เหตุการณ์ปากระจก ไม่ใช่พึ่งเกิดขึ้น มีมานานจนฝังลึกในสายเลือดเฉพาะคนชั่วที่อาศัยแผ่นดินศรีอยุธยา ไม่มีวันหมดสิ้น เหตุการณ์นี้ ผู้เขียนไม่มีวันที่จะลืม ยิ่งเห็นข่าว ยิ่งฝังใจ

ปาหิน

 

        เมื่อเช้านี้ (พุธ ๑๘ กรกฎษคม ๒๕๕๕) ดูข่าว  T.V-3 โดยคุณสรยุทธ ผมคิดว่า เหตุการณ์แบบนี้ จะหมดสิ้นไปจาก อยุธยา และหมดสิ้นไปจากแผ่นดินไทย แล้ว เมื่อครั้ง มีคนเสียชีวิตจากเหตุการณ์แบบนี้

                     โฉมหน้าคนชั่วมือปาหิน

                (ภาพ : รายการเช้าวันนี้ T.V-3)

 

         การปาหินใส่ รถที่เขาไม่ได้ ทำอะไรให้เลย ต้องมาจบชีวิต ด้วยน้ำมือคนสิ้นคิด เห็นแก่ได้เพียงทรัพย์สิน เล็ก ๆ น้อย ที่ไม่คุ้มกับชีวิต ของคน คนหนึ่ง หรือหลาย ๆ คน ที่นั่งมากับพาหนะที่เขาอาศัยมา ท่านคงจำได้นะครับ ที่พวกวายร้าย ปาหิน โดนผู้แสดง ที่เป็นคนแคระ เสียชีวิตไม่นานมานี้

        เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๑๖ ผู้เขียนมีโอกาสเดินทางไปกรุงเทพฯ สมัครสอบ เพื่อศึกษาต่อในระดับปริญญาตรี สมัยนั้ยรถปรับอากาศชั้นหนึ่งยังไม่มี รถโดยสารประจำทางก็ไม่กี่คัน ต้องอาศัย รถบรรทุก ที่ส่งของไปกรุงเทพฯ จะอาศัยเขาไป เพราะรถประจำทาง น้อยมาก เมื่อเสร็จธุระก็เดินทางกลับ ไปที่ขนส่งหมอชิต หน้าสวนจตุจักร ปัจจุบัน โชคดี มีรถกลับ รถร่วม สีส้ม บังเอิญวันนั้นเจอเพื่อนรุ่น ที่เรียน ม.ศ. ๓ ด้วยกัน เขากลับบ้านเป็นนิสิต จุฬาฯ จึงนั่งกลับบ้านด้วยกัน ที่นั่งเดียวกัน เพื่อนเขานั่งชิดขอบหน้าต่าง จึงขอเปลี่ยน เพราะต้องการลมจากด้านนอก ผู้เขียนไม่ค่อยสบาย

       ผู้เขียนกับเพื่อนได้ที่นั่ง ฝั่งตรงข้ามกับพนักงานขับ ประมาณ ช่วงกลาง ๆ ค่อนไปด้านหน้า ออกเดินทางในเวลากลางคืน รถวิ่งไม่เร็วเหมือนสมัยนี้ จะรับคนโดยสาร ตลอดเส้นทาง การเดินทางลำบากมาก ก่อนหลับได้ดึงกระจกลง เพราะเมื่อรถวิ่งลมจะพัดแรง  ต่างคนต่างหลับ

