
โรคมือเท้าปาก
ช่วงฤดูฝนทีไร เรามักจะได้ยินข่าวคราวเด็ก ๆเป็นโรคติดต่ออย่าง โรคมือเท้าปาก กันมากทีเดียวว่าแต่ โรคมือเท้าปาก นี้คือโรคอะไร เรามาทำความรู้จักโรคมือเท้าปาก ไปพร้อม ๆ กันเลยดีกว่า
รู้จักโรคมือเท้าปาก
โรคมือเท้าปาก หรือ Hand, Foot and Mouth Disease มักเรียกติดปากกันว่า โรคมือ เท้า ปาก เปื่อยสาเหตุเกิดจากการติดเชื้อไวรัสลำไส้ หรือเอนเทอโรไวรัส (Enterovirus)โดยพบการระบาดของ โรคมือเท้าปาก เมื่อปี พ.ศ.2500 กับเด็กในเมืองโตรอนโตประเทศแคนาดา โดยผู้ป่วยจะมีอาการไข้และยังมีตุ่มน้ำใสในช่องปาก มือและเท้า
ต่อมายังพบการระบาดกับกลุ่มเด็กในเมืองเบอร์มิงแฮมเมื่อปี พ.ศ.2502 เช่นกัน จนได้มีการเรียกกลุ่มอาการที่พบนี้ว่า Hand-Foot-and Mouth Disease (HFMD) หลังจากนั้นก็มีรายงานการระบาดของ โรคมือเท้าปากจากประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก
ทั้งนี้ โรคมือเท้าปากจะมีการระบาดแตกต่างกันในแต่ละพื้นที่ หากเป็นประเทศเขตหนาวจะพบในช่วงฤดูร้อนและต้นฤดูใบไม้ร่วง ส่วนประเทศเขตร้อนชื้นจะพบได้ตลอดทั้งปีแต่ละระบาดมากในช่วงฤดูฝนที่มีอากาศร้อนชื้น และมักพบในกลุ่มเด็กทารกและเด็กเล็กที่อายุต่ำกว่า 5 ปี
การติดต่อโรคมือเท้าปาก
โรคมือเท้าปาก สามารถติดต่อกันได้ง่าย ๆโดยเฉพาะในช่วงสัปดาห์แรกของการป่วย สามารถติดต่อได้โดย
การสัมผัสโดยตรงกับสารคัดหลั่ง ทั้งจากจมูก, ลำคอ และน้ำจากในตุ่มใส (Respiratory route) โดยเชื้อโรคอาจติดมากับสิ่งของเครื่องใบ้ต่าง ๆหรือการไอจามรดกันก็ได้
อุจจาระของผู้ป่วยที่มีเชื้อไวรัสอยู่ (fecal - oral route ) โดยช่วงที่แพร่กระจายมากที่สุด คือ ในสัปดาห์แรกที่ผู้ป่วยมีอาการและจะยังแพร่เชื้อได้จนกว่ารอยโรคจะหายไปแต่ก็ยังพบเชื้อในอุจจาระผู้ป่วยต่อได้อีกประมาณ 2-3 สัปดาห์
ทั้งนี้เชื้อเอนเทอโรไวรัสสามารถทนสภาวะกรดในทางเดินอาหารมนุษย์ได้และมีชีวิตอยู่ในอุณหภูมิห้องได้ 2-3 วัน โรคนี้ไม่สามารถติดติอจากคนสู่สัตว์หรือจากสัตว์สู่คนได้

โรคมือเท้าปาก
อาการของโรคมือเท้าปาก
โดยทั่วไป โรคมือเท้าปาก มีอาการไม่รุนแรงโดยจะมีระยะฟักตัวประมาณ 3-6 วัน และมีอาการเริ่มต้นคือ เป็นไข้ต่ำ ๆมีอาการครั่นเนื้อครั่นตัว ประมาณ 1-2 วันจากนั้นจะเริ่มเจ็บปากไม่ยอมทานอาหาร เพราะมีตุ่มแดงที่เหงือก ลิ้น กระพุ้งแก้มโดยตุ่มนี้จะกลายเป็นตุ่มพองใส รอบแผลจะอักเสบแดง ต่อมาตุ่มจะแตกออกเป็นแผลหลุมตื้นจากนั้นจะพบตุ่มหรือผื่น (มักไม่คัน) ที่ฝ่ามือ นิ้วมือ ฝ่าเท้า และอาจพบที่ก้น แขนขา และอวัยวะสืบพันธุ์ด้วย ในเด็กทารกอาจพบกระจายทั่วตัวได้ทั้งนี้อาการจะทุเลาและหายเป็นปกติภายใน 7-10 วันโดยทิ้งรอยแผลเป็นให้เห็น
