วันศุกร์ ที่ ๑๓ เดือนกรกฎาคม. พ.ศ.๒๕๕๕

กราบสวัสดีค่ะครู

เช้านี้ตื่นขึ้นมาที่กุฏิ จัดแจงทำธุระส่วนตัวเข้าไปกราบคุณยายชี แล้วก็ทำธุระที่ครูมอบ กราบพระอาจารย์กราบเรียนท่านสิ่งที่ครูมอบหมาย กว่าจะเขียนเสร็จได้เวลา รับข้าวที่ศาลา เป็นธุระซื้อของ ซื้อชุดขาวตามคำสั่งของครู ซื้ิอเสื้อดำและสกีนเสื้อ "ชีวิตที่ดีแล้ว เอาปัจจัยที่กัลยาณมิตรร่วมบุญเข้าธนาคาร ระลึกกับตนเองเป็นโอกาสที่ได้ทำหน้าที่ เพราะทุกอย่างที่ครูบาอาจารย์เมตตาคือ "การฝึกฝน ขัดเกลา" ใจอยากจะจอดเล่นเน็ตที่ปั้มน้ำมันส่งงานแต่ดูเวลาแล้วไม่ค่อยเหมาะนักจึงกลับวัดเจ้าค่ะครูเข้ามาเปิดคอมพิวเตอร์ตนเองเปิดไม่ได้ วนๆอยู่หลายรอบแสดงอาการของไวรัส ภายในใจหนู "กรี๊ด" เพราะว่างานเซฟไว้ที่ my document เพราะล่าสุดที่ capture งานแล้วต้องโอนเข้า PowerPoint . จุดอื่นโปรแกรมไม่ยอมให่เอาเข้ายกเว้น my picture กลายเป็นว่าข้อมูลของสองวันนี้อยู่ในไดท์ C. รู้สึกทุกข์มากค่ะ หมายถึงว่าต้องทำใหม่จากความจำได้ของตนเอง หรือไม่ก็จากเสียอัดสำหรับบางส่วน มานึกย้อนกับตนเองนี่แหละหนาครูสอนก็แล้ว ทำให้ดูก็แล้วว่าทำงานให้เสร็จเป็นอย่างๆไป ทุกข์จึงเดินลงกุฏิมาช่วยคุณยายชี กับแม่ชีเด็ดเห็ดเตรียมแกงแบบตั้งใจเปลี่ยนอารมณ์ค่ะครู เจอลูกชายคุณยายชีมาปรึกษาปัญหา ทุกคนก็มีทุกข์เป็นของตนเอง ทำเสร็จ ยอมรับปัญหาจึงลองหาทางแก้ หาร้านสแกนไวรัส หรือไม่สุดท้ายก็ต้องยอมทิ้งลงโปรแกรมทำใหม่ ทราบข้อมูลจากพี่อ้อว่า พี่ที่เก่งเรื่องคอมจะมากราบหลวงปู่ท่านจึงประสานให้ค่ะครู ข้างในช่วงนี้รู้สึกเป็นอาการแน่นๆเฉื่อยๆเจ้าค่ะ ศีลด่างพร้อยด้วยโทสะผิดศีลข้อหนึ่ง และรักษาสัจจะที่ให้กับครูไว้ไม่ได้ศีลข้อสี่ด่างพร้อย เลยโดนซ้ำข้อมูลใช้การไม่ได้บ่ายๆมากวาดตาดทำความสะอาดเสร็จ แม่ชีมาใหม่เข้ามาคุยด้วยท่านดูสดใสขึ้นกวาดพื้นสะอาดเกลี้ยงเลยค่ะครู ทราบจากคุณยายชีว่า ตั้งแต่วันที่ครูเข้าไปคุยด้วย ท่านไม่มีอาการแปลกๆดูสำรวมขึ้น คุยเสร็จท่านก็มาขอพัดลมไปใช้ จึงทราบว่า ท่านอยู่แบบไม่มีพัดลม สักพักน้องภัสเข้ามาพอเปลี่ยนชุดจึงชวนกันไปกราบหลวงปู่ เดินออกมาเจอแม่ชีท่านเอ่ยถามจึงชวนไปด้วยกัน