        เมื่อถึงวังน้อยอยุธยา เหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น เสียงดังเหมือนโดนระเบิด ทุกคนตกใจตื่นทั้งคันรถ แต่รถไม่เป็นอะไร ยังวิ่งต่อ พนักงานขับก็ไม่กล้าจอดทั้ง ๆ ที่รู้ว่ามีผู้บาดเจ็บ ผู้เขียนเป็นคนที่ได้รับบาดเจ็บเอง แต่โชคดี ครับ ก้อนหินโดนที่ต้นแขนซ้ายถ้าสูงนิดหนึ่ง เป็นศีรษะอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้  ก้อนหินคงตกนอกรถ กระจกฝั่งในเนื้อต้นแขน เพื่อนที่นั่งด้วยกันได้ใช้ผ้าเช็ดหน้า มาซับ ๆ ผู้เขียนบอกเจ็บเพราะเศษกระจก ยิ่งจมลงในบาดแผล บริเวณนั้นไม่มี โรงพยาบาล ไม่เจริญเหมือนปัจจุบัน และพนักงานขับรถ ไม่กล้าจอด ผมได้แต่นั่งกุมบาดแผล ด้วยความเจ็บปวด  ผ้าเช็ดหน้าผืนน้อยของเพื่อได้ช่วยห้ามเลือดไว้ได้ บาดแผลไม่สาหัส พอทนได้ โดยมาก เขามักจะปาให้โดนด้านหน้า คนขับมากกว่า เพราะต้องการให้รถพลิกคว่ำ จะได้เก็บสิ่งของมีค่า จากผู้โดยสาร วันนั้นจึงนับว่าโชคดี ที่รถไม่เป็นอะไร นอกจากผู้เขียนคนเดียวที่บาดเจ็บ พนักงานขับรถคงพบเห็นเหตุการณ์แบบนี้บ่อย

        จนรถวิ่ง ถึงบ้าน ในเช้าวันรุ่งขึ้น (บ้านผู้เขียนห่างจาก นครราชสีมาประมาณ ๑๒๐ กิโลเมตร) ผู้เขียนไม่ได้เข้าบ้าน รถโดยสารผ่านอนามัย จึงให้จอดที่หน้าอนามัย ไปรับการรักษา พนักงานอนามัย ใช้ครีมค่อย ๆ ดึงเศษ กระจกออก และทำแผลเสร็จ จึงได้กลับบ้าน

            สาเหตุการปาหิน เพื่อต้องการ ให้รถ พลิกคว่ำ จะไปเอาทรัพย์สินเขา หรือ ถ้าป็นเวลา กลางวัน ให้สังเกต อีกไม่กี่ กิโลเมตรจะมีร้าน ทำกระจกรถ นี่เป็นคำ บอกเล่า สำหรับผู้มีประสบการณ์

        สมาชิก  GTK ที่ขับขี่ไปแถวนั้น ควรระวังให้มากครับ ข่าววันนี้เจอรถตำรวจเอง รถทุกคันที่โดนไม่กล้าจอด แต่นี่รถตำรวจ (เป็นตำรวจองครักษ์ของพระองค์เจ้าโสมสวลี ที่กลับจาก การไปอารักษ์ตามข่าว) จึงถอยกลับ แม่ค้าให้ความร่วมมือ จึงจับได้ คนชั่ว ผู้นี้จึงนำภาพ ใบหน้ามาฝาก ครับ ท่านอาจได้เห็นจาก T.V แล้ว ทำวันละ ๕ ครั้ง อาทิตย์ หนึ่งเท่าไร มันทำได้อย่างไรบางวันก็ได้ยินข่าว ทุบกระจกรถ เพื่อเอาทรัพย์สินเขา ...เลว

        ผู้เขียนไม่ไปสอบเรียนต่อที่ วิทยาลัยวิชาการศึกษา(ปัจจุบันมหาวิทยาลัยศรีนครีนครินทรวิโรฒฯ ที่สมัครไว้ครานั้น ถือว่าเป็นลางร้าย ผู้เขียนไปสมัครสอบ บรรจุที่จังหวัด ของผู้เขียน  ได้บรรจุเป็นครูปีนั้นครับ เหตุการณ์ปากระจก ไม่ใช่พึ่งเกิดขึ้น มีมานานจนฝังลึกในสายเลือดเฉพาะคนชั่วที่อาศัยแผ่นดินศรีอยุธยา ไม่มีวันหมดสิ้น เหตุการณ์นี้ ผู้เขียนไม่มีวันที่จะลืม  ยิ่งเห็นข่าว ยิ่งฝังใจ... สวัสดีครับ