อย่างไรก็ตาม โรคมือเท้าปากอาจแสดงอาการในหลายระบบ เช่น
1.ระบบทางเดินหายใจอาจมีอาการเหมือนไข้หวัด ไอ มีน้ำมูกใส เจ็บคอ
2.ทางผิวหนัง
3.ทางระบบประสาท เช่นสมอง เยื่อหุ้มสมอง หรือเนื้อสมองอักเสบ
4.ทางระบบทางเดินอาหารเช่น อาการท้องเสีย ถ่ายเหลวเป็นน้ำเล็กน้อย ปวดหัว อาเจียน
5.ทางตามักพบเยื่อบุตาอักเสบ (chemosis and conjuntivitis) และ
6.ทางหัวใจ เช่นสามารถทำให้เกิดกล้ามเนื้อหรือเยื่อหุ้มหัวใจอักเสบได้ซึ่งอาจมีตั้งแต่อาการเล็กน้อยไปจนถึงอาการ หรือภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรง
การรักษาโรคมือเท้าปาก
โรคมือเท้าปากสามารถหายได้เองภายใน 7-10 วัน หากไม่มีภาวะแทรกซ้อน โรคนี้ไม่มียารักษาโดยเฉพาะจึงเป็นการรักษาตามอาการเช่น ให้ยาลดไข้ ยาแก้ปวด ทั้งนี้ควรเช็ดตัวผู้ป่วยเป็นระยะ ๆ ให้อาหารอ่อน ๆ ดื่มน้ำและผลไม้ และนอนพักผ่อนให้มาก ๆถ้าเป็นเด็กเล็กอาจต้องป้อนนมแทนการให้ดูดจากขวดนม
หลังจากการติดเชื้อผู้ป่วยจะมีภูมิคุ้มกันต่อเชื้อไวรัสที่ก่อโรค แต่อาจเกิดโรคมือเท้าปาก ซ้ำได้ จาก เอนเทอโรไวรัสตัวอื่น ๆดังนั้นหากผู้ปกครองสังเกตเห็นลูกมีอาการที่อาจมีภาวะแทรกซ้อนรุนแรง เช่น ไข้สูง ซึมอาเจียนบ่อย ๆ หอบ แขนขาอ่อนแรง ไม่ยอมรับประทานอาหารและนํ้าก็ควรพาบุตรหลานมาพบแพทย์

โรคมือเท้าปาก
การป้องกันโรคมือเท้าปาก
ปัจจุบันยังไม่มีวัคซีนป้องกันโรคมือเท้าปาก แต่โดยปกติป้องกัน โรคมือเท้าปาก ได้โดยการรักษาสุขอนามัยที่ดีไม่ว่าจะเป็นการรักษาความสะอาด ตัดเล็บให้สั้น หมั่นล้างมือด้วยน้ำสบู่บ่อย ๆโดยเฉพาะหลังการขับถ่ายและก่อนรับประทานอาหาร รวมทั้งใช้ช้อนกลางและไม่ใช้สิ่งของร่วมกัน
ที่สำคัญ คือต้องแยกผู้ป่วยที่เป็นโรคออกจากกลุ่มเพื่อนในโรงเรียน สถานเลี้ยงเด็กโดยไม่ให้เด็กทำกิจกรรมร่วมกับคนอื่น ๆ เป็นเวลา 1 สัปดาห์และต้องคอยทำความสะอาดพื้น ห้องน้ำ สุขา เครื่องใช้ ของเล่น สนามเด็กเล่นตลอดจนเสื้อผ้าที่อาจปนเปื้อนเชื้อด้วยนํ้ายาฆ่าเชื้อที่ใช้ทั่วไปภายในบ้าน
หากมีเด็กป่วยจำนวนมาก อาจจำเป็นต้องปิดสถานที่ชั่วคราว (1-2 สัปดาห์)และทำความสะอาดฆ่าเชื้อโรค โดยอาจใช้สารละลายเจือจางของน้ำยาฟอกขาว 1 ส่วนผสมกับน้ำ 30 ส่วน
ติดต่อขอคำแนะนำเพิ่มเติม
สถานบริการสาธารณสุขทุกแห่ง
ศูนย์ปฏิบัติการกรมควบคุมโรค โทร. 0-2590-3333
สำนักโรคติดต่อทั่วไปกรมควบคุมโรค โทร. 0-2590-3194
แจ้งการระบาดของโรคได้ที่ สำนักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค โทร. 0-2590-1882
ขอขอบคุณข้อมูลจาก
- สำนักโรคติดต่อทั่วไป
- คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี