โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง คุกคามชีวิตมากกว่าที่คุณคิด
มีเรื่องอยากจะแชร์ให้เพื่อนๆฟังค่ะ เกี่ยวกับภัยใกล้ตัวที่คาดไม่ถึงเลยจริงๆ เมื่อปีที่แล้ว เราพาพ่อไปตรวจที่โรงพยาบาล เพราะพ่อเราสูบบุหรี่จัดแล้วก็ไอทั้งวัน แลดูเค้าทรมานมากเวลาไอค่ะ เห็นพ่อไอแล้วยังเหนื่อยแทนเลย จึงตัดสินใจพาพ่อไปตรวจ ที่โรงพยาบาล พอผลตรวจออกมา คุณหมอบอกว่าพ่อเป็นโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง ตอนแรกพอหมอบอกว่าเป็นโรคนี้ไม่ค่อยรู้สึกอะไรเท่าไหร่ เพราะว่าไม่เคยได้ยินเกี่ยวกับโรคนี้มาก่อน อีกอย่างคิดว่าคงไม่ร้ายแรงอะไร ดีใจที่ไม่ได้เป็นมะเร็งปอด แต่หมอบอกว่าโรคนี้รุนแรงและอันตรายมาก หมอบอกว่าการทำงานของปอดตอนนี้เหลือแค่ 48 % ตอนที่เรากับแม่ได้ยินแทบน้ำตาไหล กลัวพ่อเป็นอะไรไป แต่ในใจก็คิดอยู่ว่าวันนี้มันต้องมาถึงแน่ๆ เพราะเราเห็นพ่อสูบบุหรี่ทุกวันมาตั้งแต่เรายังเด็กๆ เคยบอกให้พ่อเลิกพ่อก็ไม่ยอมเลิก เค้าอ้างว่าเค้าสูบมาตั้งแต่อายุ 17 แล้ว ถ้าจะให้เลิดเด็ดขาดคงเป็นไปไม่ได้ แต่ตั้งแต่เป็นโรคนี้ก็ค่อยๆเริ่มเลิกบุหรี่ เพิ่งเลิกได้อย่างเด็ดขาดเมื่อ 2-3 เดือนที่ผ่านมานี่เองค่ะ
ใครที่คนในครอบครัวสูบบุหรี่ก็พยายามบอกให้เค้าเลิกเถอะค่ะ ไม่งั้นใครหลายๆคนอาจจะเจอเหมือนกับที่เราเจอตอนนี้ อยากบอกว่าเป็นอะไรที่สาหัสมาก เรากับแม่ต้องดูทนดูพ่อที่ป่วยอยู่ทุกวัน คนเป็นลูกเห็นพ่อเป็นแบบนี้ก็กลุ้มใจมากๆ พ่อเราไอตลอดเวลา แถมน้ำหนักค่อยๆลดลง ตอนนี้เริ่มเห็นซี่โครงแล้ว เห็นแบบนี้แล้วกลุ้มใจมากๆเลยค่ะ สงสารพ่อมาก พ่อทำอะไรเองไม่ได้เลย ขนาดแค่พูดกับกินยังแทบไม่มีเรี่ยวมีแรงเลย เค้าก็เลยไม่อยากทำอะไร อยากนอนเฉยๆ แล้วเวลาที่พ่อทำอะไรเหนื่อยๆอย่างเช่น อาบน้ำ ขึ้นบันได ( บ้านเราเป็นตึกแถว ห้องอยู่ชั้น 4 แกก็จะเหนื่อยหอบมาก ต้องนอนพักเป็นชั่วโมงๆถึงจะดีขึ้น บางครั้ง วันดีคืนดี ถ้าแกไปเจอควันบุหรี่ หรือควันจากท่อไอเสียรถ ก็ทำให้อาการกำเริบ หายใจไม่ออก ต้องไปโรงพยาบาล แต่พ่อก็รู้สึกตัวเองดีทุกอย่าง พอไปถึงโรงพยาบาลหมอก็จับใส่หน้ากากพ่นยาแล้วก็ต่อท่อออกซิเจนให้ เข้าโรงพยาบาลแต่ละครั้งทำเอาหัวใจเราหล่นลงไปถึงตาตุ่ม กลัวมากๆอะ บางทีพ่อต้องนอนที่โรงพยาบาลเป็นเดือนๆ หมดตังค์ไปหลายหมื่น ตอนแรกพ่อรับราชการอยู่แต่สุดท้ายก็ต้องลาออกมาอยู่บ้านอย่างเดียว เพราะตั้งแต่เป็นโรคนี้พ่อเราลาป่วยบ่อยมาก มาตอนนี้ แค่เงินเดือนเรากะแม่ปัจจุบ้นยังไม่พอที่เอามาจ่ายค่ารักษาหรอกค่ะ เราสองคนเลยต้องหางานเสริม เพื่อเอามารักษาพ่อ บางทีก็ท้อมากเพราะว่าเหนื่อยมาก แต่ว่าก็อยากให้พ่อหายป่วย เลยมีแรงฮึดสู้
ตอนนี้ก็มีกำลังใจดีขึ้นเพราะว่าพ่อว่าอาการพ่อดีขึ้นดีแล้วหลังจากเริ่มไปฝึกไทเก๊กกับเพื่อนๆ ตอนนี้ขึ้นบันไดได้ไม่เหนื่อยมากจนถึงขั้นหอบไปโรงพยาบาล