เดินมาถึงหน้ากุฏิหลวงปู่เจอพี่รัตน์กับน้องชายและลูกชาย จึงได้เข้าไปกราบพร้อมกัน "หลวงปู่เมตตา ลูกชายของพี่โจ น่าจะอายุไม่เกิดหกขวบค่ะ ให้นั่งสมาธิน้องเก่งมากและมีน้องอีกคนเป็นลูกชายของพี่อุ๊มาขอโอกาสกราบเรียนถามเรื่องการภาวนาว่า ภาวนาแล้วเห็นองค์พระแล้วต้องทำอย่างไรต่อ ท่านเมตตาบอกว่า ให้พิจารณาองค์พระไปเรื่อยๆจะเห็นเป็นองค์สว่างใสจะรู้สึกสงบมีความสุขแล้วพิจารณากาย น้องบอกว่า "อยากเรียนแพทย์" หลวงปู่จึงแนะว่า เรียนแพทย์ก็เรียนลงไปในร่างกายนี้ พิจารณาร่างกายเป็นครูใหญ่ที่พ่อแม่ให้มา แล้วหลวงปู่ก็เมตตาให้พาลูกชายและน้องชายพี่รัตน์มาหาพระอาจารย์และขอชุดขาวกับท่าน พี่โจพี่อุ๊ ดูโน๊ตบุ๊คให้หนูพบว่ามันเปิดไม่ได้เลยท่านบอกว่า "อาการหนักขอเอากลับไปทำที่บ้าน กราบขอบพระคุณท่านเจ้่าค่ะ เหมือนหลวงปู่ช่วยเมตตาพาพี่ๆมาช่วยหนู เพราะท่านไม่ได้มาบ่อยนัก สาธุสาธุสาธุเจ้าค่ะกับความเมตตาไม่มีประมาณ แล้วเราก็แยกกันไป พอได้เวลาแม่ชีสุชาดา หนูและน้องภัสก็มารอ ทำวัตรที่ลานธรรมเพราะวิหารยังปิดไฟ แม่ชีท่านมักจะเล่าสิ่งต่างๆที่ท่านเห็นและเอ่ยถึงผู้คน ซึ่งบางทีฟังแล้วทำให้หนูย้อนคิดว่า อาจจะเป็นเหตุปัจจัยให้หลายคนไม่ชอบใจ จึงลองเอ่ยกับท่านว่า "คุณแม่เรามาฝึกดีไหม ฝึกสำรวม สิ่งที่แม่เห็นอาจจะเห็นจริงแต่บางทีคนฟังอาจจะไม่มีความพร้อมจะฟัง ฝึกสำรวมกาย สำรวมวาจาจนใจมันสำรวมได้ ซึ่งหนูเองก็ยังทำได้ไม่ถึงพร้อม จึงอยากชวนแม่ร่วมกันฝึกด้วยกัน". รับรู้ว่่พอเผลอท่านก็อนจะพูดแต่พอไม่มีการตอบสนองท่านก็เงียบ เหมือนหนูก็พยายามตั้งสติดูใจตนเองที่กระเพื่อมกับสิ่งต่างๆเจ้าค่ะ พอสองทุ่มกว่ายังเงียบอยู่จึงตัดสินใจเข้าไปในสำนักแม่ชี หนูชวนน้องทำวัตรเย็นแต่เธอเลือกจะเอาหนังสือขึ้นมาทำท่า "ทำการบ้านตั้งใจอ่านหนังสือ" ซึ่งเป็นพฤติกรรมที่หนูเองก็ทำ เห็นผู้อื่นเห็นตนเองแต่ก็ไม่เป็นปัญญาเจ้าค่ะ ทำวัตรเสร็จนั่งภาวนาแล้วก็ลงไปเดินจงกรมแล้วก็เข้ามาพักเจ้าค่ะศีลข้อสี่ด่างพร้อยเพราะว่าจะทำงานเขียนให้เสร็จพอคอมมีปัญหาเกิดโทสะ ทั้งๆที่ก็พอมีทางเลือกให้ทำในiPad ไปก่อนได้แต่หนูก็ก้าวไม่ผ่านเจ้าค่ะกราบขอบพระคุณเจ้าค่ะ