชโรงพยาบาลยโสธรมีจำนวนเพิ่มขึ้นเรื่อยๆจากปี 2554 – 2555 จำนวน 2 - 3 ราย ทั้งในรายฆ่าตัวตายสำเร็จและไม่สำเร็จ ส่วนใหญ่จะเป็นผู้ป่วยเรื้อรังที่มารับการรักษาทางโรคจิตเวช มีสาเหตุแต่ละรายที่แตกต่างกัน เป็นต้นว่า ขาดยา การรับยาไม่ต่อเนื่อง ทานยาไม่ถูกต้องตามแผนการรักษาของแพทย์ ดื่มสุรา ใช้สารระเหย มีปัญหาครอบครัว จากการศึกษาบริบทของครอบครัวพบว่า การดูแลผู้ป่วยยังไม่เหมาะสม เมื่อประสบกับปัญหาที่เป็นสาเหตุกระตุ้นซ้ำทำให้กระบวนการคิดแก้ไขปัญหาไม่เหมาะสมและเลือกทำร้ายตนเอง ในบางรายถึงขั้นเสียชีวิต ดังนั้นผู้รับผิดชอบงานได้ตระหนักในปัญหาและปรากฏการณ์ดังกล่าวจึงมีความสนใจในการดูแลผู้ป่วยแบบบูรณาการ ด้วยการนำแนวคิดในเรื่องการเยี่ยมบ้าน มาบูรณาการใช้ร่วมกับการวางแผนการรักษาเยียวยาอย่างครอบคลุมและต่อเนื่อง ดังนั้นจึงได้พัฒนาเป็นนวัตกรรม VIP CARE ต่อการเฝ้าระวังและให้การดูแลผู้ทำร้ายตนเองอย่างบูรณาการ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อ(๑) พัฒนางานบริการให้มีคุณภาพตามมาตรฐานอย่างต่อเนื่องและพัฒนารูปแบบบริการที่เป็นเลิศ มาใช้ในการบำบัดช่วยเหลือ ตามกระบวนการจัดการความรู้ (๒) เพื่อให้ผู้ทำร้ายตนเองและครอบครัวเข้าใจปัญหา สามารถเผชิญปัญหา และพิจารณาทางเลือกในการแก้ไขปัญหาได้อย่างเหมาะสม
รายละเอียดโครงการ
ในการดำเนินงานตามนวัตกรรมอันเป็นแนวทางการดูแลแบบใหม่นี้ใช้แนวทาง R2R เป็นเครื่องมือในการศึกษานวัตกรรมครั้งนี้ มีแนวทางการพิจารณาตามเกณฑ์ VIP CARE ดังนี้ คัดเลือกผู้ป่วย SEVERE MDD ผู้ป่วยชายอายุ ๓๐-๔๐ ปี มีประวัติ Schizophreniaมีประวัติ Substance dependenceและแพทย์วินิจฉัยเข้าเกณฑ์ ทีมผู้ดูแลประกอบไปด้วย จิตแพทย์ แพทย์เวชศาสตร์ครอบครัว พยาบาลจิตเวช เภสัชกร แพทย์แผนไทย ผู้รับผิดชอบงานจิตเวชใน รพ.สต. ผู้นำชุมชน อสม. และญาติผู้ป่วย วางแผนในการดูและลงเยี่ยมผู้ป่วยร่วมกัน และมีแนวทางการดำเนินงานดังนี้ (๑) ประเมินความเสี่ยงในการทำร้ายตนเองคัดเลือกเฉพาะในกลุ่มผู้ป่วยที่มารับบริการในคลินิกจิตเวช (๒) แบบประเมิน 2Q, 9Q, 8Q (๓) ให้การดูแลผู้ป่วยที่มีแนวโน้มในการทำร้ายตนเองตามแผนการรักษาผู้ป่วย และผู้ที่มีแนวโน้มในการทำร้ายตนเอง (๔) การรักษาด้วยยา และพฤติกรรมบำบัด (๕) การติดตามการรักษา การดูแลต่อเนื่องที่บ้าน โดยเน้นให้เครือข่ายทีมสุขภาพในพื้นที่รับผิดชอบมีส่วนร่วมในการติดตาม และ (๕) ตามแนวทางการดำเนินงานการดูแลผู้ป่วยแบบ VIP CARE ซึ่งมีทั้งหมด ๖ ครั้ง ครั้งแรกเป็นการประชุมทีมโดยเชิญผู้ดูแล ผู้ป่วย พบแพทย์ ให้ความรู้เรื่องการดูแลผู้ป่วยที่มีภาวะซึมเศร้าและการป้องกันการทำร้ายตนเองที่บ้าน ครั้งที่ ๒ ถึงครั้งที่ ๖ เยี่ยมประเมินอาการผู้ป่วยที่บ้าน และครั้งสุดท้าย ครั้งที่ ๖ ร่วมประเมินตามอาการผู้ป่วย
ผลการศึกษา
ผู้ป่วยที่เข้าร่วมโครงการพัฒนานวัตกรรมVIP CARE ต่อการเฝ้่าระวังและให้การดูแลผู้ทำร้ายตนเองอย่างบูรณาการ มีทั้งหมด ๓ คน ได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิด รับประทานยาตามแผนการรักษาได้ถูกต้องและไม่ขาดยา ครอบครัวและชุมชนมีส่วนร่วมในการดูแลและมีความรู้ความใจการดูแลผู้ป่วยอยู่ในระดับมาก เมื่อประเมินภาวะซึมเศร้าโดยใช้เครื่องมือ แบบประเมิน 2Q, 9Q, พบว่าไม่มีภาวะซึมเศร้า และ 8Qปฏิเสธความคิดทำร้ายตนเอง มีแนวโน้มที่จะฆ่าตัวตายอยู่ในระดับต่ำ
บทสรุปการเรียนรู้
การพัฒนานวัตกรรมครั้งนี้ทำให้กระบวนการดูแลช่วยเหลือผู้ป่วยได้ครอบคลุมสมบูรณ์มากขึ้นมีความรวดเร็ว ต่อเนื่อง และเน้นกระบวนการทำงานในเชิงรุกในมิติเชิงส่งเสริมป้องกัน บูรณาการร่วมกับการรักษา และการฟื้นฟูไปพร้อมๆ กัน ก่อให้เกิดการดูแลอย่างครอบคลุมและไร้รอยต่อ (Seamless) โอกาสในการพัฒนาต่อคือ การขยายผลให้ครอบคลุมในผู้ป่วยกลุ่มเสี่ยงมากขึ้น
....
นี่คือ...อีกหนึ่งผลงานที่เชื่อมโยงในเรื่อง HA & R2R & KM
๑๙ กรกฎาคม พ.ศ.๒๕๕๕