แต่ว่าเราก็ยังไม่ค่อยวางใจเท่าไหร่เพราะว่าหมอบอกว่าโรคนี้สามารถเสียชีวิตอย่างฉับพลันได้ถ้าหากอาการกำเริบ เพราะการกำเริบทุกครั้งทำให้ปอดของพ่อถูกทำลายไปทีละนิด ทำเอาเรากับแม่น้ำตาแทบร่วงเพราะเรารักพ่อมากๆ อยากจะอยู่กับพ่อไปนานๆ เราอยากรู้มากว่ามีโอกาสมั้ยที่จะไม่ทำให้พ่อเราเสียเพราะโรคนี้ เราก็เข้าใจว่าโรคนี้รักษาไม่หาย แต่เราอยากรู้ว่าถ้ารักษาและปฏิบัติตามอย่างถูกวิธี มันจะช่วยให้ปอดทำงานดีขึ้นได้มั้ย แล้วจะช่วยให้พ่อเหนื่อยหรือหอบน้อยลงเวลาทำกิจกรรมหรือเปล่า เราอยากให้พ่อกินข้าวได้ เดินได้เหมือนเดิม เราคิดถึงวันเก่าๆที่พ่อพาไปเที่ยวทะเล เราอยากไปกับพ่ออีก แต่ก็คงจะไม่มีวันนั้นอีกแล้ว
แล้ววันนึงเราก็ฮึดสู้ คิดว่าคงย้อนเวลาให้พ่อไม่สูบบุหรี่ไม่ได้ ก็เลยคิดว่าทำไงจะให้อาการพ่อไม่แย่ลงไปกว่านี้ เราก็เลยลุกขึ้นมา search หาข้อมูลเกี่ยวกับโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง เราหวังว่าข้อมูลพวกนี้จะมีประโยชน์ให้กับเพื่อนๆที่อาจจะมีคนที่รักป่วยเป็นโรคนี้ สังเกตง่ายๆนะ ถ้าพ่อแม่เราสูบบุหรี่จัด สูบมาหลายปีแล้ว หากมีอาการอย่างเช่นอาการไอเรื้อรัง มีเสมหะ เหนื่อยง่าย ก็เข้าข่ายเป็นโรคนี้นะ ขอให้ไปหาหมอทันทีเพื่อตรวจสมรรถภาพปอด เพราะยิ่งเรารู้เร็ว ก็รักษาได้ทันทีนะ
เราว่ายังมีอีกหลายคนไม่รู้ว่าการมีคนป่วยเป็นโรคนี้รู้สึกอย่างไร เราว่ามันเหมือนกับการมีระเบิดเวลาที่บ้านที่ไม่รู้ว่าจะระเบิดเมื่อไหร่ ทุกวันนี้แม่กะเราไม่กล้าไปที่ไหนไกลๆเลย ต้องคอยผลัดกันดูดูแลพ่อตลอดเวลา บางทีกลางดึกต้องสะดุ้งตัวตื่นขึ้นมาเพราะเสียงไอของพ่อ เราต้องร้องไห้แทบทุกคืน ยังไงเราหวังว่าข้อมูลนี้จะช่วยเพื่อนๆให้เอานำไปใช้ดูแลพ่อแม่ที่ป่วยเป็นโรคนี้นะคะ
ปล. ใครมีพ่อหรือแม่สูบบุหรี่จัดๆ ลองให้เค้าอ่านบทความนี้ดูนะคะ เผื่อว่าจะช่วยอะไรได้บ้าง
เครดิต: http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1342184244&grpid=&catid=19&subcatid=1904 และ www.thaipr.net<http://www.thaipr.net><http://www.thaipr.net>
โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง คืออะไร
โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง (Chronic obstructive pulmonary disease : COPD) เป็นกลุ่มโรคเรื้อรังในระบบทางเดินหายใจที่มักจะไม่ได้รับการวินิจฉัย โดยผู้ป่วยจะมีอาการหายใจลำบาก เนื่องมาจากปอดอักเสบและถูกทำลาย โดยโรคในกลุ่มนี้ประกอบด้วย โรคหลอดลมอักเสบเรื้อรัง (chronic bronchitis) และโรคถุงลมโป่งพอง (emphysema)
สาเหตุหลักที่ทำให้เกิดโรคปอดอุดกั้นเรื้อรังนั้นก็คืออาการอักเสบเรื้อรังในระบบทางเดินหายใจ อันเป็นผลมาจากการสูดเอาสารพิษต่างๆ เข้าสู่ปอด สำหรับในประเทศที่พัฒนาแล้ว การสูบบุหรี่ถือเป็นสาเหตุหลักของโรคกลุ่มนี้ ในขณะที่มลภาวะในอากาศก็อาจเป็นสาเหตุสำคัญได้เช่นกันในประเทศอื่นๆ ถึงแม้ว่าการสูบบุหรี่จะเป็นสาเหตุใหญ่ที่สุดของโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าการสูบบุหรี่จะเป็นสาเหตุใหญ่เพียงอย่างเดียว ผู้ที่ไม่สูบบุหรี่เลยหรือเลิกสูบมานานแล้วก็อาจล้มป่วยจากโรคนี้ได้เช่นกัน
อาการของโรคปอดอุดกั้นเรื้อรังที่พบได้ทั่วไปคือ มีอาการหายใจหอบ มีเสมหะมาก และไอเรื้อรัง ความรุนแรงของอาการของโรคปอดอุดกั้นเรื้อรังนี้จะแตกต่างกันไปในผู้ป่วยแต่ละราย
ความร้ายแรงของโรค
แม้โรคปอดอุดกั้นเรื้อรังจะเป็นโรคที่สามารถป้องกันและควบคุมได้ แต่โรคกลุ่มนี้ก็ยังเป็นสาเหตุของการเจ็บป่วยและการเสียชีวิตเป็นจำนวนมาก ทั้งยังก่อให้เกิดภาระทางการเงินในขณะทำการรักษาอีกไม่น้อย องค์การอนามัยโลก (WHO) ได้ประมาณการว่ามีผู้ป่วยจากโรคปอดอุดกั้นเรื้อรังในระดับความรุนแรงปานกลางถึงสูงอยู่กว่า 65 ล้านคนทั่วโลก โดยในปี 2548 นั้น มีผู้เสียชีวิตจากโรคนี้มากถึง 3 ล้านคน หรือคิดเป็น 5 เปอร์เซ็นต์ของจำนวนผู้เสียชีวิตทั่วโลก ปัจจุบัน โรคปอดอุดกั้นเรื้อรังถือเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับที่ 5 ของโลก และมีการคาดการณ์ว่าจะขยับขึ้นเป็นอันดับที่ 3 ภายในปี 2573 อีกด้วย โดยเฉลี่ยแล้ว ทุกๆ 1 ชั่วโมงจะมีผู้เสียชีวิตจากโรคปอดอุดกั้นเรื้อรังประมาณ 250 คนทั่วโลก หรือเท่ากับ 1 คนทุกๆ 15 วินาที นั่นเอง
จากข้อมูลผลการสำรวจการระบาดและผลกระทบจากโรคปอดอุดกั้นเรื้อรังแห่งเอเชีย (EPIC ASIA Survey) พบว่ามีจำนวนผู้ป่วยเป็นโรคปอดอุดกั้นเรื้อรังที่อายุ 40 ปีขึ้นไปมากถึง 6 เปอร์เซ็นต์ นอกจากนี้ ผลการสำรวจดังกล่าวยังเผยว่ากว่าครึ่งของผู้ป่วยโรคปอดอุดกั้นเรื้อรั้งยังไม่เคยได้รับการวินิจฉัยโรค
การกำเริบของโรค
ผู้ป่วยโรคปอดอุดกั้นเรื้อรังจะต้องเผชิญกับอาการของโรคที่กำเริบขึ้นอย่างต่อเนื่องแบบวันต่อวัน จนนำไปสู่อาการเจ็บป่วยขั้นร้ายแรงหรืออาจถึงขั้นเสียชีวิตได้ โดยอาการในขณะกำเริบของโรคกลุ่มนี้จะประกอบไปด้วยการอักเสบภายในระบบทางเดินหายใจ หรือความเปลี่ยนแปลงในสภาวะของปอด จนนำไปสู่อาการหายใจลำบาก ไอเรื้อรัง มีน้ำมูก เหนื่อยง่าย และอื่นๆ ทั้งนี้ อาการเหล่านี้มักจะเกิดมาจากการติดเชื้อที่ระบบทางเดินหายใจตอนล่างหรืออาการอักเสบที่ร้ายแรงขึ้นในบริเวณหลอดลม
โรคปอดอุดกั้นเรื้อรังนั้นมีอาการที่เห็นได้ชัดในขณะกำเริบ และมักก่อให้เกิดความหวาดกลัวและความเครียดแก่ผู้ป่วย ซึ่งจะทำให้ผู้ป่วยมีอาการแย่ลงอย่างรวดเร็วจนกระทั่งปอดทำงานผิดปกติ และมีโอกาสเสียชีวิตในเวลาต่อมา แน่นอนว่าผู้ป่วยที่มีอาการกำเริบบ่อยครั้งนั้น จะมีคุณภาพชีวิตที่แย่กว่าผู้ป่วยที่ไม่มีอาการ หรือมีอาการกำเริบเพียงน้อยครั้ง มีรายงานว่า 22 เปอร์เซ็นต์ของผู้ป่วยโรคปอดอุดกั้นเรื้อรังในระยะที่สอง 33 เปอร์เซ็นต์ในระยะที่สาม และ 47 เปอร์เซ็นต์ในระยะที่สี่นั้น (แบ่งตามแนวทางการแบ่งระยะโรคขององค์กรโรคถุงลมโป่งพองแห่งโลก – Global Initiative for Chronic Obstructive Lung Disease หรือ GOLD) มีอาการกำเริบในระดับที่ค่อนข้างถี่ ถึงแม้ว่าจะได้รับการรักษาหรือบำบัดด้วยวิธีต่างๆ แล้วก็ตาม
จากข้อมูลพบว่าอัตราการเสียชีวิตของผู้ป่วยโรคปอดอุดกั้นเรื้อรังภายในระยะเวลา 12 เดือนหลังเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลนั้น สูงกว่าอัตราการเสียชีวิตของผู้ป่วยโรคหัวใจล้มเหลวเฉียบพลันในระยะเวลาเดียวกัน นอกจากนี้ อาการของโรคปอดอุดกั้นเรื้อรังในขณะกำเริบนั้น ก็ถือได้ว่าร้ายแรงและน่ากลัวไม่แพ้โรคหัวใจ โดยผู้ป่วยหลายคนได้เปรียบเทียบอาการของโรคนี้กับการจมน้ำหรือหายใจไม่ออก
การรักษาและการจัดการ
องค์กรโรคถุงลมโป่งพองแห่งโลก หรือ GOLD ได้แนะนำว่าแนวทางที่ดีการรับมือกับโรคปอดอุดกั้นเรื้อรังควรจะครอบคลุมถึงการสังเกตการณ์และประเมินอาการของผู้ป่วย โดยรวมถึงเทคนิคและวิธีการชักชวนให้ผู้ป่วยเลิกสูบบุหรี่ และการใช้ยาเพื่อบรรเทาอาการต่างๆ ทั้งของโรคนี้และโรคแทรกซ้อนอื่นๆ ซึ่งอาจรวมถึงโรคหัวใจและหลอดเลือดด้วย ทั้งนี้ นอกจากการรักษาโดยใช้ยาแล้ว ยังควรวางแผนการรักษาอื่นๆ ไว้ด้วยเช่นการลดความเสี่ยง การให้คำปรึกษาผู้ป่วย และการฟื้นฟูสมรรถภาพของปอดด้วย
สำหรับวิธีการรักษาโรคปอดอุดกั้นนั้น ควรมุ่งเน้นไปที่การพยายามควบคุมอาการของโรคในแต่ละวัน รวมถึงการบรรเทาอาการต่างๆ เพื่อให้ผู้ป่วยสามารถออกกำลังกายและใช้ชีวิตอย่างเป็นปกติได้มากขึ้น นอกจากนี้ยังควรมีการลดความเสี่ยงของอาการกำเริบที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต การหยุดยั้งมิให้โรคมีอาการร้ายแรงยิ่งขึ้น การป้องกันและรักษาโรคแทรกซ้อน และการลดความเสี่ยงการเสียชีวิต
การรักษาด้วยการขยายหลอดลมเป็นวิธีสำหรับบรรเทาอาการของโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง โดยองค์กรโรคถุงลมโป่งพองแห่งโลก หรือ GOLD ได้แจ้งไว้ในเดือนธันวาคมปี 2554 ว่าควรให้ความสำคัญเรื่องการลดผลกระทบจากอาการในปัจจุบันและลดความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นในอนาคตอย่างเท่าๆ กัน ด้วยเหตุนี้เอง แพทย์และพยาบาลผู้ทำการรักษาจึงจำเป็นที่จะต้องมุ่งเน้นทั้งในด้านการรักษาอาการต่างๆ ในระยะสั้น และการลดความเสี่ยงในระยะยาว
ปัญหาในการรักษา
ปัจจุบันนี้ โรคปอดอุดกั้นเรื้อรังยังถือว่าเป็นโรคที่มีปัญหามากมายในการรักษา โดยส่วนใหญ่แล้ว แพทย์มักจะใช้วิธีการรักษาผู้ป่วยนี้ โรคปอดอุดกั้นเรื้อรังแบบเดียวกับผู้ป่วยโรคหอบหืด โดยยังไม่มีวิธีการรักษาโรคปอดอุดกั้นเรื้อรังโดยเฉพาะ อย่างไรก็ดี การอาการอักเสบที่พบในโรคทั้งสองนั้นแตกต่างกันอย่างมาก ด้วยเหตุนี้เอง ผู้ป่วยสองโรคนี้จึงมีอาการตอบสนองต่อการรักษาที่แตกต่างกันมาก
วิธีการรักษาโรคปอดอุดกั้นเรื้อรังในปัจจุบันนั้น ทำได้เพียงช่วยลดความรุนแรงของอาการเท่านั้น แต่ไม่สามารถใช้รักษาให้หายขาดได้ ผู้ป่วยหลายราย แม้จะได้รับการรักษาเป็นอย่างดี ก็ยังคงมีอาการกำเริบได้ จนอาจทำให้สุขภาพทรุดลงหรือแม้แต่เสียชีวิตได้ ดังนั้น โรคปอดอุดกั้นเรื้อรังจึงเป็นโรคที่สร้างภาระมหาศาลให้แก่ทั้งตัวผู้ป่วยเองและระบบสาธารณสุขทั่วโลก
สำหรับในอนาคตนั้น การวิจัยโรคปอดอุดกั้นเรื้อรังในด้านต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นผลกระทบของโรคแทรกซ้อน ประเภทต่างๆ ของโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง ความเข้าใจถึงอาการอักเสบที่เกิดขึ้นจากโรค และผลกระทบของปัจจัยอื่นๆ (นอกจากสุขภาพปอด) ที่มีต่ออาการของโรค ก็จะช่วยให้แพทย์สามารถรับมือกับโรคนี้ได้ดียิ่งขึ้น
ผลสำรวจล่าสุดเผยผลกระทบรุนแรงของโรคปอดอุดกั้นเรื้อรังในประเทศไทยและภูมิภาคเอเชีย
· ชาวไทยอายุมากกว่า 40 ปี ป่วยเป็นโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง ประมาณ ร้อยละ 5
· กว่า 2 ใน 3 ของผู้ป่วยโรคปอดอุดกั้นเรื้อรังในประเทศไทยไม่รู้ตัวว่าตนเองป่วยเป็นโรคนี้
· 1 ใน 6 ของผู้ป่วยโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง* เป็นผู้ป่วยที่อยู่ในกลุ่มอาการรุนแรง ซึ่งรวมถึง:
o ภาวะโรคปอดอุดกั้นเรื้อรังระยะรุนแรงหรือรุนแรงมาก หรือ
o ตรวจพบว่าเป็นโรคหลอดลมอักเสบเรื้อรัง มีอาการไอ มีเสมหะมาก และยังมีอาการกำเริบเฉียบพลันบ่อยครั้ง (อย่างน้อย 2 ครั้งในรอบปีที่ผ่านมา)
· มากกว่าครึ่งของผู้ป่วยโรคปอดอุดกั้นเรื้อรังในไทยต้องทนทุกข์ทรมานจากอาการกำเริบเฉียบพลันในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา
กรุงเทพฯ, 13 กรกฎาคม 2555 — บริษัท ทาเคดา (ประเทศไทย) จำกัด เผยผลการสำรวจล่าสุด ระบุว่าโรคปอดอุดกั้นเรื้อรังเป็นโรคร้ายอันเป็นภาระหนักของผู้ป่วยในทวีปเอเชีย โดยข้อมูลจากผลการสำรวจล่าสุดในหัวข้อ “ระบาดวิทยาและผลกระทบจากโรคปอดอุดกั้นเรื้อรังในทวีปเอเชีย” (Epidemiology and Impact of COPD in Asia’ survey หรือ EPIC Asia Survey) พบว่าโรคปอดอุดกั้นเรื้อรังส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตและประสิทธิภาพในการทำงาน แต่ทว่าผู้ป่วยส่วนมากกลับยังไม่รู้ตัวว่าตนเองเป็นโรคนี้ จึงไม่ได้เข้ารับการตรวจรักษาอย่างถูกต้องเหมาะสม
ศาสตราจารย์แพทย์หญิง สุมาลี เกียรติบุญศรี หน่วยโรคระบบการหายใจและเวชบำบัดวิกฤต คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี และนายกสมาคมอุรเวชช์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ เปิดเผยว่า “โรคปอดอุดกั้นเรื้อรังนั้นจะทำให้เกิดอาการปอดอักเสบเรื้อรัง ซึ่งทำให้โครงสร้างของหลอดลมเปลี่ยนไปจนแคบลง โดยอาการอักเสบนี้เกิดขึ้นจากการสูดเอาสารพิษต่างๆ เข้าสู่ปอด เช่นควันบุหรี่ ซึ่งทำให้อาการอักเสบแพร่ขยายออกไปกว้างยิ่งขึ้น”
โดยทั่วไปแล้ว โรคปอดอุดกั้นเรื้อรังทำให้อาการอักเสบและการเปลี่ยนแปลงในโครงสร้างหลอดลมรุนแรงขึ้นไปตามลำดับ และอาการจะไม่หายไป แม้ผู้ป่วยจะเลิกสูบบุหรี่1 โรคปอดอุดกั้นเรื้อรังถือเป็นโรคปอดที่มีอาการลุกลามและไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ โดยจะทำให้ผู้ป่วยหายใจลำบาก ทั้งยังอาจก่อให้เกิดอาการกำเริบอย่างรุนแรงเป็นช่วงๆ ได้อีกด้วย
*ผู้ป่วยโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง หมายถึง ผู้ป่วยที่ตรวจพบอาการโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง (COPD) โรคทางเดินหายใจอุดกั้นเรื้อรัง (COAD) โรคหลอดลมอุดกั้นเรื้อรัง (COLD) โรคหลอดลมอักเสบเรื้อรัง (chronic bronchitis) โรคถุงลมโป่งพอง (emphysema) หรือผู้ที่ยังไม่เคยตรวจพบแต่มีอาการของโรคต่างๆ ข้างต้น (โรคถุงลมโป่งพองมีอาการไออย่างต่อเนื่องและมีเสมหะเป็นเวลานานติดต่อกัน 3 เดือนเป็นอย่างน้อยในแต่ละปี ติดต่อกัน 2 ปีหรือมากกว่านั้น หรืออาการหายใจติดขัดติดต่อกันเป็นเวลา 3 เดือนหรือมากกว่า เป็นเวลา 2 ปีขึ้นไป)
_________________
[1] Global Initiative for Chronic Obstructive Lung Disease (GOLD). Global Strategy for the Diagnosis, Management, and Prevention of Chronic Obstructive Pulmonary Disease. Updated 2010. Available from http://www.goldcopd.com/
โรคปอดอุดกั้นเรื้อรังเป็นโรคที่ไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ ทั้งยังทำให้ผู้ป่วยหายใจลำบาก เนื่องจากปอดถูกทำลายและเกิดอาการอักเสบ โรคกลุ่มนี้ยังเป็นสาเหตุของการเจ็บป่วยและการเสียชีวิตเป็นจำนวนมาก องค์การอนามัยโลก (WHO)2 ได้ประมาณการว่ามีผู้ป่วยจากโรคปอดอุดกั้นเรื้อรังอยู่กว่า 65 ล้านคนทั่วโลก ปัจจุบัน โรคปอดอุดกั้นเรื้อรังถือเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับที่ 5 ของโลก และอาจขยับขึ้นเป็นอันดับที่ 3 ในปี 2573 อีกด้วย โดยในปี 2548 นั้น มีผู้เสียชีวิตจากโรคนี้ถึง 3 ล้านคน หรือคิดเป็นร้อยละ 5 ของจำนวนผู้เสียชีวิตรวมทุกสาเหตุทั่วโลก ทั้งนี้ องค์การอนามัยโลกคาดการณ์ว่าจะมีผู้เสียชีวิตเนื่องจากโรคปอดอุดกั้นเรื้อรังเพิ่มขึ้นอีกร้อยละ 30 ในอีก 10 ปีข้างหน้า นอกเสียจากว่าจะมีการจัดการป้องกัน และรณรงค์อย่างจริงจัง โดยเฉพาะพฤติกรรมสูบบุหรี่ซึ่งถือเป็นสาเหตุหลักของโรค
เมื่ออาการของโรคปอดอุดกั้นกำเริบขึ้น หลอดลมของผู้ป่วยก็จะมีอาการอักเสบรุนแรงขึ้น ทั้งยังเกิดความเปลี่ยนแปลงทางกายภาพภายในปอด ทำให้ผู้ป่วยมีอาการหายใจติดขัด หอบ ไอเรื้อรัง เหนื่อยง่าย มีเสมหะมาก และอาการอื่นๆ ที่ส่อให้เห็นถึงความผิดปกติทางร่างกาย โดยในหลายๆ กรณี ผู้ป่วยจะต้องเข้าพักรักษาตัวในโรงพยาบาล และอาจเสี่ยงต่อการเสียชีวิตได้
“ผู้ป่วยบางคนที่เป็นโรคปอดอุดกั้นเรื้อรังจะไม่สามารถทำกิจกรรมใดๆได้เลยแม้แต่กิจกรรมง่ายๆ ประจำวัน เช่น งานบ้านทั่วไปหรือแม้กระทั่งการอาบน้ำ ซึ่งก็หมายความว่าผู้ป่วยจะไม่สามารถทำงานได้โดยปกติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่ออาการของโรคค่อยๆ ทรุดลง ผู้ป่วยหลายคนเลือกที่จะอยู่บ้าน ไม่ออกไปไหน เพราะสภาพร่างกายของตนเองไม่อำนวย จึงเท่ากับว่าโรคนี้ได้สร้างภาระให้ทั้งตัวผู้ป่วยเองและคนรอบข้างอีกด้วย ดังนั้นผู้ป่วยและผู้ดูแลจึงควรได้รับความรู้และข้อมูลที่ถูกต้องเกี่ยวกับธรรมชาติและอาการของโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง รวมทั้งวิธีการรักษาที่เหมาะสม และวิธีการป้องกันโรคดังกล่าวเพื่อผ่อนคลายความเครียดในชีวิตประจำวัน อย่างไรก็ดี เนื่องจากโรคปอดอุดกั้นเรื้อรังเป็นโรคที่ไม่มีทางรักษาให้หายขาดได้ ผู้ที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงจึงควรเข้ารับการตรวจสภาพปอดอยู่สม่ำเสมอ เพื่อจะได้ตรวจหาอาการของโรคพบแต่เนิ่นๆ และรับการรักษาที่ถูกต้องและเหมาะสมต่อไป” ศาสตราจารย์แพทย์หญิง สุมาลี เกียรติบุญศรี กล่าวเสริม
จากการสำรวจ “ระบาดวิทยาและผลกระทบจากโรคปอดอุดกั้นเรื้อรังในทวีปเอเชีย” (Epidemiology and Impact of COPD in Asia’ survey หรือ EPIC Asia Survey) ซึ่งดำเนินการโดยบริษัท ทาเคดา ฟาร์มาซูติคอล ถือเป็นการสำรวจขนาดใหญ่เกี่ยวกับโรคปอดอุดกั้นครั้งแรกของเอเชีย ซึ่งครอบคลุมกลุ่มตัวอย่างจากกว่า 100,000 ครัวเรือนทั่วเอเชีย ทั้งในประเทศจีน ฮ่องกง อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ ไต้หวัน ไทย และเวียดนาม เพื่อเก็บข้อมูลเชิงลึก นอกจากนี้ การสำรวจครั้งนี้ยังมีข้อมูลจากผู้ป่วยโรคปอดอุดกั้นเรื้อรังถึง 1,800 คน ทั้งที่รู้ตัวอยู่แล้ว และผู้ที่คาดว่าน่าจะป่วยจากโรคนี้ เข้ามาช่วยสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับโรคร้ายนี้อีกด้วย
_________________
2World Health Organization, Chronic Respiratory Diseases, http://www.who.int/respiratory/copd/burden/en/index.html, Accessed 230312
ข้อมูลจากการสำรวจ EPIC Asia Survey พบว่าผู้ป่วยต้องหยุดงานอยู่บ้านเป็นเวลาเฉลี่ยถึง 42 วันในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา เนื่องมาจากอาการของโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง
“จากผลการสำรวจ EPIC Asia Survey จะเห็นได้ว่าความชุกของโรคอยู่ในกลุ่มคนวัย 40 ปีขึ้นไป คิดเป็นประมาณร้อยละ 6 นอกจากนี้ยังพบอีกว่า 1 ใน 5 ของผู้ป่วยในประเทศที่เราไปทำการสำรวจมานั้น เป็นผู้ป่วยที่มีอาการอยู่ในระดับรุนแรง หมายความว่ามีทั้งไอและเสมหะเยอะ บวกกับมีการกำเริบของโรคในระดับค่อนข้างถี่อีกด้วย” รศ.นพ.วัชรา บุญสวัสดิ์ ประธานเครือข่ายคลินิกโรคหืดและโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น อธิบาย
นอกจากนี้ การสำรวจ EPIC Asia Survey ยังเน้นให้เห็นว่าโรคปอดอุดกั้นเรื้อรังเป็นโรคที่เป็นภาระทั้งในแง่เศรษฐกิจและสังคม เนื่องจากมีผู้ป่วยมากกว่า 1 ใน 3 ที่ไม่สามารถไปทำงานได้เนื่องจากอาการป่วย ส่วนในกลุ่มที่สามารถไปทำงานได้นั้น กว่าร้อยละ 61 ก็ต้องลาพักเนื่องจากอาการป่วยโดยเฉลี่ยประมาณ 13 วันในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา
“ในประเทศไทย ร้อยละ 61 ของผู้ที่เข้าร่วมการสำรวจจำนวน 214 คน เป็นผู้ป่วยที่ได้ไปพบแพทย์แล้วเนื่องจากมีอาการของโรคและอาการกำเริบต่างๆ ซึ่งผู้ป่วยเหล่านี้ส่วนใหญ่มีโอกาสเจ็บป่วยสูง เนื่องจากมีปัจจัยเสี่ยง เช่น การสูบบุหรี่ และอาศัยอยู่ในเมืองใหญ่หรือสภาพแวดล้อมอื่นๆ ที่มีมลพิษทางอากาศอยู่รอบตัว” นายแพทย์วัชรา กล่าวเสริม
นอกจากนั้น จากผลการสำรวจ EPIC Asia survey ยังแสดงให้เห็นว่าอาการปอดอุดกั้นเรื้อรังนั้นส่งผลต่อคุณภาพชีวิตผู้ป่วยชาวไทยอย่างชัดเจน เช่น
· ผู้ป่วยโรคปอดอุดกั้นเรื้อรังมักตื่นขึ้นกลางดึก ด้วยอาการหายใจติดขัด ไอ และ หายใจลำบาก มีเสียงฟืดฟาดในคอ
· 6 ใน 10 ของผู้ป่วยโรคปอดอุดกั้นเรื้อรังต่างกังวลว่าจะเกิดอาการกำเริบรุนแรงเมื่อต้องเดินทางออกจากบ้าน
· ผู้ป่วยโรคปอดอุดกั้นเรื้อรังต้องเผชิญความลำบากในการวางแผนการล่วงหน้า เนื่องจากไม่สามารถคาดการณ์ได้ว่าต่อไปอาการจะเป็นอย่างไร ทำให้ส่งผลต่อคุณภาพชีวิตทั้งของตนและคนรอบข้างเป็นอย่างมาก
จากผลการสำรวจดังกล่าว ยังพบว่าโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง คือโรคที่ก่อให้เกิดผลร้ายต่อประสิทธิภาพในการทำงานอย่างยิ่งยวดในประเทศไทย ดังจะเห็นได้จากสถิติข้างล่างนี้
· กว่า 3 ใน 10 ของผู้ร่วมทำแบบสำรวจไม่มีงานประจำ เนื่องจากไม่สามารถไปทำงานได้อย่างเต็มเวลาเพราะเป็นโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง
· ครึ่งหนึ่งของผู้ป่วยที่ทำงานประจำต้องลางานติดต่อกันเป็นเวลาหลายวัน
· ในช่วงเวลา 12 เดือนที่ผ่านมา พบว่า 1 ใน 4 ของผู้ร่วมทำแบบสำรวจชาวไทยต้องเข้าพบแพทย์ในแผนกฉุกเฉินด้วยสาเหตุที่เกี่ยวข้องกับอาการของโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง และมากกว่า 1 ใน 5 ก็ต้องเข้าพบแพทย์แบบฉุกเฉินโดยไม่ได้นัดหมาย
อาการของโรคในขณะกำเริบเฉียบพลันจะรุนแรงขึ้นมาก ส่งผลให้ผู้ป่วยได้รับความทุกข์ทรมานอย่างยิ่งยวด จากผลการสำรวจในทวีปเอเชียพบว่า เกือบครึ่ง (ร้อยละ 46) ของผู้ที่ร่วมทำการสำรวจต่างประสบกับอาการกำเริบแบบเฉียบพลันในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา โดยมีช่วงเวลาการกำเริบเฉลี่ยอยู่ที่ 13 วันต่อราย ซึ่งในขณะอาการกำเริบนี้ ผู้ป่วยจะไออย่างต่อเนื่อง และมีเสมหะจำนวนมากแทบทุกราย
โรคปอดอุดกั้นเรื้อรังถือว่าเป็นโรคที่นำความทุกข์ทรมานแสนสาหัสมาให้ผู้ป่วย ซึ่งต้องวิตกกังวลกลัวอาการกำเริบเฉียบพลัน โดยผู้ร่วมการสำรวจกว่าครึ่งกลัวว่าจะเกิดอาการกำเริบเฉียบพลันขึ้นกับผู้ปวยเวลาไปทำธุระนอกบ้านและไม่สามารถวางแผนอะไรล่วงหน้าได้ เนื่องจากไม่รู้ว่าอาการจะเป็นอย่างไรในอนาคต ซึ่งส่งผลกระทบต่อตัวผู้ป่วยเองและคนใกล้ชิด
นายแพทย์รัตน์ เชื้อชูวงศ์ แพทย์ที่ปรึกษา บริษัท ทาเคดา (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “เราหวังว่าการสำรวจ EPIC Asia Survey ในครั้งนี้จะช่วยเติมเต็มข้อมูลในส่วนที่ยังขาดอยู่ เนื่องจากยังไม่เคยมีใครทำการสำรวจเรื่องความชุกของโรค ภาระอันเกิดโรค การรักษา การตอบสนองของผู้ป่วยต่อการรักษา ความคาดหวังของผู้ป่วยเกี่ยวกับอาการของโรคและการรักษา และประเด็นอื่นๆ อีกมากมาย”
“ข้อมูลเหล่านี้จะช่วยเติมเต็มเรื่องข้อมูลโรคปอดอุดกั้นเรื้อรังที่ยังขาดอยู่ทั้งในเอเชีย และประเทศไทยเอง และขอย้ำว่าการป้องกันอาการปอดอุดกั้นเรื้อรังกำเริบแบบเฉียบพลันตามมาตรฐานแนวทางการรักษาระหว่างประเทศจากโครงการโรคปอดอุดกั้นเรื้อรังระดับโลก หรือ GOLD 2011 ที่ได้รับการสนับสนุนจากองค์การอนามัยโลกนั้น เป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งในการยับยั้งโรคร้ายนี้ ซึ่งกำลังกลายเป็นปัญหาใหญ่ในเอเชีย ทั้งนี้ ประเทศต่างๆ ทั่วเอเชียควรเร่งให้ความรู้เกี่ยวกับโรคปอดอุดกั้นแก่ประชาชน เพื่อให้ผู้ป่วยที่ยังไม่ทราบว่าตนเองเป็นโรคนี้เข้ามาพบแพทย์และรับการรักษา ในประเทศไทย หลายคนที่เป็นโรคปอดอุดกั้นเรื้อรังเชื่อเพียงว่าอาการไอเรื้อรังนั้นเกิดมาจากโรคที่ไม่ร้ายแรงอื่นๆ เช่นคออักเสบ หืดหอบ หรือไข้หวัด จึงไม่เข้ารับการรักษาเพราะเชื่อว่าอาการจะหายไปเอง ก่อนที่จะมารู้ความจริงเอาเมื่ออาการของโรคอยู่ในขั้นร้ายแรงแล้ว ข้อมูลจากการสำรวจ EPIC Asia และเทคนิคการรักษาล่าสุดจะช่วยให้แพทย์ผู้เชี่ยวชาญสามารถจัดการกับโรคร้ายนี้ได้ดีขึ้น”
# # #
COPD ภัยร้ายจากบุหรี่
1 คนชอบ
ความเห็น
บทความในวันเดียวกัน
krugui · 18 ก.ค. 2555
สไลด์น้อย · 18 ก.ค. 2555
อาจารย์โทนี่ · 18 ก.ค. 2555
นาย ประทีป วัฒนสิทธิ์ · 18 ก.ค. 2555
วิทยา เกษรพรหม · 18 ก.ค. 2555
Prof. Vicharn Panich · 18 ก.ค. 2555
แว่นธรรมทอง · 18 ก.ค. 2555
COPD ==> จากการสูบบุหรี่ถ้วนๆๆ นะคะ
ขอบคุณ มากนะคะสำหรับบทความดีดีนี้นะคะ